ไป่ฉีอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เขาเดินออกมารอเมิ่งชิงชิงที่ป้ายรถเมล์เหมือนทุกครั้ง วันนี้การถ่ายรายการจะมีในช่วงบ่าย แต่ที่ไป่ฉีต้องออกแต่เช้าเพราะสตูดิโออัดรายการอยู่อีกเมืองหนึ่ง โดยเขาต้องการเผื่อเวลาให้เมิ่งชิงชิงได้ทานข้าวกลางวันก่อนจะพาเขาไปสตูดิโอสำหรับถ่ายรายการ
“ถ่ายตั้งบ่าย นายออกเช้าขนาดนี้เลยเหรอ น่าจะพักสักหน่อยนะ” เมิ่งชิงชิงพูดด้วยความเป็นห่วง
“พี่ชิงชิงจะได้มีเวลาทานข้าวกลางวันไงครับ กินข้าวไม่ตรงเวลามันไม่ดีต่อสุขภาพนะ” ไป่ฉีกล่าว
“ที่นายออกเช้าเพื่อให้ฉันมีเวลาทานข้าวเหรอ ขอบใจนะ” เมิ่งชิงชิง ไป่ฉีกับเธอคบกันมาได้สักระยะแล้ว ถึงแม้จะมีเวลาอยู่ด้วยกันเฉพาะตอนนั่งรถ หรือหลังจากไป่ฉีเลิกเรียนจากคลาสการแสดงของอาจารย์หลิว แต่คำถามที่ไป่ฉีมักถามเธอประจำคือทานข้าวมารึยัง สำหรับเธอแล้วมันมีความหมายมาก ตอนเธอยังเด็ก เธอมักจะถูกเรียกไปทานข้าวโดยเมดของคฤหาสน์ เมดพวกนั้นไม่เคยถามว่าเธออยากกินอะไร มีหน้าที่คือเรียกเธอรับมื้อเช้า กลางวัน เย็น ส่วนจะกินหรือไม่กิน พวกเมดไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย
“อ้อ จริงด้วยปู่เมิ่งเจี่ยได้โทรหาพี่รึยังครับ” ไป่ฉีถาม
“โทรมาแล้ว ปู่อยากให้นายรับงานถ่ายแบบของนิตยาสารสัก 3-4 เล่มน่ะ เพราะท่านอยากให้นายมาถ่ายแบบให้กับแบรนด์เทียนซาน ของท่าน แต่อยากให้นายมีชื่อเสียงด้านนี้อีกสักหน่อย ตอนนี้มีนิตยสารแฟชั่นติดต่อมา 2-3 ราย จะรับงานไว้รึเปล่า” เมิ่งชิงชิงถาม
“ผมขออ่านรายละเอียดงานเย็นนี้นะครับ ยังไงขอดูรายละเอียดงานอย่างแบรนด์ที่พวกเขาจะลงในนิตยสารก่อน พร้อมกับดูธีมด้วย ถ้าไม่ใช่ธีมที่ผมถนัดหรือชอบ ผมก็ไม่รับ” ไป่ฉีตอบ เขาคิดว่าเขาคงได้ความจุกจิกนี้มาจากเมิ่งเจี่ยละมั้ง
“นายเป็นแค่หน้าใหม่ในวงการ เลือกมากระวังจะมีข่าวไม่ดีออกไปนะ” เมิ่งชิงชิงเตือน
“ลองดูสิครับ เดี๋ยวผมจะเขียนบทวิจารณ์แบรนด์ ๆ นั้นให้ขายไม่ออกเลยคอยดู พี่ชิงชิงคิดว่าปู่ซีหลัวกับปู่เมิ่งมีคนรู้จักกี่คนในประเทศนี้เหรอครับ” ไป่ฉีถาม
“ตั้งแต่เด็ก ๆ ที่ฉันเห็นก็เยอะนะ” เมิ่งชิงชิงทำท่านึก ตั้งแต่เด็ก ๆ เนื่องจากพ่อแม่ไม่ค่อยอยู่กับเธอ ตัวเธอจึงมักจะขอตามปู่ไปออกงานเสมอ ๆ
“ในนั้นผมว่าต้องมีคนใหญ่คนโตในวงการแฟชั่นด้วยแน่” ไป่ฉีกล่าว
“นายคิดจะใช้เส้นสายเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ผมจะบอกอะไรให้นะ เนี่ยฟง ยังใช้เส้นสายของ PDเสี้ยนหรัวเลย” ไป่ฉีกล่าว
“นายมีหลักฐานเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม จากนั้นไป่ฉีก็เปิดเสียงการทำกิจกามของเนี่ยฟงกับเสี้ยนหรัวที่เขาอัดได้ครั้งนั้ ให้เมิ่งชิงชิงฟัง เธอถึงกับหน้าขึ้นสีเลยทีเดียว
“อธิบายมาด้วยนะ ทำไมถึงไปอยู่ตรงนั้น” เมิ่งชิงชิงกล่าว ไป่ฉีจึงอธิบายสาเหตุให้ฟังทั้งหมด (ไปย้อนอ่านเอาเองนะไรท์ไม่พิมพ์)
“งี้นี่เอง” เมิ่งชิงชิงพยักหน้า
“อ๊ะ พี่ชิงชิง แวะร้านนั้นกัน น่าจะอร่อยนะ” ไป่ฉีรีบชี้ไปยังร้านอาหารริมทาง
“ว้าว ตาถึงนี่ ร้านนี้ฉันมากินบ่อยสมัยเรียนน่ะ” เมิ่งชิงชิงตาเป็นประกาย เธอไม่ได้มากินที่ร้านนี้ตั้งแต่จบมัธยมปลายได้ล่ะมั้ง
หลังจากเธอจอดรถ ทั้ง 2 คนจึงลงไปนั่งที่โต๊ะริมทางเท้า ดูเหมือนเจ๊เจ้าของร้านจะจำเธอได้
เมิ่งชิงชิงเริ่มสั่งอาหารทันที เธอหันมาถามไป่ฉี ส่วนไป่ฉีปล่อยให้เธอสั่งโดยไม่คัดค้านอะไร
ใช้เวลาไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ เมิ่งชิงชิงลงมือกินทันที ส่วนไป่ฉีนั้นลองกินเป็นครั้งแรก สำหรับเขามันคือความแปลกใหม่ ประสาทรับรสของเขาไม่ได้ใช้มาเป็นเดือนตั้งแต่ไป่ฉีเจ้าของร่างตายไป ถึงอย่างนั้นสมองก็ยังคงจดจำได้ว่ารสชาติหวาน เค็ม เปรี้ยว เผ็ด มันเป็นอย่างไรอยู่ ซึ่งจากความทรงจำเดิม อาหารตรงหน้าเขาถือว่าอร่อยืเดียว
“เป็นไง อร่อยใช่ไหมล่ะ” เมิ่งชิงชิงยิ้ม
“อืม อร่อยดี ไว้เดี๋ยวว่าง ๆ จะทำให้พี่ชิงชิงกินละกัน” ไป่ฉียิ้ม
“ไม่มีทางหรอก สูตรใครสูตรมัน นายทำไม่มีทางทำรสชาติอย่างนี้ได้หรอก” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“คร้าบ ๆ ถึงเวลานั้นอย่ามาขอร้องผมนะ ไม่งั้นล่ะก็ต้องมีของแลกเปลี่ยนด้วย” ไป่ฉีเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม ไป่ฉียื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ หูของเธอๅ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ
“Deep Kiss สัก 3 ยกครับ” ไป่ฉีกล่าว ทำให้เมิ่งชิงชิงหน้าขึ้นสีอีกครั้ง
“นี่นายคิดอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเรื่องลามกใช่ไหม” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ก็ผมคิดแต่เรื่องพี่ชิงชิงนี่” ไป่ฉีทำตาใสซื่อ (ฝึกสอนโดยอาจารย์หลิว)
“อึก เข้าใจแล้ว หยอดอยู่ได้ไม่เบื่อรึไง” เมิ่งชิงชิงที่เห็นสายตาใสซื่อราวเด็กทารกแบบนี้ก็ทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก
“น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนไงครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ขอโทษทีนะที่ฉันมันเป็นสแตนเลส” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“อ้อ เดี๋ยวมานะ” ไป่ฉีลุกขึ้นไปคุยกับเจ๊เจ้าของร้าน ก่อนจะกลับมานั่งที่โต๊ะ
“นายคุยอะไรกับเจ๊น่ะ” ชิงชิงถาม
“ค่าน้ำร้อนน้ำชาทีมงานไงครับ พี่ลืมไปแล้วเหรอ” ไป่ฉีกล่าว
“ฉันลืมไปได้ไงเนี่ย เดี๋ยวนะ เรื่องนั้นฉันต้องเตือนนายสิ ไม่ใช่นายมาเตือนฉัน” เมิ่งชิงชิงดุไป่ฉี
หลังทานข้าว ไป่ฉีจ่ายเงินแล้วเอาอาหารทั้งหมดที่สั่งมาไว้ท้ายรถ ก่อนจะขึ้นรถไปยังสถานที่ถ่ายรายการ
ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงสถานที่ถ่ายทำรายการ สิ่งที่ไป่ฉีเห็นคือฉากขนาดใหญ่ถูกจัดเอาไว้ ถึงจะเคยเห็นตอนดูรายการย้อนหลัง แต่ของจริงมันใหญ่เอามาก ๆ น่าจะใช้วัสดุที่เบาแต่ทนทานสินะ
“พี่ ๆ ทีมงานครับ ผมเอาข้าวเที่ยงมาให้ครับ มาทานกันก่อนได้เลย” ไป่ฉีตะโกนบอก
ทีมงานหลายคนต่างสงสัย ปกติพวกผู้เข้าแข่งขันที่สมัครเข้ามาไม่เคยมีอาหารมาเลี้ยงพวกเขา แล้วหมอนี่เป็นใครทำไมถึงเอาอาหารมาเลี้ยงพวกเขากันล่ะ
“ใครน่ะ”
“ไม่รู้ พิธีกรรับเชิญก็ไม่ใช่ ในสคริปไม่มี”
“แต่ฉันคุ้นหน้าเขานะคะ”
“ใช่แล้ว ไป่ฉี นายแบบโฆษณาสินค้าของมู่เทียนไง”
ไม่นานทุกคนก็จำไป่ฉีได้ พวกเขาเข้ามาทักทายไป่ฉี แต่เมื่อพบว่าไป่ฉีสมัครเพื่อมาเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการนี้ พวกเขาดูจะตกใจมาก เพราะด่านแต่ละด่านต้องใช้ร่างกายหนัก แถมเงินรางวัลก็มีโอกาสน้อยที่จะได้เป็นกอบเป็นกำ พวกดาราส่วนใหญ่มองว่าเป็นรายการที่เปลืองตัว หรือก็คือเหนื่อยมากแต่ได้เงินน้อยนั่นเอง หากผ่านด่านที่ดูง่ายไม่ได้ ภาพลักษณ์ของพวกเขาก็เสียอีก โดยเฉพาะดาราชายที่ไม่มีสมัครเข้ามาเลยแม้แต่คนเดียว
“ถอนตัวตอนนี้ยังทันนะคะ น้องไป่ฉี รายการนี้ฐานผู้ชมเยอะมาก ถ้ามีภาพไม่ดีหลุดออกไป งานในอนาคตจะมีปัญหาได้นะคะ” ทีมงานหญิงเตือนด้วยความหวังดี
“นั่นสิ ไม่มีดาราชายคนไหนมาออกรายการนี้หรอกครับ พวกเขากลัวเสียภาพลักษณ์” ทีมงานชายบอกเหตุผลเช่นกัน
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากมารายการนี้นานแล้ว เพียงแต่เพิ่งได้มาตอนเข้าวงการก็เท่านั้นเองครับ” ไป่ฉียังทำหน้าเหมือนปลาที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะขึ้นเขียง
ทีมงานได้แต่เตือนเท่านั้น พวกเขาไม่อยากยุ่งไปมากกว่านี้ ก่อนที่จะขออนุญาตทานอาหารที่ไป่ฉีนำมาให้ ซึ่งไป่ฉีก็ได้ถามทีมงานว่าผู้กำกับอยู่ไหน จากนั้นเขาก็ไปชวนผู้กำกับกับโปรดิวเซอร์ และพิธีกรมาทานมื้อเที่ยงกัน
ซึ่งพวกเขาตอนแรกก็ตกใจเหมือนพวกทีมงาน เพราะเคยมีดาราหญิงมารายการนี้หลายคน แต่ไม่เคยมีคนไหนที่ทำแบบไป่ฉี
“นั่นใครน่ะ ดาราเหรอ ดูพวกทีมงานสนิทกับเขาจัง” ผู้เข้าแข่งขันชายพูดขึ้น
“นั่นมันไป่ฉีนี่ อยากเข้าไปขอลายเซ็นจังเลย” ผู้เข้าแข่งขันหญิงพูดอย่างกระตือรือร้น
“หึ พวกที่มาหวังออกสื่อละสิ” ชายรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งพูดขึ้น
“พี่ต้ากวน หมอนั่นจะทำอะไรไม่เห็นเกี่ยวกับพวกเราเลย ยังไงหมอนั่นแค่ไปให้ถึงบอลรางวัลด่านแรกยังทำไม่ได้เลยมั้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ชายรูปร่างสมส่วนที่ดูเหมือนจะรู้จักกับชายร่างใหญ่พูดขึ้น
หลังมื้อเที่ยง ทีมงานก็เริ่มทำงานกันต่อ ระหว่างนั้นมีผู้เข้าแข่งขันหญิงหลายคนเข้ามาขอลายเซ็นกับถ่ายรูปคู่กับไป่ฉีจำนวนมาก ซึ่งเขาไม่ปฏิเสธ เพียงแต่มีผู้เข้าแข่งขันชายคนหนึ่งเข้ามาพูดคุยกับเมิ่งชิงชิง
“คุณเป็นผู้จัดการของเขาเหรอครับ” ผู้เข้าแข่งขันชายถาม ดูจากการแต่งตัวแล้วบ่งบอกว่าเขาเป็นทหาร เพราะเขาใส่ชุดฝึกมาถ่ายรายการ
“ใช่ครับ เขาเป็นผู้จัดการผม กรุณาอยู่ให้ห่าง ๆ เพราะคุณปู่ของเธอสั่งเอาไว้ว่าถ้าใครมายุ่มย่ามกับหลานสาวเขา เขาให้สิทธิ์ผมเตะได้เลย เรื่องทนายกับค่าเสียหายท่านจ่ายเอง จะเอาปางตายท่านก็ไม่ว่าน่ะครับ” ไป่ฉียิ้มอยู่ก็จริง แต่จิตสังหารที่แผ่ออกมานั้น ทำให้ชายคนนั้นถึงกับสลบน้ำลายฟูมปาก ทำให้ทีมงานวุ่นวายเรียกรถพยาบาลกันเลยทีเดียว
จากนั้นก่อนรายการจะเริ่มก็มีคนถูกหามส่งโรงพยาบาลไปร่วม 10 คนเพราะพยายามจะไปพูดคุยกับเมิ่งชิงชิง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไป่ฉียั้งมือแล้ว
“นายขู่พวกเขาเหรอไป่ฉี มันจะไม่ดีกับภาพลักษณ์นายนะ” เมิ่งชิงชิงพูดด้วยความเป็นห่วง
“ใครมายุ่งกับผู้หญิงของผม ผมเอามันตายแน่” ไป่ฉีกล่าว แม้ปากจะยิ้มแต่ดวงตาบอกได้เลยว่าเขาเอาถึงตายแน่ ๆ นั่นทำให้เมิ่งชิงชิงขนลุก ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกดีที่มีคนคอยปกป้อง
“น้องไป่ฉี อยู่ลำดับที่ 10 นะ พยายามเข้าล่ะ ถ้าพลาดก็ท่าสวย ๆ หน่อยนะ” ทีมงานชายเข้ามาบอกลำดับของไป่ฉี และเตือนไป่ฉีอีกเล็กน้อย
ไม่นานการถ่ายทำรายการก็เริ่มต้นขึ้น แน่นอนว่ามันเป็นรายการสด เวลาคือ 3 ชั่วโมงครึ่ง หากคนที่จะขึ้นต่อมีเวลาเหลือไม่ถึง 10 นาที ทางพิธีกรก็จะพูดปิดรายการทันที
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการ แอดเวนเจอร์ รายการที่มีเงินรางวัลสูงสุดถึง 1 ล้านหยวน หากคุณสามารถผ่านด่านและหยิบได้ลูกบอลรางวัล 2 แสนหยวนได้ทั้ง 5 ด่าน กติการยังคงเป็นเหมือนเดิม ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องลุยไปตามด่าน เปื้อนโคลน ตกน้ำได้ เพียงแต่พวกเขามีเวลาแค่ 10 นาทีในการผ่านด่านทั้ง 5 คือ ไม้ ไฟ ดิน ทอง และน้ำ อย่ารอช้า เรามาดูผู้เข้าแข่งขันคนแรกดีกว่าครับ สำหรับผู้เข้าแข่งขันคนแรก.....” พิธีกรกล่าวเปิดรายการและแนะนำผู้เข้าแข่งขันคนแรก เขารอผู้เข้าแข่งขันให้สัญญาณก่อนจะกดปุ่มให้เวลาเริ่มนับถอยหลัง
สิ่งที่ไป่ฉีทำคือหลับตายืนพิงกำแพง ผู้เข้าแข่งขันชายหลายคนหมั่นไส้เพราะคิดว่าเขาเก๊ก แต่ความจริงแล้วไป่ฉีกำลังใช้จิตตรวจสอบลูกบอลรางวัลอยู่
ขณะที่ทำการแข่งขัน เมื่อผู้เข้าแข่งขันคนแรกคลานมาถึงจุดที่ต้องหยิบบอลรางวัล ไป่ฉีได้แกล้งให้ลูกบอลลูกหนึ่งไปชนเข้าที่เท้า แต่ผู้เข้าแข่งขันคนแรกนั้นกลับหยิบลูกที่ห่างออกไป สุดท้ายแล้วผู้เข้าแข่งขันคนแรกนั้นใช้เวลาหมดเกลี้ยง เขาผ่านไปถึงด่านไฟและได้บอลรางวัลมาอีกลูก แต่เพราะหมดเวลาจึงไม่ได้โบนัสนาทีละ 1 แสนหยวน และเมื่อเปิดบอลรางวัลออกมา ทั้ง 2 ลูกคือ 1 หยวน นั่นทำให้เขาทรุดตัวลงทันที
“น่าสงสารจัง พยายามขนาดนั้นแท้ ๆ กลับได้ไปแค่ 2 หยวนเอง” เมิ่งชิงชิงกล่าว ไป่ฉีมองเมิ่งชิงชิง แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาลองตรวจสอบดูแล้วคน ๆ นี้เบื้องหน้าดูดี แต่เบื้องหลังกลับเป็นพวกค้ามนุษย์ ที่มาออกรายการเพราะกลุ่มหญิงสาวที่จะถูกส่งขาย ดันถูกตำรวจจับได้ ทำให้เขาต้องหาเงินมาชดใช้ให้หัวหน้าใหญ่ของเขา หากหาเงินไปไม่ได้ในวันพรุ่งนี้เขาจะถูกฆ่า ซึ่งไป่ฉีไม่สงสารคนพวกนี้แม้แต่น้อย
“ไอ้หนู ไม่คิดจะลืมตามาดูคนอื่นว่าเขาผ่านด่านกันยังไงเหรอ หรือแค่มาเล่น ๆ” ต้ากวนเดินเข้ามาหาไป่ฉีพร้อมกับกล่าวถาม
“ผมขึ้นต่อจากพี่ เดี๋ยวพี่ก็รู้เอง” ไป่ฉีกล่าว ทำให้ต้ากวนอดสงสัยว่าทำไมไป่ฉีถึงเรียกเขาว่าพี่
____________________________
จัดไปอีกตอนคร้าบ ^^