เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 164: ไล่ตามยักษ์หิน (Chase the Rock Giant)

            หลังจากที่บินออกตามหาไปได้สักระยะ ยูกินะก็ได้พบร่างโกเล็มหินยักษ์ขนาดมหึมาของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิอยู่บนภูเขาโอเกฮาซามะที่อยู่ในแคว้นสุรุกะในท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างโหมกระหน่ำ

            ซึ่งในอดีต บนภูเขาแห่งนั้นเคยเป็นช่องทางสำคัญที่โอดะ โนบุนากะ ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นผู้โง่เขลาแห่งโอวาริเคยนำกองทัพอันน้อยนิดบุกเข้าไปโจมตีค่ายทหารของฝ่ายตระกูล อิมากาว่า และทำการสังหารไดเมียวแห่งแคว้นสุรุกะที่มีนามว่าอิมากาว่า โยชิโมโตะที่อยู่ภายในค่ายแห่งนั้น

            ยูกินะรีบขี่ม้าปีกมีเขาบินตรงเข้าไปหาไดดาระโบชชิ-อายาคาชิด้วยความรวดเร็วเพื่อที่จะเข้าไปด้านในแล้วแย่งชิงไข่มุกแห่งภูผาของมันมา

            เมื่อยามที่ยูกินะใกล้จะมาถึง ดูเหมือนว่าไดดาระโบชชิ-อายาคาชิจะรู้ทัน มันจึงรีบปัดร่างงามของยูกินะกระเด็นออกมาพร้อมกับเท็นมะ ภูติพิทักษ์ประจำกายของเธอ เท็นมะรีบบินเข้าไปรับร่างงามยูกินะไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด ทางด้านยูกินะก็รีบคว้าตัวม้าปีกมีเขาแล้วขึ้นขี่บนหลังเอาไว้ได้ทัน จากนั้น ยูกินะก็รีบบินตรงเข้าไปหาไดดาระโบชชิ-อายาคาชิด้วยความรวดเร็วจากในระยะไกล

            ไดดาระโบชชิ-อายาคาชิเริ่มทำการตอบโต้ด้วยการยิงลำแสงพิฆาตสีแดงใส่ยูกินะ แต่เธอก็สามารถควบคุมม้าบินให้หลบลำแสงสีแดงนั่นเอาไว้ได้ทัน

            ยูกินะที่อยู่บนหลังม้าปีกมีเขานั้นรีบทำการตอบโต้ด้วยการยิงพลังเวทย์ชนิดต่างๆ ออกมาด้วยแผ่นยันต์ที่อยู่บนมือเรียวงาม เพื่อจัดการกับไดดาระโบชชิจากในระยะไกล ในระหว่างนั้น เธอก็ได้ทำการควบคุมเท็นมะให้ทำการพ่นไฟอันร้อนระอุใส่มันจากบนกลางท้องฟ้าด้วย

            ไดดาระโบชชิ-อายาคาชิได้ทำการตอบโต้ด้วยการยกก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ แล้วปาใส่ยูกินะ แต่เธอนั้นสามารถควบคุมม้าบินให้หลบก้อนหินนั่นไว้ได้ทัน

            ยูกินะรีบเขวี้ยงแผ่นยันต์ใส่มัน 5 ใบรวด แผ่นยันต์ทั้ง 5 ใบนั้นได้กลายเป็นลูกพายุสายฟ้าแล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่มันในลักษณะแนวตรงด้วยความเร็วสูง จากนั้น เธอก็รีบเขวี้ยงแผ่นยันต์ใส่เจ้าไดดาระโบชชิ 7 แผ่นรวด แผ่นยันต์ทั้ง 7 ใบนั้นได้กลายเป็นนกอินทรีย์ธาตุสายฟ้าทั้ง 7 ตัว และบินเข้าพุ่งชนใส่มันด้วยความเร็วสูง

            ไดดาระโบชชิรีบปาก้อนหินขนาดใหญ่ใส่ยูกินะอย่างต่อเนื่อง แต่เท็นมะก็สามารถสร้างแผงอาคมที่มีลักษณะเป็นทรงกลมขึ้นด้วยเขาแหลมบนหน้าผากที่มีขนาดยาวเพื่อป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทัน ในระหว่างนั้น เท็นมะก็ได้ทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงออกมาจากเขาของมันด้วย

            ยูกินะได้เขวี้ยงแผ่นยันต์ใส่มัน 9 ใบรวด แผ่นยันต์ทั้ง 9 ใบนั้นได้กลายเป็นลูกไฟอันร้อนระอุชนิดติดตามทั้ง 9 ลูก แล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่เข้าอย่างจัง

            จากนั้น เธอก็รีบเขวี้ยงแผ่นยันต์ใส่มัน 1 ใบ แผ่นยันต์ใบนั้นได้กลายเป็นน้ำวนแล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่เข้าอย่างจัง ไดดาระโบชชิรีบกู่ร้องคำรามเสียงดังสนั่น เพื่อปล่อยคลื่นเสียงออกมา แต่ยูกินะก็รีบทำการร่ายเวทย์เสกบาเรียป้องกันขึ้นในลักษณะของสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่อยู่ด้านหน้าเท็นมะ เพื่อป้องกันคลื่นเสียงของมันที่ดังออกมา ในระหว่างนั้น เท็นมะก็รีบกระพือปีกทั้งสองข้างเพื่อปล่อยลูกพายุที่มีขนาดใหญ่ออกมา 2 ลูก เพื่อโจมตีใส่อีกฝ่าย

            ยูกินะรีบเขวี้ยงแผ่นยันต์ใส่เจ้าไดดาระโบชชิ 7 ใบรวด แผ่นยันต์ทั้ง 7 ใบนั้นได้กลายเป็นสายน้ำแรงดันสูงที่ละม้ายคล้ายกับแสงเลเซอร์ แล้วยิงใส่มันเข้าอย่างจัง จากนั้น เธอก็รีบเขวี้ยงแผ่นยันต์ใส่มัน 3 ใบรวด แผ่นยันต์ทั้ง 3 ใบนั้นได้กลายเป็นก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ทั้ง 3 ก้อน แล้วลอยพุ่งเข้าโจมตีใส่มันเข้าอย่างจัง

            ไดดาระโบชชิได้ทำการตอบโต้ยูกินะ ด้วยการพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่ออกมาจากมือทั้งสองข้างของมันอย่างต่อเนื่อง แต่ยูกินะก็สามารถขี่ม้าบินหลบเปลวไฟเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมด พร้อมกับควบคุมให้เท็นมะพ่นกระสุนน้ำแข็งใส่มันอย่างต่อเนื่อง

            ยูกินะรีบเขวี้ยงแผ่นยันต์ใส่เจ้าไดดาระโบชชิ 15 ใบรวด แผ่นยันต์ทั้ง 15 ใบนั้นได้กลายเป็นกระเบนน้ำแข็งทั้ง 15 ตัว แล้วพากันพ่นผลึกน้ำแข็งใส่มันอย่างต่อเนื่อง เมื่อยามที่ใกล้จะมาถึง ยูกินะก็รีบอัญเชิญภูติพิทักษ์ตนอื่นๆ ออกมาช่วยต่อสู้กับไดดาระโบชชิที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอนั้นจะรีบบินเข้าไปถึงตัวของมันทันที

            ภูติพิทักษ์ตนอื่นๆ ที่ยูกินะได้อัญเชิญออกมาจากสร้อยอัญมณียาซาคานินั้นจะประกอบไปด้วยคายากุริสุ ภูติพิทักษ์กระรอกดินระเบิด ไรคุราเกะ ภูติพิทักษ์แมงกะพรุนสายฟ้า อิวะเอบิ ภูติพิทักษ์งูหินผา โคริเซอุจิ ภูติพิทักษ์วอลรัสน้ำแข็ง อาคามาสึรุกิ ภูติพิทักษ์ปลาสากกระบี่ โคริรุกะ ภูติพิทักษ์โลมาน้ำแข็ง ฮิคาริคุจากุ ภูติพิทักษ์นกยูงแห่งแสง และอาทามะไกโอมุ ภูติพิทักษ์นกแก้วแห่งภูมิปัญญา

            เมื่อได้บินเข้าไปถึงตัวของแล้วมัน ยูกินะก็ได้พบกับประตูทางเข้าไปยังข้างในตัวของมันที่อยู่ตรงบริเวณกลางหลัง ซึ่งถูกปิดตายเอาไว้ และทันใดนั้น เทพีทามาโยริ-ฮิเมะ เทพีพระมารดรแห่งจักรพรรดิจิมมุก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ตรงหน้ายูกินะ

            “เจ้าหญิงฮิเมรากิ การที่จะเปิดประตูเข้าไปสู่ด้านในตัวของไดดาระโบชชิ-อายาคาชินั้น เจ้าจำเป็นที่จะต้องทำลายจุด เชื่อมประตูทั้ง 9 จุด เพื่อที่จะเปิดประตูนั่นออกมา”

            หลังจากที่กล่าวชี้แนะจนจบ เทพีทามาโยริ-ฮิเมะก็ได้เลือนหายไปจากตรงหน้ายูกินะโดยทันที ยูกินะได้สังเกตเห็นจุดเชื่อมประตูที่มีลักษณะคล้ายกับผลึกสีแดงทับทิมทั้ง 9 จุด ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งหลังมือข้างซ้าย ข้อมือข้างขวา แขนข้างซ้าย ไหล่ข้างขวา ข้อเท้าข้างซ้าย แข้งข้างขวา ต้นขาข้างซ้าย สะโพกข้างขวา และตำแหน่งกลางหัว

            ยูกินะรีบทำการควบม้าปีกมีเขาให้บินร่อนลงไปสู่พื้นเบื้องล่างที่อยู่บนภูเขาโอเกฮาซามะ ก่อนที่เธอนั้นจะรีบทำการควบม้าปีกมีเขาให้รีบวิ่งเข้าไปใกล้ๆ บริเวณส้นเท้าข้างซ้ายของมันด้วยความรวดเร็ว ในระหว่างนั้นเธอก็ได้ยินเสียงก้าวฝีเท้าของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิที่ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณเป็นวงกว้าง เสียงก้าวฝีเท้าของมันนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้นทีละน้อย

            เร็วเข้า เร็วเข้ากว่านี้อีก เร็วอีกนิด

            ยูกินะพลางนึกพยายามเร่งความเร็วในการวิ่งของม้าปีกมีเขาอยู่ภายในใจ เพราะเจ้าไดดาระโบชชิ-อายาคาชินั้นมันช่างเดินเร็วซะเหลือเกิน ส่วนทางด้านภูติพิทักษ์ตนอื่นๆ นั้นก็ยังคงโจมตีใส่มันอย่างต่อเนื่อง

            ใกล้จะถึงแล้วหล่ะ อีกนิดเดียวแล้วเท่านั้น

            เมื่อได้มาถึงตรงบริเวณใกล้ๆ ส้นเท้าของมันแล้ว ยูกินะก็รีบทำการร่ายเวทย์อำพรางกายเพื่อป้องกันการถูกลูกหลงจากการโจมตีของเหล่าภูติพิทักษ์ตนอื่นๆ ก่อนที่เธอนั้นจะรีบกระโดดจากม้าปีกมีเขาที่กำลังวิ่งเข้าไปยังบริเวณใกล้ๆ ด้วยความรวดเร็ว แล้วปีนขึ้นไปเกาะที่กลางส้นเท้าข้างซ้ายของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิจนสำเร็จ หลังจากนั้น ภูติพิทักษ์ประจำกายม้าปีกมีเขาที่มีนามว่าเท็นมะนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปในทันที

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน