ตอนที่64 ท่านเทพอย่าตายเสียละ
“ไม่! จูลี่...” มิลลา เห็นเพื่อนของเธอล้มลงจึงเสียสมาธิ
“สู้กับฉันยังห่วงคนอื่นงั้นเหรอ! เพื่อนของเธอไม่รอดแล้วล่ะ” เว่ยเถียนใช้วิชาตัวเบาของเธอลอบเข้ามาจู่โจมมิลลาอีกครั้ง
แต่ทว่าทุกครั้งมิลลาจะหลบหลีกได้ตลอดแต่มิลลาเองที่ปกติยิงธนูได้อย่างแม่นยำก็ยังไม่อาจยิงถูกเว่ยเถียนได้เช่นกันทั้งคู่ผลัดกับรุกผลัดกันรับอย่างสูสี ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเว่ยเถียนมิลลาหรือแม้กระทั่งจูลี่ที่พึ่งตายไปนั้นผู้หญิงทั้งสามคนล้วนแตกต่างจากอิจิโนเสะ เพราะพวกเธอยังอยู่ในระดับของผู้เล่นทั่วไปเท่านั้นพวกเธอยังคงเหมือนเหล่าเกมเมอร์ทั่วๆ ไป ไม่ใช่ยอดฝีมือแต่อย่างใด
แต่สำหรับมิลลาและเว่ยเถียนนั้นพวกเธอมีบางอย่างที่พิเศษกว่าจูลี่อยู่นิดหน่อย เพราะเธอทั้ง 2 คนนั้นห่างจากคำว่ายอดฝีมือเพียงครึ่งก้าว ต้องบอกว่าพวกเธอก้าวขาเข้าไปในโลกของยอดฝีมือแล้วประมาณครึ่งก้าวทำให้ตอนนี้มีหลายคนเริ่มให้ความสนใจกับการดวลกันของพวกเธอโดยเฉพาะความเอาจริงเอาจังของเธอทั้งสองคนที่มากเป็นพิเศษเพราะตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมาพวกเธอล้วนแต่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่มีใครยอมใคร
“เสียสมาธิเพียงแป๊บเดียวไม่ทำให้ฉันแพ้เธอหรอกน่า” มิลลาพูดขึ้นพร้อมกับสวนกลับด้วยการยกขาขึ้นเตะสกัดการโจมตีเว่ยเถียน
เว่ยเถียนที่พยายามหาช่องว่างเข้าประชิดตัวได้ทุกครั้งแต่กลับไม่อาจโจมตีถูกตัวมิลลาสักทีเวลาเธอใช้กระบี่ฟันมิลลาก็จะใช้คันธนูรับไว้ได้เสมอ และเมื่อเธอใช้เพลงเตะมิลลาก็ใช้เพลงเตะกลับมาเช่นกัน
ถึงจะบอกว่าสูสีแต่ความจริงเว่ยเถียนนั้นกำลังตกเป็นรองและตัวเธอเองก็รู้ดี
‘เธอมีพลังปราณมากกว่าเราดูแล้วน่าจะเป็นพลังปราณแบบพิเศษเหมือนมอนจีกับอิจิโนเสะแบบนี้ถ้าสู้แบบยืดเยื้อเราแย่แน่ ทำยังไงดีนะ’ เว่ยเถียนคิดในใจอย่างร้อนรนแต่ภายนอกนั้นกลับปรากฏใบหน้าขี้เล่นของเธอที่ยังคงยิ้มแย้มเพื่อปกปิดความร้อนใจเอาไว้
‘ฝีมือเธอไม่เลวเลย ถ้าเราไม่มีพลังปราณแห่งพงไพรละก็เราอาจจะแพ้จริงๆก็ได้’ มิลลา ถึงจะรู้ว่าเธอกำลังได้เปรียบแต่เธอก็ไม่ประมาทตอนนี้เธอพยายามต่อสู้ให้ยืดเยื้อออกไป
เพราะพลังปราณของเธอนั้นพิเศษกว่าคนอื่นเป็นพลังปราณที่สามารถซึมซับเอาจากธรรมชาติรอบตัวได้ซึ่งคล้ายกับระดับสุดยอดฝีมือที่ดูดซับปราณธรรมชาติมาใช้ออกได้เพียงแต่ของมิลลานั้นดูดได้จากสิ่งมีชีวิตจำพวกพีชเท่านั้นและยังดูดได้ในปริมาณจำกัดอยู่เพราะเธอยังไม่สำเร็จวิชากำลังภายในแห่งพงไพรในขั้นสูงสุดนั่นเอง
ไม่ว่าจะเลเวลหรือฝีมือในการต่อสู้ระหว่างเว่ยเถียนและมิลลาต่างก็สูสีจนอาจเรียกได้ว่าไม่มีใครเก่งกว่าใครเพียงแต่มิลลานั้นมีดีตรงกำลังภายในของเธอที่มากกว่าจึงสามารถครอบความได้เปรียบเอาไว้ได้เล็กน้อย หากเธอใช้วิธีทำศึกยืดเยื้อสุดท้ายแล้วเธอจะต้องชนะอย่างแน่นอนมิลลาจึงใช้วิชาตัวเบาฉีกหลบไปไกลๆ แล้วใช้ธนูยิงสกัดหลายครั้งหรือถ้าหากเธอถูกบุกประชิดเธอก็จะใช้เพลงเตะเข้ารับมือตรงๆแล้วค่อยหาจังหวะดีดตัวหนีอีก การต่อสู้เป็นในลักษณะนี้มาหลายครั้งจนในที่สุดเว่ยเถียนก็อดไม่ได้จึงพูดขึ้นเสียงดัง
“หน้าไม่อาย! คิดจะหนีไปเรื่อยๆ งั้นเหรอ!”
“ใครบอกกัน เธอตามฉันไม่ทันเองนี่ หรือเธอจะยอมแพ้ดีละ จะได้จบไวๆ ไงดีมั้ย?” มิลลา ตอกกลับ
“หน็อยยยย ดีกับผีนะสิ รับกระบี่!” เว่ยเถียน โหมบุกอีกครั้งเธอกวัดแกว่งกระบี่เข้าใส่ด้วยการฟันขวางออกไป
มิลลาที่เห็นกระบี่เข้าใกล้เธอพลิกมือเอาคันธนูมาต้านรับเอาไว้พร้อมกับอาศัยแรงกระแทกดีดตัวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างอีกครั้งเธอเอื้อมมือดึงลูกธนูออกมาสองดอกพร้อมกับยิงออกไปอย่างรวดเร็วเป็นการสกัดเว่ยเถียนไม่ให้ตามเข้ามาโจมตีได้ต่อแต่ครั้งนี้เว่นเถียนรู้ทันแล้วเธอก้มหัวลงแล้วพุ่งซิกแซกด้วยวิชาตัวเบาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าประชิดได้เว่ยเถียนก็ทิ่มกระบี่ออกเป็นเส้นตรงหวังจะให้กระบี่ทะลุร่างของมิลลาแต่มิลลาเองก็ไม่เบาเธอได้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าเว่ยเถียนจะต้องหาวิธีใหม่ๆเพื่อจัดการเธอคราวนี้เธอไม่เอาคันธนูมาขวางแต่กลับกระโดดขึ้นสูงพร้อมกับยิงธนูออกไปปักที่ต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไป
วูบบบบบบ!
ปรากฏว่าลูกธนูที่มิลลายิงออกไปมีเชือกมัดเอาไว้อยู่และเมื่อเธอกระโดดและดึงเชือกตัวเธอก็พุ่งหลบกระบี่ที่กำลังจะทิ่มร่างของเธอได้ทันเวลาพอดีเว่ยเถียนที่เห็นว่าอีกฝ่ายใช้เชือกในการช่วยโหนตัวเพื่อทิ้งระยะห่างออกไปเธอจึงรู้สึกหงุดหงิดจนพูดขึ้นอีกครั้ง
“ลูกเล่นเยอะนักนะ!”
“เธอก็พอกันแหละน่า” มิลลา กล่าวพร้อมกับยิ้มที่มุมปากในเวลานี้เธอกำลังสนุก ใช่เธอรู้สึกสนุกที่ได้ต่อสู้ในศึกที่เธออยากจะสู้เพราะที่ผ่านมาทุกครั้งที่เธอช่วยเหลือชนาในการทำศึกล้วนแต่ทำด้วยความไม่เต็มใจนี่อาจเรียกได้ว่าเป็นการสู้กับผู้เล่นที่เธอเต็มใจเป็นครั้งแรกซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร
‘เรากำลังสนุกงั้นเหรอ...หรือว่าเป็นเพราะเขากันแน่นะ’ มิลลาคิดพร้อมกับชำเลืองมองไปยังทีชที่กำลังรับมือกับชนา
.....
ทีชที่กำลังต่อสู้กับชนาอย่างยากลำบากเวลานี้ตามตัวของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายทั้งทีชและชนาสู้กันด้วยวิชาดรรชนีมาได้สักพักแล้วแต่สภาพร่างกายของทั้งสองกลับแตกต่างกันมากเพราะชนายังไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่นิดเดียวในเวลานี้เขากำลังยืนหัวเราะอย่างสะใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“นี่แกมีฝีมือแค่นี้งั้นเหรอ เสียดายที่มียอดวิชาติดตัวจริงๆไม่ว่าจะในเกมหรือโลกภายนอกแกมันก็เป็นได้แค่สวะสินะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”
“หุบปาก! เลเวลมากกว่าข้า 100 กว่าเลเวลยังจะอวดเก่ง!”ทีช เถียงกลับ
“แกว่าอะไรนะ! พอข้าอ่อนให้หน่อยทำเป็นเก่งนักเหรอถ้าข้าเอาจริงแกนอนตายจนไปเกิดใหม่นานแล้ว!” ชนา ตะโกนเสียงดังด้วยความโกรธ
แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่ชนาพูดนั้นไม่ผิดแม้แต่นิดเดียวเพราะตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมาเขาใช้แค่วิชาดรรชนี แล้วเขาก็ยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยเขาแค่เล่นสนุกกับอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ในเวลานี้เขาที่กำลังกวาดตามองรอบๆเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่จู่ๆเมื่อเขามองไปทางจูลี่กลับพบว่าจูลี่พ่ายแพ้มอนจีจนต้องเสียชีวิตไปแล้วและในขณะนี้แอชกำลังเข้าไปรับมือกับมอนจีแทน ซึ่งเมื่อดูด้วยสายตาชนาก็คาดเดาออกทันทีว่าแอชคงยื้อมอนจีได้อีกไม่นานเพราะแอชนั้นฝีมือสูสีกับจูลี่เท่านั้นมีดีกว่าแค่ความอึดซึ่งดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้ามอนจี
ชนาตัดสินใจทันทีว่าตัวเขาไม่มีเวลามาเล่นกับทีชอีกแล้วไม่อย่างงั้นงานใหญ่ที่สุมาอี้วางแผนเอาไว้จะต้องล้มเหลวแน่
“หมดเวลาของแกแล้ว ตายซะ”
เมื่อพูดจบชนาได้พุ่งเข้าหาทีชอย่างรวดเร็วทีชใช้วิชาดรรชนีออกมาอีกครั้ง
ดรรชนีหกชีพจรขั้นที่ 4!
พลังปราณ4 สายพุ่งออกจากนิ้วของทีช เข้าหาชนาอีกครั้ง ชนามองอย่างเบื่อหน่ายพร้อมกับยิงดรรชนีออกไปสกัด
ดรรชนีเอกสุริยัน!
ตูม! ตูม!
ตูม! ตูม!
“จะกี่ครั้งก็เหมือนเดิมแหละน่า ตายซะ”เมื่อสิ้นเสียงคนก็ปรากฏตรงหน้าทีชแล้วชนาทิ่มกระบี่ออกมาเป็นเส้นตรง
แต่ทีชกับยิ้มที่มุมปากเขากำลังรอเวลานี้และจังหวะนี้อยู่
กระบี่เจ็ดชีพจรขั้นที่ 5!
ในระยะประชิดแบบนี้รังสีกระบี่ที่พุ่งออกไปด้วยความรวดเร็วทำให้ชนาไม่อาจหลบได้พ้นเขาถูกรังสีกระบี่เข้าที่แขนจนปรากฏบาดแผลแรกในการต่อสู้ เขาไม่คิดว่าทีชที่เลเวลน้อยและพึ่งเล่นเกมจะสำเร็จวิชากระบี่ที่สามารถปล่อยรังสีกระบี่ออกมาได้แบบนี้จนสุดท้ายด้วยความประมาทก็ทำให้เขาต้องบาดเจ็บในที่สุด
อ๊ากกกกก!
“แก! สารเลว...แกตั้งใจหลอกข้า!”
“แกประมาท...ไม่ใช่สิแกมันโง่เอง แกคิดจริงๆหรือว่าคนอื่นเขามีวิชาเดียวให้ใช้น่ะ” ทีช กล่าวอย่างเย้ยหยันความจริงเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าชนาจะหลงกลเขาเมื่อไหร่เขาพยายามหาจังหวะหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ
แต่เมื่อสักครู่ชนาที่เห็นการตายของจูลี่และกำลังร้อนใจเพราะเขากลัวแอชเพื่อนของเขาจะพลาดท่าเสียชีวิตเหมือนจูลี่อีกคนเขาจึงเร่งโจมตีหวังจะเผด็จศึกเลยเป็นการเปิดโอกาสครั้งแรกและทีชก็สามารถคว้าเอาไว้ได้แต่ทว่าในใจของทีชกลับคิดอีกอย่าง
‘หมอนี่ไม่ธรรมดา! เมื่อกี้เราเล็งที่หัวใจชัดๆแต่หมอนี่กลับอาศัยชั่วพริบตาที่รังสีกระบี่กำลังจะกระทบบิดตัวจนสุดท้ายหลบรอดจุดตายไปได้เห็นทีครั้งหน้าคงจะยากซะแล้ว’
ชนาโคจรลมปราณพลางกัดฟันเพื่อทนความเจ็บปวดเขาไม่คิดจะยกขวดยาขึ้นมาดื่มเพิ่มเลือดแม้แต่น้อยเพราเขาเสียเลือดไปนิดเดียวเท่านั้นแต่สำหรับความเจ็บที่แขนและหัวใจของเขากลับมากจนไม่อาจเก็บกดเอาไว้ได้อีกเขาพุ่งเข้าหาทีชด้วยความเร็วที่เหนือกว่าครั้งไหนๆกระบี่ในมือทิ่มออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
ทีชที่เห็นกระบี่กำลังจะบรรลุถึงตัวนั้นในใจของเขาคิดแต่เพียงว่ามาได้เท่านี้งั้นหรือเพราะเขาเห็นความไวและความเด็ดขาดที่ในการโจมตีครั้งนี้ของชนาแล้วเขารู้ได้ทันทีว่าที่ผ่านมาชนาไม่ได้เอาจริงแม้แต่น้อย ทีชได้แต่หวังว่าที่เค้าทำมาทั้งหมดนี่เพียงพอสำหรับแผนการที่กุยแกวางเอาไว้หรือยังแผนการที่เขาต้องยื้อชนาเอาไว้ตรงนี้ให้นานที่สุด
แต่ทว่าในห้วงความเป็นความตายทีชที่กำลังมองไปที่กระบี่ที่กำลังทิ่มแทงเข้ามาแต่จู่ๆ กระบี่ก็กลายเป็นหมัดซึ่งไม่ใช่หมัดของใครแต่เป็นของ ‘อิปคุง’อาจารย์ที่สอนมวยสากลให้เขาในโลกภายนอก ทีชโยกหัวหลบตามสัญชาตญาณปรากฏว่าภาพที่ชนาเห็นคือทีชก้มหลบกระบี่ของเขาได้อย่างหวุดหวิด
ชนาเบิกตากว้างอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆทีชเคลื่อนไหวต่างออกไปจากเดิม หลังจากที่ทีชก้มหลบได้อย่างหวุดหวิดแล้ว เขาก้าวขาออกไปครึ่งก้าวพร้อมกับใช้แขนซ้ายที่ไม่ได้ถือกระบี่อยู่เหวี่ยงหมัดฮุคออกไปที่ลำตัวของชนาหมัดฮุคเข้าเป้าที่ซี่โครงอย่างแม่นยำและหนักหน่วงเพราะหมัดนี้แฝงด้วยลมปราณที่มีเพียงในเกมอยู่ด้วย
ปึก!
อุ๊บ!
ชนาที่ถูกต่อยเข้าที่ท้องถึงกับรู้สึกจุกจนตัวงอในขณะที่เขากำลังจะฟันกระบี่ตอบโต้ทีชกลับถีบตัวพุ่งออกด้านข้างไปก่อนทำให้ชนาต้องชะงักกระบี่ไว้กลางอากาศเขาไม่เข้าใจว่าทำไมการเคลื่อนไหวของทีชถึงเปลี่ยนไปเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้รวดเร็วแต่มันกลับลงตัวและถูกจังหวะราวกับว่าทีชอ่านการเคลื่อนไหวของเขาออก
“นี่มันวิชาอะไร!” ชนา เอ่ยปากถาม
ทีชที่ตอบโต้ไปตามสัญชาตญาณนั้นกลับไม่ได้ตอบชนาทันทีเวลานี้เขาเองก็กำลังอึ้งอยู่เช่นกันความจริงเขาเคยคิดจะเอาวิชามวยสากลเข้ามาใช้ในเกมหลายครั้งแล้ว เพียงแต่เขามีวิชาดรรชนีและวิชากระบี่อยู่ทำให้เวลาต่อสู้เขามักจะถือกระบี่ไว้ข้างหนึ่งส่วนมืออีกข้างก็จะเอาไว้ใช้วิชาดรรชนีเขาจึงยังไม่ได้ลองใช้วิชามวยสากลในเกมเลยสักครั้ง
แต่ทว่าในห้วงความเป็นความตายเมื่อสักครู่นี้ทีชที่ผ่านการฝึกฝนมวยสากลกับอิปคุงที่เป็นระดับยอดฝีมือมาเมื่อรวมกับตำแหน่งกระบี่ที่ชนาแทงออกมาซึ่งเหมือนกับตำแหน่งที่อิปคุงปล่อยหมัดเข้าใส่ทีชในระหว่างที่เคยซ้อมชกกันตอนอยู่ในคุกจึงทำให้ทีชมีปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติขึ้นมา
‘หมิง...นายเป็นแบบนี้ตลอดเลยใช่หรือเปล่า’ ทีช คิดถึงหมิง เขารู้สึกเหมือนตัวเองได้สัมผัสโลกที่หมิงอยู่ซึ่งสิ่งที่ทีชคิดนั้นถือว่าถูกครึ่งหนึ่ง เพราะหมิงนั้นฝึกฝนวิชาตั้งแต่เด็กๆรวมกับที่ประลองฝีมือกับยอดฝีมือในโลกภายนอกมาตลอดย่อมมีปฏิกิริยาตอบโต้แบบเดียวกับทีชมาแล้วหลายครั้งจะเรียกว่าเป็นความเคยชินที่ร่างกายจดจำเอาไว้ก็ได้
แต่หมิงมีอีกสิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่มีอยู่ด้วยความเป็น ‘อัจฉริยะ’ของหมิงนั้นมาจากตัวเขาเองด้วยไม่ได้มาจากการฝึกฝนเพียงอย่างเดียวหมิงนั้นมีอัตราการตอบสนองที่ไว้กว่ามนุษย์ปกติอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ สรุปได้ง่ายๆว่าหมิงนั้นมีทั้งพรสวรรค์และพรแสวง
“วิชา? เปล่าเลย...ก็แค่การเคลื่อนไหวปกติ” ทีชตอบกลับโดยปิดบังเอาไว้ว่าเขาใช้ฟุตเวิร์คของมวยสากลเขาไม่คิดว่าชนาหรือใครจะเดาออกเพราะเขาดึงการเคลื่อนไหวมาใช้บางส่วนเท่านั้นไม่ใช่ว่าเขาโยนกระบี่ทิ้งแล้วยกมือตั้งการ์ดซะเมื่อไหร่
“แกไม่บอกก็ไม่เป็นไร ยังไงแกก็ตายอยู่ดีสวะอย่างแกจะหลบได้สักกี่ครั้งกัน” ชนา จับกระบี่ขึ้นมาเตรียมพร้อมเขาโคจรลมปราณจนเกิดลมกรรโชกขึ้นรอบๆ ตัวเสื้อผ้าสีขาวของเขาพลิ้วไหวคล้ายกับจอมยุทธในจินตนาการ
ทีชไม่คิดจะรอให้อีกฝ่ายโคจรลมปราณได้สำเร็จเขาพุ่งเข้าหาชนาทันทีซึ่งการพุ่งครั้งนี้คล้ายกับการเข้าคลุกวงในของนักมวย
เมื่อถึงระยะทีชตวัดกระบี่ไปที่หน้าลำตัวของชนาคล้ายกับเป็นการปล่อยหมัดฮุคลำตัวชนาแสยะยิ้มอย่างไม่เกรงกลัวเขาใช้กระบี่ของเขามารับการโจมตีอย่างง่ายดาย แต่ทีชกลับรัวการโจมตีออกมาอย่างรวดเร็ว คราวนี้ทีชใช้การเคลื่อนไหวหรือฟุตเวิร์คในการช่วยหลบหลีกการต่อสู้ที่ตกเป็นรองมาตลอดกลับดูสูสีขึ้นมาบ้าง ทำเอาชนาถึงกับรู้หัวเสียมากขึ้นเขาไม่ต้องการให้คนที่เขาคิดว่าเป็นเพียงสวะแบบทีชนั้นสามารถต่อสู้กับเขาได้ถึงเขาจะรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายเขาจะเป็นฝ่ายชนะแต่เมื่อเห็นว่าทีชมีพัฒนาการในระหว่างต่อสู้เขาก็อดโกรธขึ้นมาไม่ได้ทำให้เวลานี้เขาเริ่มโจมตีด้วยความอำมหิตมากขึ้นเรื่อยๆพลังปราณที่ปกติแค่สร้างแรงกดดันกำลังเริ่มเปลี่ยนไปเป็นปราณที่อำมหิต
เมื่อผ่านไปประมาณ20 กว่ากระบวนท่าทีชก็เริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกครั้งเพราะชนาเริ่มจับจังหวะการหลบของทีชได้และนี่คือข้อเสียของมวยสากลเพราะมวยสากลนั้นต่อสู้เป็นยก ยกละไม่กี่นาทีเท่านั้นเมื่อนำมาใช้กับการต่อสู้จริงหรือการต่อสู้ที่ใช้เวลานานฟุตเวิร์คของมวยสากลย่อมมีจุดโหว่ เพราะคู่ต่อสู้จะสามารถจับจังหวะได้ซึ่งทีชในเวลานี้พึ่งทดลองนำมาใช้ในเกมเป็นครั้งแรก หากจะให้เขาฝึกเปลี่ยนจังหวะก็ทำได้ไม่สะดวกนัก
และที่สำคัญชนานั้นอยู่ในระดับยอดฝีมือเพราะที่โลกภายนอกชนาได้เรียนคาราเต้มาตั้งแต่เด็กๆทำให้ตัวของเขาเองย่อมมีเซนส์ในการต่อสู้ติดตัวอยู่บ้าง และทันใดนั้นเอง
อ๊ากกกกก!
เสียงของทีชดังขึ้นพร้อมกับทรุดตัวลงทีชโดนฟันเข้าที่ขาจนเลือดสาดกระเซ็น ทีชรู้สึกโกรธที่ตัวเองอ่อนแอโกรธที่เขากำลังจะพ่ายแพ้ให้แก่ชนาอีกครั้งเขาเงยหน้ามองชนาพร้อมกับพูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
“ฆ่าข้าซะสิ เพราะครั้งหน้าที่เจอกันแกจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว!”
“ปากดีนักนะ” ชนา ตวัดกระบี่เข้าไปที่ลำคอของทีชหวังจะตัดหัวของทีชออก
เคร้ง!
กระบี่ถูกขัดขวางอีกครั้งผู้ที่เข้ามาขัดขวางไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นโคล่า
“เป็นหัวหน้ากิลจะมาตายแบบนี้ได้ยังไง รีบรักษาตัวซะข้าจะยื้อหมอนี่ไว้ให้เอง”
“โคล่า! ระวังนะ” ทีช หันไปพูดกับโคล่าพร้อมกับพยายามห้ามเลือดที่ขาของตัวเองเขาไม่แน่ใจว่าโคล่าจะรับมือชนาได้ขนาดไหน
“ไม่ต้องห่วงเห็นแบบนี้ข้าก็เคยเป็นหัวหน้ากิลหมีดุผู้ครอบครองเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวเชียวนะ”โคล่า พูดพร้อมกับยิ้มเพิ่มความมั่นใจให้กับทีชแต่ทว่ารอยยิ้มของโคล่ากลับดูสยองซะมากกว่า
“เศษสวะ โผล่มาอีกคนแล้ว เหอะ หมีควายอย่างแกจะบอกจะยื้อข้างั้นเหรอ ฮ่าๆๆๆไม่เจียมตัวเลยจริงๆ ตายซะ!” ชนา บุกเข้าจู่โจมโคล่าทันทีเวลานี้เขาต้องเร่งมือให้เร็วที่สุดเพราะเวลานี้กองทัพของกิลมังกรผงาดและกิลตำหนักเซียนกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายที่มีมากกว่า
ซึ่งไม่แปลกเพราะจิวยี่และกุยแกทั้งสองคนนั้นสามารถใช้เวทอุดช่องโหว่ได้อย่างดี ซึ่งอีกฝ่ายมีสุมาอี้เพียงคนเดียวเพราะมิลลาที่เป็นมือโจมตีระยะไกลกำลังถูกเว่ยเถียนพัวพันแล้วฝ่ายทีชก็มีปรางจีที่กำลังขี่เสือดำกับเจ้าเป็ดน้อยบุกตะลุยใส่ทหารที่เป็น NPCอยู่
ส่วนสมิทเองก็กำลังอาละวาดอย่างเมามันเวลานี้วิชากายาเหล็กของเขาอยู่ในขั้นที่ 2 แล้วทำให้ความทนทานต่อการโจมตีกายภาพของเขาสูงขึ้นไปอีก
“งั้นเรามาร่วมมือกัน ยังไงศึกนี้ก็ไม่ใช่ศึกที่ยุติธรรมแต่แรกอยู่แล้ว”ทีชพูดจบก็พุ่งเข้าไปช่วยโคล่าทันที โดยที่แผลที่ขาของเขายังไม่หายดีแต่อย่างน้อยเลือดก็หยุดไหลไปบ้างแล้ว
กุยแกยิ้มขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่เห็นว่าทีชยอมร่วมมือกับโคล่าอย่างเต็มใจ “นายท่านเติบโตขึ้นอีกแล้วนะขอรับ”
ในเวลานี้ทีชไม่ห่วงว่าใครจะบอกว่าเขาเสียศักดิ์ศรีแต่เดิมเขามีเลเวลต่ำกว่าอีกฝ่ายถึง 100 กว่าเลเวลและยังไม่รวมเวลาที่อยู่ในเกมที่เขามีน้อยกว่าอีกฝ่ายถึง 12 ปี
เมื่อทีชผ่านเหตุการณ์หลายๆอย่าง เขาก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งอีกไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวมาทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะหากเขาดื้อที่จะดวลกับชนาต่อด้วยตัวคนเดียวจนต้องตายเวลานั้นพวกพ้องของเขาก็จะลำบาก และอาจจะมองว่าเขาเอาแต่ใจจนทำให้งานใหญ่เสียหายยังไงการต่อสู้ในครั้งนี้ก็คือการตะลุมบอน ไม่ใช่การดวลอย่างยุติธรรมแต่แรกแล้วเหมือนกับเวลาทำสงคราม ทหาร 1 กองทัพเวลาทำสงครามพวกเขาไม่ได้เข้าแถวเรียงเดี่ยวแล้วออกมาสู้กันทีละคนเสียหน่อยแต่พวกเขาสู้กันด้วยกลยุทธ์ทางการทหาร ถ้าหากคิดเหมือนเด็กๆที่ห่วงศักดิ์ศรีแบบนี้เวลาทำสงครามไม่ใช่ว่าต้องขนกองทัพไปทำศึกให้เท่ากับจำนวนที่อีกฝ่ายมีงั้นหรือไงทั้งๆ ที่ฝ่ายเรามีคนมากกว่าแบบนี้ก็ไม่ต่างกับคนโง่นะสิ
ชนาที่กำลังถูกโคล่าและทีชร่วมมือกันลุมจนเขาเริ่มรู้สึกถึงความโกรธของเขาที่กำลังปะทุขึ้นและในที่สุดชนาก็ไม่อาจรั้งตัวเองได้อีก เขาเอามือปิดหน้าแล้วพูดขึ้นเสียงดัง
“เคี๊ยกๆๆๆ ชักสนุกแล้วสิ ฮ่าๆๆ เข้ามาเลยจะกี่คนก็เข้ามา ฮ่าๆๆๆๆๆ”
เวลานี้พลังปราณที่ชนาปล่อยออกมาได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วไม่ใช่พลังปราณที่รู้สึกกดดันเหมือนเดิมอีกแล้วแต่เป็นพลังปราณที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสะอิดสะเอียนพลังที่เต็มไปด้วยความอำมหิต
เพลงกระบี่อสูรคลั่งกระบวนท่าที่ 1 อสูรวิปริต!
ฉัวะ!
อ๊ากกกก!
โคล่าถูกฟันเข้าที่หน้าอกจนเลือดสาดทีชที่เห็นว่าโคล่าถูกโจมตีพยายามเข้ามาขวาง แต่ชนาทำเพียงแสยะยิ้มแล้วพูดขึ้น
“ไสหัวไป!”
เปรี๊ยง!
ทีชกระเด็นออกไปกว่า3 เมตร เขาคิดอย่างตกใจ ‘พลังมหาศาลจริงๆ’
โคล่าไม่สนใจอาการบาดเจ็บเขาฝืนลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งเข้าหาชนาอีกครั้ง
ย๊ากกกกกกก!
“เคี๊ยกๆๆๆ เศษสวะที่ไม่กลัวตายอย่างพวกแกข้าละชอบนัก!”
เพลงกระบี่อสูรคลั่งกระบวนท่าที่ 2 อสูรพิโรธ!
กระบวนท่าที่2 ของเพลงกระบี่อสูรคลั่งเป็นกระบวนท่าที่จู่โจมด้วยพลังปราณที่รุนแรงราวกับว่ากำลังมีอสุรกายขนาดใหญ่ที่กำลังบดขยี้ลงมาจากเบื้องบนชนาวาดดาบจากบนลงร่างเป็นแนวตรงโคล่ายกขวานทั้งสองมือขึ้นไขว้ไว้เหนือหัวเพื่อป้องกัน แต่ทว่า
เคร้ง!
เปรี๊ยะ!
ปรากฏรอยร้าวแผ่กระจายไปทั่วขวานทั้งสองด้ามและในที่สุดแรงกดจากกระบี่ของชนาได้ทำให้ขวานของโคล่าแตกกระจายออกทั้งสองเล่มพร้อมกับที่กระบี่ตัดผ่านร่างของโคล่าออกเป็นสองซีกทำให้โคล่าตายทันที
“ไม่! โคล่า! ย๊ากกกกก” ทีช พุ่งเข้าใส่ด้วยความโกรธ
เปรี๊ยง!
อั๊ก!
ทีช ลงไปนอนคลุกฝุ่นอีกครั้งเขาเอากระบี่ปักลงพื้นพยายามยืดตัวขึ้นมา เวลานี้เรี่ยวแรงของเขาเริ่มจะหมดลงแล้ว
‘ทำไมเราถึงอ่อนแอแบบนี้…’
สุมาอี้ที่เห็นชนาบ้าคลั่งอีกครั้งก็อดที่จะตื่นตระหนกขึ้นในใจไม่ได้
‘นายท่านคลั่งอีกแล้ว แย่แล้วสิสหายของท่านหญิงรับมือไม่ได้แน่’
สุมาอี้ที่พยายามหาแผนการเพื่อให้มิลลาหลุดพ้นจากชนากำลังคิดอย่างร้อนใจเพราะเขาไม่อยากให้ชนาชนะในศึกนี้และด้วยเหตุนี้ตั้งแต่เริ่มสงครามสุมาอี้จึงทำเพียงยิงเวทไปมั่วๆเพื่ออำพรางมาตลอด
“ไม่ต้องห่วงข้าจะไปช่วยเขาเอง”
สุมาอี้เมื่อได้ยินเสียงก็หันไปมองที่มาของเสียงเขาพบกับบุรุษชุดดำที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขามากนักเขาจดจำออกว่าชายคนนี้เป็นพวกเดียวกันกับทีช จึงอดถามอย่างสงสัยไม่ได้
“ท่านหมายความว่าอย่างไร...”
“ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากชนะในศึกนี้แล้ว ข้าสังเกตท่านอยู่นานแล้วท่านเอาแต่ยิงเวทไปมั่วๆท่านอาจจะตบตาคนอื่นๆ ได้แต่ตบตาข้าไม่ได้” ดาร์คหันมาตอบสุมาอี้แล้วก็เดินไปทางทีช
“ทีช...ถอยไปพักก่อนเถอะ ข้าขอรับมือเขาเอง” ดาร์คยื่นมือเข้ามาช่วยในที่สุด ความจริงดาร์คกลัวว่าจะผิดใจกับทีชในตอนแรกเขาจึงปล่อยให้ทีชรับมือกับชนาคนเดียวแต่สุดท้ายการกระทำของเขากลับทำให้โคล่าต้องเสียชีวิตดาร์คจึงกำลังโกรธตัวเองที่เขาไม่ยอมเข้ามาช่วยทีชตั้งแต่ทีแรกเพราะดูจากการที่ทีชยอมร่วมมือกับโคล่านั่นแสดงว่าทีชเติบโตขึ้นจนอยู่เหนืออาอารมณ์ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
“เคี๊ยกๆๆ เศษสวะจะรวมกันสักกี่คนก็เท่านั้น...อัก!”ชนาที่กำลังพูดเยอะเย้ย จู่ๆ ก็เงียบเสียงลงพร้อมกับถอยหลังไปสองก้าวแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมสายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่บุรุษชุดดำเบื้องหน้า
“จะเศษสวะหรือเปล่าเดี๋ยวก็รู้...ว่าแต่...ท่านเทพอย่าตายเสียละ” ดาร์คกล่าวประชดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แปลกที่ชนาไม่กล้าต่อปากต่อคำอีกแล้ว
ชนาในเวลานี้กำลังโคจรพลังต่อต้านพลังจิตที่ดาร์คปล่อยออกมากดดันอยู่อย่างยากลำบากความบ้าคลั่งที่ปล่อยออกมากำลังถูกพลังจิตของดาร์คข่มอยู่พลังจิตที่คล้ายกับความอ้างว้างและมืดมิดเป็นพลังที่น่าเกรงขามราวกับว่าอยู่เหนือทุกสิ่ง
‘หมอนี่เป็นใคร ทำไมไอ้บ้านั่นถึงได้มีแต่คนเก่งๆ อยู่ข้างกายไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่สู้กับโทคุโตะ หรือคนที่สังหารจูลี่เองก็เช่นกันสุดท้ายยังมีหมอนี่อีกหรือ...นี่มันไปหาคนพวกนี้มาจากที่ไหนกันแน่’
ความคิดแบบนี้ไม่ได้มีเพียงชนาคนเดียวหานตงกับเรดที่กำลังสู้กันอยู่ใกล้ๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน ว่าคนกลุ่มนี้คือใครกันแน่ความจริงในขณะที่ทีชรับมือกับชนาพวกกเขาทั้งสองคนก็ตะลึงไปรอบหนึ่งแล้วที่เห็นทีชใช้ยอดวิชาออกมาและพวกเขาก็ยิ่งตะลึงไปอีกครั้งเมื่อได้เห็นฝีมือของเจ้าชายน้ำแข็งที่จัดการราชินีพิษที่มีชื่อเสียงได้อย่างง่ายดายและในเวลานี้ดูเหมือนจะเป็นทีของบุรุษชุดดำผู้นี้แล้วพวกเขาทั้งสองคนได้แต่คิดว่าบุรุษชุดดำคนนี้จะเก่งกาจขนาดไหนกันแน่