" มิน่าเชื่อเลยว่าไอ้อ้วนจะเป็นคนนอกที่แฝงตัวเข้ามาในสำนัก " ชิงหยางเอ่ยออกมา
แม้นเด็กหนุ่มจะเพิ่งเคยพบเจอซื่อเสียนจื่อ แต่เขารู้สึกว่านิสัยของซื่อเสียนจื่อมิเลวเลยทีเดียว
" ข้ากำลังจะมีสหาย แต่กลับกลายเป็นจารชนไปเสียนี่ " ชิงหยางส่ายหน้า พลางเดินออกจากตำหนักผุพัง
" ไอ้หนู เจ้ามิดูกระถางธูปนี่รึ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" จริงสิ " ชิงหยางพยักหน้า แลเดินเข้าหากระถางธูป
สองตาของเด็กหนุ่ม มองจ้องยังกระถางธูปสัมฤทธิ์แลก้าวเท้าเดินวนรอบกระถาง
" ผู้อาวุโส หายไปแล้ว " ชิงหยางเอ่ยออกมา เขาครุ่นคิดถึงยามนั้นที่เพ่งมองครั้งแรก
" มิใช่ว่าเป็นเส้นปราณกระบี่รึ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" อืม " เด็กหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
ชายชราเหลาครุ่นคิด เขามิมีความรู้เกี่ยวเส้นปราณกระบี่เลยจึงมิรู้ว่ามันคือสิ่งใด
" ไปกันเถอะ มิมีสิ่งใดแล้ว " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า แลหยัดกายลุกยืนพลางก้าวเท้าออกจากตำหนัก
" เจ้ามิเจ็บรึ " ชายราเหลาเอ่ยถาม
" ยังไหวอยู่ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" ข้ายังแปลกใจอยู่เรื่องกายาของเจ้าที่สามารถดูดซับพลังความร้อนได้ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" ข้าก็แปลกใจเช่นกัน " ชิงหยางเอ่ยออกมา เขาครุ่นคิดถึงตอนที่ความร้อนไหลเวียนทั่วร่าง มันช่างร้อนเร่าเผาผลาญเป็นอย่างยิ่ง
" ก่อนนี้เจ้าเคยเป็นเช่นนี้รึไม่ " ชายชราเหลาเอ่ยถาม
" ไม่ นี่เป็นคราแรกขอรับ " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" เอาล่ะเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง วันนี้เจ้าไปรักษาตัวก่อน แลเมื่อถึงยามเว่ย ( 13.00 - 15.00 ) ให้มาหาข้าที่ตำหนักกลาง " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา
" ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า
ทั้งสองคนเร่งออกจากภูเขาหลงหยาอย่างรวดเร็ว
" ไว้เจ้าทะลวงขั้นพลังเขตแดนผสานวิญญาณเมื่อใด เจ้าค่อยมาสำรวจสำนักสุสานกระบี่อีกครา " ชายชราเหลาเอ่ยออกมาเมื่ออยู่ที่หน้าบ้านไม้ซุง
" ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า
" เวลานี้ก็รักษาตัวแลพักผ่อนให้เต็มที่ แลอย่าลืมยามเว่ย " ชายชราเหลาเอ่ย
" อึ้ม " ชิงหยางพยักหน้า แลเดินเข้าไปในบ้านไม้ซุง
ชิงหยางนั่งลงบนเตียงพลางถอดชุดเปลือยอกของตน แลใช้ยาสมานแผลสูตรผีบอกป้ายทั่วบาดแผล
" อึก " โอสถฟื้นฟูแลโอสถรวมปราณอีกกำมือใหญ่ถูกกลืนลงไปอย่างเร็ว
" เคล็ดวิชาชิงสวรรค์หมุนวนทำงาน " ชิงหยางพึมพำ
" วู๊มมม " เคล็ดวิชาชิงสวรรค์ดูดกลืนพลังฟ้าดินทั่วร่าง แลไหลเวียนผ่านจุดชีพจรทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
" อืม " เด็กหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อสัมผัสพยัคฆ์ขาวของตน สัมผัสได้ว่ามีเสียงฝึเท้าเข้ามาในระยะ
" ฝึเท้าแผ่วเบาเช่นนี้ น่าจะเป็นสตรี " ชิงหยางพึมพำ
" ฟุดฟิด " จมูกของเด็กหนุ่มสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลม
" กลิ่นนี้ เป็นกลิ่นของหนานชี่หลง " ชิงหยางพึมพำ เขาแปลกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อเด็กหนุ่มสหายของตนมีกลิ่นหอมคล้ายสตรี
หนานชี่หลงยืนอยู่หนัาประตู พลางยกมือหมายเคาะประตู " เปิดอยู่ " หนานชี่หลงพึมพำ
หนานชี่หลงผลักประตูเข้ามา พลางกวาดตามองยังร่างของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ดวงตาของหนานชี่หลงเบิกกว้าง ปากเผยอออกเมื่อมองยังบาดแผลทั่วร่าง
" นี่เจ้าไปสู้กับสัตว์อสูรชนิดใดมา " หนานชี่หลงเอ่ยถาม พลางเดินมานั่งยังเก้าอี้
" เรื่องมันยาว " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" ข้ามีเวลา " หนานชี่หลงยกยิ้ม
" ฮื่อห์ " ชิงหยางถอนหายใจออกมาอย่างแรง เขาครุ่นคิดว่าจะเล่าให้สหายฟังดีรึไม่
" ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง " ชิงหยางเอ่ยออกมา
ชิงหยางเลือกเล่าเฉพาะช่วงที่ทะลวงด่านร้อยกระบี่ ให้กับหนานชี่หลงฟัง
" อืม " หนานชี่หลงพยักหน้าช้าๆ
" ข้าเคยได้ยินมาว่า หากผู้ใดสามารถทะลวงด่านร้อยกระบี่ได้ แลเอาชนะค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันได้ จะได้รับโชคใหญ่ " หนานชี่หลงเอ่ย
" ข้ามิเห็นได้รับสิ่งใด " ชิงหยางส่ายหน้า
" นั่นมันเมื่อก่อนตอนที่สำนักสุสานกระบี่ยังรุ่งเรือง " หนานชี่หลงเอ่ย
" เจ้ารู้เรื่องนี้ได้เช่นใด " ชิงหยางเอ่ยถาม
" ทุกตระกูลล้วนมีเรื่องราวเล่าขาน " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" แล้วเจ้าฝึกสามกระบวนท่าเพียงพริบตาสำเร็จแล้วรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" อีกนิด " หนานชี่หลงฉีกยิ้มเห็นฟันขาว ทั้งยังปรากฎลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง
เด็กหนุ่มถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง เพราะเมื่อครู่มันคือยิ้มจากสาวงามที่มิได้ด้อยไปกว่าจี้หรูชิ่ง
" เจ้า " หนานชี่หลงถลึงตาใส่ เมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มจ้องมองตนราวกับสัตว์ป่าหื่นกระหาย
" เอ่อ " ชิงหยางสะดุ้งตื่นจากภวังค์ " เหมือนจริงๆ " ชิงหยางพึมพำ
" สหาย ข้ามีแผลที่หลัง รบกวนเจ้าป้ายยาสมานแผลให้ข้าที " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" อึ้ม " หนานชี่หลงพยักหน้า แลเดินเข้าหา พร้อมกับวาดมือหยิบตลับยาสมานแผล
สองตาของเด็กหนุ่มลอบมองยังฝ่ามือที่เล็ก แลนิ้วที่เรียวยาวเหมือนลำเทียนของหนานชี่หลง
" นี่ หากเจ้ามิหันหลังมา ข้ามิสามารถป้ายยาให้เจ้าได้ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" อ่อ " ชิงหยางเร่งผินกายให้
หนานชี่หลงมองยังแผลสองแผลที่ด้านหลัง รอยแรกเป็นรอยกระบี่ยาว รอยที่สองเหมือนถูกกระบี่แทง
" อืม " ชิงหยางผ่อนลมหายใจออกมาบางเบา เมื่อความเย็นของฤทธิ์ยาแทรกซึมลงยังบาดแผล
" ข้าว่าเมื่อข้าสำเร็จสามกระบวนท่าเพียงพริบตา ข้าจะท้าประลองชิงอันดับกับศิษย์ร้อยอันดับลำดับที่เก้าสิบห้า " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" ดีเลย เราทั้งสองจะได้พบเจอกันบ่อยขึ้น " ชิงหยางเอ่ยออกมา
พลันปรากฎรอยยิ้มแสนหวานบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม " เจ้าคิดว่าศิษย์ลำดับที่เก้าสิบห้าแข็งแกร่งรึไม่ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" ข้ามิรู้ แต่หากดูจากอันดับแล้ว น่าจะแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" ไอ้หมอนั่นอยู่ระดับใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" นางเป็นสตรี แลขั้นพลังของนางอยู่เขตแดนผสานวิญญาณระดับหนึ่ง ทั้งเพิ่งทะลวงขั้นพลัง " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" นางเป็นศิษย์อันดับมานานเท่าใด " ร่างสูงเอ่ยถาม
" น่าจะราวสามปี " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" นางเป็นศิษย์อันดับสามปีตอนที่นางยังอยู่เขตแดนหล่อกายา " ร่างสูงพึมพำ
" แบบนี้มิดี " ชิงหยางส่ายหน้า
" เหตุใดจึงมิดี " หนานชี่หลงเอ่ยถามอย่างร้อนรน
" นางสามารถรักษาอันดับของนางได้นานถึงสามปี เช่นนี้แล้วนางย่อมมิธรรมดา " ชิงหยางเอ่ยออกมา
" แม้นว่านางเพิ่งจะทะลวงขั้นพลัง แต่รากฐานของนางนั้นหนักแน่นยิ่งนัก " ชิงหยางเอ่ย
" เช่นนั้นแล้วข้าต้องทำเช่นใด " หนานชี่หลงให้ร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง
เขาเองอยากจะอยู่ใกล้เด็กหนุ่มเบื้องหน้า ทั้งมิอยากถูกเขาทิ้งห่าง
" อย่างน้อยเจ้าต้องทะลวงพลังระดับเก้าก่อน เจ้าจึงจะสามารถสู้ได้อย่างสูสี " ร่างสูงเอ่ย
" อืม " หนานชี่หลงพยักหน้า
" เอ่อ " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางครุ่นคิด
" มีสิ่งใดรึ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" เจ้ารู้จักกายดารารึไม่ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" รู้จัก " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา เขาเองให้แปลกใจยิ่งนักที่จู่จู่สหายก็เอ่ยถามเรื่องกายล้ำค่าออกมา
" เป็นเช่นใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม
" กายดารานั้นมีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถดูดซับแสงดารามาฝึกฝนได้ทั้งยังแข็งแกร่งราวดวงดารา" หนานชี่หลงเอ่ยออก
" ข้าได้ยินมาว่าในอดีตกาลนั้นมียอดยุทธพิชิตโลกาอยู่ผู้หนึ่ง เขาเป็นกายดารา ทั้งเขายังสร้างสุดยอดศาสตร์ทะลวงโลกาขึ้นมาด้วย " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา
" สุดยอดศาสตร์ทะลวงโลกาที่ว่าคือสุดยอดศาสตร์ใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
หนานชี่หลงให้สงสัยเป็นอย่างมาก เหตุใดสหายของตนจึงได้สนใจในเรื่องนี้เป็นยิ่งนัก
" กระบี่เจ็ดดารา " หนานชี่หลงเอ่ย
เพียงแค่นั้นมันทำให้ใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัว มือไม้เย็นเฉียบ
" สหายเจ้าเป็นสิ่งใด " หนานชี่หลงเอ่ยถามอย่างงุนงง
" ข้ามิเป็นไร " ชิงหยางพลันเอ่ยเสียงเครียด
หนานชี่หลงงุนงงกับอาการของเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก " สงสัยจะเพราะพิษของบาดแผล "
" เจ้า " ชิงหยางมองยังสหาย
หนานชี่หลงมองจ้องชิงหยาง
" เจ้า เป็นกายใด " ชิงหยางเอ่ยถาม
" หึ " หนานชี่หลงแสยะยิ้ม
" หากข้าบอกว่าข้าเป็นกายดาราเจ้าจะเชื่อรึไม่ " หนานชี่หลงเอ่ยอย่างยียวน
" อืม " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
" จริงรึ " ชิงหยางเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น
" วิ้ง " พลันร่างของหนานชี่หลง เปล่งแสงดารานวลเหลืองสว่างไสว
" อา " ชิงหยางอ้าปากค้าง สองตาเบิกโพลง