ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

    บทที่ 155 จูนจากลา

    "ทุกคนข้าวเสร็จแล้วค่า พักกันก่อนนะ"

     

    ราวๆเกือบ1ทุ่มพี่ฟางข้าวกับสาวๆในบ้านก็เอาโต๊ะกับจานออกมาวางเรียงกัน ฟางข้าวได้ยินมาจากออสตั้งแต่เมื่อวานเรื่องที่พวกหลีดจะใช้พื้นที่สนามซ้อมกัน เธอจึงเตรียมตัวทำอาหารเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วโดยมีสาวๆคอยช่วย

     

    อาหารที่ฟางข้าวทำนั้นประกอบไปด้วยกับข้าวหลายสิบอย่างทั้งหมดใช้วัตถุดิบชั้นดี วางเป็นถาด ให้คนตักข้าวแล้วมาเลือกตักกับราดเอาเอง

     

    ปกติแล้วหลีดจะเก็บรวมเงินแล้วให้คนไปซื้อมาให้ ซึ่งก็เป็นแค่ข้าวกล่องธรรมดาๆพอเห็นอาหารอย่างดีที่ฟางข้าวทำก็ตาลุกวาว

     

    "เดี๋ยวนี่กะกุ้งแม่น้ำหรอ"หลีดชายคนหนึ่งพูดตาเป็นประกายหลังจากเห็นอาหารราคาแพงบนโต๊ะ พอลองนับๆดูแล้วมีพอสำหรับทุกคนเลยด้วย

     

    "สุดยอดด"

     

    ...

     

    สวยๆทั้งนั้นเลย

     

    ฟ้าไม่ได้มองอาหารเลยสักนิดเธอมองสาวๆที่กำลังเรียงอาหารออกมากันมากกว่า พอเห็นแต่ละคนก็ซึมไปเล็กน้อย

     

    ไม่ใช่แค่ฟ้า ตอนนี้ทรายก็มองสาวๆด้วยความสงสัยเช่นกัน แต่เธอแค่สงสัยว่าสาวสวยพวกนี้เป็นใครเท่านั้น ต่างจากฟ้าที่รู้เบื้องหลัง

     

    "ผู้หญิงพวกนี้เป็นใครหรอคะคุณจูน"ทรายตัดสินใจถาม

     

    "อ๋อสาวใช้ในบ้านหนะ"จูนตอบ

     

    ทรายพยักหน้ารับ ไม่ทันไรก็มีเสียงแทรกเนื่องจากพวกจูนไหม่ได้พูดเสียงเบาคนอื่นๆรอบๆก็ได้ยินกันหมด

     

    "โหสาวใช้แต่คนอย่างสวยสมเป็นคนรวย"

    "นั่นดิน่าอิจฉาสุด"

    "ว่าแต่สวยขนาดนี้มีซัมติงแน่ๆ"

     

    เพียะ

    เสียงฟาดเบาๆจากเพื่อนนักศึกษาหญิงทำให้จูนอดขำไม่ได้

     

    "มีซัมติงบ้าอะไรแกเห็นคู่หมั้นเขานั่งหัวโด่อยู่มั้ย"

    "แล้วอย่ามาหื่นได้ป้ะฮะ"

     

    หลังจากนั้นทุกคนก็กินข้าวไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน มีหนุ่มๆบางคนอยากลองของเข้าไปจีบสาวใช้ของออสด้วยแต่ก็โดนปฏิเสธแบบไม่ใยดีทำเบาโดนเพื่อนๆล้อกันยกใหญ่

    ...

    "เออนี่ฉันมีเรื่องต้องบอกนาย"จูนหันมาคุยกับออสที่เข้ามานั่งกินข้าวด้วย

     

    "ว่าไง"

     

    "ฉันปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวคงไม่ได้มาสักพักนะ คือฉันจะไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวหนะ พ่อก็ไปแต่คงบินกลับก่อนรายนั้นหายไปนานๆไม่ได้ ส่วนฉันกับแม่คงอยู่ยาวเลย"จูนบอก แม่เธอดีขึ้นมากๆแล้วเธอเลยถือโอกาสไปพักผ่อนยาวๆสักที

     

    "เข้าใจแล้วไปเถอะ"ออสไม่ติดอะไรอยู่แล้วยังไงเขากับจูนก็ยังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนานหลังจากนี้

     

    แต่ก่อนที่จะไปออสก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงรั้งจูนเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นจึงพาเธอลงไปชั้นได้ดินและเขาไปในห้องนิรภัยก่อนจะหยิบมานาอย่างให้เธอ1หลอด

     

    "ให้แม่เธอนะ จะได้เดินทางปลอดภัย"

     

    "ออส"จูนมองออสด้วยท่าทางตื้นตัน ถึงจะบอกว่าแข็งแรงขึ้นแล้วแต่แม่ของจูนก็ยังมีร่างกายที่แย่กว่าคนทั่วไปอยู่ดี การที่ได้รับมานาทำให้มั่นใจได้เพิ่มขึ้นมากๆเลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะปลอดภัย

     

    ยามานานั้นถ้าให้คนทั่วๆไปหลอดหนึ่งอยู่ได้ราวๆ10ปีอาจจะบวกลบนิดหน่อยจากขนาดตัว แต่แม่ของจูนนั้นอาจจะอยู่ได้เพียง5-6ปีเท่านั้นเนื่องจากสภาพร่างกายที่ย่ำแย่

     

    ต้องเข้าใจก่อนกว่ามานาจะเข้าไปฟื้นฟูร่างกายให้อยู่ในสภาพตอนที่ได้รับมานา เพราะงั้นถ้าร่างกายมีสภาพที่ย่ำแย่ทรุดโทรมเร็วก็จะทำให้มานาลดลงเร็วขึ้นเนื่องจากต้องใช้ปริมาณมานาฟื้นฟูที่มากขึ้น

     

    จูนเก็บหลอดมานาเข้ากระเป๋าไปก่อนจะดึงออสเข้ามาจูบอย่างนุ่มนวลโดยที่จูบนี้เป็นจูบจากความรักล้วนๆไม่ได้มีเรื่องของกามอารมณ์มาเกี่ยวข้อง

     

    หลังจากนั้นจูนก็ลาออสแล้วกลับไป คงอีกพักใหญ่เลยกว่าจะได้เจอเธออีกครั้ง แต่กลับมาครั้งหน้าเธอคงจะย้ายเข้ามาอยู่กับเขาอย่างถาวรแล้ว

     

    หลายวันต่อมา

     

    ตอนนี้ออสปิดเทอมเรียบร้อยแล้ว

     

    ปกติแล้วเวลาซ้อมกว่าจะต้องมานั่งตามหาคนกันตลอด คนนั้นมาสายบ้างคนนี้มาไม่ได้บ้าง แต่พอมาซ้อมที่บ้านออสทุกคนต่างๆก็กะตือรือร้นกันมากๆ เนื่องจากที่บ้านออสนอกจากจะเลี้ยงอาหารอย่างดีทุกมื้อแถมยังมีขนม ของว่างให้เต็มไปหมด ทำเอาพี่ๆที่คุมซ้อมต้องปรามสาวๆว่าให้ระวังการกินเพราะถ้าอ้วนขึ้นตอนแข่งคงจะไม่ดีแน่ๆ

     

    พอเรื่องนี้ประจายออกไปทำเอาพวกแสตนอิจฉากันสุดๆ

     

    แน่นอนว่ามีคนมากมายสงสัยว่าออสมีพื้นเพเป็นมายังไงกันแน่เพราะแต่มื้อแต่ละวันที่เลี้ยงอาหารมีมูลค่าเป็นหมื่นๆแน่นอน  แถมตอนนี้พี่ฟางข้าวก็ไม่ได้ทำเองแล้วด้วยเนื่องจากทำเองทุกมื้อบริมาณขนาดนี้ทุกวันเธอทำไม่ไหวถึงจะมีสาวๆคอยช่วยแต่ตัวหลักก็มีแต่เธออยู่ดี เพราะงั้นเลยใช้วิธีสั่งมาจากข้างนอกแทน

     

    ออสเองก็ไม่ได้ปิดอะไรเขาก็บอกทุกคนไปไม่ต่างจากบอกเพื่อนๆคือเป็นหลานเจ้าของธนาคารฟินิกส์ทำให้ในหมู่นักศึกษาฮือฮากันไม่น้อย 

     

    ส่วนเรื่องสาวใช้ถึงแม้ว่าจะมีคนสงสัยว่าที่สาวใช้สวยขนาดนั้นเพราะออสต้องใช้บนเตียงด้วยรึเปล่าหรือแค่เพราะรวยเลยจ้างมาแต่สาวๆสวยๆ แต่ออสก็ไม่ได้อธิบายอะไรใครอยากจะเข้าใจแบบไหนก็ให้เข้าใจไปเขาไม่สน

     

    แน่นอนว่าถ้ามีใครรู้ความจริงก็รู้ไป 

     

    หลังจากหลายๆเรื่องที่ผ่านมาเขาตัดสินใจไปแล้วว่าจะไม่ปิดอะไรแล้ว

     

    แต่แน่นอนว่าทุกคนไม่มีโอกาสได้เห็นไอดอลสาวอย่างรันรันเนื่องจากออสบอกเธอเอาไว้แล้วทำให้เธอไม่ได้แวะมาที่บ้านระหว่างที่มีการซ้อม ออสจำเป็นต้องซ่อนเธอไว้1คนเนื่องจากถ้าเรื่องกระจายออกไปว่าไอดอลอย่างรันรันมาทำงานเป็นสาวใช้คนที่เดือดร้อนจะเป็นเธอไม่ใช่เขา

     

     

     

    วันหนึ่งในช่วงกลางวัน

     

    "ฟ้าไม่ได้เจอนานเลย สบายดีมั้ย" แววที่เห็นฟ้าก็เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง

     

    ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังเลิกเรียนแววเองก็ต้องไปช่วยงานคณะเธอ

     

    แววนั้นอยู่ส่วนที่ต้องสนับสนุนหลีดเหมือนออสเธอเลยกลับดึกเพราะคณะเธอก็ต้องไปซ้อมที่บ้านของเด็กในคณะเช่นกัน ตลอดหลายวันที่ผ่านมาแววเลยไม่มีโอกาสได้เจอฟ้าเพราะกลับมาทุกคนก็เลิกซ้อมกลับบ้านกลับหอกันหมดแล้ว

     

    มาวันนี้คณะของแววหยุดพัก1วันเธอเลยมีโอกาสได้เจอ

     

    "อ้าวแววสวัสดีจ่ะ"ทั้งสองคนไม่ได้เจอกันเลยหลังจากตอนที่รถชนครั้งนั้น

     

    "ยังน่ารักเหมือนเดิม นี่ออสเมื่อไหร่จะจีบให้มาอยู่ด้วยกันซักทีหละ"ออสคิ้วกระตุก ยัยแววเล่นถามออกมาโต้งๆเลย แถมยังเดินเข้าไปโอบเอวฟ้าหน้าตาเฉยทำเอาฟ้าทำตัวไม่ถูก

     

    "เอ่อคนนี้ใครอีกเนี่ย"ทรายถามขึ้นหลังจากที่เห็นทุกคนเงียบกันหมดเพราะไม่รู้จะตอบอะไรแวว

     

    หลังจากที่หมือนเธอจะสังเกตุเห็นบางอย่างระหว่างฟ้ากับออสเธอเลยเข้ามาตีสนิทฟ้าแถมพยายามตามติดฟ้าตลอดเลยด้วย

     

    "แววหนะ แฟนของออส"ฟ้าหันไปตอบทราย ทำให้เธอตาเบิกกว้างรีบดึงฟ้าออกมา

     

    "เดี๋ยวนะแล้วจูนหละ หรือพอจูนไม่อยู่คนนี้เลยมา ออสสลับรางเอาหรอ"ทรายถามด้วยท่าทางตื่นเต้นเหมือนกำลังจะได้รู้ความลับน่าสนใจบางอย่าง

     

    "เปล่านะ เท่าที่ได้ยินมาจูนกับแววก็สนิทกันดีนะ"ฟ้าตอบก่อนที่จะอธิบายตามที่เธอได้ยินมาคือออสคบกับแววก่อนแล้วมารู้ทีหลังว่าทางบ้านจัดการให้จูนเป็นคู่หมั้นสุดท้ายทั้งสองคนสามารถตกลงอยู่ด้วยกันได้เลยไม่มีปัญหาอะไร

     

    พอได้ยินทรายก็แอบยิ้มอย่างมีเลสนัย

     

    ถ้ามีคนเดียวอาจจะยากแต่ถ้ามี สองแล้ว จะมีคนที่สาม สี่ ห้า มันก็ไม่ได้แปลกใช่ไหม