“เป็อะไรไหมครับ คุณาเ็ตรงไหนไหม” ผู้กองรฐนนท์คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้กำลังนั่งกองอยู่กับพื้น เขาเอื้อมมือไปแตะแขนเธอพร้อมกับเอ่ยถาม ด้วยความเป็ห่วง
ก่อนที่จะเกิดะเิ รฐนนท์เห็นดารันอยู่แถวนี้ เพราะเขาเผลอมองตามเธอตลอดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจเป็ไปตามที่ใจตัวเองเรียกร้องก็ว่าได้ แต่ว่าเขาต้องช่วยหลาย ๆ คนที่อยู่รอบๆ ตัวเขาให้เข้าไปหลบที่ปลอดภัยก่อน จากนั้นจึงตั้งใจมาตามหาเธอแถวที่เห็นเธอครั้งสุดท้ายด้วยใจหวังว่าเธอจะยังไม่ไปไหน
ก่อนหน้านี้รฐนนท์เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง และได้พาไปส่งให้หลบอยู่ในอาคารกับครูและคนอื่น ๆ หลังจากนั้นเขาก็รีบกลับออกมาเพื่อหาดารันต่อ แถวที่เธออยู่เป็ด้านข้างเวทีซึ่งใกล้กับจุดที่ถูกวางะเิคือประตูทางออกด้านหลังเวที ทำให้มีควันจำนวนมากมองเห็นได้ไม่ถนัด พอเห็นลาง ๆ ว่าน่าจะใช่ดารันนั่งอยู่กับพื้น เขาจึงรีบเข้าไปดูใกล้ๆ แล้วก็ใช่เธอจริงๆ สภาพเธอดูไม่ดีเอาเสียเลย ชายหนุ่มจึงคิดว่าเธออาจจะได้รับาเ็
“ไม่เป็...อะไรมาก...หรอกค่ะ แต่ฉัน...ทำยาหล่นหาย... รบกวนช่วย...หาให้หน่อยนะคะ เป็กระปุกเล็ก ๆ สีขาวค่ะ” ดารันพูดเสียงขาดหายเป็ห้วง ๆ เพราะเธอหอบหายใจจากอาการของโรคที่เป็ รฐนนท์มองดารันอย่างสำรวจถึงเธอจะบอกว่าไม่เป็อะไรมากแต่เขาก็อดเป็ห่วงไม่ได้ เพราะตอนนี้หน้าเธอดูซีดมาก เขาจึงรีบหายาตามที่เธอบอก แต่เขาก็รู้สึกโล่งอกไปบ้างที่เธอไม่ได้รับาเ็จากเหตุะเิ
“เจอแล้วครับ นี่ใช่ไหม?” หลังจากที่ควานหาไปได้สักพัก รฐนนท์ก็เจอกระปุกยาที่ว่า อยู่ตรงใต้เก้าอี้ที่ล้มคว่ำอยู่ใกล้ ๆ เขาจึงรีบเอากระปุกยาไปให้เธอทันที ดารันพยักหน้ารับ เพราะตอนนี้เธอไม่มีแรงจะพูดอะไรแล้ว ผู้กองรฐนนท์เปิดกระปุกหยิบยาเม็ดเล็ก ๆ ออกมาส่งให้หญิงสาว 1 เม็ด
“พอไหม” เขาถามพร้อมกับส่งน้ำดื่มที่เขาพกติดตัวให้เธอ ดารันพยักหน้ารับพร้อมกับเอายาใส่ปากทันที โดยไม่ได้พูดอะไร
ผู้กองรฐนนท์ลากเอาโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ เอนลงให้้าของโต๊ะสามารถเป็ที่พิงหลังให้กับดารันได้เพื่อที่เธอจะได้พักให้อาการดีขึ้นสักหน่อย ชายหนุ่มช่วยพยุงหญิงสาวเอนหลังพิงกับโต๊ะที่เขาจัดให้ ในขณะที่รฐนนท์กำลังสังเกตุอาการของดารันอยู่นั้น ก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพอๆ กับครั้งแรกขึ้นอีกครั้ง
ด้วยประสบการณ์และความไวของผู้กองหนุ่ม เขารีบเอาตัวเป็ที่กำบังให้คนตัวเล็กตรงหน้าทันที เขาดันเธอให้นอนลงกับพื้นแล้วโน้มตัวเอนลงนอนทาบทับตัวเธอเอาไว้ โดยใช้่แขนถึงข้อศอกข้างหนึ่งยันพื้นเพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวกดทับไปที่คนตัวเล็กมากเกินไป ส่วนมือข้างหนึ่งรองศรีษะของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้ชนกับพื้น
"ผู้กอง เกิดอะไรขึ้นอีกแล้วคะ..." ดารันที่ใอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มความกลัวขึ้นเป็ทวีคูณ เธอเกาะแขนของชายหนุ่มเอาไว้แน่นและหันหน้าซบเข้ากับท่อนแขนกำยำนั้น ราวกับจะยืดเขาให้เป็ที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตของเธอ พร้อมกับพูดเสียงสั่นเครือ
รฐนนท์ได้ยินเสียงพูดของดารันแต่ยังไม่ได้ตอบ ตอนนี้เขากำลังสอดส่ายสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง และเพื่อหาทางหนีทีไล่ ในสถานการณ์แบบนี้เขาเจอมาแล้วหลายต่อหลายครั้งก็จริง แต่ใช่ว่าเขาจะไม่กลัวเสียเลย เพียงแต่มันทำให้เขาสามารถระงับความกลัวได้เร็วขึ้น และตั้งสติเพื่อคิดหาทางรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นให้ดีที่สุด เสียงะเิรอบนี้ดังมาจากทางเดิม รฐนนท์คิดว่าน่าจะเป็ะเิที่หลงเหลืออยู่จากการะเิรอบแรกมากกว่าเพราะไม่ได้เกิดจากที่ใหม่
"ผู้กองคะ ถ้าฉันเป็อะไรไปบอกแม่ฉันด้วย.... ว่าฉันขอโทษที่แอบหนีมา บอกท่านว่า...ฉันรักท่านมากที่สุด" ดารันพูดทั้งน้ำตาและเสียงสะอื้น พร้อมกับกระชับมือที่เกาะแขนของชายหนุ่มแน่นขึ้นไปอีก
"ไม่เป็ไรนะผมอยู่ตรงนี้ ผมไม่ปล่อยให้คุณเป็อะไรไปหรอก" รฐนนท์พูดปลอบ เผื่อว่าจะทำให้หญิงสาวที่ตัวสั่นด้วยความกลัว รู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง ที่จริงนี่เป็ครั้งแรกที่เขาพูดแบบนี้เลยก็ว่าได้ ปกติทำงานช่วยคนไม่เคยจะได้พูดอะไรแบบนี้ มีแต่ใช้กำลังเสียมากกว่า เขายังรู้สึกแปลกใจตัวอยู่เหมือนกัน แต่ว่าคำพูดนั้นมันก็มาจากใจของเขาจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรแล้วผู้กองรฐนนท์จึงค่อย ๆ พยุงตัวเองและดารันให้ลุกขึ้นนั่ง โดยที่ดารันเองยังไม่ยอมปล่อยมือที่เกาะแขนของเขา แถมยังคงหลับตาปี๋ซุกหน้าซบอยู่กับไหล่กว้างของเขาอยู่อย่างนั้น เรียกได้ว่าเธอยังเกาะติดเขาเป็ลูกลิงเลยก็ว่าได้ แต่การกระทำแบบนี้กลับทำให้รฐนนท์ อดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้ แม้ว่าจะในเวลาน่าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ก็ตาม นี่ถ้าเป็เมื่อก่อนเขาคงออกอาการรำคาญไปแล้วเป็แน่ แต่เพราะเหตุใดตอนนี้เขาจึงมีความรู้สึกแตกต่างออกไป เพราะเหตุใดกัน
หลังจากผ่านไปสักพัก ดารันจึงเริ่มรู้สึกดีขึ้นเมื่อเสียงต่าง ๆ รอบข้างเริ่มน้อยลงควันไฟและกลิ่นไหม้เบาบางลง เธอเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเธอยึดเอาไว้เป็เกราะกำบัง เป็ที่พักพิงที่อบอุ่นสำหรับเธอ ตอนนี้มันกลับทำให้เธอร้อนวูบวาบที่ใบหน้า เพราะว่าตอนนี้เธอกำลังกอดแขนของชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันเมื่อเช้านี้อยู่ ใบหน้าของเธอเองก็ซบอยู่กับไหล่กว้างของเขา
"เอ่อ...คือ.... ขอโทษนะคะผู้กอง " ดารันค่อยๆ ดันตัวออกห่าง และปล่อยมือที่กอดแขนของชายหนุ่มออก เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาช้า ๆ พอเห็นว่าเขาก็มองมาที่เธอเช่นกัน ดารันจึงรีบหลุบตาลงทั้งที่จริงเธอก็มองไม่เห็นแววตาของเข้าผ่านแว่นนั่นได้อยู่แล้วแต่เธอก็ยังรู้สึกเขินอยู่ดี
"ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมไม่ถือ ตำรวจมีหน้าที่รับใช้ประชาชนอยู่แล้ว" รฐนนท์สังเกตเห็นใบหน้าหญิงสาวเหมือนมีสีระเรือขึ้นแล้วจากที่ซีดมากในตอนแรก ไม่รู้ว่าเพราะอาการดีขึ้นหรือเพราะว่าเธออายเขากันแน่ แต่นั่นก็ทำให้เขายกยิ้มที่มุมปากได้อีกครั้ง ก่อนจะหันไปมองสำรวจรอบ ๆ ตัว
“คุณดีขึ้นรึยัง ผมว่าเราไปข้างในอาคารดีกว่านะ เพราะข้างนอกนี่อาจจะไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะมีระเบิกอยู่อีกหรือเปล่า” ผู้กองหนุ่มประเมินสถานการณ์ในตอนนี้ดู และคิดว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอ ควรเข้าไปหลบด้านในอาคารรวมกับคนอื่น ๆ จะดีที่สุด ที่เขารออยู่นี่ก็เพราะอยากให้กลุ่มควันบางลงหน่อยเมื่อมองเห็นอะไรชัดขึ้นแล้วจะได้พาหญิงสาวไปได้สะดวก
“ดีขึ้นแล้วค่ะ แต่ก็ยังกลัวนิดหน่อย นี่ยังมีะเิอยู่อีกเหรอคะ แค่นี้ก็จะแย่แล้ว" ดารันพูดเสียงสั่นนิด ๆ พร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ตัวอย่างหวาดหวั่น
“คุณไม่ต้องใไป ผมแค่พูดเผื่อไว้ อาจมีหรือไม่มีก็ได้ เอาเป็ว่าเรารีบไปกันดีกว่า... ขอโทษนะครับ” ว่าแล้ว รฐนนท์ก็ช้อนตัวดารันขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเ้าตัวใร้องเสียงหลง
“ดะ.... เดี๋ยว....คุณ .....ฉันเดินเองได้ค่ะ ไม่ต้องอุ้มก็ได้ ฉันดีขึ้นแล้ว วางฉันลงเถอะค่ะ! มัน....มันหนักนะคะ” ดารันรีบรองห้ามเสียงดัง แต่ประโยคสุดท้ายกลับเบาแทบไม่ได้ยิน เพราะเธอคิดว่าตัวเองอาจสร้างความลำบากให้อีกฝ่ายได้ด้วยเื่น้ำหนักตัวที่ออกจะเกินเกณฑ์ไปสักหน่อย และที่สำคัญที่สุดคือ เธออายเขาด้วย ‘ก็ั้แ่โตเป็สาวมาเนี่ยยังไม่เคยถูกอุ้มเลยนี่นา’
“ไม่เป็ไรหรอก ผมเคยแบกซุง หนักกว่าคุณอีก แค่นี้สบายมาก ดูสภาพคุณตอนนี้แล้ว ให้ผมอุ้มไปมันน่าจะเร็วกว่าที่คุณเดินไปเองด้วยซ้ำ แค่คุณเกาะผมไว้แน่น ๆ เหมือนเมื่อกี๊ก็พอ” ดารันรู้สึกว่าในน้ำเสียงของเขามีแววล้อเลียนเธออยู่เล็กน้อย แต่เธอก็ไม่มีเวลาคิดมาก ได้แต่รีบทำตามเพราะกลัวเขาทำเธอหล่นลงไป ด้วยความที่เขาเดินเร็วเหมือนจะวิ่งไปอยู่แล้ว ดารันซบหน้าลงกับแผงอกหนาของชายหนุ่ม สองมือก็กอดคอเขาเอาไว้แน่นตามคำสั่ง
ระหว่างทางไปตัวอาคาร ทำไมเธอรู้สึกว่ามันช่างไกลแสนไกลไปไม่ถึงสักที แต่ก็กลับอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ที่มีเขาคอยปกป้องเธออยู่ โดยปกติแล้วเธอมักทำอะไรเอง เรียกได้ว่าเป็ผู้หญิงเก่งพึ่งพาตัวเองตลอด แต่พอมาเจอแบบนี้ ความรู้สึกที่มีคนให้พึ่งพา มีคนคอยปกป้องเรามันเป็แบบนี้เอง ‘รู้สึกดีจัง’
“คุณ!....ถึงแล้ว” ผู้กองรฐนนท์วางดารันลงที่ห้องห้องหนึ่งภายในอาคารเรียน
“จากตรงนี้ คุณเดินไปตามทางเดินจนถึงสุดอาคารก็จะเจอหลาย ๆ คนที่หลบอยู่ในห้องนั้นนะครับ ผมต้องรีบไปก่อน” ผู้กองหนุ่มเดินผละออกมาได้สองสามก้าวก็หันกลับไปถามเธออีกรอบ
“คุณไหวนะ?” เขามองสำรวจหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะถามออกไปเพื่อความแน่ใจ
“ไหวค่ะ เอ๊ะ... คุณเืออกนี่คะ ตรงแขนอะค่ะ" ดารันสังเกตเห็นแขนเสื้อที่เปื้อนเืตรงบริเวณข้อสอกของผู้กองหนุ่ม
"อ๋อ แค่นิดหน่อยครับ สงสัยจะได้แผลตอนที่กันเสก็ดะเิให้คุณ ศอกคงไปกระแทกกับพื้น แต่ไม่เจ็บมากหรอกครับ เดี๋ยวเสร็จงานแล้วค่อยทำแผล ผมไปก่อนนะคุณเองก็รีบไปรวมกับคนอื่นๆ นะครับ" รฐนนท์เดินไปสองสามก้าวก็ต้องหยุดชะงักอีกเพราะเสียงเรียกของหญิงสาว
"ผู้กองคะ ... ระวังตัวด้วยนะคะ "