บทที่ 18 แม่นางผู้ร่ำรวย เรามาเป็เพื่อนกันเถอะ (รีไรต์)
"จะให้ข้าขอโทษก็ได้ แต่ต้องพิสูจน์ก่อนว่าเขาไม่ใช่คนลวงโลก" เย่เฟิงเริ่มโกรธขึ้นมาจริง ๆ แล้ว
"พิสูจน์อย่างไร?" หลิ่วเยียนผิงถลึงตาใส่เย่เฟิง
"ง่ายมาก ในเมื่อเขาสามารถชี้แนะวิชากระบี่ให้เ้าได้ก็ต้องชี้แนะให้ข้าได้เช่นกัน เพราะอย่างไรเสียพลังของข้าก็ยังไม่เท่าเ้า" เย่เฟิงชำเลืองมองเมิ่งฝาน
สายตานั้นเต็มไปด้วยความดูแคลน
เื่นี้ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
หลิ่วเยียนผิงเป็คนทำให้เ้าโกรธ แล้วเ้าจะมาลงที่ข้าทำไม?
ต่อให้เป็สุนัขจรจัดที่น่าสงสารเพียงใดก็ไม่ควรเที่ยวไล่กัดคนมั่วซั่วไม่ใช่หรือ
ในสถานการณ์เช่นนี้ต่อให้น่าสงสารแค่ไหนก็อาจถูกตีจนตายได้
หลิ่วเยียนผิงมองเย่เฟิงแล้วกล่าวว่า "ได้ แต่ห้ามใช้ปราณแท้ ให้จำกัดอยู่เพียงการประลองวิชากระบี่เท่านั้น"
นางมีความมั่นใจในวิชากระบี่ของเมิ่งฝานมาก ในเมื่อเขาผู้นี้สามารถกดดันนางด้วยวิชากระบี่ได้การรับมือกับเย่เฟิงย่อมไม่ใช่เื่ยาก
เงื่อนไขคือ เย่เฟิงต้องไม่ใช้ปราณแท้ มิเช่นนั้นจะถือว่ารังแกกันเกินไป
"วางใจเถอะ ประลองวิชากระบี่กับศิษย์สายนอกขั้นเลี่ยนชี่ระดับหนึ่ง หากข้ายังต้องใช้ปราณแท้ข้าคงไม่มีหน้าอยู่ที่สำนักกระบี่สู่ซานอีกต่อไป"
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เฟิง ใบหน้าของหลิ่วเยียนผิงก็ปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น หากประลองเพียงวิชากระบี่ เมิ่งฝานใช้เพียงวิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงก็สามารถสั่งสอนเย่เฟิงได้แล้ว นางมั่นใจมาก
ยิ่งไปกว่านั้น นางรู้สึกว่าเมิ่งฝานยังซ่อนวิชากระบี่เด็ด ๆ อย่างอื่นไว้อีก
"นี่ ๆ พวกท่านจะทะเลาะกันก็อย่าลากข้าเข้าไปเกี่ยวได้ไหม ข้าไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย!" เมิ่งฝานกล่าวกับหลิ่วเยียนผิงและเย่เฟิงอย่างจนใจ
หลิ่วเยียนผิงกลอกตาพลางถลึงตาใส่เมิ่งฝานแล้วกล่าวว่า "จะบอกว่าไม่เกี่ยวได้อย่างไร เขากล่าวหาว่าเ้าลวงโลก เ้าไม่อยากพิสูจน์ตัวเองหรือ?"
"ไม่อยากพิสูจน์ ข้าแค่ตกลงจะประลองวิชากระบี่กับท่าน แต่ไม่ได้ตกลงจะประลองกับเขา"
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้ความทะเยอทะยานเช่นนี้ของเมิ่งฝาน หลิ่วเยียนผิงก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
นางคุยโวไว้ต่อหน้าเย่เฟิงแล้ว หากเมิ่งฝานเลี่ยงการต่อสู้ ไม่ใช่ว่าจะทำให้นางเสียหน้าหรอกหรือ?
"ยังไม่ครบหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ไม่ต้องประลองวิชากระบี่กับข้าแล้ว ประลองกับเขาแทนก็แล้วกัน!" หลิ่วเยียนผิงกล่าวกับเมิ่งฝาน
"ไม่ได้ เื่นี้กับเื่นั้นแยกกัน จะเอามาเหมารวมกันแบบนี้ไม่ได้" เมิ่งฝานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
"แล้วเ้า้าอย่างไรกันแน่!" หลิ่วเยียนผิงเริ่มโมโหและจ้องมองเมิ่งฝานด้วยความโกรธ
เมิ่งฝานมองเย่เฟิงทีหนึ่ง แล้วหันไปมองหลิ่วเยียนผิงอีกที สุดท้ายก็ค่อย ๆ เอ่ยคำสามคำออกมา
"ต้องเพิ่มค่าตอบแทน!"
เมื่อได้ยินสามคำนี้ หลิ่วเยียนผิงถึงกับโกรธจนหัวเราะ
แค่นี้เนี่ยนะ?
กล้ามาคุยเื่ค่าตอบแทนกับแม่นางผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของศิษย์สายในอย่างนางหรือ?
ดูถูกนางเกินไปแล้ว!
ปัญหาที่แก้ได้ด้วยเงิน ไม่ถือว่าเป็ปัญหา!
หลิ่วเยียนผิงสะบัดมืออย่างใจป้ำและกล่าวด้วยความโอ่อ่าว่า "ถ้าชนะเขาได้ ข้าจะให้หินิญญาเ้าสิบก้อน"
ดวงตาของเมิ่งฝานเป็ประกาย หัวใจเริ่มเต้นรัว
"พูดจริงหรือ?"
หินิญญาสิบก้อน?
นี่เป็จำนวนเงินที่มหาศาล การที่นางนำออกมาง่าย ๆ เช่นนี้ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกสงสัย
เมื่อเห็นท่าทางสงสัยและไม่เชื่อมั่นในตัวนาง หลิ่วเยียนผิงก็โกรธจัด
นางรีบหยิบหินิญญาสิบก้อนออกมาแล้วโยนลงบนพื้น พร้ะโกนว่า "ขอเพียงเ้าชนะ สิ่งเหล่านี้จะเป็ของเ้า เ้าคนไร้ความสามารถ แค่หินิญญาสิบก้อนกล้าสงสัยคุณหนูผู้นี้เชียวหรือ!"
เมิ่งฝานลอบกลืนน้ำลาย สายตาเต็มไปด้วยความกระหาย
ในตอนนี้เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ศิษย์พี่หลิ่วผู้นี้คือแม่นางผู้ร่ำรวยตัวจริงเสียงจริง!
โดยเฉพาะหินิญญาสิบก้อนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏออกมา เขาเริ่มสงสัยว่านางอาจจะมีสมบัติวิเศษประเภทเก็บของ
นี่มัน... รวยขนาดไหนกันนะ?
ต้องเป็เพื่อนกับนางผู้นี้ให้ได้!
เมิ่งฝานตัดสินใจเด็ดขาด
"มาเถอะ ออกกระบี่มา" เมิ่งฝานกล่าวกับเย่เฟิง
เย่เฟิงรอจนหมดความอดทนแล้ว เขามีไฟสุมอยู่ในอกและกำลังหาที่ระบายพอดี
เขาชักกระบี่ออกเตรียมจู่โจมเมิ่งฝาน
"เดี๋ยวก่อน เ้าใช้สิ่งนี้!" หลิ่วเยียนผิงโยนกระบี่ไม้ในมือให้เย่เฟิง
ในมือเย่เฟิงมีกระบี่ล้ำค่าอยู่เล่มหนึ่ง หากอาศัยความคมของอาวุธเขาคงฟันกระบี่ไม้ของเมิ่งฝานหักได้ในการโจมตีเดียว
เย่เฟิงไม่ได้ปฏิเสธความ้าของหลิ่วเยียนผิง
เขารับกระบี่ไม้มา แล้วแทงกระบี่เข้าใส่เมิ่งฝาน
กระบวนท่าแรกที่เขาใช้คือท่าสังหารของวิชากระบี่จันทร์กระจ่าง จันทร์กระจ่างส่องแม่น้ำใหญ่
การแทงครั้งนี้ รวดเร็ว แม่นยำ และดุดัน พุ่งตรงไปยังหน้าอกของเมิ่งฝาน
ในความเป็จริง เป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดของกระบี่นี้คือลำคอ!
แต่ถึงจะเป็กระบี่ไม้ หากแทงถูกลำคอก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นเย่เฟิงจึงยั้งมือ เปลี่ยนมาแทงที่หน้าอกของเมิ่งฝานแทน
เมิ่งฝานส่ายหัว
เขามองเห็นช่องโหว่ในกระบวนท่าของเย่เฟิงได้ในทันที
มาประลองวิชากระบี่กับเขา แต่กลับคิดจะยั้งมือ
นี่มันเหมือนกับการเล่นหมากรุกกับ AI แต่ดันคิดจะต่อให้เขาหลายหมาก!
นี่คือรำคาญที่ตัวเองยังตายไม่เร็วพอใช่หรือไม่?
เมิ่งฝานไม่รู้ว่าวิชากระบี่ชุดนี้ของเย่เฟิงชื่ออะไร แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นเย่เฟิงฝึกกระบี่ จึงได้แอบเรียนรู้มาอย่างเงียบ ๆ
เมื่อเผชิญกับกระบี่นี้ของเย่เฟิง เมิ่งฝานไม่ได้ลนลาน เขาแทงกระบี่ออกไปในลักษณะเดียวกัน
วิชากระบี่จันทร์กระจ่าง จันทร์กระจ่างส่องแม่น้ำใหญ่!
กระบี่นี้ดูคล้ายกับที่เย่เฟิงใช้ทุกประการทว่ากลับมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย
การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ ออกทีหลังแต่ถึงก่อน
เย่เฟิงมองกระบี่ของเมิ่งฝานด้วยความตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าเมิ่งฝานจะใช้วิชากระบี่จันทร์กระจ่างเป็ด้วย
และวิชากระบี่จันทร์กระจ่างที่อีกฝ่ายใช้ออกมา กลับดูลื่นไหลกว่าของเขาเสียอีก!
ที่สำคัญที่สุดคือกระบี่ของอีกฝ่ายแทงมาที่ลำคอของเขา
ในขณะที่ของเขาแทงไปที่หน้าอกของอีกฝ่าย
เพียงจุดนี้จุดเดียวก็นับว่าเขาพ่ายแพ้แล้ว
เขาจำเป็ต้องชักกระบี่กลับ มิเช่นนั้นต่อให้กระบี่ของเขาแทงถูกหน้าอกของอีกฝ่าย แต่กระบี่ของอีกฝ่ายจะแทงถูกลำคอของเขา
ในสถานการณ์เช่นนี้ อีกฝ่ายอาจจะาเ็เพียงเล็กน้อย แต่เขาอาจถึงแก่ชีวิต!
"ข้าแพ้แล้ว" เย่เฟิงหยุดฝีเท้า ชักกระบี่กลับและกล่าวออกมาอย่างท้อแท้
เมิ่งฝานหยุดการโจมตีเช่นกันและเก็บกระบี่ไม้ของตน
พูดตามตรง หลิ่วเยียนผิงซึ่งยืนดูอยู่ด้านข้างก็มองเมิ่งฝานด้วยความประหลาดใจ
นางประลองกระบี่กับเย่เฟิงบ่อยครั้ง จึงคุ้นเคยกับวิชากระบี่จันทร์กระจ่างเป็อย่างดี
นางมองออกว่าเย่เฟิงใช้ท่าจันทร์กระจ่างส่องแม่น้ำใหญ่ ในวิชากระบี่จันทร์กระจ่าง
และเมิ่งฝานก็ใช้จันทร์กระจ่างส่องแม่น้ำใหญ่เช่นกัน
ใช้กระบวนท่าเดียวกัน ทำลายกระบวนท่าของอีกฝ่าย
นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
"ทำไมเ้าถึงใช้วิชากระบี่จันทร์กระจ่างเป็ด้วย?" หลิ่วเยียนผิงและเย่เฟิงถามออกมาเกือบจะพร้อมกัน
ทั้งสองหันมามองหน้ากัน โดยไม่ได้ใส่ใจว่ามีความคิดตรงกันในขณะนี้
เย่เฟิงยังพอรับได้ แต่หลิ่วเยียนผิงนั้นตกตะลึงจริง ๆ
เ้าหมอนี่ไม่เพียงแต่ใช้วิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิงเป็ แต่ยังใช้วิชากระบี่จันทร์กระจ่างเป็อีก!
ยังมีวิชากระบี่อะไรที่เขาทำไม่เป็อีกไหม?
ศิษย์สายนอกขั้นเลี่ยนชี่ระดับหนึ่งมีความสามารถในการฝึกวิชากระบี่มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?
ที่สำคัญที่สุดคือฝึกจนถึงขั้นชำนาญ!
วิชากระบี่จันทร์กระจ่างของเย่เฟิงนั้นแข็งแกร่งมากแล้ว แต่เมิ่งฝานกลับสามารถใช้วิชากระบี่จันทร์กระจ่างเอาชนะเย่เฟิงได้การใช้คำว่า 'ชำนาญ' มาอธิบายจึงไม่ใช่เื่เกินจริง
"เอ่อ ตอนที่เขาฝึกกระบี่เมื่อครู่ ข้าได้เฝ้าดูอยู่ก็เลยเรียนรู้มานิดหน่อย" เมิ่งฝานกล่าวอย่างเขินอาย
เย่เฟิงยังไม่ทันได้พูด หลิ่วเยียนผิงก็สบถออกมาด้วยความโมโห
"เ้าคนลวงโลก!"