ตอนที่ ๖
หลี่เฟยเย่สังหรณ์ใจแปลกๆคนผู้นั้นช่างคลายเมียของเขายิ่งนัก จะว่าไปแล้วจินซิ่วเหอจะมาที่ค่ายทหารทำไมกัน
“พวกเ้า!!”หลี่เฟยเย่หันกลับไปมองก่อนจะเรียกบุคคลทั้งสามให้หยุดเดิน
นายทหารที่พาซิ่วเหอเข้ามาหันกลับไปทันทีที่ถูกเรียกส่วนซิ่วเหอกับชูเฉียงนั้นยังคนหันหลังไม่ยอมหันไปตามเสียงเรียก
“ทำไมพวกเ้าสองคนถึงไม่หันมา...กล้าขัดคำสั่งข้างั้นรึ!!”เสียงตระคอกแผดดังขึ้น จนซิ่วเหอกับชูเฉียงสะดุ้งจึงรีบหมุนตัวหันกลับไปในทันควัน
พอหันกลับไปทั้งสองคนก็ยังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิมจะให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้ว่าตนนั้นเป็ผู้ใด แต่ยิ่งกระทำการเช่นนี้ ก็ยิ่งทำตัวแปลกไป
นายทหารตัวสั่นเหงื่อผุดออกมาเป็เม็ดๆ
“ทะท่านแม่ทัพมีอะไรหรือขอรับ”
“เ้า...เมื่อเช้าข้าเห็นอยู่ตรงยามเฝ้าหน้าค่ายเหตุใดเ้าถึงมาอยู่ตรงนี้”
“คือ....ข้า...ข้า...”นายทหารมัวแต่อ้ำอึ้งไม่รู้ว่าจะเอ่ยคำใดออกไปดี
“เ้าจงกลับไปที่หน้าค่ายทำตามหน้าที่ของเ้าเสีย”
กล่าวบอกนายทหารจบหลี่เฟยเย่ก็มิได้กล่าวอันใดอีกหากยังคงมองจ้องไปยังบุคคลสองคนที่อยู่ตรงหน้า หลัง จากนายทหารรับคำสั่งให้กลับไปทำตามหน้าที่ของตนเช่น นั้นซิ่วเหอก็จะเดินตามไปพร้อมกับนายทหารผู้นี้
“เ้าสองคน...ข้ายังมิสั่งให้พวกเ้าไป...”
ขาที่กำลังจะก้าวเดินอยู่นั้นหยุดชะงักทันที
“ท่านแม่ทัพมีอะไรจะสั่งงานข้าหรือขอรับ”ซิ่วเหอดัดแปลงเสียงให้ต่างไปจากเดิม เพราะคิดว่าหากอีกฝ่ายรู้คงไม่ดีเป็แน่
“เ้าสองคนเป็ทหารที่เข้ามาใหม่งั้นรึข้ามิเคยเห็นหน้าพวกเ้า”
“ใช่ขอรับข้ากับน้องชายเพิ่งเข้ามาเป็ทหารใหม่ขอ รับ...” ซิ่วเหอรีบเอ่ยตอบ
เป็เช่นนี้แล้วเ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเ้าคือข้า จินซิ่วเหอ....หลี่เฟยเย่ถ้าเ้าไปทำศึกคงได้แพ้เป็แน่ เพียงแค่ข้าปลอมตัวเข้ามาในค่ายเ้าก็จำข้ามิได้แล้ว
“ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าสองก็หมั่นฝึกซ้อมเสียเดี๋ยววันนี้ข้าจะฝึกให้กับพวกเ้าเอง”
“มิเป็ไรขอรับท่านแม่ทัพข้าเกรงว่ามันจะรบกวนเวลาของท่านเสียเปล่า”
“มิเป็ไรข้าเต็มใจ”
พูดแล้วหลี่เฟยเย่ก็แอบหัวเราะใคร่อยู่ในใจเ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือไงว่าเป็เ้า...จินซิ่วเหอไหนๆองค์ชายน้อยของข้าก็กล้าฝืนคำสั่งห้ามของข้างั้นข้าจะลงโทษให้สมแก่ความอยากรู้อยากลองเอง
ไม่ทันไรซิ่วเหอกับชูเฉียงก็ถูกพาตัวมายังลานฝึกของค่ายพอเห็นแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่....ทำไมถึงดูทรมานเช่นนี้
การฝึกครั้งแรกหลี่เฟยเย่ให้พวกเขาสองคนลากท่อนซุงอาจจะไม่ท่อนใหญ่เหมือนกับผู้อื่น แต่มันก็หนักหนาเสียจนลากไม่ได้
“พวกเ้าสองคน...เช่นไรถึงวิ่งช้าอย่างนี้เร็วเข้า!!”เสียงะโของท่านแม่ทัพดังมาแต่ไกล
หลี่เฟยเย่....เ้ากล้าให้ข้ากระทำอย่างนี้หรือหากเ้ารู้ว่าข้าเป็ใครเ้าคงไม่ทำอย่างนี้เป็แน่
การฝึกยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆส่วนท่าทีของจินซิ่วเหอกับชูเฉียงนั้นก็ไม่ได้หยุดทำการฝึกแม้ร่างกายจะไม่ไหวก็ตามแต่จะให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้
หลี่เฟยเย่นั้นเหลือบมองยังบุคคลสองคนที่กำลังทำการฝึกกับเหล่าทหารใหม่ในค่ายมองดูแล้วก็แอบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
จินซิ่วเหอ...หากเ้ายังดื้อดึงกับข้าเช่นนี้ข้าก็จักลง โทษเ้า...ตามพระราชประสงค์ของฮ่องเต้แล้วข้าสามารถลงโทษเ้าได้ตามความเหมาะสม เพราะฮ่องเต้ได้มอบเ้าให้กับข้าเป็ผู้ดูแล
เวลาการฝึกนั้นได้ล่วงไปสองชั่วยามแล้ว สภาพร่างกายของซิ่วเหอนั้นไม่เหลือแม้แต่ชิ้นดี ความอ่อนล้าทำเอาซิ่ว เหอและชูเฉียงถึงกับหมดแรงลุกยืนแทบไม่ไหว
เสียงหอบหายใจของซิ่วเหอกับขันทีคนสนิทยังคงดังต่อเนื่องหากได้ดื่มน้ำเพียงสักหยดก็คงจะเป็การดีมิน้อย
“องค์ชาย...วะไหวหรือไม่พะยะค่ะ...แฮ่กๆ...” ชูเฉียงเอ่ยพร้อมกับน้ำเสียงที่แหบพล่าน
“ข้ายังไหว....เ้าเองไหวรึ....”
ชูเฉียงพยักหน้ารับพลางหอบหายใจแรงกว่าเดิมจะบอกว่าไหวหรือไม่จิตใจก็บอกว่ายังไหว หากแต่ร่างกายไม่ยอมขยับเลยสักนิด
ทางด้านหลี่เฟยเย่นั้นรู้สึกว่าการที่ตนได้ลงโทษองค์ชายน้อยผู้ดื้อรั้นมันทำให้เขาเป็กังวนไปเสียหมด เพราะทุกครั้งเขามักจะเห็นภาพตอนนั้นเสมอๆ
จินซิ่วเหอ...ข้าจักทำอย่างไรกับเ้าดี
กว่าซิ่วเหอจะหอบร่างกลับมายังจวนหลี่ได้ก็ฟ้ามืดแล้วทุกย่างก้าวดูปวดร้าวเข้ากระดูกหากจะบอกว่าเจ็บปางตายก็มิแปลกอันใด
“อีกนิดเดียวพะยะค่ะองค์ชาย.....”ชูเฉียงพยุงตัวซิ่วเหอให้เดินไปยังเรือน แม้ตัวเองจะเจ็บหนักไม่แพ้ซิ่วเหอก็ตามแต่เขาเป็บ่าวยังไงก็ห้ามตายเด็ดขาด
“ข้า.....ข้า....”
พรึ๊บ!!!
“!”
ไม่ทันที่จะเดินไปถึงเรือนซึ่งอยู่ท้ายครัวซิ่วเหอที่ร่าง กายอ่อนล้าก็ทรุดลงชูเฉียงเองก็ใหากเขาก็ยืนไม่ไหวแล้วแต่เขาจะปล่อยให้คนเป็นายล้มหัวฟาดพื้นไม่ได้
“องค์ชาย....!!”
“.....”พรึ๊บ!! หมับ!!
ชูเฉียงยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้าเขาไม่รู้ว่าหลี่เฟยเย่มาั้แ่เมื่อไหร่ถึงเข้ามารับตัวของซิ่วเหอได้ทันเวลา ตลอดทางที่เดินมาก็ไม่เห็นมีใครเดินตามมาเหตุใดหลี่เฟยเย่ถึงได้มา....
หลี่เฟยเย่อุ้มร่างของจินซิ่วเหอเข้าไปในเรือนครั้งนี้เขากลัวว่าซิ่วเหออาจจะเป็เหมือนครั้งก่อนหลี่เฟยเย่จึงรีบไปตามหมอมาดูอาการของซิ่วเหอทันที
“ท่านหมอ...อาการของภรรยาข้าเป็อย่างไรบ้าง”
“เรียนท่านแม่ทัพหลี่ภรรยาของท่านมิได้เป็อันใดมาก เพียงแค่นอนพักสักคืนอาการก็จักดีขึ้นส่วนสิ่งนี้เป็บำ รุงท่านจงเอาไปต้มแล้วนำมาให้ภรรยาของท่านเถิด...”
“ข้าขอบคุณท่านหมอจริงๆ”
หลังจากส่งตัวหมอกลับหลี่เฟยเย่จึงรีบกลับมายังเรือนของซิ่วเหอพอมองดูแล้วคนที่นอนอยู่บนเตียงแล้วก็อดนึกไม่ได้ว่า...คนผู้นี้ช่างดูเป็เด็กจริงๆเป็เด็กซื่อๆไม่มีพิษสงค์อันใด หากแต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความร้ายกาจ
“ชูเฉียง....เ้าลุกไหวหรือไม่”เฟยเย่หันไปถามขันทีคนสนิทของซิ่วเหอ
“ไหวขอรับท่านแม่ทัพ...”
“อ่า...เ้าจงเอาสิ่งนี้ไปต้มแล้วนำมาให้องค์ชายเสวยส่วนห่อนี้ของเ้า” ชูเฉียงมองด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อว่า หลี่เฟยเย่จะดูใส่ใจพวกเขาแถมยังให้ห่อยามาตั้งสองห่อแก่ ชูเฉียง
“ขอบพระคุณขอรับ....”
พอถึงวันพรุ่งชูเฉียงจึงนำยาต้มมาให้กับจินซิ่วเหอตามที่หลี่เฟยเย่ได้กล่าวกับเขาส่วนซิ่วเหอเองก็ยังไม่ทันจะลุกจากที่นอนเพราะเพลานี้หากจะลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บตามตัว เจ็บจนอยากจะร้องไห้
“ชูเฉียง...เ้าไม่ปวดเมื่อยบ้างรึเห็นเ้าเดินเหินเช่นนี้”
“เจ็บปางตายอย่างไรกระหม่อมก็ยังทนได้เพื่อจักได้รับใช้องค์ชายพะยะค่ะ”
“เ้ามิต้องฝืนกระนั้นแล้วถ้วยในมือเ้าคืออันใด”
“นี่เป็ยาต้มพะยะค่ะท่านแม่ทัพหลี่ให้ข้านำยาไปต้มมาให้องค์ชายเสวย....”
คนอย่างหลี่เฟยเย่งั้นหรือจะเอายามาให้ข้าเื่เช่น นี้ไม่มีอยู่จริงเป็แน่....ชูเฉียงเ้าอย่างมาหรอกข้าเสียให้ตายใจ
ในใจของซิ่วเหอกำลังครุ่นคิดเื่ของหลี่เฟยเย่แต่ก็ยังยอมกินยาต้มที่ชูเฉียงนำมาให้
“แล้วเ้าไม่มียาต้มกินอย่างนั้นหรือชูเฉียงเอาส่วนของข้าไปต้มกินหรือไม่...”
“มิได้พะยะค่ะส่วนของกระหม่อมเองท่านแม่ทัพหลี่ได้เอาไว้ให้กระหม่อมแล้ว”
“อย่างนั้นรึ...”
ทำไมหลี่เฟยเย่ถึงต้องมาทำดีกับพวกข้าแต่ก่อนไม่เคยมาสนใจไม่อะไรทั้งสิ้น มีทีหรือ...สั่งห้ามนั่นนี้กับพวกข้ามาคราวนี้กลับเอายามาให้ช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก
“ซิ่วเหอ...เ้าตื่นแล้วรึ”คนถูกเรียกชื่อหันขวับไปมองทันที
“บังอาจ...ใครใช้ให้เ้ามาเรียกชื่อข้า!!”
“....” หลี่เฟยเย่ไม่ได้ตอบอันใดกลับเพียงเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงแล้วนั่งลงเท่านั้นเขาไม่เพียงแค่ไม่เอ่ยปากสาย ตาของเขายังเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์บนใบหน้า
“หลี่เฟยเย่!!”
“พะยะค่ะ...องค์ชายเรียกชื่อกระหม่อมมีอันใดให้กระหม่อมรับใช้ หากจะให้กระหม่อมปรนนิบัติก็ย่อมได้”
“.....”ซิ่วเหอนิ่งเงียบ...ถ้าหลี่เฟยเย่กล้าทำอย่างนั้นจริงๆเขาเองจะรอดหรือไม่แค่ตัวเขาเองนั้นยังลุกไม่ไหวด้วยแล้ว
“เ้าเอ่ยสิ่งใดออกมารู้ตัวหรือไม่....”
“รู้พะยะค่ะกระหม่อมรู้ว่าองค์ชายยังเด็ก เพราะยังเด็กนักถึงกล้าขัดคำสั่งห้ามของกระหม่อมแถมยังไปที่ค่ายทหารมาใช่หรือไม่...”
ซิ่วเหอนิ่งไปชั่วครู่หน้าตาเหมือนคนไปทำความผิดมาเสียอย่างนั้นแต่ก็ต้องดึงสติกลับมาเสียให้หมด ก่อนจะกล่าวบอกคนตรงหน้า
“คำสั่งของเ้าข้ามิเคยเชื่อฟังหากการไปที่ค่ายทหารนั้นข้ามิเคยไป เหตุใดเ้าถึงกล้ากล่าวหาว่าข้าไป...ทั้งที่เ้ายังมิได้มีหลักฐาน”
“หากแต่คราวนี้กระหม่อมแค่มาเตือนองค์ชายถ้ามีครั้งหน้า...ข้า...จักลงโทษจนองค์ชาย ให้ร้องเรียกชื่อข้า....”เป็ประโยคสุดท้ายที่หลี่เฟยเย่เอ่ยกล่าวกับซิ่วเหอ ส่วนประ โยคหลังนั้นเขาเพียงกระซิบที่ข้างๆหูของซิ่วเหอก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้อง
ร้องเรียกเ้าอย่างนั้นรึ....ไม่มีทางเ้าไม่มีทางได้ลง โทษข้าเป็แน่...ถึงแม้เ้าจักลงโทษข้าหนักเพียงใด ข้าก็มิขอ ร้องเรียกให้เ้าช่วยไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอน