เทพมารลิขิตฟ้า

    ตอนที่ 39 - การประลองรอบสุดท้าย

    สองวันถัดต่อมาหลังจากการประลองของจิ๋นเม่ยหลงและหยางเฉิน รุ่งสางของวันนี้มา ทุกพื้นถนนปรากฏร่างผู้คนนับไม่ถ้วนแต่ละคนท่าทางเร่งรีบกว่าวันไหนๆ แน่นอนว่าจุดมุ่งหมายของพวกมันที่จะไปคือเดียวกัน นั่นก็คือลานประลองที่ห่างจากตำหนักท่านเจ้าเมืองไม่ไกลเท่าไหร่นัก วันนี้ที่นั่งทุกที่ถูกจัดสรรใหม่ทั้งหมด โดยการแบ่งเป็นสองฝั่ง


    ฝั่งหนึ่งเป็นที่นั่งของพรรคที่เข้าร่วมการประลองโดยมีทุกพรรคนั่งรวมอยู่ฝั่งเดียวกัน อีกฝั่งหนึ่งเป็นที่ที่จัดไว้ให้บุคลภายนอกได้นั่งชมการประลองในรอบสุดท้าย ผู้คนในที่นี้ก็จะแตกต่างกันออกไป บ้างก็เป็นพ่อค้า บ้างก็เป็นชาวบ้านธรรมดา บ้างก็เป็นเด็ก เรียกได้ว่าชาวเมืองทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้กว่าเจ็ดส่วน มาร่วมรับชมการประลองในรอบชิงชนะเลิศ


    ขอบลานประลองบังเกิดเสียงสนทนาดังอื้ออึงไม่ขาดสาย ... แม้ว่านี่จะเป็นช่วงเช้าตรู่ของวันแต่ผู้คนและพลพรรคต่างๆเองก็มารอกันครบไม่ขาดรวมถึงจิ๋นเม่ยหลงเองก็ด้วย เงาร่างหกสายก็ค่อยๆปรากฏอยู่บริเวณที่นั่งของท่านเจ้าเมือง เสียงที่กำลังดังตรงรอบๆบริเวณลานประลองพลัยเงียบสงบในฉับพลันทุกสายตาต่างจ้องมองไปยังที่นั่งของท่านเจ้าเมือง ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ และ พรรคเล็กพรรคใหญ่ต่างยืนขึ้นแล้วโค้งกายกันอย่างพร้อมเพียงกันโดยมิได้นัดหมาย 


    ฟางหรง ,หลี่ต๋า ,หลี่คง ,เฟยหลง ,เฟยเทียน ,หนิงเอ๋อ 



    “เชิญพวกท่าน” ฟางหรงเอ่ยปากขึ้น เฟยหลง เฟยเทียน และหนิงเอ๋อ พยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ เมื่อเห็นทั้งสามนั่งกันเรียบร้อยแล้ว ตนเองจึงนั่งลงเช่นกัน ไม่ต้องเอ่ยถามว่าเหตุใด ท่านเจ้าเมืองต้องทำเช่นนี้ สามคนนี้เป็นแขกอันทรงเกียรติ ทั้งยังเป็นทั้งสามคนที่ชี้แนะการฝึกให้กับหลายๆพรรคในเมืองของนาง ปัญหาเล็กน้อยภายในเมืองก็เป็นทั้งสามคนที่คอยแก้ไข



    สำหรับนางแล้วพวกมันนับว่าเป็นผู้มีพระคุณ  
    “หลี่ต๋าได้เวลาแล้ว” ฟางหรงเอ่ยขึ้นอีกครา หลี่ต๋าที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ก้าวออกไปด้านหน้ามันกระแอมออกมาสองครั้งก่อนที่จะเอ่ย “งานประลองยุทธประจำปีที่จะจัดขึ้นทุกๆสี่ปีของเมืองเรานั้นการแข่งขันเมื่อสองปีที่แล้วข้าเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังติดตาตึงใจกับการประลองในรอบชิงชนะเลิศลำดับหนึ่งของเมื่อครั้งนั้น แต่! ปีนี้กลับต้องจัดขึ้่นก่อนกำหนด”


    “และข้าเชื่อว่าการประลองยุทธรอบชิงชนะเลิศลำดับหนึ่งของเมืองฟ้าประกายแสงครั้งนี้นั้น ดุดันเข้มข้นกว่าครั้งที่ผ่านมาแน่นนอน เพราะนี้จะเป็นครั้งแรกที่บังเกิดยอดอัจฉริยะผู้เยาว์ที่ทะลวงปราณนภาในอายุสิบเก้าปี!!! และยอดอัจฉริยะอีกคนพลังปราณปริศนาที่หวั่นเกรงถึงแม้ระดับพลังจะต่ำต้อยแต่ก็มิอาจดูถูกได้เพราะพลังอันต่ำต้อยนี้จะทำให้พวกเจ้าต้องกลืนน้ำลายที่ตนเองต้องการจะถุยลงพื้น อย่างแน่นอน!!”


    “จิ๋นเม่ยหลง เจียวเหมย ถ้าหากพวกเจ้าพร้อมแล้ว..ลงลานประลองได้!!” เสียงหลี่ต๋าช่วงสุดท้ายนั้นดังเข้าหูผู้คนอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เสียง เฮ จากผู้คนดังสนั่น เงาร่างสองสายปรากฏขึ้นบนลานประลอง หลี่ต๋า สาดสายตาจ้องมองคนทั้งสองเมื่อเห็นท่าทางของทั้งคู่น่าจะพร้อมก็เอ่ยปากเปิดการประลอง 
    “เริ่มประลองได้!!”

    ฟุ๊บบ

    หลังสิ้นเสียงหลี่ต๋า เงาร่างทั้งสองพุ้งเข้าปะทะกันทันที ทั้งสองต่างไม่ได้เรียกอาวุธของตนเองออกมาแน่นอนว่านี่คือการหยั่งเชิงเท่านั้น กลางลานประลองทั้งสองแลกหมัดกันอย่างหนักหน่วง ฝ่ายที่ดูได้เปรียบคงจะเป็น เจียวเหมย ด้วยระดับพลังที่ห่างชั้นแน่นอนย่อมสะกดข่มทางจิ๋นเม่ยหลงได้แน่นอนอยู่แล้ว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่จิ๋นเม่ยหลงถูกกดดันอย่างหนักหน่วงกว่าการประลองครั้งที่ผ่านๆมา


    ทุกการโจมตีของเจียวเหมย ไม่มีการเก็บออมแรงใดๆทั้งนั้นถึงแม้นี่จะเป็นเพียงแค่การหยังเชิงก็เถอะ..  

    จิ๋นเม่ยหลง กัดฟันแน่น การโจมตีของนางหนักหน่วงเกินไปถ้าเป็นอย่างนี้แต่ไปเรื่อยเกรงว่าตนเองจะทนได้อีกไม่นาน จิ๋นเม่ยหลงที่เอาแต่ตั้งรับหมัดของเจียวเหมย ตอนนี้พลันระเบิดพลังสวนกลับ

    “หมัดทรายภูผา”  เปรี้ยงง ! 

    กำปั้นขวาของทั้งคู่ปะทะกันบังเกิดเศษธุลีบดบังภาพตรงหน้าของผู้คนไปทั่วทั้งสนามปะลอง การโจมตีนี้เป็น เจียวเหมย ที่รั้งแขนตัวเองกลับอย่างเร็วนางกัดฟันเล็กน้อยเท้าซ้ายของนางเตะเข้าไปที่สีข้างของ จิ๋นเม่ยหลง เต็มแรง 

    อึก! 

    จิ่นเม่ยหลง แค่นเสียงอย่างอดสู้ร่างลอยละลิ่วออกไปด้านข้าง จิ๋นเม่ยหลงใช้ปลายเท้าของตนเองจิกพื้นลากเป็นทางยาวก่อนที่จะตนเองจะทรงตัวได้ในท่ายืนปกติ ทั้งสองมือของจิ๋นเม่ยหลงแตะไปที่ซี่โครงขวา สีหน้าแสดงออกถึงความเจ็บปวดแต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่ที่ร่างของ เจียวเหมย นางเองก็จับไปที่ข้อมือขวาของตนเองเช่นกัน ถึงแม้อาการมือขวาของนางจะไม่ร้ายแรงมาก แต่ก็ยังมีอาการเจ็บแปร๊บอยู่เล็กๆ 


    ถ้าหากหมัดนั้นนางอ่อนแรงลงสักสองส่วน แขนนางคงจะเกิดอาการบาดเจ็บเป็นแน่ เจียวเหมย สบัดข้อมือขวาของนางทีนึงก่อนที่จะเหินร่างเข้าใส่จิ๋นเม่ยหลง ความเร็วดุจอัสนีบาตของนาง เพียงพริบตาเดียวร่างก็เข้าประชิดตัวของจิ๋นเม่ยหลง จิ๋นเม่ยหลงนัยน์ตาแปรเปลี่ยนเป็นเบิกโพลงสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีดยังไม่ทันได้ตั้งสติดี ศอกของเจียวเหมยก็กระทุ้งเข้าเต็มหน้าท้องของมันซะแล้ว


    จิ๋นเม่ยหลง ปลิวถอยไปไกลลิ่วพร้อมโลหิตที่พ่นออกจากปากตามหลังเป็นทางยาว ร่างของจิ๋นเม่ยหลงตกกระแทกพื้นกลิ้งตลบไปอีกหลายรอบอย่างรุนแรง “อ่อค! ถ้าขืน...ยังเป็นแบบนี้ต่อไป..คงไม่ดีแน่” จิ๋นเม่ยหลง สบถคำขึ้นในใจก่อนที่จะค่อยๆชันเข่าขึ้นมาข้างนึงได้อย่างทุลักทุเล “ถุ้ย” จิ๋นเม่ยหลง ถ่มลิ่มเลือดทิ้ง พลังปราณทมิฬปริศนาในมือทั้งสองข้างของ จิ๋นเม่ยหลง ก็เริ่มที่จะสำแดงออกต่อหน้าสาธารณะชนจำนวนมากที่จับจ้องชมการประลอง

    “ว้าว!! ดูนั่น”

    “พลังอะไรกัน?”

    “พลังปราณสีดำ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบเจอ
    ”



    จิ๋นเม่ยหลง วางมือทั้งสองข้างเหนืออาการบาดเจ็บตามร่างกาย พลังมารอันแสนบริสุทธิ์ดุจเด็กแรกเกิดก็เริ่มทำการรักษา บาดแผลรวมถึงอาการเจ็บปวดเริ่มจะทุเลาลง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้นที่หายไป จิ๋นเม่ยหลง เหยียดกายยืนขึ้นปัดเศษอิฐเศษธุลีที่เกาะอยู่ตามอาภรณ์ สายตาก็ยังจับจ้องไป ยังร่างของเจียวเหมยที่อยู่ห่างจากตนเองไปไกลโข ในใจขบคิดวิธีการที่ตนเองจะสามารถตอบโต้นางกลับได้บ้าง แม้จะเล็กน้อยก็ยังดี


    ไม่นานนักตนเองก็คิดถึงคำพูดของ มังกรอนธการ ขึ้นมาได้ประโยคหนึ่ง!! 

    “ถ้าไม่อยากอยู่ในสภาพนี้เจ้าก็ต้องแข็งแกร่งขึ้น หากไม่สามารถสู้ได้ด้วยกำลังก็ควรจะมีกลอุบายไว้หลอกคู่ต่อสู้ของเจ้า” (นี่เป็นคำพูดของมังกรอนธาร ที่พูดกับจิ๋นเม่ยหลง ตอนฝึกกับร่างเงา)


    จิ๋นเม่ยหลง มุมปากยกขึ้นอย่างชั่วร้าย “หึ! ถ้าหากประมือกันซึ่งๆหน้าเป็นข้าที่ต้องพ่ายแพ้ แต่ถ้าหากเป็นเรื่องความเร็วข้าไม่แพ้เจ้าแน่” ถึงแม้จะอยู่ไกลโข แต่เสียงของจิ๋นเม่ยหลงที่พูดออกมานั้น เจียวเหมย ก็ได้ยินอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง นางเลิกคิ้วขึ้น ก่อนที่จะยกยิ้มและพ่นลมออก 
    นางพุ่งเข้าใส่จิ๋นเม่ยหลง ด้วยความไวดุจสายฟ้า


    ฟุ๊บบ 



    “อึก!!” เจียวเหมย ยกแขนขึ้นมาถูบริเวณดวงตาทันที  นี่เป็นกลอุบายที่จิ๋นเม่ยหลงวางไว้ ก่อนที่ร่างของนางจะเข้ามาประชิดตัวจิ๋นเม่ยหลงก็เตะเศษดินที่อยู่บริเวณเท้าใส่ใบหน้าของนาง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงเสี้ยวพริบตาจริงๆ  ถึงแม้ เจียวเหมย จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่จับตามองได้ยาก แต่การโต้ตอบของจิ๋นเม่ยหลงนั้น มองยากยิ่งกว่า หากดูเผินๆ เหตุการณ์นี้ไม่รู้ด้วยซ้ำเพราะอะไร เจียวเหมย ถึงต้องขยี้ตา


    “โอ้วววว”

    “อะไรกันเกิดอะไรขึ้น?”

    “นางทำอะไร?”

    “หยาบช้า”  ไป๋หลงเสวี่ย ที่นั่งชมการประลองอยู่เงียบๆ พลันพูดขึ้นมา

     

    เมื่อสบโอกาสแล้ว จิ๋นเม่ยหลง จะพลาดได้เช่นไร 
     จิ๋นเม่ยหลง ต่อยเข้าที่ท้องสีข้างและใบหน้าซีกขวา ของ เจียวเหมย ทุกหมัดใช้ออกด้วยวิชา “หมัดทลายภูผา” ความเจ็บปวดสุดแสนพรรณา ถาโถมเข้าร่างเจียวเหมย อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว นางไม่คิดว่าหมัดของจิ๋นเม่ยหลง จะรุนแรงถึงขนาดทำให้กายาระดับปราณนภาของนางต้องบาดเจ็บถึงเพียงนี้


    แต่จิ๋นเม่ยหลง ก็ยังไม่หยุดมือแต่เพียงเท่านี้ มันควักทุกสรรพวิชาที่ได้ฝึกฝนในโลกมายาของ มังกร อนธการ กระหน่ำเข้าใส่ร่างของ เจียวเหมย แบบไม่หยุดพัก... เพียงแค่เวลาสามลมหายใจ กระบวนท่าที่จิ๋นเม่ยหลงใช้ออกไปนั้นไม่ต่ำกว่าสิบกระบวนท่า 
    “แฮ่กๆ เอาคืนไป” การโจมตีครั้งสุดท้ายของจิ๋นเม่ยหลงใช้พลังปราณในร่างเกือบทั้งหมดในครั้งนี้ 

    เปรี้ยงงง

    เสียงดังกึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณ ในการโจมตีครั้งสุดท้ายของ จิ๋นเม่ยหลง เตะใส่เจียวเหมย อย่างแรง ในกรอบสายตาของจิ๋นเม่ยหลง เห็นเจียวเหมย ร่างลอยกระเด็นออกไปไกล  ในใจพลันรู้สึกโล่งอกขึ้นมาได้เล็กน้อย แต่พริบตาต่อมากลับทำให้มันต้องตาค้างอ้าปากคางแทบล่วงลงพื้น 
    “0” 


    เจียวเหมย หยุดยืนได้อย่างปกติ เสมือนว่าการโจมตีของจิ๋นเม่ยหลงนั้นไม่สามารถทำอะไรนางได้เลย..   ภายนอกผู้คนอาจมองว่านางไม่ได้รับบาดเจ็บ.. มีแต่นางเท่านั้นที่รู้ว่าการโจมตีของจิ๋นเม่ยหลงนั้นรุนแรงเกินกว่าที่
    นางคิดไว้  สองสายตาของนางเริ่มที่จะกลับมามองได้อย่างปกติ กลอุบายของจิ๋นเม่ยหลง นั้นนับว่าแสบใช่ย่อย สายตาเย็นชาจับใจ จ้องไปยังร่างจิ๋นเม่ยหลงก่อนที่จะเอ่ยปากเย็บยะเยียบดุจน้ำแข็ง “เรา..หยั่งเชิง..กันมามากพอแล้ว” 


    มือขวาของนางพลันปรากฏ กระบี่เรียวยาวสีเงิน รัศมีกระบี่อันไม่ธรรมดาสร้างแรงกดทับให้กับจิ๋นเม่ยหลงทันที 

    จิ๋นเม่ยหลง สีหน้าตอนนี้ทำได้แค่เพียงยิ้มออกมาอย่างไม่น่าชมเท่านั้น..



    *************************************************************************************************

    ขอโทษที่หายไปน๊านนน นานแสนนานนะครับ พอดี น้องริดซี่(ดวง) มาเยี่ยมทำให้ผมไม่สามารถนั่งแบบปกติได้เป็นเวลาเกือบ2เดือนแล้ว (ตอนนี้อาการเริ่มใกล้ที่จะหายแล้ว แต่เวลาถ่ายยังเจ็บอยู่และมีเลือดออกอยู่ทุกครั้งที่ถ่ายทำให้ต้องดูอาการกันต่อไป)  ส่วนเรื่องการเขียนผมเริ่มจะกลับมาเขียนต่อแล้วเด้อคนที่ติดตามอยู่ก็ขอขอบพระคุณด้วยนะครับบบบ   เวลาลงนิยายไม่แน่นอนนะ อาจจะเหมือนเดิม 3วันตอน 55555 

    คล้ายกับเรื่องเทพมารลิขิตฟ้า ที่คุณอ่าน

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247