กระบี่ฟ้าสังหาร

    กระบี่ฟ้าสังหาร ตอนที่ 45 : เจ้า เป็นกายใด

    " มิน่าเชื่อเลยว่าไอ้อ้วนจะเป็นคนนอกที่แฝงตัวเข้ามาในสำนัก " ชิงหยางเอ่ยออกมา 


    แม้นเด็กหนุ่มจะเพิ่งเคยพบเจอซื่อเสียนจื่อ แต่เขารู้สึกว่านิสัยของซื่อเสียนจื่อมิเลวเลยทีเดียว


    " ข้ากำลังจะมีสหาย แต่กลับกลายเป็นจารชนไปเสียนี่ " ชิงหยางส่ายหน้า พลางเดินออกจากตำหนักผุพัง


    " ไอ้หนู เจ้ามิดูกระถางธูปนี่รึ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา


    " จริงสิ " ชิงหยางพยักหน้า แลเดินเข้าหากระถางธูป 


    สองตาของเด็กหนุ่ม มองจ้องยังกระถางธูปสัมฤทธิ์แลก้าวเท้าเดินวนรอบกระถาง


    " ผู้อาวุโส หายไปแล้ว " ชิงหยางเอ่ยออกมา เขาครุ่นคิดถึงยามนั้นที่เพ่งมองครั้งแรก


    " มิใช่ว่าเป็นเส้นปราณกระบี่รึ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา 


    " อืม " เด็กหนุ่มพยักหน้าช้าๆ 


    ชายชราเหลาครุ่นคิด เขามิมีความรู้เกี่ยวเส้นปราณกระบี่เลยจึงมิรู้ว่ามันคือสิ่งใด 


    " ไปกันเถอะ มิมีสิ่งใดแล้ว " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา 


    " ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า แลหยัดกายลุกยืนพลางก้าวเท้าออกจากตำหนัก


    " เจ้ามิเจ็บรึ " ชายราเหลาเอ่ยถาม


    " ยังไหวอยู่ " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " ข้ายังแปลกใจอยู่เรื่องกายาของเจ้าที่สามารถดูดซับพลังความร้อนได้ " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา


    " ข้าก็แปลกใจเช่นกัน " ชิงหยางเอ่ยออกมา เขาครุ่นคิดถึงตอนที่ความร้อนไหลเวียนทั่วร่าง มันช่างร้อนเร่าเผาผลาญเป็นอย่างยิ่ง


    " ก่อนนี้เจ้าเคยเป็นเช่นนี้รึไม่ " ชายชราเหลาเอ่ยถาม


    " ไม่ นี่เป็นคราแรกขอรับ " ชิงหยางเอ่ยออกมา 


    " เอาล่ะเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง วันนี้เจ้าไปรักษาตัวก่อน แลเมื่อถึงยามเว่ย ( 13.00 - 15.00 ) ให้มาหาข้าที่ตำหนักกลาง " ชายชราเหลาเอ่ยออกมา


    " ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า 


    ทั้งสองคนเร่งออกจากภูเขาหลงหยาอย่างรวดเร็ว


    " ไว้เจ้าทะลวงขั้นพลังเขตแดนผสานวิญญาณเมื่อใด เจ้าค่อยมาสำรวจสำนักสุสานกระบี่อีกครา " ชายชราเหลาเอ่ยออกมาเมื่ออยู่ที่หน้าบ้านไม้ซุง


    " ขอรับ " ชิงหยางพยักหน้า 


    " เวลานี้ก็รักษาตัวแลพักผ่อนให้เต็มที่ แลอย่าลืมยามเว่ย " ชายชราเหลาเอ่ย


    " อึ้ม " ชิงหยางพยักหน้า แลเดินเข้าไปในบ้านไม้ซุง 


    ชิงหยางนั่งลงบนเตียงพลางถอดชุดเปลือยอกของตน แลใช้ยาสมานแผลสูตรผีบอกป้ายทั่วบาดแผล 


    " อึก " โอสถฟื้นฟูแลโอสถรวมปราณอีกกำมือใหญ่ถูกกลืนลงไปอย่างเร็ว 


    " เคล็ดวิชาชิงสวรรค์หมุนวนทำงาน " ชิงหยางพึมพำ 


    " วู๊มมม " เคล็ดวิชาชิงสวรรค์ดูดกลืนพลังฟ้าดินทั่วร่าง แลไหลเวียนผ่านจุดชีพจรทั่วร่างอย่างรวดเร็ว


    " อืม " เด็กหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อสัมผัสพยัคฆ์ขาวของตน สัมผัสได้ว่ามีเสียงฝึเท้าเข้ามาในระยะ


    " ฝึเท้าแผ่วเบาเช่นนี้ น่าจะเป็นสตรี " ชิงหยางพึมพำ 


    " ฟุดฟิด " จมูกของเด็กหนุ่มสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลม 


    " กลิ่นนี้ เป็นกลิ่นของหนานชี่หลง " ชิงหยางพึมพำ เขาแปลกใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อเด็กหนุ่มสหายของตนมีกลิ่นหอมคล้ายสตรี 


    หนานชี่หลงยืนอยู่หนัาประตู พลางยกมือหมายเคาะประตู " เปิดอยู่ " หนานชี่หลงพึมพำ


    หนานชี่หลงผลักประตูเข้ามา พลางกวาดตามองยังร่างของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผล


    ดวงตาของหนานชี่หลงเบิกกว้าง ปากเผยอออกเมื่อมองยังบาดแผลทั่วร่าง


    " นี่เจ้าไปสู้กับสัตว์อสูรชนิดใดมา " หนานชี่หลงเอ่ยถาม พลางเดินมานั่งยังเก้าอี้ 


    " เรื่องมันยาว " ชิงหยางเอ่ยออกมา 


    " ข้ามีเวลา " หนานชี่หลงยกยิ้ม 


    " ฮื่อห์ " ชิงหยางถอนหายใจออกมาอย่างแรง เขาครุ่นคิดว่าจะเล่าให้สหายฟังดีรึไม่ 


    " ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง " ชิงหยางเอ่ยออกมา 


    ชิงหยางเลือกเล่าเฉพาะช่วงที่ทะลวงด่านร้อยกระบี่ ให้กับหนานชี่หลงฟัง 


    " อืม " หนานชี่หลงพยักหน้าช้าๆ


    " ข้าเคยได้ยินมาว่า หากผู้ใดสามารถทะลวงด่านร้อยกระบี่ได้ แลเอาชนะค่ายกลกระบี่เก้าสุริยันได้ จะได้รับโชคใหญ่ " หนานชี่หลงเอ่ย


    " ข้ามิเห็นได้รับสิ่งใด " ชิงหยางส่ายหน้า 


    " นั่นมันเมื่อก่อนตอนที่สำนักสุสานกระบี่ยังรุ่งเรือง " หนานชี่หลงเอ่ย


    " เจ้ารู้เรื่องนี้ได้เช่นใด " ชิงหยางเอ่ยถาม 


    " ทุกตระกูลล้วนมีเรื่องราวเล่าขาน " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " แล้วเจ้าฝึกสามกระบวนท่าเพียงพริบตาสำเร็จแล้วรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม


    " อีกนิด " หนานชี่หลงฉีกยิ้มเห็นฟันขาว ทั้งยังปรากฎลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง 


    เด็กหนุ่มถึงกับดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง เพราะเมื่อครู่มันคือยิ้มจากสาวงามที่มิได้ด้อยไปกว่าจี้หรูชิ่ง 


    " เจ้า " หนานชี่หลงถลึงตาใส่ เมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มจ้องมองตนราวกับสัตว์ป่าหื่นกระหาย


    " เอ่อ " ชิงหยางสะดุ้งตื่นจากภวังค์ " เหมือนจริงๆ " ชิงหยางพึมพำ


    " สหาย ข้ามีแผลที่หลัง รบกวนเจ้าป้ายยาสมานแผลให้ข้าที " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " อึ้ม " หนานชี่หลงพยักหน้า แลเดินเข้าหา พร้อมกับวาดมือหยิบตลับยาสมานแผล


    สองตาของเด็กหนุ่มลอบมองยังฝ่ามือที่เล็ก แลนิ้วที่เรียวยาวเหมือนลำเทียนของหนานชี่หลง 


    " นี่ หากเจ้ามิหันหลังมา ข้ามิสามารถป้ายยาให้เจ้าได้ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " อ่อ " ชิงหยางเร่งผินกายให้ 


    หนานชี่หลงมองยังแผลสองแผลที่ด้านหลัง รอยแรกเป็นรอยกระบี่ยาว รอยที่สองเหมือนถูกกระบี่แทง


    " อืม " ชิงหยางผ่อนลมหายใจออกมาบางเบา เมื่อความเย็นของฤทธิ์ยาแทรกซึมลงยังบาดแผล


    " ข้าว่าเมื่อข้าสำเร็จสามกระบวนท่าเพียงพริบตา ข้าจะท้าประลองชิงอันดับกับศิษย์ร้อยอันดับลำดับที่เก้าสิบห้า " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " ดีเลย เราทั้งสองจะได้พบเจอกันบ่อยขึ้น " ชิงหยางเอ่ยออกมา 


    พลันปรากฎรอยยิ้มแสนหวานบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม " เจ้าคิดว่าศิษย์ลำดับที่เก้าสิบห้าแข็งแกร่งรึไม่ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " ข้ามิรู้ แต่หากดูจากอันดับแล้ว น่าจะแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " ไอ้หมอนั่นอยู่ระดับใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม


    " นางเป็นสตรี แลขั้นพลังของนางอยู่เขตแดนผสานวิญญาณระดับหนึ่ง ทั้งเพิ่งทะลวงขั้นพลัง " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา 


    " นางเป็นศิษย์อันดับมานานเท่าใด " ร่างสูงเอ่ยถาม


    " น่าจะราวสามปี " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " นางเป็นศิษย์อันดับสามปีตอนที่นางยังอยู่เขตแดนหล่อกายา " ร่างสูงพึมพำ


    " แบบนี้มิดี " ชิงหยางส่ายหน้า


    " เหตุใดจึงมิดี " หนานชี่หลงเอ่ยถามอย่างร้อนรน


    " นางสามารถรักษาอันดับของนางได้นานถึงสามปี เช่นนี้แล้วนางย่อมมิธรรมดา " ชิงหยางเอ่ยออกมา


    " แม้นว่านางเพิ่งจะทะลวงขั้นพลัง แต่รากฐานของนางนั้นหนักแน่นยิ่งนัก " ชิงหยางเอ่ย


    " เช่นนั้นแล้วข้าต้องทำเช่นใด " หนานชี่หลงให้ร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง 


    เขาเองอยากจะอยู่ใกล้เด็กหนุ่มเบื้องหน้า ทั้งมิอยากถูกเขาทิ้งห่าง 


    " อย่างน้อยเจ้าต้องทะลวงพลังระดับเก้าก่อน เจ้าจึงจะสามารถสู้ได้อย่างสูสี " ร่างสูงเอ่ย


    " อืม " หนานชี่หลงพยักหน้า 


    " เอ่อ " ชิงหยางเอ่ยออกมา พลางครุ่นคิด 


    " มีสิ่งใดรึ " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา 


    " เจ้ารู้จักกายดารารึไม่ " ชิงหยางเอ่ยถาม 


    " รู้จัก " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา เขาเองให้แปลกใจยิ่งนักที่จู่จู่สหายก็เอ่ยถามเรื่องกายล้ำค่าออกมา


    " เป็นเช่นใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถาม 


    " กายดารานั้นมีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง เพราะสามารถดูดซับแสงดารามาฝึกฝนได้ทั้งยังแข็งแกร่งราวดวงดารา" หนานชี่หลงเอ่ยออก


    " ข้าได้ยินมาว่าในอดีตกาลนั้นมียอดยุทธพิชิตโลกาอยู่ผู้หนึ่ง เขาเป็นกายดารา ทั้งเขายังสร้างสุดยอดศาสตร์ทะลวงโลกาขึ้นมาด้วย " หนานชี่หลงเอ่ยออกมา


    " สุดยอดศาสตร์ทะลวงโลกาที่ว่าคือสุดยอดศาสตร์ใดรึ " ชิงหยางเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น


    หนานชี่หลงให้สงสัยเป็นอย่างมาก เหตุใดสหายของตนจึงได้สนใจในเรื่องนี้เป็นยิ่งนัก 


    " กระบี่เจ็ดดารา " หนานชี่หลงเอ่ย


    เพียงแค่นั้นมันทำให้ใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัว มือไม้เย็นเฉียบ 


    " สหายเจ้าเป็นสิ่งใด " หนานชี่หลงเอ่ยถามอย่างงุนงง


    " ข้ามิเป็นไร " ชิงหยางพลันเอ่ยเสียงเครียด 


    หนานชี่หลงงุนงงกับอาการของเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก " สงสัยจะเพราะพิษของบาดแผล " 


    " เจ้า " ชิงหยางมองยังสหาย 


    หนานชี่หลงมองจ้องชิงหยาง 


    " เจ้า เป็นกายใด " ชิงหยางเอ่ยถาม


    " หึ " หนานชี่หลงแสยะยิ้ม 


    " หากข้าบอกว่าข้าเป็นกายดาราเจ้าจะเชื่อรึไม่ " หนานชี่หลงเอ่ยอย่างยียวน 


    " อืม " ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ 


    " จริงรึ " ชิงหยางเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น


    " วิ้ง " พลันร่างของหนานชี่หลง เปล่งแสงดารานวลเหลืองสว่างไสว 


    " อา " ชิงหยางอ้าปากค้าง สองตาเบิกโพลง


    คล้ายกับเรื่องกระบี่ฟ้าสังหาร ที่คุณอ่าน