เหยานา จัดเตรียมอาหารพร้อมน้ำชาบนโต๊ะ มีกับข้าวสองอย่างแกงหนึ่งอย่าง หลังจากนั้นก็ตักข้าวสองจานขึ้นมาวาง “กินข้าวแล้ว ค่อยมาว่ากันต่อ” พอเห็น เฉิงหยู่ ตั้งใจเรียน เหยานา ก็พอใจมาก
“อืม ฝีมือครูเหยาไม่เลวเลยจริงๆ ดีกว่าร้านหรูๆตั้งหลายเท่า” พอได้กินอาหารบนโต๊ะ เฉิงหยู่ พูดชื่นชมยกใหญ่
“โอ้ ถ้าอร่อยก็กินให้เยอะๆ ” เห็น เฉิงหยู่ ดีใจ ตัวเองก็ดีใจด้วย
“ครูเหยา นี่เป็นช่างเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดีจริงๆนะครับ มีแฟนหรือยังเนี่ย? ”
“เป็นเด็กเป็นเล็กมาถามอะไรกัน รีบๆกินได้แล้ว”
“ถ้ายังไม่มีแฟนก็ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่มี? ปัญหานี้แก้ไขได้ครับ” เฉิงหยู่ พูดไปกินไป
“ยังจะซี้ซั้วพูดอีก บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าต่อหน้าครูห้ามพูดแบบนี้นะ”
หลังจากนั้น เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เรื่องนี้ไม่ควรพูดมากไป ไม่งั้นเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง หลังจากนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างจริงจัง
ทานข้าวเสร็จ เหยานา ก็เก็บกวาดจานอาหาร ต่อมาก็สอน เฉิงหยู่ ตั้งแต่ต้นเลย จากนั้นก็ค่อยๆอธิบายๆ ภาษาอังกฤษทีละนิดๆ เฉิงหยู่ อยากที่จะสอบเข้า มหาลัยหยุนไห่ จึงจำเป็นต้องตั้งใจเรียนจริงจัง เพราะฉะนั้นจึงตั้งใจฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
เดิมที่ เหยานา เพียงอยากสอนเรื่องพื้นฐานในวันแรกเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงจริงๆว่า เฉิงหยู่ มีความจำและเรียนรู้ได้ไวมาก ทุกอย่างที่เธอสอนเขาจำได้ทั้งหมด เหยานา ก็เลยเร่งความเร็วในการสอนมากขึ้น หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมง เขาก็จำไวยากรณ์และความรู้พื้นฐานของระดับมัธยมต้นได้ทั้งหมด
ถึงเวลาสามทุ่มแล้ว เฉิงหยู่ เรียนเสร็จก็ออกจากบ้านพักครูของเหยานา เขาก็เดินไปตามเส้นทางเพื่อออกจากประตูโรงเรียน ในเวลานั้นก็เห็น แม่ของ หลินยวี่ฮั่น วิ่งออกมาจากภายในโรงเรียน ด้วยสีหน้าที่ดูร้อนรนมาก
“คุณน้าหลิน ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ? ” เฉิงหยู่ ประหลาดใจมาก
“อา! เสี่ยวหยู่นั่นเอง มืดขนาดนี้แล้วทำไมยังอยู่ที่โรงเรียนอีกล่ะลูก? ” พอเห็น เฉิงหยู่ ออกมาจากในโรงเรียน ก็ถามอย่างประหลาดใจ
“อ๋อ พอดีผมติวภาษาอังกฤษกับครูประจำชั้นน่ะครับ ก็เลยเพิ่งกลับ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง! แล้วเธอเห็น เสี่ยวฮั่น บ้างไหม! ดึกดื่นขนาดนี้ยังไม่เจอเธอเลย ฉันคิดว่าเธออยู่ที่โรงเรียนทบทวนหนังสือ แต่เมื่อกี้เข้าไปข้างในนั้น ไฟก็ปิดหมดแล้ว ไม่มีคนอยู่เลยสักคน” คุณนายหลิน พูดอย่างร้อนรน
“เสี่ยวฮั่น? ไม่ใช่ว่าเธอออกจากโรงเรียนไปตั้งนานแล้วเหรอ? เธอไปบ้านเพื่อนหรือเปล่าครับ? ” เฉิงหยู่ เริ่มขมวดคิ้ว
“ เป็นไปไม่ได้ เสี่ยวฮั่น เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายมาตั้งแต่เด็ก ถ้าไปบ้านเพื่อนยังไงเธอก็ต้องบอกน้าก่อนทุกครั้ง แต่คืนนี้ไม่เห็นเลยแม้แต่เงา เกิดเรื่องอะไรกับเธอหรือเปล่า? น้าควรทำยังไงดี? ” พอได้ยินว่า เฉิงหยู่ ก็ไม่ทราบว่าลูกสาวของตนเองหายไปไหนเช่นกัน มันยิ่งทำให้เธอวิตกกังวลมากขึ้น เธอมีลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอยู่คนเดียว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวฮั่นแล้วเธอจะทำยังไงดี แค่คิด ตาก็เริ่มแดง จนน้ำตาไหลออกมาเอง
เฉิงหยู่ คิดๆดู รู้สึกว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นซะแล้ว หลินยวี่ฮั่น ไม่เคยมีปัญหากับใครในโรงเรียน นอกจากนี้ หลินยวี่ฮั่น ยังใกล้ชิดสนิทสนมกับตัวเองมากที่สุด มีความเป็นไปได้น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวเองที่สุด เพราะมีแค่ตัวเองเท่านั้นที่มีปัญหากับคนอื่น
ถ้ามองย้อนกลับไป ตัวเองนั้นเคยมีเรื่องกับ ฉวี่ตงหยวน เจียงหมิง และ แก๊งหมาป่าโลหิต สองคนแรกอย่าง ฉวี่ตงหยวน และ เจียงหมิง นั้นเห็นชัดเจนว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ไม่มีทางที่จะลักพาตัว หลินยวี่ฮั่น อย่างแน่นอน ที่เหลือก็มีเพียงคนจากแก๊งหมาป่าโลหิต เท่านั้นที่ทำเรื่องแบบนี้ได้
คิดถึงตรงนี้ เฉิงหยู่ ก็กำหมัดแน่น ดูท่าเจ้าพวกแก๊งหมาป่าโลหิตมันจะรนหาที่ตายแล้ว เดิมทีหากพวกมันไม่มาวุ่นวายอะไรกับตัวเอง เขาก็จะปล่อยไปแล้วแท้ๆ แต่ในเมื่อมันไม่ยอมฟัง เขาก็จะสนองให้ตามต้องการ
“คุณน้าครับ วางใจเถอะครับ ผมเชื่อว่าเธอต้องไม่เป็นอะไร ผมจะออกไปตามหาเอง ตอนนี้กลับบ้านก่อนนะครับ แล้วผมจะพาเธอไปส่งที่บ้านอย่างปลอดภัย ” เฉิงหยู่ พูดปลอบใจ คุณนายหลิน ที่กำลังร้องไห้อยู่
“จริงๆนะ? เธอจะช่วยน้าหา เสี่ยวฮั่น จริงๆใข่ไหม? ” เมื่อได้ยิน เฉิงหยู่ พูดอย่างนี้ คุณนายหลินก็กล่าวขึ้นด้วยความซาบซึ้งใจ
“อืม เชื่อใจผมนะครับ คุณน้า ก็อย่าเพิ่งกังวลเกินเหตุ ตอนนี้กลับไปรอที่บ้านก่อนนะครับ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหลินยวี่ฮั่นกลับมาล่ะครับ? ถ้าเธอไม่เห็นคุณน้า เดี๋ยวจะกังวลเอานะ? ”
“ใช่ๆๆ งั้นฉันกลับไปรอที่บ้านก่อน เสี่ยวหยู่ เธอต้องช่วยน้าหาเสี่ยวฮั่นนะ น้ามีลูกสาวอยู่คนเดียว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแล้วล่ะก็ น้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว” คุณนายหลิน พูดขึ้นด้วยสีหน้าโศกเศร้า
“ไว้ใจผมได้เลย! งั้นผมออกขอตัวไปตามหาเธอก่อนนะครับ คุณน้ากลับคนเดียวก็ระวังๆนะ” หลังพูดลากลับ คุณนายหลิน แล้ว เฉิงหยู่ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรไปหาอาทันที เดิมทีเขาใช้โทรศัพท์ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่นัก แต่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาระหว่างที่ต้องนั่งรถแท็กซี่ แล้วแบตโทรศัพท์หมดจนไม่สามารถโทรหาใครได้ ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก หลังจากคืนนั้นเขาก็จะหมั่นชาร์จแบตโทรศัพท์โทรศัพท์ตลอด
“ฮัลโหล! คุณอาครับ! บอกผมทีว่าสำนักงานใหญ่ของแก๊งหมาป่าโลหิตอยู่ที่ไหนครับ? ” เฉิงหยู่ กดโทรออก จนเมื่ออีกฝ่ายรับเขาก็พูดขึ้นทันที
“แก๊งหมาป่าโลหิต? เธอจะถามไปทำไมกัน? ” หลังจาก จ้าวหมิงหรง ได้ยินคำพูดเฉิงหยู่ดังผ่านโทรศัพท์มา เขาก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เพื่อนผมหายตัวไป ผมเดาว่าจะเป็นพวก แก๊งหมาป่าโลหิต ตอนนี้ผมจะไปหาพวกมัน”
“อะไรนะ? อย่าเพิ่งวู่วาม! แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นฝีมือของพวกมัน? ถ้าไม่ใช่ แล้วเธอบุกไปที่รังของมันคนเดียว จะไม่เป็นอันตรายหรือไง? ” จ้าวหมิงหรง ก็พูดอย่างรีบร้อน เขากลัวว่าหลานชายของเขาจะบุกเข้าไปรังของพวกนั้นด้วยตัวคนเดียว ถ้าอย่างนั้นเดือดร้อนแน่
“คุณอาครับ แค่บอกผมก็พอ ผมไม่เป็นไร ตอนนี้ชีวิตคนต้องมาก่อนไม่ใช่เหรอครับ? ” เฉิงหยู่ พูดขึ้นด้วยความกังวล
“นั้นมันก็... ฉันจะแจ้งตำรวจก่อน! ถ้ามีพวกเขาน่าจะจัดการกับแก๊งหมาป่าโลหิตได้ไม่ยาก ” จ้าวหมิงหรง ยังไม่มั่นใจ
“ไม่ได้ครับ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผม ผมจะต้องไปจัดการด้วยตัวผมเอง ครั้งนี้ผมจะทำให้พวก แก๊งหมาป่าโลหิต หายไปจาก หยุนไห่ เอง คุณอาให้ตำรวจจัดการต่อจากนี้ก็พอแล้วครับ บอกผมมาเถอะว่ามันอยู่ที่ไหน! ”
“เอ่อ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปบอกพ่อกับแม่เธอกัน? ”
“วางใจเถอะ นี่เป็นแค่เรื่องเล็กๆที่ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ ”
“ในเมื่อเธอพูดขนาดนี้ อาก็จะยอมเชื่อสักครั้ง พวกนั้นอยู่ที่ ซินกวงไนต์คลับ ถนนหงหวา เขตจงเฉิน” จ้าวหมิงหรง บอกที่อยู่อย่างชัดเจน จากนั้นก็ตัดสายไป คิดไปคิดมา ก็ยังไม่ไว้วางใจอยู่ดี เขาเลยโทรศัพท์ไปหา ผู้บังคับการตำรวจ เขตจงเฉิน ให้พวกเขาไปที่ ซินกวงไนต์คลับ เฝ้าระวังไว้รอบๆโดยที่ไม่ให้เขารู้ตัว รอจนกว่าเขาจะสั่งการอีกครั้ง
“ใครโทรมาเหรอ? เกิดอะไรขึ้น? เวลานี้ยังจะออกไปไหนอีก? ” พอเห็น จ้าวหมิงหรง เตรียมตัวจะออกไปข้างนอก เฉิงเหม่ยเหยียน ก็พูดขณะที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ
“มีธุระข้างนอกนิดหน่อย ฉันต้องรีบไปดูก่อน เธอนอนก่อนได้เลย ” จ้าวหมิงหรง ตอบเลี่ยงๆ จากนั้นก็เปิดประตูเดินออกไป แล้วรีบมุ่งตรงไปยัง ซินกวงไนต์คลับ ทันที
?????????????????
———————
ชั้นสามของ ของซินกวงไนต์คลับ นั่นคือสำนักงานใหญ่ของ แก๊งหมาป่าโลหิต
“พี่ใหญ่ พวกเราพาเด็กผู้หญิงกลับมาแล้วครับ ทำไมไม่โทรเรียกเจ้าหนุ่มนั้นมาที่นี่เลยล่ะครับ? ถ้าเจ้าหนุ่มนั่นบอกให้อาโทรเรียกตำรวจ แล้วเราจะไม่แย่เอาเหรอครับ? ” หมาป่าคลั้ง นั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วก็ปรึกษาเรื่องนี้กับพี่ใหญ่ของมัน
“ ไม่ต้องรีบร้อน เจ้าหนุ่มนี่อวดดี มันต้องคิดว่าตนเองสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ดังนั้นจึงไม่ขอความช่วยเหลือจากอาของมัน นอกจากนี้ถ้ามันเรียกตำรวจมาแล้วหาตัวผู้หญิงไม่พบ ก็เป็นไปได้ว่าอาจทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย ประการที่สอง เจ้าหนุ่มนี่ไม่น่าจะรู้ว่าเป็นฝีมือของพวกเรา ฉันต้องการให้มันร้อนใจ หาหนทางไปเรื่อยๆ รอให้ผ่านไปสักคืนก่อนแล้วโทรไปหามัน หรือถ้าหากมันรู้ว่าเป็นพวกเราทำ มันก็น่าจะเดาออกว่าเราทำไปเพราะต้องการล่อให้มันมาที่นี่ จึงเป็นไปได้น้อยมากที่มันจะโทรเรียกตำรวจ” ฉินชางไห่ นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ พร้อมทั้งกล่าวขึ้นอย่างมั่นใจ
“สมแล้วที่เป็นพี่ใหญ่ คิดในเรื่องที่ผมไม่เคยคิด ตอนนี้เจ้าหนุ่มนั้นคงกำลังดิ้นพราดๆอยู่เป็นแน่ ฮ่าๆ เห็นมันอวดดีแบบนี้ ถึงแม้มันจะหาทางมาที่นี่จนได้ ผมจะจัดการมันจนนอนหยอดน้ำข้าวต้มเลยทีเดียว เพื่อแก้แค้นให้กับน้องสาม” หมาป่าคลั่ง ยืนขึ้นพร้อมกับพูดเสียงดัง
“พูดแบบนี้ยังเร็วเกินไป เจ้าหนุ่มนี่ไม่ได้จัดการได้ง่ายๆ นายลงไปบอกเด็กๆข้างล่าง ว่าให้เตรียมตัวให้ดี ถ้าเจ้าหนุ่มนั้นเข้ามาเมื่อไหร่อย่าปล่อยให้มันกลับออกไปอย่างปลอดภัย ถึงแม้เราจะไม่ฆ่ามัน แต่ก็สั่งสอนมันให้จำไว้เป็นบทเรียน”
ช่วงเวลากลางคืน เฉิงหยู่ บึ่งรถมาถึง ซินกวงไนต์คลับ หลังจากนั้นเขาก็กวาดตาดูสถานการณ์รอบๆ มีคนมากมายเดินเข้าเดินออกอยู่ที่นี่ จากนั้น เฉิงหยู่ ก็แอบตามพวกเขาเข้าไปข้างในด้วย
พอเข้าไปถึงข้างในแล้ว เขาก็ได้ยินเสียงเพลงดังลั่นไปทั่วทุกที่ ผสมผสานกับเสียงโห่ร้องของชายหญิงที่สนุกสนานมัวเมากันอย่างเต็มที่ เฉิงหยู่ ไม่หยุดที่ชั้นแรก เขามุ่งตรงไปที่ชั้นสองทันที
“โทษนะ พี่ชาย ชั้นสองเป็นส่วนของวีไอพี ขอดูบัตรสมาชิกหน่อยได้ไหมครับ” ระหว่างที่ เฉิงหยู่ กำลังขึ้นไปบนชั้นสอง ก็มีการ์ดคนหนึ่งเข้ามาขวางทางไว้
“หัวหน้าพวกแกอยู่ที่ไหน? ”
“พี่ชาย มีเรื่องอะไรหรือ? ”
“ฉันมาเอาชีวิตหัวหน้าพวกแกน่ะสิ”
“เอ้! แก......” พอได้ยิน เฉิงหยู่ พูดอย่างนั้น การ์ดคนนั้นก็ผงะ แล้วก็ถอยหลังไปสองก้าว จากนั้นก็รีบตะโกนขึ้นทันทีว่า “ทุกคนมานี่เร็ว! มีคนหาเรื่องว่ะ! ”
ครู่หนึ่ง ก็มีคนจำนวนหนึ่งเดินมาพร้อมกับกระบองเหล็ก ต่างคนต่างจ้องไปที่ เฉิงหยู่ แล้วก็ตะโกนขึ้นว่า “แกเองสินะ หัวหน้าบอกให้จัดการแกซะ! ”
พอเห็นคนหนุ่มนั้นถือกระบองเหล็กออกมา เฉิงหยู่ ก็ไม่เกรงใจ วันนี้ตั้งใจที่จะมาฆ่าคน คืนนี้เขาเดือดมาก หากยั่วยุตนเองเขาก็ทนแบกรับปัญหาที่ตามมาได้ แต่เขาทนไม่ได้ที่ฝ่ายตรงข้ามใช้คนรักของตนเองมาข่มขู่เช่นนี้ ไม่ว่าจะคนสนิท คนรัก หรือว่าเพื่อนพ้อง ทั้งหมดล้วนเป็นคนสำคัญของ เฉิงหยู่ เขาจะยอมให้ใครมาแตะต้องเ็ดขาด
ในชาติก่อนนั้น ในโลกเซียน ตั้งแต่ที่ เฉิงหยู่ เสียอาจารย์ไป ก็ไม่เคยมีความรู้สึกที่จะอยากปกป้องใครอีก ไม่ว่าจะญาติพี่น้อง คนรัก เพื่อนฝูง ก็ไม่มีใครให้ต้องปกป้อง เพราะผู้คนส่วนใหญ่ ก็เข้ามาหาเขา ด้วยตัวตนของเทพเซียนนี้ เพื่อต้องการหาประโยชน์จากตนเองเพียงเท่านั้น
แต่ในชาตินี้ เฉิงหยู่ ได้มีคนสนิท คนที่ชอบ และก็เพื่อนฝูง เขาจึงไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายมัน แต่แล้ววันนี้ หมาป่าโลหิต จับตัว หลินยวี่ฮั่น ไป เขาจะเอาเลือดสดๆ ของพวกมันมาเซ่นให้ได้
ในจังหวะนั้น เฉิงหยู่ ก็กระโดดถีบพวกมันจนกระเด็นลอยออกไป จากชั้นสองร่วงหล่นลงมาที่พื้นเวทีชั้นหนึ่ง ระหว่างที่คนข้างล่างนั้นกำลังสนุกสนาน เมื่อเห็นมีคนตกลงมาจากชั้นสอง ผู้คนก็พากันกรีดร้องขึ้นมา แล้วเพียงชั่วอึดใจก็มีร่างของผู้คนมากมายกระเด็นร่วงลงมาจากชั้น 2 ทุกคนต่างก็กรีดร้องอย่างไม่หยุดหย่อน จนทั่วบริเวณเต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน
จบตอน