บทที่ 126
ช่วยเปลี่ยนแปลงเมือง
ดวงตาของทหารมากมายหันไปมองเป็นตาเดียว ดวงตาของพวกมันหันไปมองคุณหนูตระกูลซู
ซูฉีแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ พวกท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นเจ้าค่ะ ในเมื่อพวกท่านตั้งใจจะนำเอาของพวกนั้นไปใช้กับผู้คนภายในเมือง ”
“ เพื่อที่จะพัฒนาเมืองแห่งนี้ข้ายอมขายของที่ข้าคิดค้นขึ้นมาในราคาที่ไม่สูง ”
ซูฉีหลังจากที่ได้ยินการถกเถียงของเหล่าทหารที่อยู่เบื้องหน้า นางได้ยินความตั้งใจของแม่ทัพหนุ่ม
แม่ทัพหนุ่มผู้นี้ตั้งใจจะนำเอาของพวกนี้ที่นางคิดคนขึ้นมาไปแจกจ่ายให้กับผู้คนภายในเมือง
ความตั้งใจของแม่ทัพหนุ่มตั้งใจจะนำเอาของพวกนี้ไปพัฒนาภายในเมือง เพราะแบบนั้นนางย่อมต้องสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเต็มความสามารถ
เพราะว่านางเองก็มีความตั้งใจจะพัฒนาเมืองแห่งนี้เช่นเดียวกัน ถ้าเมืองแห่งนี้มีแสงไฟสว่างไสวไปทั่วทั้งเมือง ข่าวคราวเกี่ยวกับเมืองแห่งนี้คงจะกระจายไปทั่วดินแดน
เมื่อหางนี้จะกลับไปที่สนใจดึงดูดผู้คนมากมายเข้ามา อย่างที่รู้กันดีซูฉีมาจากภายในยุคสมัยใหม่ นางรู้ว่าอย่างไรเสียการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จำเป็นจะต้องพึ่งพาผู้คน
ยิ่งมีผู้คนภายในเมืองมากมันจะยิ่งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก เพราะว่าอัตราการใช้จ่ายและการหมุนเวียนของเงินภายในเมืองจะมากขึ้น
สิ่งประดิษฐ์ที่นางติดคนขึ้นมามันจะเปลี่ยนแปลงภายในยุคสมัยนี้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่น่าเหลือเชื่อ
แสงไฟสว่างไสวในยามราตรีผู้คนมากมายคงตื่นตระหนกกับของสิ่งนี้อย่างแน่นอน
และบางทีอาจจะมีผู้คนที่เคลื่อนที่มาปักหลักที่เมืองแห่งนี้มากขึ้น มันถือว่าเป็นการพัฒนาเมือง
อันที่จริงแล้วนางตั้งใจจะขายของสิ่งนี้ออกไปให้กับผู้คนภายในเมืองอยู่แล้ว แต่ในตอนนี้เมื่อกองทัพเกราะดำกล่าวว่าจะซื้อของเหล่านี้ไปพัฒนาเมือง
นางเองก็ย่อมขายของพวกนี้ให้กับกองทัพในราคาที่ต่ำกว่ามาตรฐานได้
นางไม่ได้ได้ประโยชน์เพียงแค่ได้เงินจากการซื้อขาย แต่ว่ายังสามารถพัฒนาเมืองแห่งนี้ในทางอ้อมได้อีก
“ ขายในราคาต่ำกว่ายังงั้นรึ? ” หนึ่งในทหารขุนพลที่อยู่ภายในกระโจมใบหน้างุนงง
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะ ”
“ แต่ว่าของสิ่งนี้เป็นของวิเศษ อย่างไรเสียมันเองก็น่าจะเป็นของที่มีราคาสูง ”
“ ไม่หรอกเจ้าค่ะข้าสามารถขายของสิ่งนี้ให้กับกองทัพได้ ในเมื่อกองทัพอยากจะนำเอาไปพัฒนาเมืองแห่งนี้ ”
“ ถ้าแบบนั้นเอาเป็นอย่างนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ ” ซูฉียกนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว
ดวงตาของเหล่าทหารพากันหันมาจับจ้อง พวกเขาจ้องมองนิ้วมือของคุณหนูตระกูลซูที่ยกขึ้น
พากันแสดงใบน่าสงสัยในราคาที่อยู่ภายในใจของคุณหนูผู้นี้ เพราะว่าพวกทหารพวกนี้ไม่สามารถคาดเดาราคาของของวิเศษที่เยี่ยมยอดเช่นนี้ได้เลย
“ สามสิบตำลึงทองอย่างนั้นหรือขอรับ ” ทหารที่อยู่ด้านหน้าเสนอขึ้น
“ ไม่เจ้าค่ะสามตำลึงทอง ” ซูฉีกล่าว
“ สามตำลึงทอง!!! ” พวกทหารแสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ
“ สามตำลึงทองอย่างงั้นรีขอรับ ท่าน…ท่านบ้าไปแล้วอย่างนั้นหรือขอรับของวิเศษเช่นนี้จะขายในราคาที่ต่ำเช่นนั้นได้อย่างไร ” หนึ่งในทหารเอ่ยออกมา
ไม่ใช่ว่าเพียงแค่ทหารผู้นี้เท่านั้นที่จะดื่มตระหนก แม้แต่แม่ทัพหนุ่มที่นั่งอยู่ก็แสดงใบหน้าประหลาดใจ
ของวิเศษเช่นนี้ไม่มีทางที่มันจะราคาต่ำเช่นนั้นอย่างแน่นอน ถ้ามองถึงของวิเศษแล้วก็ยังเลยเสียถ้าเป็นของวิเศษก็ต้องมีราคา
ของวิเศษที่ขายอยู่ภายในเมืองหลวงและก็ผู้คนมากมายต่างรู้จักกัน มันเองก็ดูแล้วเป็นของที่มีราคาสูง
ขนาดของเล็กๆน้อยๆที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ฝึกฝนพลังวิญญาณ มันยังมีราคาหลายร้อยตำลึงทอง
ของเช่นนี้ที่พิเศษขนาดนี้แล้วพวกมันไม่เคยเห็นมาก่อน จะมีราคาเพียงแค่สามตำลึงทองได้อย่างไร
ถ้าเกิดว่านำของเช่นนี้ไปขายภายในเมืองหลวงอย่างไร มันเองก็คงจะมีราคาที่สูงหลายร้อยตำลึงหรือไม่ก็อาจจะถึงหลายพันตำลึงทอง
เพราะแบบนั้นพวกทหารพวกนี้จึงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
พวกมันคิดอยู่ภายในใจว่าคุณหนูที่อยู่เบื้องหน้าของมันพูดเล่นหรือไม่ แต่ว่าซูฉีที่อยู่เบื้องหน้ากับแสดงรอยยิ้ม
แววตาสักคู่นั้นสะท้อนความจริงจัง บ่งบอกให้รู้อย่างชัดเจนว่านางนั้นพูดจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ ขอถามหน่อยได้หรือไม่ขอรับ เหตุใดของวิเศษเช่นนี้ท่านจึงขายในราคาเพียงแค่นั้น ” สือหยางที่ยืนเงียบอยู่สักพักรับหน้าที่เอ่ยปากถาม
“ ข้าเองก็เป็นคนผู้นึงที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้นะเจ้าคะ ”
“ อย่างไรเสียก็เป็นหนึ่งคนที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้ อีกทั้งข้าเองก็หวังอยากจะให้เมืองแห่งนี้พัฒนาขึ้น ”
“ เพราะแบบนั้นมันจะแปลกกันโดยที่ตัวของข้าจะขายของพวกนี้ในราคาที่ต่ำให้กับพวกท่าน ”
“ เพราะว่ามันจะช่วยให้เมืองแห่งนี้พัฒนาขึ้นแทนค่าเองก็ได้ผลประโยชน์หลายอย่าง ” ซูฉีอธิบายถึงจุดประสงค์
แม่ทัพหนุ่มที่นั่งอยู่ใบหน้าที่เรียบเฉยมานาน อยู่ๆก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของแม่ทัพหนุ่ม ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
แต่ว่ารอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมากับเต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มผู้เลื่องชื่อในด้านความเหี้ยมโหดกลับมองคุณหนูที่อยู่เบื้องหน้าอย่างอ่อนโยน
“ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีเลยขอรับ ”
“ ถ้าเกิดว่าท่านยอมขายของวิเศษช่วยเหลือให้กับพวกเราในราคาเพียงแค่ 3 ตำลึงทอง พวกเราสามารถซื้อของพวกนี้ให้กับกองทัพได้จำนวนมาก ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถซื้อของพวกนี้ไปใช้ภายในเมืองได้อีกด้วย ” ใบหน้าของเหล่าทหารพากันตื่นเต้น
ถ้าได้ของวิเศษเช่นนี้มาใช้คงจะพัฒนาในหลายๆด้านได้อย่างง่าย ไม่ต้องกล่าวถึงคุณสมบัติหรือวิธีการนำเอาไปใช้เลย
เพียงแค่คิดว่าจะได้ของไม่เหลือแค่นี้มาใช้ พวกทหารภายในกองทัพก็พากันตื่นเต้นแล้ว
“ แต่ว่าข้าคงยังไม่สามารถขายให้กับท่านในตอนนี้ได้ อย่างน้อยข้าเองก็คงจะต้องขอใช้เวลาในการปรับปรุงมันสักหน่อย ”
“ หลังจากที่ปรับปรุงมันเสร็จแล้วจะนำเอาของพวกนี้มาขายให้กับกองทัพอย่างแน่นอน ”
“ แต่ว่าของวิเศษเช่นนี้ตัวของข้าคงจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการปรับปรุงมันสักหน่อย ”
“ หวังว่าพวกท่านคงจะไม่รีบเร่งเกินไป ”
“ แน่นอนขอรับเพียงแค่ท่านขายของวิเศษเช่นนี้ให้กับพวกเราในราคาที่ต่ำเช่นนี้ มันเองก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากแล้ว ”
“ เรื่องระยะเวลาแน่นอนว่าพวกเราไม่คิดจะเร่งรีบท่านต่อให้รออีกสักหนึ่งหรือสองปีข้าเองก็ไม่ว่าอันใด ” สือหยางกล่าวอย่างสุขุม
ของวิเศษเช่นนี้ถ้าเกิดว่ามันเป็นของธรรมดาทั่วไป ที่สามารถใช้งานหรือว่าสามารถสร้างมันได้อย่างง่ายดาย
ก็คงจะมีของเช่นนี้อยู่มากมายตามท้องตลาดแล้ว แต่เพราะว่านี่มันเป็นของวิเศษเพราะแบบนั้นเวลาในการใช้ปรับปรุงมันเองก็คงจะต้องมากขึ้น
เกี่ยวกับในเรื่องนี้ตัวของพวกเขานั้นรู้ดี แน่นอนว่ากองทัพเกาะดำไม่ใช่พวกขุนนางที่หวังแต่เพียงแค่ผลประโยชน์ของตนเอง
“ ถ้าเช่นนั้นก็เป็นไปตามนี้เจ้าค่ะ ถ้าข้าสามารถคิดค้นหรือว่าสามารถสร้างมันจนเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ ”
“ ถ้าจะขายของพวกนี้ให้กับพวกท่านอย่างแน่นอน แต่มีข้อแม้อยู่ ” ซูฉีคล้ายว่ามีข้อตกลงที่ตนต้องการ
แม่ทัพหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องหน้าและเหล่าขุนพล พากันเงยหน้าขึ้นมามองตรงไปที่คุณหนูตระกูลซู
ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนที่ซูฉีจะเอ่ยจุดประสงค์ของตนเองออกมา “ ในเรื่องนี้ถ้าอยากจะให้ท่านเก็บเรื่องราวข้าเอาไว้เป็นความลับ ”
“ ข้าไม่อยากให้ผู้ใดรู้ว่าของเช่นนี้ข้าเป็นคนสร้างขึ้นมา เพราะแบบนั้นเรื่องนี้คงจำเป็นจะต้องรบกวนพวกท่านแล้ว”
“ พวกมันจะถูกแจกจ่ายให้กับเหล่าผู้คนโดยใช้ชื่อของกองทัพเกราะดำ ”
ได้ยินข้อตกลงที่ถูกยื่นออกมา เหล่าขุนพลที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้พากันแสดงใบหน้างุนงง พวกมันเต็มไปด้วยคำถามบังเกิดขึ้นภายในใจ
จบบท