[จบ] กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80

    บทที่ 52 นิ้วพวกเขาประสานกันจนไม่มีช่องให้แทรก

    บทที่ 52 นิ้วพวกเขาประสานกันจนไม่มีช่องให้แทรก


    อาจเพราะต้องมาสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ เขาจึงสวมชุดที่ค่อนข้างทางการ นอกจากเสื้อขาวกางเกงดำ เขายังสวมเสื้อโค้ตกันลมไว้ด้านนอกด้วย


    ฉือฮวนกำเสื้อเขาแน่น ซ่อนอารมณ์ทุกอย่างไว้


    ความอาวรณ์ ความตระหนก ความเศร้าโศก ความน้อยใจและความสดชื่นจากการแก้แค้นต่างได้รับการปลอบโยนจากอ้อมกอดนี้


    “คุณมาได้ยังไงคะ?”


    เมื่ออารมณ์กลับสู่ปกติ ฉือฮวนจึงสบกับสายตาซับซ้อนของเขา “คุณมาได้ยังไงเหรอคะ?”


    “สหายหวังโทรหาผมแล้วบอกเรื่องราววันนี้ เขาให้ผมมาที่นี่”


    ฉือฮวนส่งเสียงรับรู้ แต่รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย “ฉันไม่ทันคิดว่าเรื่องนี้จะไปรบกวนคุณ” เธอเคาะหน้าผากตัวเองเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว “ใช่ค่ะ ลืมบอกคุณเลย คนที่ขายเสื้อผ้าเป็นเฉิงจื่อเฉียนและเย่หมิงจูจริงด้วยค่ะ”


    เธอแสร้งทำเป็นไม่รู้แล้วพูดว่า “ไม่รู้ว่าสองคนนั้นตกลงปลงใจกันตั้งแต่ตอนไหน น่ารังเกียจชะมัด”


    ใบหน้าสืออวี่ไป๋ไม่แสดงความแปลกใจ


    “อืม”


    นัยน์ตาเขาลึกล้ำ ยื่นมือลูบหน้าผากที่ขึ้นสีแดงของเธอ “จะพูดก็พูด อย่าตีตัวเองสิ ดูบ๊องมาก”


    ฉือฮวนกัดปาก ตาโตฉ่ำน้ำมองเขาอย่างใสซื่อ เห็นได้ชัดว่ากำลังตกใจกว่าเดิม


    เธอไม่สบอารมณ์มาก


    ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตอนที่สืออวี่ไป๋ไม่อยู่ เธอก็เป็นปกติ สงบเสงี่ยมมาก แต่พออยู่ต่อหน้าสืออวี่ไป๋ เธอกลับเซ่อซ่าโดยไม่รู้ตัว


    อาจเพราะ…เขาเย็นชาและปราดเปรื่อง เธอเลยอยากทำตัวแตกต่าง?


    “ทำไมคุณไม่แปลกใจเลยล่ะคะ?”


    “ทำไมเฉิงจื่อเฉียนกับเย่หมิงจูอยู่ด้วยกัน? พวกเขา…ลอบมีความสัมพันธ์กัน?”


    ฉือฮวน ‘คาดเดา’


    กระแสอารมณ์ในตาสืออวี่ไป๋เอ่อล้น “เคยบังเอิญเห็นครับ”


    “เอ๋?”


    ครั้งนี้ฉือฮวนเป็นฝ่ายตกใจ ปากสีชาดของเธออ้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาเปี่ยมความตะลึงพรึงเพริด


    “คุณ… คุณรู้มาตั้งนานแล้วเหรอคะ?”


    ฉือฮวนกระทบกระเทือนใจไม่น้อย เธอมองสืออวี่ไป๋ที่ยืนอย่างนิ่งเฉยตรงนั้น ในหัวมีภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหลายแล่นผ่าน


    ลมหายใจพลันยุ่งเหยิง


    ถ้าสืออวี่ไป๋รู้ตั้งนานแล้วว่าสองคนนั้นมีสัมพันธ์กัน


    งั้นชีวิตก่อนตอนที่สืออวี่ไป๋ถูกใส่ร้ายจนต้องเข้าคุก ในใจเขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้งเหมือนส่องกระจกเลยใช่ไหม?


    เธอพลันนึกถึงชีวิตก่อนตอนที่สืออวี่ไป๋ส่งสายตาให้เธอจากระยะไกลก่อนเขาจะเข้าคุก


    ว่างเปล่า สิ้นหวัง ตายด้าน


    ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังครืน


    หัวใจของฉือฮวนบีบรัดจนเจ็บ


    เธอมันเฮงซวยและโง่เง่า ดันยอมให้คนแบบสองคนนั้นเล่นกับชีวิตเธอและสืออวี่ไป๋เสียได้


    ตอนที่สืออวี่ไป๋เข้าคุก เขาจะรู้สึกสิ้นหวังขนาดไหน?


    ใช่ว่าเขาจะต่อต้านไม่ได้ แต่ตอนนั้นคงไม่มีแรงต่อต้านแล้ว


    การที่สืออวี่ไป๋มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ก็ลำบากแล้ว เธอยังกลายเป็นหอกข้างแคร่ที่เขาไม่อาจก้าวข้ามอีก


    ฉือฮวนสะกดความตกใจ ท่ามกลางความละอายอันเปี่ยมล้น เธอทั้งปวดใจทั้งรู้สึกผิด ถึงขั้นไม่กล้ามองดวงตาใสสะอาดคู่นั้นของสืออวี่ไป๋


    “คุณ… ถ้าคุณรู้ตั้งนานแล้ว ทำไมไม่บอกฉันคะ?”


    สืออวี่ไป๋หรี่ตาแล้วสูดหายใจ “ที่คุณถามเพราะคุณไม่พอใจที่ผมปิดบังคุณ หรือไม่พอใจที่เฉิงจื่อเฉียนหักหลังกันแน่?”


    นี่มันคำถามอะไรกัน?


    สมองของฉือฮวนเกือบจะขมวดเป็นปม


    วินาทีต่อมาเธอก็ได้สติขึ้นมา เมื่อเห็นสืออวี่ไป๋แผ่ความเย็นชาทั่วร่าง เธอก็รีบแสดงจุดยืน “ฉันไม่ได้ไม่พอใจสักหน่อย”


    เธอออดอ้อนเสียงนุ่ม “ฉันแค่ตกใจนิดหน่อยเอง”


    เมื่อพูดจบ ความเย็นที่ล้อมตัวเขาพลันสลายไป ตามด้วยเสียงพูดของเขา 


    “ก็แค่ไม่อยากให้หูคุณแปดเปื้อน”


    ฉือฮวนตวัดมองสืออวี่ไป๋ ไม่รู้ทำไมพอได้ฟังคำตอบนี้ เธอถึงรู้สึกว่านี่ไม่ใช่คำตอบจากใจจริง


    ทว่าสืออวี่ไป๋ไม่อธิบายต่อ


    “ไปเถอะ ไปดูข้างในกัน”


    ฉือฮวนนึกถึงเรื่องราวในชาติก่อน ใจยิ่งโศกเศร้า เธอเป็นฝ่ายจูงมือใหญ่จนเห็นข้อกระดูกของสืออวี่ไป๋ภายใต้สายตาไม่เข้าใจของเขา


    ฉือฮวนดึงเขาไป แต่สืออวี่ไป๋กลับไม่เขยื้อน


    เธอขมวดคิ้ว “ไม่ไปเหรอคะ?”


    สายตาเย็นขาของสืออวี่ไป๋ทอดมองมือที่ประสานกันของพวกเขา


    “ฉันจูงมือสามีตัวเอง ใครจะกล้าเข้ามาจุ้นกัน?”


    ฉือฮวนกล้ามาก ต่อให้ใบหูจะแดงเรื่อ แต่ก็พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ


    ต่อให้สืออวี่ไป๋จะกล้าแย้งต่อ เธอก็เตรียมเถียงเรียบร้อย


    สำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์อยู่ที่อาคารรัฐบาล คนที่เข้า ๆ ออก ๆ ต่างก็เป็นคนที่มาดำเนินเรื่อง เมื่อเห็นพวกเขาจูงมือแน่น กอปรกับใบหน้าแสนดึงดูดของทั้งสอง จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองหลายรอบ


    มีแค่สวรรค์ที่รู้ว่าฉือฮวนทนสายตามากมายขนาดนี้ได้ยังไง 


    เมื่อเห็นสืออวี่ไป๋ยังไม่เดินมา ฉือฮวนก็จ้องเขา


    จากนั้นเธอก็เห็นสืออวี่ไป๋เก็บรอยยิ้มมุมปากอย่างไว ยกขายาวแล้วก้าวเร็วเช่นดาวตก พาเธอเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง


    สืออวี่ไป๋ตัวสูงขายาว แถมยังคุ้นเคยกับสำนักงานบริหารส่วนอำเภอดี ฉือฮวนที่ถูกจับจูงจึงได้แต่วิ่งเหยาะ ๆ ตาม เธอสัมผัสถึงมือที่กำลังกุมกันของพวกเราสองคน นิ้วเรียวจนเห็นกระดูกของสืออวี่ไป๋กำลังสอดแทรกระหว่างช่องว่างของมือเธอ


    พวกเขาแนบชิดกันมาก ชิดจนไร้ช่องว่าง เดินเลียบระเบียงทางเดินที่ทอดยาวของสำนักงาน


    ระหว่างทางก็มีคนส่งสายตาทักทายมาเรื่อย ๆ 


    จากมุมมองคนนอก สืออวี่ไป๋ดูดีมาก สูงยาวเข่าดี ไหล่กว้างเอวสอบ ใบหน้าราวกับสร้างบนมาตรฐานความงามของมนุษย์ ไม่ว่าจะคว้าใครมาวิจารณ์ ทุกคนต่างก็ชื่นชมความหล่อเหลาของเขา


    ผนวกกับบรรยากาศเย็นชาแต่กลับตรึงใจบนร่าง ทำให้ดึงดูดสายตาคนไม่น้อย


    สายลมที่พัดผ่านทางเดินเลิกชายเสื้อโค้ตเขาขึ้น ใบหน้าด้านข้างดั่งมีดสลักของเขาประทับในดวงตาฉือฮวนอย่างชัดเจน


    พวกเขาหยุดยืนตรงหน้าประตูสำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ นิ้วเรียวเห็นข้อต่อชัดของสืออวี่ไป๋เคาะประตูเบา ๆ


    ไม่นานผลการดำเนินเรื่องก็ออกมา


    หวังชุ่ยผิงและเฉินเหยาเป็นแค่ผู้สมรู้ร่วมคิด จึงไม่ได้รับโทษเต็ม


    ส่วนเฉิงจื่อเฉียนและเย่หมิงจูจะถูกส่งตัวไปสถานีตำรวจเพื่อคุมขังก่อน จากนั้นค่อยให้ศาลตัดสิน


    เมื่อผู้อำนวยการจางเห็นสืออวี่ไป๋ก็กระตือรือร้นมากแล้วถามไถ่สารทุกข์สุกดิบครู่หนึ่ง


    เมื่อเทียบกันแล้ว ปฏิกิริยาของสืออวี่ไป๋ค่อนข้างเย็นชา แค่พูดกับอีกฝ่ายว่าให้เขาดำเนินการอย่างโปร่งใส อย่าปล่อยตัวผู้กระทำผิดไปแม้แต่คนเดียว


    สายตาสบกัน ผู้อำนวยการจางก็เข้าใจโดยไม่ต้องเอ่ยปาก


    เมื่อออกจากสำนักบริหารส่วนอำเภอแล้ว


    ฉู่หนิงหนิงและจางถิงกำลังชะเง้อมองจากข้างนอก


    “พี่ฉือ พี่เขย พวกคุณออกมาสักที เป็นยังไงบ้างคะ เขาจัดการเรื่องราวยังไงบ้าง?”


    ขณะถาม หวังชุ่ยผิงและเฉินเหยาที่ต้องจ่ายค่าปรับก็เดินออกมาอย่างห่อเหี่ยว


    เมื่อประจันหน้ากับศัตรู ดวงตาพวกเธอก็เต็มไปด้วยความเคียดแค้น


    ทั้งสองมองฉู่หนิงหนิงอย่างเกลียดชัง


    “ฉู่หนิงหนิง จางถิง พวกแกสองคนเป็นศัตรูกับพวกฉัน เราจะไม่ปล่อยพวกแกไปง่าย ๆ แน่!”


    หวังชุ่ยผิงโกรธจนตาแดงฉาน


    เธออุตส่าห์หารายได้พิเศษมาง่าย ๆ แต่ยังไม่ทันได้จับเงินจนอุ่นก็ต้องเอาไปจ่ายค่าปรับ แถมค่าปรับยังเป็นสองเท่าของรายได้อีก ไม่เพียงเสียเงิน แต่กลับเสียทุนย่อยยับ!


    เฉินเหยามองสืออวี่ไป๋อย่างโกรธเคือง


    เธอได้ยินสิ่งที่สืออวี่ไป๋พูดกับผู้อำนวยการจาง ผู้อำนวยการจางประจบเขาขนาดนั้น แปลว่าเธอเดาไม่ผิด สืออวี่ไป๋ไม่ใช่คนธรรมดาตามคาด


    ช่างน่าเสียดาย สืออวี่ไป๋ตาบอดไม่มาชอบเธอ!


    ฉู่หนิงหนิงเป็นคนจัดจ้าน เธอจึงเยาะเย้ยกลับ “ใครเป็นศัตรูกับพวกคุณกัน? คิดว่าตัวเองสำคัญมากมั้ง ฉันเป็นพลเมืองดีที่มีใจกระตือรือร้นต่างหาก!”


    หวังชุ่ยผิงโกรธจนปากสั่น เงื้อมือเข้าฟาดฉือฮวน!


    ฉือฮวนไม่ทันตอบสนองก็ถูกคว้าตัวเข้าอ้อมกอดอบอุ่นอย่างรวดเร็ว


    สืออวี่ไป๋ปกป้องเธอ นัยน์ตาเข้มจ้องเขม็งไปทางหวังชุ่ยผิงที่กำลังหวาดกลัว

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] กลับมาง้อคุณสามีในยุค 80 ที่คุณอ่าน