the choice

    the choice : three

    ‘ห้าแต้มงั้นเหรอ?’‘แต่ช่างมันก่อน เพราะตอนนี้...เราเพิ่งฆ่าเพื่อนข้างห้องไป’‘บอล.. เราขอโทษ’
    เจมส์ได้แต่สั่นกลัว เขารีบวิ่งเข้าห้องของเขาไป พร้อมกับล็อกประตูอย่างรวดเร็วเขาค่อย ๆ รวบรวมสติให้กับตัวเอง เสียงหอบเหนื่อยของการหายใจบ่งบอกได้ถึงความหวาดกลัวที่กำลังครอบงำเขาสูดลมหายใจลึกเต็มปอดเพื่อเรียกสติให้กับตัวเองพร้อมทั้งคิดหาทางออกจากสถานการณ์นี้ แต่อุปสรรคของทางออกก็คือ การที่เขาได้ฆ่าคนเป็นครั้งแรก แถมยังเป็นเพื่อนของตัวเอง ความรู้สึกผิดตีตื้นเข้ามาในหัวทันที นั่นยิ่งทำให้ร่างกายสั่นขึ้นเรื่อย ๆขอบตาของเขาเริ่มร้อนผ่าวบ่งบอกว่ากำลังมีของเหลวสีใสเอ่อล้นในดวงตา
    ‘เราเพิ่งฆ่าคนไป’‘เราเพิ่งฆ่าคนไป’‘เราเพิ่งฆ่าคนไป’
    เสียงในหัวย้ำไปมา บอกการกระทำที่ไม่น่าให้อภัย มือทั้งสองจับที่ศรีษะกำผมแน่น เจมส์มีสีหน้าที่ไม่สู้ดี ความเสียใจเข้ากัดกินทีละนิด ๆ เขาค่อย ๆ ลดตัวนั่งลง แล้วหดตัวกอดเข่าให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อกอดปลอบตัวเองในสถานการณ์ที่เคว้งคว้าง
    โทรศัพท์มือถือบอกเวลายี่สิบสามนาฬิกายี่สิบสี่นาที เขายังคงรู้สึกคิดไม่ตก ไม่ว่าจะเป็นความกระวนกระวาย ความกลัว หวาดระแวง เขาไม่เข้าใจว่าทำอะไรอยู่ ตอนนี้มันเป็นสถานการณ์ที่เขาต้องทำตัวแบบไหน เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
    ด้วยความกลัว มันทำให้เขาปาโทรศัพท์ออกไปชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างจัง แสงไฟเพียงหนึ่งเดียวของห้องสี่เหลี่ยมนี้ดับวูบหายไป เหลือเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างช่วยพอให้เห็นสิ่งของเลือนรางในห้องนี้ได้บ้าง
    จู่ ๆ น้ำตาของเจมส์ก็ค่อย ๆ ไหลรินออกมา สองมือกดไปที่ดวงตาของเขาพร้อมสะอื้นไห้ไม่หยุด
    “อยากให้ทั้งหมดนี่เป็นความฝันจัง” เขาพึมพำออกมาด้วยเสียงสั่นไหวและก่อนที่เจมส์จะเสียสติไปมากกว่านี้ ก็ได้มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามาหยุดความคิดของเขาเอาไว้ก่อน
    กรี๊ดดดดดดด ช่วยด้วย!!
    เสียงนั่นดังมาจากชั้นสามในหอของเขา เป็นเสียงเล็กแหลมของผู้หญิงที่ร้องด้วยความหวาดกลัวแต่แล้วก็มีภาพของผู้หญิงที่เขาแอบชอบซ้อนทับเข้ามาแทน มันเป็นภาพที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นจริงเลยแม้แต่น้อยถ้าเสียงนี้เป็นเสียงร้องของผู้หญิงที่เขาชอบกำลังหนีกลัวซอมบี้ เขาคงจะเจ็บปวดไม่น้อย เขาไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไปเลย แม้สักนิดก็ไม่เลย
    “มุก” เจมส์เอ่ยเสียงสั่นเรียกชื่อของผู้หญิงในความคิด อยู่ดี ๆ ภาพรอบข้างเขาก็เต็มไปด้วยความมืดมิดไม่มีแม้แต่เงาของสิ่งของ และแล้วเขาก็เห็นภาพมุกค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน เธอกำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลังแต่ไม่นานก็ถูกฉุดให้ล้มลง โดนซอมบี้มากมายกัดกินตัวของเธอฉีกเป็นชิ้น ๆ เลือดเนื้อเปรอะเปื้อนใบหน้าสวยหวาน
    นั่นเป็นแค่ภาพในความคิดของเจมส์ แต่มันยิ่งทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวมากกว่าเดิม
    ‘ไม่ได้ มันจะเป็นแบบนั้นไปไม่ได้’‘มุก เธออย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเลยนะ’‘สติเจมส์ ตั้งสติ’‘เราจะมานั่งเสียใจอยู่แบบนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว เราต้องรีบไปช่วยก่อนอะไรจะสายไป’ จากนั้นแววตาของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยน จากสายตาที่อ่อนไหวกลายกลับเป็นสายตาที่เริ่มแข็งกร้าว ในแววตามีความเย็นชาถูกแซกซึมเข้ามาเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
    ‘บอล.. ขอโทษนะ เดี๋ยวชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ จะใช้มันให้คุ้มค่าเองแกไม่ต้องห่วง’ เขาหลับตาพร้อมกับสูดหายใจลึกเต็มปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้กับตัวเองก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาและลืมตาขึ้น เมื่อเขามีความตั้งใจที่จะไปช่วยเพื่อนสาวคนสำคัญ ความรู้สึกผิดก็ค่อย ๆ เบาลงไป เหลือเพียงความรู้สึกที่อยากจะต่อสู้เพื่อช่วยเธอ
    เขาดันตัวเองลุกขึ้นเกาะเข้ากับกำแพง พอตั้งสติได้ เขาก็พูดขึ้นว่า “ใช้แต้ม” หน้าต่างของระบบก็ปรากฎขึ้นมา
    [ข้อมูลผู้เอาชีวิตรอด][ชื่อ เจมส์ อายุ 22 ปี เลเวล 2 อาชีพ -][พลังชีวิต 36][พลังโจมตี 1 (+1) ][พลังป้องกัน 0][สกิล เร่งเลือด][ระบบใช้แต้ม][แต้มสะสม 5 แต้ม][+พลังชีวิต][+พลังโจมตี][+พลังป้องกัน][+พลังจิต][+ความสามารถสกิล]
    เจมส์เพิ่มค่าทั้งหมดไปที่พลังโจมตี
    [ข้อมูลผู้เอาชีวิตรอด][ชื่อ เจมส์ อายุ 22 ปี เลเวล 2 อาชีพ -][พลังชีวิต 36][พลังโจมตี 1 (+1) -->6 (+1) ][พลังป้องกัน 0][สกิล เร่งเลือด]
    พอเอาค่าทั้งหมดไปเทียบกับพลังโจมตี เหมือนว่ากล้ามเนื้อของเจมส์จะแข็งแกร่งขึ้น
    ตอนนี้เมื่อรวมพละกำลังกายที่มีอยู่ 6 กับค้อนในมืออีก 1 ก็สามารถสร้างความเสียหายได้ถึงระดับ 7แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่าระดับ 7 มันแรงถึงขนาดไหน เจมส์จึงทดลองกับประตูที่อยู่ตรงหน้า เขาทุบไปที่ประตูอย่างสุดแรง ประตูไม้เนื้อแข็งสีน้ำตาลเข้ม บุบไม่เหลือความสวยงาม มันดูไม่ต่างอะไรจากโฟมนุ่ม ๆ เมื่อถูกทุบ
    เขาลองใช้เท้าถีบประตูออกไป และมันก็เป็นอย่างที่เขาคาดคิดไว้ ประตูบานนี้หลุดล้มลงไปอย่างง่ายดายด้วยแรงมหาศาลของเขาเจมส์เดินไปข้างนอกพร้อมกับค้อนคู่ใจในมือ และพบกับแสงไฟฉุกเฉิน* ที่ผนังด้านนอก ไม่ช้าไปกว่าความคิด เขาคว้าหยิบมันมาไว้ในมืออีกข้างได้สำเร็จ แม้ว่ามันจะอยู่สูงแต่ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ การกระโดดเพื่อไปหยิบมันมาก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
    ในตอนนี้เขาต้องการพบกับซอมบี้อีกสักตัวเพื่อทดสอบพลังของตนเอง โดยไม่ลืมภาวนาขออย่าให้เป็นคนที่รู้จักเลย ‘ได้โปรด อย่าเลย’
    เจมส์ส่องไฟฉุกเฉินไปยังทางออก พบเข้ากับกระจกของประตูทางออกที่แตกกระจายไม่มีชิ้นดี ทำให้แสงจากไฟฉุกเฉินที่ตกกระทบบนกระจกนั้นสะท้อนกลับมาวิบวับไปหมด
    ‘ทางนี้ไม่มีซอมบี้สินะ’‘แล้วมันอยู่ที่ไหนกัน’
    เจมส์ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้คาดการณ์จำนวนของซอมบี้ที่มีอยู่ในหอพักนี้ ว่ามีซอมบี้มากหรือน้อยกันแน่เขาได้แบ่งไว้เป็นสองกรณีที่อาจเป็นไปได้
    กรณีแรก ซอมบี้ด้านนอกยังคงพากันมาที่ประตูทางเข้าเพื่อมาหากัดกินคนในหอพัก นั่นทำให้จำนวนของซอมบี้มีจำนวนมากกรณีที่สอง ซอมบี้ที่เข้ามารวมกับคนที่กลายเป็นซอมบี้ไปแล้ว ได้ออกไปจากหอพักนี้ไปเพื่อหาเหยื่อใหม่ ดังนั้นจะเหลือเพียงคนรอดชีวิตกับซอมบี้บางตัวที่ยังวนเวียนอีกไม่กี่ตัว
    ‘อืมม’ เขาพยักหน้าพร้อมกับยังคงใช้ความคิดอยู่
    เมื่อเขาสังเกตจากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวดูแล้ว ตอนนี้น่าจะเข้าข่ายเป็นกรณีที่สองมากกว่า เพราะถ้าซอมบี้ยังกรูกันเข้ามาที่ทางเข้า เสียงคงไม่สงบแค่นี้แน่ และอีกอย่างซอมบี้เที่เหลืออยู่คงเดินไปตามเสียงกรีดร้องของสาวคนนั้นที่ชั้นสามกันหมด
    ‘แล้วแบบนี้..เราควรไปช่วยเขาดีไหมนะ’
    ถ้าเราไม่ไปช่วย เธอก็ทำหน้าที่เป็นเหยื่อล่อได้อย่างดีอยู่แล้ว เพราะมันจะได้เปิดทางให้เราออกไปง่ายขึ้น และปกติก็คงไม่มีใครกล้าไปเสี่ยงแต่ถ้านี่มีระบบเหมือนเกมเกมหนึ่งล่ะก็ ซอมบี้คงเป็นแหล่งเก็บ exp ชั้นดี และมันก็จะเป็นทรัพยกรที่มีอย่างจำกัด เพราะมันไม่เหมือนมอนสเตอร์ในเกมที่จะ summon** มาเท่าไหร่ก็ได้
    ซอมบี้มันเป็นคนที่มีเลือดเนื้ออยู่แล้ว แค่ติดเชื้อเท่านั้นเอง จำนวนของมันเลยมีอยู่อย่างจำกัดมาก ถ้าไม่ติดเชื้อ มันก็เหมือนกับตัวเขาในเวลานี้
    เพราะฉะนั้นก็ควรไปกำจัดมัน นำ exp นั้นมาใช้เพื่อเพิ่มสกิลให้กับตัวเอง
    เจมส์ตัดสินใจเดินขึ้นไปที่ชั้นสาม ผ่านบันไดไปทีละขั้น ทีละขั้น ตลอดทางเดินระหว่างชั้นเจมส์พบซากศพอยู่ประมาณสามถึงสี่ร่าง มันเป็นภาพที่สะเทือนใจเขามาก แต่เจมส์ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินต่อไปก่อนจะถึงชั้นสาม เขาพยายามชะโงกหัวมองดูไปเรื่อย ๆ จากนั้นค่อย ๆ ส่องไฟฉุกเฉินขึ้นไป เขาพบซอมบี้สี่ตัวที่หน้าห้อง ๆ หนึ่ง เมื่อมันเห็นแสงไฟ มันก็กรูกันเข้ามาอย่างไว
    เจมส์รีบโยนไฟฉุกเฉินทิ้งไว้ที่พื้นและรีบหลบที่ข้างบันได พวกซอมบี้ทั้งหมดนั่นมันพากันวิ่งเข้าหาแสงไฟและพยายามกัดกินไฟฉุกเฉินของเขา
    เขาที่มีค้อนอยู่ในมือแต่พวกซอมบี้ก็ไม่ได้ให้ความสนใจใด ๆ
    ‘ซอมบี้มันก็คือซอมบี้สินะ’ เขานึกขึ้นในใจแต่แล้วภาพก็ตัดฉายกลับไปยังเหตุการณ์ที่เขาฆ่าเพื่อนตัวเองไป ทำให้เขากลับมาคิดแบบเดิมว่าซอมบี้ก็คือคนคนหนึ่ง เพียงแค่คนคนหนึ่งที่ติดเชื้อเท่านั้นเอง
    -tbc-
    * ไฟฉุกเฉินจะติดก็ต่อเมื่อไฟดับ หรือไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน สามารถดึงหรือยกขึ้นมาใช้งานได้ นอกจากนี้ยังสามารถเช็กว่ามันยังใช้ได้หรือไม่ โดยการดึกปลั๊กออก เมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน มันจะใช้แบตเตอรี่ในตัวและสามารถใช้ไปได้อีกหลายชั่วโมงหมายเหตุ:ในหอพักมีไฟฉุกเฉินทุกที่เพราะกฏหมายหอพักได้กำหนดไว้**summon คือการเรียกมอนเตอร์ออกมาจากความว่างเปล่าโดยระบบเกม ทำให้ผู้เล่นสามารถฆ่าและเก็บ exp ได้อย่างไร้ขีดจำกัด