โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 123

    “ได้เท่านี้เองสินะ”

    มาตินกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงเต็มที พร้อมกับกระอักเลือดออกมาจำนวนมาก ร่างกายของเขามาถึงขีดจำกัดแล้วนี่คืออีกสิ่งที่ต้องแลกมากับการใช้พลังที่เกินตัว

    “อั๊ก!”

    ในขณะเดียวกันเกียร์มอเองก็มาถึงขีดจำกัดเช่นกัน ทั้งสองต่างก็ไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้ อย่าว่าแต่ต่อสู้เลยเพียงแค่ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา

    “พวกเวรเอ่ย เล่นซะหอบเลย”

    ราฟบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ เขาหอบหายใจอย่างหนักแม้แต่เรนเองก็ไม่เว้นเช่นเดียวกัน พลังออร่าของทั้งคู่เห็นได้ชัดว่าอ่อนโทรมลงไปเยอะ อย่างไรก็ตามสีหน้าของทั้งสองกลับแสดงความโล่งอกโล่งใจออกมา เมื่อเห็นศัตรูที่ขัดขวางพวกเขาทั้งสองคนนั้นหมดพลังกันแล้ว

    “ข้าจะมาจัดการกับพวกเจ้าหลังจากจัดการกับไอเด็กเวรนั่นแล้ว”

    ราฟกล่าวขึ้น และเดินไปเบื้องหน้าของเซนคู่กันกับสหายของเขา

    “มันจบแล้ว”

    เรนกล่าวพร้อมทั้งสองสหายนั้นส่งพลังเปลวเพลิงและพลังน้ำแข็งพุ่งตรงไปที่เซน ในขณะเดียวกันเกียร์มอและมาตินนั้นรู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก พวกเขาเข้าใจอย่างแท้จริงแล้วว่าพวกเขากำลังจะตายหลังจากที่เซนตายแน่นอน

    “บึ้ม!”

    ในเวลานั้นเองการต่อสู้ระหว่างกาโร่และมาเอลก็ได้จบลงโล่คลื่นเสียงที่ปิดกั้นทั้งสองคนได้หายไปพร้อมกับปรากฏภาพที่น่าตกใจขึ้น คนแรกคือมาเอลตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากคนตาย ร่างกายของเขาอาบย้อมด้วยโลหิตแทบจะทุกส่วน บาดแผลใหญ่จำนวนมากปรากฏอยู่ตามร่างกายและส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นจุดสำคัญทั้งสิ้น มันน่าแปลกใจอย่างมากที่สามารถเห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่

    ในขณะที่กาโร่นั้นเพียงบิดร่างกายเล็กน้อยเหมือนกับคลายเมื่อยร่างกายของเขามีบาดแผลเล็กๆ เต็มไปหมด อย่างไรก็ตามไม่นานมันก็คืนสภาพช้าๆ จนบาดแผลนั้นหายไปราวกับว่าเขาได้เกิดใหม่

    สายตาที่เลื่อนลอยของมาเอลจ้องมองไปที่ร่างของเซนที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่นิ่งไม่ขยับไปไหน และเหมือนกับว่ากำลังรอความตายที่กำลังใกล้เข้ามา

    “มาได้แค่นี้สินะ…”

    มาเอลกล่าวอย่างอ่อนแรงพร้อมกับแสดงรอยยิ้มเย้ยหยันตนเองที่อ่อนแอถึงขนาดนี้

    ในขณะที่ความร้อนและความเย็นกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เซนนั้น ชายหนุ่มที่จมอยู่ในสมาธิอย่างลึกซึ้งก็ได้ลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับมองภาพเบื้องหน้าอย่างสงบ

    แท่งน้ำแข็งแหลมคมจำนวนมหาศาลและเปลวเพลิงสีม่วงอันร้อนแรงราวกับมาจากผืนนรกแทบจะจ่ออยู่ที่ปลายจมูกของชายหนุ่มแล้ว ทันใดนั้นรอบกายของชายหนุ่มกลับปรากฏออร่าสีดำสนิทขึ้นมาสายหนึ่ง

    “หืม?”

    ราฟและเรนอยู่ในสภาพที่ตกใจพร้อมกันเมื่อเห็นการปรากฏขึ้นของออร่าสีดำนั้น หากเป็นออร่าปกติพวกเขาจะไม่ประหลาดใจเช่นนี้แต่ออร่าของเซนนั้นนอกจากพวกเขาไม่เคยพบมันมาก่อนแล้ว มันยังแสดงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎีต่อหน้าต่อตาพวกเขาอีกด้วย

    “ครืด!”

    ออร่าสีดำได้ดูดกลืนน้ำแข็งและเปลวเพลิงของทั้งคู่หายไปในพริบตา พร้อมๆ กันนั้นพลังของออร่าสีดำกลับเพิ่มขึ้นทวีคูณราวกับมันได้ดึงพลังของออร่าทั้งสองที่แตกต่างนั้นมาเป็นพลังของมันเอง

    ในเวลานั้นออร่าสีดำก็ได้เปลี่ยนเป็นครึ่งหนึ่งเปลวเพลิง ครึ่งหนึ่งแท่งน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วน มันเหมือนกับออร่าของราฟและเรนทุกอย่างเพียงแต่มันเป็นสีดำและให้ความรู้สึกที่อันตรายแตกต่างกันออย่างชัดเจน

    “ตาย”

    นั่นคือสิ่งที่สองสหายนั้นรู้สึกได้เมื่อเห็นแท่งน้ำแข็งสีดำและเปลวเพลิงสีดำกำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขา

    “บึ้มมมมมมมมม!”

    “อ้ากกกกกก!”

    ทั้งสองร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเนื่องจากถูกการโจมตีที่เหนือความคาดหมายเข้าเต็มๆ ร่างกายของเรนนั้นถูกแท่งน้ำแข็งสีดำจำนวนมากปักเอาไว้ในขณะที่ร่างกายของราฟถูกเปลวเพลิงสีดำแผดเผา ไม่ใช่แค่นั้นปริมาณออร่าในร่างกายของพวกเขากำลังถูกดูดกลืนด้วยออร่าสีดำนั้น

    กาโร่พุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเหลือสหายทั้งสองอย่างไรก็ตามเขากลับต้องแปลกใจเมื่อสังเกตออร่าสีดำนั้นใกล้ๆ มันมีความคล้ายคลึงกับออร่าธาตุมืดแต่อย่างไรก็ตามมันกลับสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติเป็นได้ทั้งธาตุน้ำและธาตุไฟชั่วชีวิตของกาโร่นั้นไม่เคยพบกับออร่าเช่นนี้มาก่อน

    แท้จริงแล้วออร่าของเซนนั้นไม่ใช่เพียงแต่สามารถใช้คุณสมบัติได้เพียงแค่ธาตุน้ำและธาตุไฟเท่านั้น แต่มันสามารถใช้คุณสมบัติได้ทุกธาตุ และยังเหนือกว่าธาตุปกติอีกด้วยนั่นคือพลังของออร่าแห่งหายนะเพียงแค่คนครอบครองออร่าชนิดนี้ได้ก็สามารถต่อสู้กว่าตัวตนที่เหนือกว่าระดับของผู้ใช้ได้หลายระดับบวกกับพลังต่อสู้และสัญชาตญาณของเซน มันตึงไร้เทียมทานอย่างมากเมื่อเขาสามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์

    ในขณะที่กาโร่นั้นพุ่งมาหาสหายของเขาเซนเองก็ไม่ได้อยู่เฉยเช่นกันชายหนุ่มมาที่เบื้องหน้าของกาโร่ ด้วยความเร็วเช่นนี้นั้นทำให้กาโร่ไม่อาจขยับตัวได้ทันจึงถูกเปลวเพลิงสีดำจู่โจมใส่เต็มๆ กลางหน้าอก

    “บึ้ม!”

    เกิดรูโหว่ขนาดเล็กๆ ขึ้นที่กลางหน้าอกของกาโร่ในขณะที่รอบๆ บาดแผลนั้นมีเปลวเพลิงสีดำกำลังเผาไหม้และกัดกินไปเรื่อยๆ

    “ดูดกลืนออร่าของอีกฝ่ายเพื่อเพิ่มพลังให้กับตนเอง ช่างน่ากลัวจริงๆ แถมการเลื่อนระดับจากกึ่งเทวะไปเป็นระดับเทวะในช่วงเวลาสั้นๆ เจ้าทำได้ยังไงกัน”

    เซนที่เห็นสีหน้าที่สงบนิ่งของกาโร่หลังจากได้รับบาดแผลที่สาหัสเขาก็รู้สึกผิดปกติอย่างมาก อย่างไรก็ตามเขายังมั่นใจว่าสามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้หากอยู่ในกรณีที่พลังของอีกฝ่ายไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของเขา

    คำถามของกาโร่นั้นไม่เพียงแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สงสัย ยังรวมถึงคนในห้องโถงทุกคนด้วยที่ยังมีสติอยู่ตอนนี้ พวกเขาต่างต้องการรับรู้ โดยเฉพาะมาเอลที่อยู่กับเซนมาสักพักแม้จะเรียกว่าไม่ได้รู้จักกันดี แต่เพียงความประทับใจแรกที่ได้พบเจอชายหนุ่มนั้นมันทำให้มาเอลรู้สึกทันทีว่าเซนนั้นเป็นคนที่ลึกลับอย่างมาก แต่เขาไม่คิดว่าชายหนุ่มจะประหลาดขนาดนี้

    “ก็แค่ระดับเทวะ มันแค่ระดับเล็กๆ เท่านั้น ต่อให้เหนือกว่าระดับเทวะข้าก็ผ่านมันไปได้โดยใช้เวลานิดหน่อย”

    เซนนั้นกล่าวความจริงออกมาแน่นอน อย่างไรก็ตามไม่มีใครสักคนเดียวที่เชื่อคำพูดของเซน แม้แต่กาโร่เองก็คิดว่าเซนนั้นกำลังล้อเล่นและกวนประสาทเขาอยู่

    “ช่างมันเถอะ เพราะยังไงเจ้าก็ต้องตายที่นี่อยู่แล้ว มันเป็นผลจากการที่เจ้าเลือกอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเรา”

    กาโร่ยิ้มเหี้ยมพร้อมกับกล่าวในขณะที่ระเบิดออร่ามหาศาลออกมาทำให้เซนที่อยู่ไม่ไกลมากนักถึงกับหน้าสั่นเพราะความดุดันของออร่านั้น

    เซนหยิบดาบขึ้นมาทันทีพร้อมกับเตรียมตัวที่จะใช้เคล็ดดาบอเวจี ชายหนุ่มไม่ต้องการจะประมาทศัตรูและต้องการจะเผด็จศึกให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้ในตอนนี้

    “ปรณัมมรณะ!”

    ดาบถูกวาดออกไปอย่างเชื่องช้าอย่างไรก็ตามครานี้มันกลับแตกต่างกลับคราก่อนๆ เพราะมันมีออร่าเปลวเพลิงสีดำรวมอยู่ด้วยทำให้เคล็ดดาบอเวจีสำแดงพลังได้เพิ่มขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์

    “บึ้มมมมมม!”

    พื้นหินรอบตัวของกาโร่แตกหักจากแรงกดดันอันมหาศาลในขณะที่คมดาบของเซนกำลังเคลื่อนตัวมาช้าๆ แต่เซนกลับต้องประหลาดใจเพราะกาโร่นั้นสามารถยืนอยู่นิ่งๆ เหมือนกับว่าแรงกดดันมหาศาลนั้นไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับเขา

    “แค่นี้เจ้ายังไม่สามารถเอาชนะข้าได้หรอกนะ”

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน