บทที่ 17
ธาตุแท้ปรากฏ
ติ๊ง การชำระเงิน เสร็จสิ้น
แม่เสือสาวส่งบัตรกลับคืนให้อู๋ตี้ ดวงตากลมโตทั้งสองข้างนั้นเปล่งประกายแสงระยิบระยับยามมองไปที่เขาขณะคืนบัตรให้
ใช่แล้ว การระดมทุนในครั้งนี้ส่วนใหญ่ก็จะขอรับบริจาคกับนักศึกษาด้วยกันเองเนี่ยแหละ เพราะงั้นแล้วส่วนใหญ่ก็จะได้ 10 หยวนบ้าง 20 หยวนบ้าง และถ้าโชคดีเจอคนที่มีเงินก็จะได้ 50 หยวนบ้าง 100 หยวนบ้าง หากแต่ครั้งนี้มันถึงระดับที่มากกว่า 100,000 หยวนเลย! นี่มันเปิดหูเปิดตาสุดๆ!
“สหาย ช่วยเขียนชื่อไว้ให้หน่อยได้ไหม? พวกเราจะเก็บเป็ข้อมูลน่ะ” เสือสาวเอ่ยถาม
“ไม่เป็ไรหรอก” อู๋ตี้โบกมือปัด
ไม่มีใครบริจาคมากกว่า 100,000 หยวนมาก่อนเลยเหรอ? แต่มันไม่เป็ไรสำหรับคนที่มีเงินมากกว่า 10 ล้านหยวนอย่างเขาหรอก
นอกจากนั้นเขาเองยังไม่้าชื่อเสียงอะไรนั่นด้วย นั่นก็เพราะว่าเขานั้นเคยใช้กองทุนตั้งต้นมาก่อน เขารู้ว่าเงินสำหรับคนยากคนจนนั้นสำคัญขนาดไหน และเขาอยากจะช่วยคนเหล่านี้จากก้นบึ้งของหัวใจ หากเขาให้คนที่รับทุนนี้รู้ว่าเขานั้นเป็คนบริจาคเงินจำนวนมากขนาดนี้ มีหวังปัญหาได้ตามมาถึงตัวแน่ๆ
อู๋ตี้เองก็เคยรู้สึกแบบเดียวกับคนเหล่านี้ เขารู้ว่ามันไม่ใช่หนทางที่เฉิดฉายเสียเท่าไหร่สำหรับคนที่ต้องไปขอกองทุนตั้งต้นเช่นนี้ เขาบริจาคแบบไม่ระบุตัวตนแบบนี้ก็เพื่อทำให้นักศึกษาเ่าั้ไม่รู้สึกว่าตนเองเป็หนี้กับใคร
แต่กลุ่มนักศึกษาเหล่านี้กลับมองว่าอู๋ตี้โง่หรือเปล่า? หรือว่าเพราะความเป็เศรษฐีใหม่? นี่คิดจะบริจาคเงินกว่า 100,000 หยวนโดยที่ไม่ระบุชื่อจริงดิ?
กระนั้นแล้วอู๋ตี้เองก็ไม่ได้ใส่ใจความคิดของคนเหล่านี้นัก เขาหันหน้ากลับและเดินไปยังซูหลี่เหยาตามเดิม
“เหยาเหยา ไปกันเถอะ”
ครั้งนี้ต่างออกไป ซูหลี่เหยาไม่ได้ขยับไปไหน ทั่วทั้งตัวของเธอเหมือนจะไร้ซึ่งิญญาไปแล้ว
ในตอนนี้ ั้แ่ที่อู๋ตี้เดินเข้าไปข้างทาง เธอก็ไม่รู้จะเขาจะทำอะไร เธอได้แต่มองจนกระทั่งเห็นว่าเขาบริจาคเงินไปกว่า 100,000 หยวนนั่นแหละ
หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกโง่เง่าขึ้นมาทันที ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นในทันทีจนเธอไม่ได้ตอบสนองอะไรกับมันด้วยซ้ำ เพราะงั้นก็อย่าว่าแต่ไปห้ามอู๋ตี้เลย
“เป็อะไรไปน่ะเหยาเหยา เธอดูไม่เชื่อสิ่งที่เห็นเลยนะ”
อู๋ตี้โอนเงินให้ครอบครัว 1 ล้านหยวน ถึงแม้ว่าเธอจะโกรธมากๆ แต่เธอก็ยังสามารถควบคุมมันได้ เพราะมันยังมีเหตุผล
แต่นี่อู๋ตี้บริจาคเงินที่เหลือกว่าอีก 100,000 หยวนไปทั้งหมด นี่มันไม่คาดคิดมากๆ และมันทำให้เธอใมากๆเช่นกัน เธอไม่สามารถหยุดคิดเื่นี้ได้เลย
“เธอไม่เห็นเหรอ? ฉันเพิ่งจะบริจาคเงินไปเอง” อู๋ตี้พูดราวกับเขาเจ๋งมากๆ
สิ่งนี้มันเกิดขึ้นตรงจังหวะเกินไป เพราะในขณะที่เขาใจเย็น แต่ซูหลี่เหยานั้นเปรียบเสมือนะเินิวเคลียร์ที่โดนจุดะเิขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว
“นายบ้าไปแล้วหรือไง! สมองมีปัญหากับการคิดวิเคราะห์เหรอ!”
ซูหลี่เหยาที่โกรธมากๆชี้มาทางอู๋ตี้และเริ่มก่นด่า เธอโกรธจนดูแทบจะเป็บ้าไปแล้ว
“นายมันโง่! ไอ้หมูประสาทเสื่อม! ทำไมนายถึงบริจาคเงินที่เหลือทั้งหมดไป ฮะ! สมองหลุดติดอยู่กับประตูหรือไหลลงไปกับน้ำแล้วหรือไง! ครั้งแรกก็พอทน นี่ยังมีครั้งที่สองอีก! ไอ้เ้าโง่!”
เธอะโสิ่งที่คิดออกไปจนหมด ด้วยความตัวเล็กนั้นมันทำให้เธอดูเป็สาวน้อยตัวเล็กที่กำลังยืนสาปแช่งคนอื่นอยู่ข้างถนนเลย
แต่อู๋ตี้ก็ยังดึงเธอเอาไว้พร้อมกับสีหน้าที่พร้อมจะไขข้อข้องใจที่เธอมี “เหยาเหยา ฉันไม่ได้บริจาคเงินทั้งหมดไปหรอกนะ ฉันยังเหลือ 200 หยวนเก็บไว้กับตัวแน่ะ ไปกันดีกว่า ฉันจะพาเธอไปกินแกงเผ็ดในราคา 6 หยวนที่โรงอาหารเอง”
“ฉันจะจับอาม่าแกฉีกเป็ชิ้นๆแล้วกินให้หมดเลย!”
เธอไม่สามารถระงับแรงโกรธนี้ได้แล้ว ซูหลี่เหยาตีมืออู๋ตี้ ใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวนั้นทำเธอเสียโฉมก่อนที่ร่างเล็กจะหันหน้าหนีและเตรียมจะเดินหนีด้วย
“เหยาเหยา เกิดอะไรขึ้นกับเธอน่ะ!?” อู๋ตี้เดินตามเธอไป โดยรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
“อย่ามายุ่งกับฉัน!”
ด้วยเสียงะโที่สยบทุกอย่าง ใบหน้าของซูหลี่เหยานั้นแดงสุดๆ และเธอรู้สึกได้เลยว่าถ้ายังไม่หยุดระลอกสองต้องมาแน่ๆ
ไม่คาดคิดเลยว่ามันจะจบเร็วขนาดนี้
ชัดเจนเลยว่าสิ่งที่เธอพูดก่อนหน้ารวมถึงคำสาบานที่เธอว่าไว้นั้นได้เป็เื่โกหก จุดประสงค์ที่เธอเข้ามาหาเขาก็เพราะเงิน 1 ล้านหยวนนั่นแหละ
และเพราะตัวซูหลี่เหยาเองนั้นเป็คนฉลาด เธอรู้ว่าไม่ควรจะเร่งรีบ ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาค่อนข้างเยอะ จนเมื่ออู๋ตี้โชว์จำนวนเงินที่มีให้เธอดู เธอก็แสร้งทำเป็ไม่สนใจและไม่ตื่นเต้นอะไร สร้างภาพเป็ผู้หญิงที่ดีซึ่งไม่ถูกเงินล่อลวงไป
จุดประสงค์แรกของเธอนั้นบรรลุได้อย่างง่ายดาย และนั่นทำให้เธอหวังที่จะใช้เงิน 1 ล้านหยวนของเขาต่อในทันที
แต่ใครจะไปรู้ว่าไอ้หมูอ้วนประสาทเสื่อมนี่จะโอนเงินให้ครอบครัวถึง 1 ล้านหยวน แถมยังเอาเงินที่เหลือไปบริจาคอีก ยิ่งคิดถึงเื่นี้ เธอก็แทบจะะเิลงอีกครั้ง
ซูหลี่เหยาไม่อยากจะอยู่ตรงนี้แม้แต่วินาทีเดียวแล้ว ยิ่งเธอคิดถึงเื่เงินล้าน เธอก็ยิ่งอยากจะบินออกไปเลย หัวใจของเธอมันเจ็บช้ำเสียเหลือเกิน
มองซูหลี่เหยาเดินออกไป อู๋ตี้ก็ไม่ได้ไล่ตาม เขายังยืนที่เดิมและมองจนเธอลับสายตา
ดี ดูเหมือนจะเป็ไปตามที่คิดไว้
นี่เธอคิดว่าอู๋ตี้ไม่รู้จริงๆเหรอว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่? 3 ปีที่ผ่านมานั้นมันก็มากพอที่จะทำให้รู้จักเธอดีมากๆแล้ว
อย่างไรก็ตาม ภายในใจของอู๋ตี้ก็ยังรู้สึกคาดหวังอะไรอยู่เล็กๆน้อยๆ เขาหวังแค่ว่าเธอนั้นจะพูดความจริง และไม่โกหกเขา
เพราะเขานั้นหลงรักเธอมาตั้ง 3 ปี หากเธอนั้นชอบเขาจริงๆอย่างที่เธอพูด มันจะดีขนาดไหนกัน? หากเธอเข้าหาเขาเพราะความรัก...ไม่ใช่เพราะเงินตรา
แต่ท้ายสุดแล้ว หลังจากที่ทดสอบอะไรนิดหน่อย ท้ายสุดซูหลี่เหยาก็แสดงสีที่แท้จริงของเธอออกมา
เขาถอนหายใจและคร่ำครวญถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่อดไม่ได้ที่จะทดสอบมัน โดยเฉพาะกับคนอย่างซูหลี่เหยา
ถึงแม้ว่าตอนนี้เงินกว่า 100,000 หยวนนั้นจะไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว
แต่ซูหลี่เหยา เธอเองก็คงไม่รู้สินะว่าต่อให้ฉันจะบริจาคเงินกว่า 100,000 หยวนไปแล้วแต่ฉันก็ยังมี 100,000 หยวนให้บริจาคอีกเป็ 100 ครั้งเลยนะ!
ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเธอรู้ความจริงเื่นี้ขึ้นมา เธอจะเป็ยังไงนะ?
หลังจากที่ผ่านพ้นเื่วุ่นๆวันนี้ไปได้แล้ว เขาคงจะต้องฝึกฝนตัวเองเพิ่มบ้างแล้ว เพราะด้วยอีกฝ่ายเป็ถึงซูหลี่เหยา เขาเดาไม่ได้หรอกว่าเธอจะทำอะไรอีก
พอคิดได้ดังนั้น เขาก็ตรงไปหาอาจารย์เพื่อที่จะบอกเื่ย้ายที่ให้ห่างออกจากซูหลี่เหยา ดังนั้นเขาต้องไปที่ตึกของอาจารย์แผนกบัญชีเพื่อพูดเื่นี้
และเมื่อเขาไปถึงหน้าประตูห้องอาจารย์ เขาก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวที่กำลังตื่นเต้นดังออกมาจากด้านใน
“จริงเหรอคะ? ขอบคุณมากๆเลยค่ะ การช่วยเหลือครั้งนี้มันสำคัญกับฉันมากจริงๆ ถ้ายังไงฉันจะเตรียมกล่าวสุนทรพจน์สัปดาห์นี้ให้ดีที่สุดเลย”
เสียงนั้นคลับคล้ายคลับคลามากๆ และทันใดนั้น ประตูก็เปิดออกมา
หญิงสาวนั้นตื่นเต้นเกินไปจนเธอไม่ได้ระวังเลยว่าอาจจะมีคนอยู่หน้าประตูก็ได้ และทุกอย่างมันรวดเร็วมากๆ ร่างร่างนั้นก็พุ่งออกมาจากประตูและปะทะกับอู๋ตี้ทันที
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ!” เธอกล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า
อู๋ตี้ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะมองไปยังเธอแล้วก็ต้องใ
“เอ้อซีซี นั่นเธอ! เป็อะไรหรือเปล่า?”
ใช่แล้ว หญิงสาวที่ชนเขานั้นก็คือเอ้อซีซีนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เธอเห็นว่าเป็อู๋ตี้แล้วสีหน้าเธอก็ดูช็อก เธอรีบโค้งหัวให้ด้วยความสับสนและซับซ้อนของอะไรบางอย่าง
“ไม่เป็ไร ฉันขอโทษนะ ที่ชนนายเมื่อกี้ ถ้าไม่มีอะไร ฉันขอตัวก่อนนะ”
ทันทีที่พูดจบ เอ้อซีซีก็รีบวิ่งหนีออกไปเลย ในขณะที่อู๋ตี้เตรียมจะรั้งเธอไว้และพูดอะไรกับเธอ อย่างเช่น ‘ดูเหมือนเราเจอกันครั้งแรกที่ทางเข้าโรงอาหารนั่นจะช้าไปหน่อยนะ’
เขามองร่างของเอ้อซีซีที่หายวับไปสุดทางเดินของตึกอาจารย์ อู๋ตี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนสูญเสีย
ในขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งของหัวใจก็เกิดความสงสัยขึ้นมาด้วย เกิดอะไรขึ้น? เมื่อวานมันไม่ดีเหรอ? ทั้งๆที่พูดคุยกันหัวเราะด้วยกันปกติดีแท้ๆ แต่มาวันนี้เหมือนจะจงใจหลบหน้าและวิ่งหนีไปซะงั้น
ตอนนี้อู๋ตี้คิดถึงเื่นี้ และเขาก็เริ่มคิดแล้วว่า หรือเธอกำลังเข้าใจอะไรในตัวเขาผิดอยู่? และเหตุผลหลักที่ทำให้เข้าใจผิดนั้นน่าจะเป็เพราะซูหลี่เหยาแน่ๆ
อีกฟากหนึ่ง เอ้อซีซีนั้นไม่ได้หยุดวิ่งเลยตลอดทางที่กลับมายังหอพักพร้อมกับสมุดในอ้อมแขน
ในตอนนั้นเธอเป็เพียงคนเดียวที่อยู่ในหอ และทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไหลย้อยผ่านแก้มเธอ
มือนั้นยกขึ้นปาดมันแบบไม่รู้ตัว และสิ่งที่เห็นมันคือหยดน้ำใสๆ ความใสและบริสุทธิ์ของมันประดุจหยาดน้ำฟ้าแต่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
“ท-ทำไมฉันถึงร้องไห้กันล่ะ...”
ในทันทีที่เสียงสั่นเครือนั้นเอ่ยขึ้น น้ำตาของเธอมันก็ไหลออกมาไม่หยุดเหมือนเขื่อนกักน้ำที่แตกออก
ร่างของหญิงสาวค่อยๆนั่งย่อลงไปกับพื้น ใบหน้าค่อยๆจมลงไปในอ้อมแขนของตัวเอง เธอร้องไห้เบาๆขณะที่คอยปาดน้ำตาเรื่อยๆ จากนั้นร่างนั้นก็ลุกขึ้นและเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมเปิดสมุด
เอกสารที่แนบไว้ตรงกลางสมุดเหมือนแซนด์วิชนั้น ที่้าสุดเขียนไว้ว่า : แบบฟอร์มใบสมัครสำหรับนักศึกษายากจนที่สมัครใจรับเงินจากกองทุนตั้งต้น
เอ้อซีซีพลิกกระดาษนั้น และด้านล่างของมันยังมีกระดาษอีกแผ่นที่เขียนไว้ว่า : ฟอร์มกล่าวสุนทรพจน์สำหรับตัวแทนนักศึกษายากจน
เธอฮึดใจสู้ เค้นเอาจิติญญาทั้งหมดออกมา ก่อนจะเริ่มเขียนตามหัวข้อนั้นด้วยความพิถีพิถัน