สายเลือด
ห่วงโซ่สูงสุดของเซนเทีย คือมังกรและผู้ฟูมฟักที่มาจากพ่อแม่ของมังกรได้เลือกไว้ตั้งแต่ต้นและนับตั้งแต่โลกนี้ถูกสร้างยังไม่เคยมีผู้ฟูมฟักคนใดมีมังกรถึงสองตน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทรีบาสสับสนเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าโรเกลราชินีไฮดราเคยมีไข่อีกใบมาก่อน
“นั่งลงก่อนสิ” เสียงเจ้าของหอคอยขาวเชื้อเชิญให้สองเด็กหนุ่มนั่งลงบริเวณโต๊ะรับแขกที่เขาจัดเตรียมไว้แม้เขาจะสงสัยใคร่รู้เพียงใดก็ไม่อยากจะคาดคั้นทั้งคู่เขาจึงใจเย็นและเรียบเรียงคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการ
“ขอบใจนะที่พวกเธอต่างช่วยกันปกป้องเนย่าในวันนี้” เมื่อทั้งสองนั่งลงเขาก็ปลีกตัวไปอีกมุมหนึ่งเพื่อชงเครื่องดื่มสีสวยมารับรอง
“ฉันคงจะไม่อ้อมค้อมมากที่อยากพบพวกเธอก็เพราะเรื่องที่พวกเธอทำกัน การกลายร่างเป็นมังกร สำหรับเซนดรินฉันรู้ดีว่าเขาคือใครและเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร แต่สำหรับเธอแล้วฉันค่อนข้างจะแปลกใจมากจริง ๆ” ทรีบาส่งเครื่องดื่มสีหวานให้ทั้งคู่เป็นนมหมีภูเขาไฟซึ่งช่วยบำรุงร่างกายหลังจากใช้พลังมาก ๆ ได้
“ผมจะตอบเรื่องของผมก็ต่อเมื่อผมได้รู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นมังกรของเนย่าครับ” ฮาร์มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเซนดรินที่นั่งอยู่ข้าง ๆก็สีหน้าเรียบเฉยดวงตาเป็นสีเงินยวงกอดอกจ้องมองพื้นนิ่งเข้าสู่โหมดไม่อยากตอบคำถามใดๆ
“ฮึ ๆ ได้สิ สำหรับเซนดรินแล้วฉันเป็นคนพาเขาไปหาเนย่าเองที่โลกมนุษย์เรื่องราวค่อนข้างซับซ้อนนิดหน่อยว่าฉันไปที่นั่นได้อย่างไร ขอไม่ลงรายละเอียดนะแต่ร่างของเซนดรินได้จากน้ำตาแรกเกิดของเนย่าและฉันพากลับมาเลี้ยงดูเขาอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่งเขาให้กับครอบครัวของลาร์เฟียมังกรที่ฟักออกมาแล้วจำเป็นต้องมีผู้ฟูมฟักอยู่ข้าง ๆลาร์เฟียจึงเปรียบเสมือนผู้ฟูมฟักเงาเพื่อให้มังกรได้เติบโตในตอนนั้นลาร์เฟียเองก็ยังเด็กไม่มีมังกรเป็นของตัวเองจึงพอจะแทนกับเนย่าได้แต่สุดท้ายเมื่อลาร์เฟียพบมังกรของตัวเองผู้ฟูมฟักเงาก็ต้องปล่อยเขาไปเพื่อให้ได้อยู่ใกล้กับผู้ฟูมฟักที่แท้จริงซึ่งก็คือเนย่า” ทรีบาสอธิบายท่าทีราวกับว่าเล่าเรื่องชีวิตประจำวันทั่วไปให้คนอื่นฟัง
“แล้วใครกันล่ะที่เป็นผู้ฟูมฟักเงาของเธอ” ทรีบาสถามอย่างไม่อ้อมค้อม
มันเป็นการยากมากที่ลูกมังกรที่ฟักแล้วจะไม่มีผู้ฟูมฟักอยู่ใกล้จะเติบโตได้อย่างสมบูรณ์สำหรับเซนดรินที่ได้ร่างอสรุเทวามา แม้ทรีบาสจะดูแลได้แต่การมีมังกรเช่นวีโนสอยู่แล้วทำให้เขาไม่สามารถทำหน้าที่ผู้ฟูมฟักเงาได้อย่างเหมาะสมเพราะเกิดการดึงพลังถ่ายเทไปมาจึงจำเป็นต้องส่งให้คนที่ยังไม่พบไข่มังกรดูแลไปก่อน ซึ่งลาร์เฟียก็ดูเหมาะสมทุกอย่างในเวลานั้น
“เรื่องนั้นผมไม่รู้รู้เพียงแต่ว่าทราบตั้งแต่ต้น ว่าเนย่าคือผู้ฟูมฟักผม” ฮาร์มตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยอีก
“เอาล่ะ เธอพอจะบอกฉันได้ไหมว่าใครที่พาเธอไปพบเนย่าจนทำให้ได้ร่างอสุรเทวามา” ทรีบาสค่อย ๆถามอย่างใจเย็นเพื่อให้ได้คำตอบมากที่สุด เขาดูจากบุคลิกเด็กคนนี้การจะเปิดปากพูดทุกเรื่องคงจะยาก
“ผมไม่เคยเห็นหน้าเขารู้แต่เพียงว่าร่างนี้ได้มาจากน้ำตาแรกกำเนิด ผมเติบโตมาในเผ่าปิศาจ เขาจะมาหาผมก็ต่อเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับผู้ฟูมฟักของผมจนผมโตได้มาเข้าเรียนที่นี่เขาก็ไม่มาอีกเลย” ฮาร์มตอบเพียงเท่านั้นแล้วกอดอก
ทรีบาสประเมินจากท่าทางก็พอจะรู้แล้วว่าเขาจะไม่ตอบคำถามไปมากกว่านี้น้ำตาแรกกำเนิดคือน้ำตาจากแม่ของเนย่าที่ให้ชีวิตและสูญเสียในคราวเดียวกัน แสดงว่าคนที่พาฮาร์มไปพบเนย่าคงจะอยู่ระหว่างพบเห็นความเป็นความตายของแม่เนย่าเป็นแน่
“มีเพียงแค่นี้รึ ความเป็นมาของเธอ” ทรีบาสลองหยั่งเชิง การได้ร่างกายอสุรเทวาของมังกรตนนี้ช่างน่าหดหู่และน่าสงสารในคราวเดียวกัน
“ครับ” ฮาร์มตอบรับ
“นับว่ายากลำบากพอตัวกว่าจะเป็นอิสระจากเผ่าปีศาจได้สินะ” ถ้าบอกว่าถูกเลี้ยงดูมาจากเผ่าปีศาจทรีบาสก็พอจะเข้าใจได้ทันทีว่าเด็กคนนี้คงจะผ่านชะตากรรมที่เลวร้ายมาไม่น้อย
เผ่าปีศาจแม้จะขึ้นชื่อเรื่องการกระทำเลวร้ายป่าเถื่อนแต่ก็เป็นพวกที่เข้มงวดและรักษาสัจจะมากคนที่พาเขาไปฝากไว้ในที่แบบนั้นอาจจะจงใจให้เขาตายหรือเติบโตมาเป็นพวกเลวร้ายเข้าขั้นแต่กลับกันเด็กคนนี้กลับไม่มีนิสัยของเผ่าปีศาจติดมาเลย
“นี่เป็นการกลายร่างครั้งแรกของเธอรึเปล่า” ทรีบาสถามต่อ
“ครับ”
“เธอควบคุมพลังได้ดี” ทรีบาสยกยิ้มอย่างรู้สึกภูมิใจที่แม้ว่าจะเป็นการกลายร่างครั้งแรกแต่ก็สามารถควบคุมร่างกายใหญ่โตและพลังขนาดนั้นได้ซึ่งอีกคนก็ไม่แตกต่างกันแต่เขาแค่ไม่เอ่ยชมเท่านั้นเอง
“ขอบใจพวกเธอสองคนมาก สำหรับข้อมูลใหม่นะ พวกเธอกลับไปพักผ่อนเถอะ” ทรีบาสยิ้มให้อย่างอารี
ก่อนจะส่งทั้งสองกลับเขาสบตากับเซนดรินครู่นึงแต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะรู้ดีว่าเซนดรินจะไม่ตอบอะไรใด ๆเขาทั้งสิ้นถ้าเขาเอ่ยถามหรือไปห้ามปรามเขา ช่างเป็นมังกรที่ถือดีเสียจริง
ทางเดินเชื่อมหอพัก
“นั่นนายจะไปไหน” เซนดรินเดินล้วงกระเป๋าเสื้อนอกตามอีกคนที่เดินเร็วอย่างกับพายุออกมาแล้วเอ่ยเรียก
“ไปนอน” ฮาร์มตอบเสียงเรียบและไม่ได้หยุดเดิน
“ทำไมนายถึงเป็นมังกรของเนย่า เป็นไฮดราเหมือนกับ...ฉัน” เซน ดรินหยุดเดินตามแล้วยิงคำถามเขาไม่อยากถามเรื่องนี้ต่อหน้าทรีบาสเพราะไม่อยากเผยอารมณ์ที่ขุ่นมัวของเขาให้ใครรับรู้
“ไม่เหมือน...เกล็ดฉันสีดำ นายสีทอง” ฮาร์มหันกลับมาตอบด้วยสีหน้าที่แทบจะแข็งเป็นดินปั้นหมอนี่มีหน้าเดียวรึไง
“ฉันไม่ได้จะมาถามถึงเรื่องสีหรือความเหมือนของเกล็ดฉันแค่อยากรู้ว่านายเป็นอะไรกับฉัน เป็นญาติฝ่ายไหนกันรึเปล่า” เซนดรินถึงกับถอนหายใจเขาว่าเขาเป็นคนค่อนข้างไร้อารมณ์เจอคนไร้อารมณ์กว่าเข้าไปทำเอาเขาอยากจะเข้าไปเขย่าหัวคนตรงหน้าเล่นเหมือนกัน
“ถ้านายจะพูดถึงเรื่องบัลลังก์ อยากได้นายก็เอาไปฉันไม่ได้ต้องการ” ฮาร์มหันหลังเดินหนีอีก
“ฉันก็ไม่ได้สนใจและไม่คิดจะพูดถึงมันด้วยฉันสนใจแค่ว่าผู้ฟูมฟักคนเดียวทำไมมีมังกรถึงสองตน ซึ่งตามปกติผู้ฟูมฟักหนึ่งคนมีมังกรได้แค่ตนเดียวเราเป็นญาติกันไหมสายเลือดเดียวกันไม่ใช่เหรอไฮดราน่ะ” เซนดรินเริ่มหัวเสีย
“ฉันไม่รู้ที่รู้คือฉันมีผู้ฟูมฟักเป็นของตัวเองแล้ว” ฮาร์มเดินช้าลงเพื่อฟังคำถามจากคนข้างหลังที่ดูจะทำตัวไม่ค่อยถูกเพราะสับสน
“แต่ยายนั่นก็เป็นผู้ฟูมฟักฉันเหมือนกันนะ” ทำไมต้องมีผู้ฟูมฟักคนเดียวกันด้วยหรือหมอนี่เป็นไฮดราตัวปลอม หรือว่าเขากันแน่ที่เป็นตัวปลอม ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนจนเขากำหมัดแน่น
“แล้วยังไง คิดว่าเนย่าจะเลือกใครกัน” ฮาร์มหันกลับมาตอบอีกครั้งพร้อมกับจ้องหน้าคนที่ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้ม
“นายจะให้ยายนั่นเลือกรึ” คิ้วสีหมอกผูกเป็นปมอย่างสงสัยพลางจ้องหน้ากลับคนที่ดวงตาสีนิลแววตาอ่านยากคู่นั้นทำให้เขาเดาอารมณ์คนตรงหน้าไม่ออก ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเดาออกเลยจริงๆ
“ก็นายพูดเองว่าผู้ฟูมฟักมีมังกรได้แค่ตนเดียวนายคิดว่าเนย่าจะเลือกนายไหมล่ะ” ฮาร์มหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างรอคำตอบ
“นายกำลังจะทำให้ยายนั่นสับสน” เขาไม่ชอบเห็นยายนั่นวุ่นวายถกเถียงกับตัวเองสักเท่าไหร่เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเข้าไปคุยด้วยหรือถามยังไงเพื่อให้ยายนั่นของเขาสบายใจขึ้นบ้าง
“นายแคร์เนย่าด้วยรึ” ฮาร์มยกคิ้วหยั่งเชิงถามกลับ
“ก็...ไม่ได้ขนาดนั้น” กลายเป็นว่าเซนดรินเองก็ไม่มั่นใจว่าเขาแคร์ยายนั่นของเขาไหม
“ถ้าเช่นนั้นก็ถอยไป อยู่ให้ห่างเนย่า” ฮาร์มหันหลังเดินหนีอีก
“ถ้าไม่ล่ะ” เซนดรินตะโกนไล่หลัง
“ก็คงต้องมาตัดสินกันว่าเนย่าจะเลือกใคร” ฮาร์มทิ้งท้ายก่อนจะหายตัวไปปล่อยให้เซนดรินอยู่กับความสับสนที่ว่า เนย่าต้องเป็นคนเลือกหรือ
แล้วถ้าเนย่าไม่เลือกเขาชีวิตมังกรของเขาต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร แล้วถ้าฮาร์มมีสายเลือดเดียวกับเขาจริง ๆเขาควรจะดีใจใช่รึเปล่าที่เผ่าพันธุ์ของเขาไม่ได้มีเขาแค่ตนเดียว
เช้าวันต่อมา
เนย่าลืมตาตื่นขึ้นบนที่นอนอุ่นสบายนับว่าเป็นการหลับที่ยาวนานมากสำหรับเธอ แถมมีฝันดีจนเธอแทบไม่อยากตื่นแต่เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าเธอมีคนนั่งอยู่ข้าง ๆสองคนพวกเขาดูดีจนเธอต้องรีบผุดลุกขึ้นมาดูให้เต็มตาว่าเป็นใครแต่พอเห็นหางและใบหูก็รู้ได้ทันทีว่าก็คือคนที่ให้เธออาศัยขนอุ่น ๆนอนซุกทุกคืนทั้งสอง
“รีส ชีน่า...พวกนายดูสวยหล่อทั้งคู่เลย” เธอตื่นเต้นมากไม่เคยเห็นร่างแบบนี้ของทั้งคู่มาก่อนเนย่าถึงกับออกอาการยิ้มไม่หุบเพราะชีน่าสวยมากจริง ๆ ส่วนรีสก็เท่สุด ๆ ไปเลย
“นายข้าฟื้นแล้ว จะรับอะไรหรือไม่ขอรับ” บาร์รามเดินเข้ามาหาพลางจัดผมเผ้าให้เด็กหญิงพร้อมเอ่ยถาม
“ไม่เป็นไรค่ะคุณบาร์ราม” เนย่าหันไปฉีกยิ้มกว้าง บาร์รามก็ดูแลเธอดีจริงๆ จนบางทีก็แอบรู้สึกเกรงใจ
“ยายหนู ยายหนูตาเขียวฟื้นแล้วไหนดูซิมีรอยขีดข่วนตรงไหนอีกข้าจะเป่าให้นะ เพี้ยง ๆ ๆ ๆ” ยังไม่ทันได้มองหน้าทุกคนที่มาเยี่ยมเธอให้เต็มตาดีก็ถูกหมัดน้อยหอยสังข์กระโดนมาเกาะหัวแล้วโน้มตัวมาเป่าลมรดหน้าเธอจนหัวกระเซิงอีกหน
“โอ๊ย ..!พอ ๆ เลยชูม่าน้ำลายเต็มหน้าไปหมดแล้วเนี่ย” เนย่าคว้าเจ้าตัวเล็กมาอยู่บ่นฝ่ามือพลางบ่นดูท่าทางสบายดีขนาดนี้คงไม่มีอะไรน่าห่วงสินะ
“ออกมาให้ห่างเนย่าเลยเจ้าเปี๊ยก” เป็นรีสที่ใช้นิ้วคีบหางชูม่ามาห้อยต่องแต่งอยู่ตรงหน้าเขาแล้วทำเสียงดุ
“คิดว่ามีมือแล้วจะมาจับหางข้าเล่นแบบนี้ได้รึเจ้าปุยเจ้ายังมีหางโผล่มาให้ข้าเผาได้อยู่นะ” ชูม่าชูกำปั้นน้อย ๆ ท้าทาย
“เอะอะกันแต่เช้าเลย เนย่าเพิ่งฟื้นนะคะนี่เป็นยังไงบ้างแผลหายหมดแล้วนี่น่า” รินรินเปิดประตูห้องเข้ามาทักทายเธอเองก็ยังไม่ได้กลับหอพักเพราะเป็นห่วงเนย่าแต่พอเห็นเพื่อนฟื้นแล้วเธอก็รีบเข้ามาดูอาการ
“สบายดีแล้วล่ะ นี่รินริน ตอนที่ฉันหลับไปมังกรของฉันออกมาหาฉันด้วยนะ แต่ว่ามีสองตนเลย ฝันแปลกดีเนาะ” เนย่าคว้ามือรินรินมานั่งที่เตียงด้วยกันแล้วชวนคุยเรื่องฝันเมื่อคืนก่อนเธอจำได้แค่ว่าช่วยชูม่าไว้ได้และคงจะบาดเจ็บมากจนทนพิษบาดแผลไม่ไหวหมดสติไป
“แฮะ ๆ อืม เธอไม่ได้ฝันหรอก เธอมีมังกรสองตนจริงๆ นั่นแหละ แถมเป็นไฮดราทั้งคู่ด้วย” รินรินยิ้มแหยแล้วบีบมือเนย่าเบาๆ
“หา..! ไฮดราทั้งคู่” เนย่าถึงกับตาสว่างกว่าเดิมนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
“ใช่ เธอรู้ใช่ไหมว่าเป็นใครบ้าง” รินรินยังคงยิ้มอย่างฝืดฝืนใครจะไปคิดว่าคนที่ดูเหมือนไม่ชอบเนย่าเลยจะมาเป็นมังกรของเนย่าด้วยอีกคนนึกว่าจะมีแค่ฮาร์มคนเดียวเสียอีก
“ก็พอรู้แหละ แต่คิดว่าเป็นความฝันไง” เนย่าถึงกับถอนหายใจ อยากจะดีใจอยู่หรอกแต่สองตนนี่มันเยอะไปไหม ในคราแรกเธอคิดแค่ว่าฮาร์มอาจจะไม่ใช่ไฮดราและการที่เธอนัดทั้งคู่มาจะต้องมีคนใดคนหนึ่งคือตัวจริงแต่ดันเป็นไฮดราทั้งคู่และเป็นมังกรของเธอด้วย
“เธอไม่ได้ฝันหรอกยายหนู สองคนนั่นน่ะของจริงเลย แถมมารอเธออยู่ข้างล่างแล้ว” ชูม่าไหวไหล่ในขณะที่ตัวของเขาก็ยังห้อยอยู่เพราะรีสยังไม่ยอมปล่อยแล้วพยักเพยิดให้เนย่ามองออกไปนอกหน้าต่าง ทำให้มองเห็นสนามที่มีโต้ะรับแขกสีขาวมีสองคนนั่งอยู่บาร์รามคงจัดเตรียมให้พวกเขา
“เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ทันตั้งตัวเลยจะมากันทำไมไฮดราปรากฏตัวแบบนี้โฮล์เบเรียสรู้รึยังคะ แบบนี้สองคนนั่นก็อันตรายน่ะสิ” เนย่าผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหมายจะลงไปบอกให้ทั้งสองคนหลบหรือไปหาที่ซ่อนไกลๆ
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะยายหนูสองคนนั่นไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ เขาจะแข็งแรงและมีพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เองถ้าเธอหมั่นฝึกฝนอาวุธและเวทมนตร์น่ะนะ” ชูม่าบอก ตอนนี้เขาพยายามใช้ปากน้อย ๆไล่งับนิ้วคนที่หิ้วเขาอยู่
“ทรีบาสขอเข้าพบท่านให้เข้ามาเลยไหมขอรับเขารออยู่ที่ประตูทางเข้า ถ้าท่านต้องการข้าจะพาเขามาให้” บาร์รามรายงานเด็กหญิง เนย่าพยักหน้ารัวเร็วเมื่อรู้ว่าใครมาเธออยากพบเขามากเพื่อซักถามข้อสงสัยมาตลอด แต่เขาก็ไม่เคยว่างให้เธอได้เจอหน้าเลย
“ฉันขอเข้าไปได้ไหม” ทรีบาสแง้มประตูห้องพลางเอ่ยขอเจ้าของและเนย่าก็ยิ้มรับเขาด้วยความยินดี
“อาจารย์ใหญ่” รินรินถึงกับก้มหน้างุดเพราะจำได้ดีว่าในคืนก่อนเธอดันไปเจอเข้ากับคนที่ไม่อยากให้รู้เรื่องที่สุดว่าทำผิดกฎเรื่องออกไปนอกโรงเรียน แม้จะยังไม่โดนคาดโทษแต่เธอก็ไม่กล้าสู้หน้าอยู่ดี
“เป็นยังไงบ้าง ดูเธอแข็งแรงขึ้นมากแล้วนะได้พบมังกรของเธอเสียทีนะ” ทรีบาสลูบหัวเนย่าอย่างเอ็นดู
“อาจารย์คะ แต่ทำไมหนูมีถึงสองเลยล่ะคะ” เนย่ากังวลนอกจากพวกเขาจะไม่ใช่มังกรไฮดราธรรมดาแล้ว ยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเธออีกด้วยแบบนี้เธอจะคุยจะดูแลพวกเขายังไง ถ้าเป็นตัวเล็ก ๆ แบบของรินรินก็ว่าไปอย่างแม้เธอกับฮาร์มจะเริ่มสนิทกันมากขึ้นตอนรู้ว่าเขาเป็นมังกรแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นไฮดราด้วยที่นัดพวกเขาให้ออกไปเมื่อคืนก่อนก็เพราะอยากถามความจริงจากทั้งคู่ถ้ามีหนึ่งคนไม่ใช่จะได้ตัดความกังวลที่เธอเคยฟุ้งซ่านออกไป
“ฉันคงจะผิดพลาดเองที่ไม่รู้ว่าโรเกลมีไข่สองใบตอนที่ฉันรับมาก็พบเพียงแค่ไข่ของเซนดรินเท่านั้นไม่คิดว่าจะมีอีกใบที่ถูกพาไปก่อนหน้านั้น” ทรีบาสดูกังวลและครุ่นคิดที่ผ่านมาคนที่พาเธอมาเซนเทียรู้มาตลอดว่ามังกรของเธอเป็นใคร
“อาจารย์กำลังจะบอกว่าพวกเขาเป็นแฝดกันเหรอคะ” เนย่ากำลังพยายามปรับอารมณ์เธอทั้งสับสนและรู้สึกโกรธคนตรงหน้าอยู่เล็กน้อย
“ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไร ประวัติของฮาร์มไม่แน่ชัดแต่จากอายุของเขาน่าจะเกิดไล่เลี่ยกันไม่แน่อาจจะเป็นพี่น้องหรืออาจเป็นแฝดก็ได้สำหรับเซนดรินฉันรู้อยู่แล้วจึงพาเธอมาให้พบกันแรกเริ่มเซนดรินก็ดูจะไม่ยอมรับเธอเท่าไร เพราะไม่คิดว่าผู้ฟูมฟักตัวเองจะเป็นมนุษย์น่ะนะแต่ฮาร์มกลับบอกกับฉันว่าเขารู้ตัวอยู่ตลอดว่าเธอคือผู้ฟูมฟักของเขาคนพาเขาไปน่าจะบอกข้อมูลให้เขารู้อยู่ก่อนแล้ว” ทรีบาสอธิบาย
นี่คงเป็นสาเหตุที่เขาไม่บอกเธอตั้งแต่แรกว่าเซนดรินคือมังกรของเธอคงเพราะแรกเริ่มเซนดรินไม่ชอบเธอเอาเสียเลยส่วนฮาร์มเองเขาไม่ได้มีท่าทีรังเกียจเธออยู่แล้วเธอจึงไม่ติดใจอะไร
“แล้วคนที่พาฮาร์มไปคือใครเหรอคะ” เนย่าถามต่อ
“ฉันกำลังสืบหาอยู่น่ะถ้าได้ข้อมูลเพิ่มเติมฉันจะเป็นคนบอกเธอเอง” ทรีบาสยิ้มให้เนย่าพลางลูบหัวเธออีก
“แต่อาจารย์น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอค่ะว่าฮาร์มคือมังกรของหนูก็อาจารย์เป็นคนให้อาจารย์อีรอสทำโทษพวกหนูโดยลงไปหารีสที่หลุมอากาศนั่นจนอาวุธจากเปลือกไข่เข้าไปฝังอยู่ในตัวรีสนี่คะ” เนย่าสงสัยในเมื่ออาจารย์อีรอสเคยบอกว่าทรีบาสเป็นคนสั่งทำโทษพวกเธอจนเนย่าได้ รีสมาเป็นอาวุธเขาก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าอาวุธจากเปลือกไข่นั่นเป็นของฮาร์ม
“ฉันสั่งหรือ?” ทรีบาสขมวดคิ้วสงสัย
“ใช่ค่ะอาจารย์อีรอสบอกมาแบบนี้” รินรินเสริมอีกแรง
“คงมีคนจัดฉากขึ้นเพื่อให้อาวุธจากเปลือกไข่ของฮาร์มได้ประทับร่างสินะเรื่องนี้เดี๋ยวฉันจะหาคำตอบเองพวกเธอไม่ต้องกังวล” ทรีบาสครุ่นคิดก่อนจะตัดบทคงจะมีคนปลอมเป็นเขาเสียแล้ว
“แล้วแบบนี้ไฮดราปรากฏตัวแล้วทางสภามังกรจะไม่พาพวกเขาไปพบกับโฮล์เบเรียสเหรอคะ” เนย่าเปลี่ยนเรื่อง
“เรื่องนั้นฉันคงต้องหารือกันอีกทีแต่ตอนนี้พวกเธออาจจะต้องฝึกฝนกันให้มากหน่อยนะ เพื่อเตรียมตัวออกไปนอกแคว้น” นี่คือเรื่องที่สำคัญกว่ายิ่งไฮดราปรากฏตัวก็ยิ่งควรจะให้พวกเนย่าออกนอกแคว้นให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันพวกแฝงตัวมาก่อกวนและทำอันตราย
“แล้วพวกเขาสองคนจะยังอยู่ในสภาพนักเรียนของอาจารย์ไหมคะ” รินรินเป็นคนถามแทรกขึ้น
“พวกเขาจะยังอยู่ในสถานะนักเรียนของฉันยังคงมีการทดสอบ มีการประลองการเรียนรู้ต่าง ๆ เหมือนปกติทั่วไปสำหรับเรื่องนี้จะถูกเก็บไว้เป็นความลับสำหรับนักเรียนของที่นี่พวกเธอต้องได้รับการฝึกฝนและรู้จักตัวตนกันมากกว่านี้วันข้างหน้าที่โฮล์เบเรียสจะต้องลงจากตำแหน่งจริง ๆ ต้องมีการประลองกันต่อหน้าสภาเพื่อตัดสินว่าสมควรหรือไม่ที่จะได้ครอบครองบัลลังก์” ยังต้องมีการตัดสินอย่างเด็ดขาดอีกครั้งไม่ใช่แค่มีสายเลือดราชาแล้วจะขึ้นปกครองเหล่ามังกรได้ราชาใหม่ต้องทำให้เป็นที่ยอมรับด้วย
“แล้วแบบนี้ใครจะเป็นราชาล่ะคะในเมื่อพวกเขาเป็นพี่น้องกัน” รินรินยังคงถามข้อสงสัยต่อ
“เรื่องนั้นถ้าไม่มีโฮล์เบเรียสขวางอยู่คงได้ตัดสินแน่แต่ตอนนี้ขอให้พวกเธอตั้งใจเรียนรู้ให้มาก ๆ เพราะการออกนอกแคว้นไปมีภารกิจให้พวกเธอทำหลายอย่าง ทั้งตามหาหนึ่งผู้ทำนายและตามหาดวงจิตที่หลบซ่อนของโฮล์เบเรียสเพราะถ้าเขาตุกติกคิดจะฆ่าพวกเธอระหว่างทางก็ยังมีดวงจิตเขาไว้เป็นตัวประกัน เพื่อจะได้สู้และตัดสินกันอย่างยุติธรรมฉันคิดว่าโฮล์เบเรียสเองก็ไม่คิดจะเอาชนะพวกเธอแบบยุติธรรมอยู่แล้ว เขาต้องมีแผนเล่นงานพวกเธอแน่”
“ถ้าเป็นเช่นนี้ พวกหนูจะเรียนรู้และฝึกฝนให้มากๆ ยิ่งขึ้นค่ะ”
“ดีมากเนย่า ฉันจะแจ้งเรื่องนี้กับพวกอาจารย์ไว้เพื่อไม่ให้กดดันพวกเธอในการฝึกซ้อมประลองทั้งสองไฮดราจะไม่เผยร่างจริงอีกเพื่อป้องกันการแทรกแซงภารกิจของพวกไม่ประสงค์ดี” ทรีบาสย้ำ
“พวกเขารู้ตัวใช่ไหมคะ ว่าจะต้องทำยังไง” เนย่ายิ้มแหยเมื่อหันไปมองทั้งสองคนด้านล่าง
“รู้สิ มังกรน่ะหูดีที่หนึ่งเลยล่ะ หึ ๆ” ทุกคนต่างหันไปมองสองมังกรในร่างอสุรเทวาที่นั่งจ้องหน้ากันไปมาอย่างไม่ลดล่ะอยู่บริเวณสนามด้านล่างเนย่าได้แต่ถอนหายใจและหวังว่าทั้งคู่จะไม่ทะเลาะกันจนเธอต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขึ้นมาหรอกนะ