ณ ลานหน้าตำหนักเ้า์
หลังเวลาผ่านไปนานหลายปี องค์ชายม่อเหยียนเซิงได้เติบโตเป็หนุ่มจนตอนนี้ก็อายุ2600ปี หรือเทียบก็คงอายุ18ปีเท่านั้น
เหล่าเทพเเละเซียนบน์ต่างให้การยกย่องเป็หนักหนาว่าเขาถือเป็ยอดบุรุษเพราะมีท่าทีที่สง่า งดงาม เเล้วเพียงอายุได้1200ปีเท่านั้นก็สามารถเรียนวรยุทธต่างๆในตำราเทพ์สำเร็จไวกว่าปกติมากนัก เเถมยังผ่านการทดสอบเบญจเทพระดับ หยวนตาน เเละเทียนหยาน 2ใน5 ขั้นบททดสอบแห่ง์ที่น้อยนักจะสามารถผ่านได้ไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เขานั้นถือเป็ยอดบุรุษในเเดน์อีกหนึ่งคนที่ดินแดนต่างๆพากันยกย่อง
"องค์ชาย รอหม่อมฉันก่อนพะยะค่ะ!"
"เ้ารีบตามข้ามาสิ ชักช้าอืดอาดไปได้ ทำอย่างกับคนแก่"
"ก็กระหม่อมแก่แล้วนี้พะยะค่ะ กระหม่อมก็เป็เพียงปักษาเฒ่าตัวหนึ่งเองนี้พะยะค่ะ หยุดวิ่งก่อนเถิดองค์ชายเหยียนเซิง"
"เ้านี้ไม่ได้เื่จริงๆน่ะ เถาหยาน เเค่นี้ก็เหนื่อยซะแล้ว เ้ารู้ใหมว่าวันนี้วันอะไร ข้าถึงต้องรีบไปเข้าเฝ้าท่านพ่อ" เหยียนเซิงเอ่ยถามเถาหยานผู้ดูแลที่องค์รัชทายาทฉือเซิงที่บัดนี้ได้เป็องค์เง๊กเซียนฮองเต้เเล้วส่งมาดูเเลเขา ดูท่าใครจะดูเเลใครกันเเน่ เหยียนเซิงคิด
"วันใหว้พระจันทร์หรือพะยะค่ะ "
"ไม่ใช่! เ้านี้น่ะเคยจำอะไรได้บ้างนี้!"
"เเล้วมันคือวันอะไรหรือพะยะค่ะ"
"วันนี้ก็คือวันที่ท่านพ่อสัญญาว่าจะพาข้าลงไปเที่ยวภพมนุษย์ไง ข้าอุสาพยายามผ่านระดับเทียนหยานเพื่อให้จะได้ไปเที่ยวภพมนุษย์ " เหยียนเซิงตอบ ก่อนจะซอดสายตาไปมาเหมือนพยายามมองหาใครบางคน
"องค์ชายทรงมองหาอะไรหรือพะยะค่ะ?"
"ข้าก็มองหาท่านพ่อสิว่าเมื่อไรจะมาสักที ข้ารอที่นี้นานเเล้ว. ทำไมป่านนี้ท่านพ่อถึงยังไม่มาน่ะ หรือลืมสัญญาที่ให้ข้า"เหยียนเซิงเริ่มสงสัย
"กระหม่อมว่าองค์เง๊กเซียนคงมีราชกิจสำคัญจึงมาล่าช้า ขอองค์ชาย ทรงใจเย็นน่ะพะยะค่ะ" เถาหยานปลอบ ม่อเหยียนเซิงนั่งรอองค์เง๊กเซียนฮองเต้ไปอีกนานจนท้องฟ้าจากสว่างจ้าเริ่มมีประกายดวงดาวให้เห็นแล้ว
"นี้ก็มืดเเล้วน่ะ ทำไมท่านพ่อจยังไม่มาอีก ที่ข้ามารอก็เพียงจะจะให้ท่าพ่อทำตามสัญญาลงไปภพมนุษย์เเต่นี้ข้าอดทนรอมาทั้งวันแล้วท่านพ่อก็ยังไม่มา เถาหยานข้าจะไม่ทนรอเเล้วน่ะ!!" เหยินเซิงตระโกนดัง เเต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากคนข้างๆเขา
"เถาหยานๆๆๆๆ" เหยินเซิงตระโกนเรียกอีกก่อนจะหันไปมองปรากฏว่าเถาหยานนั้นได้หลับไปแล้ว หลับสนิทเลยทีเดียว
"ได้! ในเมื่อไม่มีใครสนใจข้า ข้าจะไปภพมนุษย์เพียงผู้เดียวก็ได้"
ไม่นานนักเหยียนเซิงก็ได้เดินมาถึงประตูมิติที่กันระหว่าง3ภพใว้คือ ภพ์ ภพมนุษย์ ภพทัณนรก โดยมี3 ผู้ดูแลเฝ้าประตูอยู่
"ข้าน้อยขอคารวะองค์ชายเหยียนเซิง ไม่ว่ามีเหตุอันใดองค์ชายถึงเสด็จมาที่นี้ได้พะยะค่ะ?"1ใน3ผู้ดูแลประตูได้ถามขึ้น
"ข้าได้รับอนุญาตจากท่านพ่อให้ข้านั้นสามารถไปยังภพมนุษย์ได้ ขอพวกท่านจงเปิดประตูเเห่งภพมนุษย์ให้ข้าด้วย"
"หากไม่มีตราประจำกายองค์เง๊กเซียนฮองเต้หรือราชโองการมากระหม่อมเกรงว่าจะไม่สามารถเปิดประตูสู่ภพมนุษย์ให้องค์ชายได้พะยะค่ะ"
"อะไรน่ะ!!! พวกเ้าจะไม่เปิดให้ข้ารึ ข้าก็บอกแล้วไงว่าข้าได้รับอนุญาตจากองค์เง็กเซียนฮองเต้ของพวกเ้าแล้ว ไม่ได้ยินหลอ"
"หากไม่มีสิ่งใดมายืนยัน พวกกระหม่อมไม่อาจเปิดประตูภพมนุษย์ให้ได้จริงๆพะยะค่ะ โปรดองค์ชายทรงเข้าใจ" เหยียนเซิงนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะยอมล่าถอยออกมา
เขาเดินไปตามทางเลื่อยๆอย่างไรจุดหมาย จนเดินมาถึงสระบัวเเก้วนั่งพักใช้สมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนอยู่ๆก็นึกถึงคำสอนในตำราพรหมมาศ ที่บอกถึงวิถีการโคจรของพลังแห่งจักรวาล ที่เชื่อมต่อกันทั้ง3ภพ หมุนเวียนเปลี่ยนผันไปเลื่อยๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเหยียนเซิงคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าหากเขานั้นรวมพลังแห่งจักวาลได้ทั3ภพพร้อมกัน เขานั้นก็น่าจะสามารถไปภพมนุษย์ได้ โดยไม่ต้องไปขอให้ผู้ดูแลเปิดประตูภพมนุษย์ให้ ไม่นานนักเหยียนเซิงก็ได้แสระยิ้มที่มุมปากกับความคิดอันสุดแสนจะอัจฉริยะของเขาเอง
"ถึงมันจะเป็เพียงทฤษฎีเเต่ข้าก็จะลองดู ข้าไม่ยอมให้อุปสรรคเเค่นี้มาขวางข้าหลอก เป็ถึงโอรส์จะยอมเเพ้ง่ายๆได้อย่างใด"
เหยียนเซิงมั่นใจอย่างมากว่าตนจะสามารถทำได้แม้จะมีพลังการบำเพ็ญไม่สูงนักแต่อย่างเขานั้นขนาดการสอบผ่าน2ระดับของด่านวัดเบญจเทพมาได้ วิชาที่เขามีก็คงไม่ด้อยไปกว่าใครเป็แน่อีกทั้งเป็ถึงโอรส์จะยอมอะไรง่ายๆได้อย่างไร
ณ ตำหนักเมฆาขาว
"พวกเ้าหากข้าไม่เรียกไม่ต้องเข้ามาข้าจะอ่านตำรา หากท่านเเม่ท่านพ่อมาก็บอกว่าข้านอนไปแล้ว ห้ามให้ใครมารบกวนข้าเด็ดขาด!!"
"ขอรับองค์ชาย "
หลังจากคิดหาวิธีไปแดนมนุษย์ได้นั้น เหยียนเซิงก็เร่งรีบกลับตำหนักตนเองทันที เพื่อที่จะทำให้ความคิดตนเองสำเร็จ เหยียนเซิงสั่งเหล่าบริวารที่รอต้อนรับอยู่หน้าตำหนักด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะเดินหายเข้าไปในนำหนักเพียงลำพัง
"มาลองดูกันสักหน่อยก็แล้วกัน"
เหยียนเซิงนั่งลงกลางห้องเตรียมพร้อมก่อนจะผายมือทั้งสองข้างออกไปรอบๆเเล้วค่อยๆรวบรวมพลังแห่งภพ์มาที่ละน้อยๆเเล้วค่อยนำมือทั้งสองข้างมาประสานกันเกิดเป็เเรงลมมหาศาลพัดวนไปทั่วห้องเเละบริเวณรอบนอกตำหนัก เหยิยนเซิงรวมพลังของภพ์ไว้ตรงกลางลำตัวอย่างช้าๆ ระมัดระวัง ข้าวของต่างๆกระจัดกระจายไปทั่วด้วยเเรงลมที่พัดวนอยู่ภายในห้องส่วนด้านนอกตำหนักก็เช่นกันเหล่าบริวารต่างหาที่จับเพื่อยึดเหนื่ยวไม่ให้ตนปลิวไปตามแรงลมที่พัดประทะอย่างทุลักทุเล
เมื่อพลังเเห่งภพ์คงสภาพเขาจึงค่อยๆผายมือออกอีกครั้งเป็วงกลมเเล้วรวบรวมพลังในภพมนุษย์เเต่ครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนพลังแห่งภพ์พลังมหาศาลพุ่งตรงมาทีเขาทำให้ร่างของเหยียนเซิงลอยขึ้นกลางอากาศเเล้วเกิดเเรงสั้นะเืไปทั่วแดน์ ะเืไปถึงตำหนักของเง็กเซียนฮองเต้ที่กำลังวาราชการกับเหล่าเทพเซียนอยู่ เหล่าเทพเซียนต่างพากันยกใจกันยกใหญ่
"นี้มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันนี้" องค์เง็กเซียนพูดขึ้นพร้อมสีหน้าสงสัย
ด้านเหยียนเซิงแม้พลังจักรวาลเเห่งภพมนุษย์กำลังจะเข้าแทรกเเละทำลายพลังบำเพ็ญภายในอันไม่มากนักเเต่เหยียนเซิงก็อยากจะเสี่ยงเพราะความกล้าได้กล้าเสียเเละยึดมั่นในตัวเองเขานั้นจะไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆเป็แน่ เขารอพลังเเห่งภพมนุษย์นนี้เสถียรเสียก่อนเเล้วจึงเร่งรวมพลังเเห่งภพทัณทรกมาอย่างรวมเร็ว เกิดเป็ไฟร้อนแรงแผดเผาข้าวของต่างๆในห้องเเล้วพลังนั้นยังบังเกิดเหตุเภทภัยะเืไปทั่วทั้ง3ภพ 6ดินแดน ก่อนที่ไฟแห่งภพทัณนรกจะเข้าแผดเผาร่างของเขาด้วยเเต่ด้วยความพยายามเเละเเม้จะกระอักออกมาเป็เืเเล้วก็ตามเขาก็ไม่ยอมเเพ้ ยังทำตามความตั่งใจเดิมต่อไปเขาพยายามควบคุมพลังของทั้ง3ภพให้ได้เพื่อเปิดประตูสู่ภพมนุษย์
เหยียนเซิงรอเวลาก่อนจะรวมพลังจะ3เขาด้วยกันเเต่พลังนั้นเกิดการตีกลับเล็กน้อยทำให้เขากระอักออกมาเป็เือีกจนพลังิญญาเริ่มจะแตกสลายเเต่เขาก็ไม่ยอม ทุมพลังกายเเละพลังบำเพ็ญรวมถึงพลังิญญาทั้งหมดเพื่่อรวมพลังทั้ง3 เกิดเป็ลำแสงที่รุ้งกระจายไปทั่วทุกทิศทางเเละเข้าห่อหุ้มร่างเขาใว้ ก่อนที่ประตูตำหนักจะเปิดออกเผยร่างหนึ่งที่เดินเข้า ท่าทีสง่างาม น่าเกรงขาม นั้นคือ องค์เง๊กเซียนฮองเต้นั้นเอง
"ม่อเหยียนเซิง!!!"
"ทะ..ท่าน..พ่อ..."
เเต่องค์เง๊กเซียนฮองเต้นั้มาช้าไป ตอนนี้เหยียนเซิงได้บรรลุเป้าหมายของเข้าแล้ว เขานั้นหายตัวไปต่อหน้าต่อหน้าองค์เง๊กเซียนฮองเต้ซึ้งไม่มีใครรู้ว่าเหยียนเซิงจะไปปรากฏตัวที่ภพใหนหรือดินแดนใด
.
.
.
.
. . .TbC