Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 46

    เมื่อกรได้เห็นสาวสวยตรงหน้าถือเคียวยมทูตเล่มยาวคมกริบ ก็ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นด้วยความเสียวไส้อย่างช่วยไม่ได้ แต่ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กามเทพหนุ่มคิดออกทันทีเช่นกันว่า ผู้หญิงคนนี้ที่เขารู้สึกคุ้นหน้าเป็นใคร ซึ่งเธอก็คือยมทูตผู้มารับวิญญาณโจรวิ่งราวกระเป๋าที่ถูกรถชนตายต่อหน้าต่อตาเขานั่นเอง ในขณะที่กรยังไม่ทันได้ตั้งตัวฝ่ายของเหมยที่โกรธเกรี้ยวเกินทานทน ก็พุ่งเข้าหาเทพหนุ่มด้วยความเร็วสูงโดยไม่บอกกล่าวสักคำ เธอกระชับเคียวเล่มยาวในมืออย่างมั่นคง และง้างขึ้นเหนือหัวอย่างง่ายดายเมื่อใกล้ถึงระยะจู่โจม หรือก็คือเหนือหัวของกรนั่นเอง‘ไร้ตัวตน!’ ถึงแม้ว่ากรจะตกใจกับการจู่โจมของยมทูตสาว แต่เขาก็มีสติพอที่จะเรียกใช้สกิลในใจเพื่อเอาตัวรอดได้ทันเวลา“ขวับ!” เสียงเคียวมรณะแหวกอากาศผ่านร่างกรไปดังขึ้นชัดเจน แต่ตัวของเขายังอยู่ที่เดิม แน่นอนว่าเป็นเพราะร่างกายที่แม้จะมองเห็นแต่ก็ดุจดั่งไร้ซึ่งตัวตน“คร่าวิญญาณ!” เหมยที่ฟันตรงเป้าแต่ไม่อาจทำร้ายคนตรงหน้าได้ก็ไม่เสียสมาธิ เธอจึงเรียกใช้สกิลออกมาด้วยเช่นกัน กรที่แม้จะใช้สกิลไปแล้วก็ไม่ประมาทเพราะรู้ว่าตัวเองนั้นอ่อนแอมากแค่ไหน เมื่ออีกฝ่ายเรียกใช้สกิลแล้วแสงสีม่วงบนเคียวก็เจิดจ้าขึ้นกว่าปกติ กามเทพหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่านั่นต้องเป็นสกิลที่สามารถโจมตีร่างไร้ตัวตนของเขาได้แน่นอนตามชื่อของมัน‘ปีก’ เมื่อกรนึกถึงสกิลปีก ปีกนกสีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏขึ้นมาบนหลังของเขาทันที ซึ่งมันก็เป็นเวลาเสี้ยววินาทีก่อนที่เคียวมรณะจะฟาดฟันลงมาที่เขาอีกครั้ง“ขวับ!” เคียวเกี่ยววิญญาณพลาดเป้าอีกเป็นครั้งที่สอง นั่นก็เพราะกรสามารถถีบตัวถอยหลังออกไปได้ด้วยความเร็วที่สูงกว่านั่นเอง“หนีอีกแล้วเหรอ! ขี้ขลาดจริงๆ!” เหมยตะโกนออกมาด้วยความโมโหสุดขีดที่เธอไม่อาจจัดการเทพตกสวรรค์ได้ภายในสองกระบวนท่า แต่ยมทูตผู้นี้ก็ไม่ได้ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะว่าตัวเธอยังไม่ได้เอาจริงเลยแม้แต่น้อย เหมยจึงถีบตัวออกไปด้านหน้าอีกครั้ง และคราวนี้มันเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว‘นี่สินะที่เขาเรียกว่าสวยใสไร้สมอง’ กรในตอนนี้มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาก เขามีสติพอที่จะพิจารณาได้ว่าไม่อาจใช้เหตุผลพูดคุยกับยมทูตตรงหน้าได้ ยิ่งรู้ดีว่าตัวเองนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย เขาจึงเหลือเพียงหนทางเดียวที่จะเอาตัวรอดจากคมเคียวมรณะนั้นได้ แน่นอนว่าหนทางนั้นก็คือ ‘หนี’ ร่างของกามเทพเทพหนุ่มที่ถีบตัวถอยหลังมาด้วยความเร็วสูงนั้นยังไม่ทันจะได้แตะพื้นด้วยซ้ำ กรก็สามารถสะบัดปีกวิหคพิสุทธิ์ของตัวเองกลางอากาศ ให้พาร่างของเขาพุ่งขึ้นฟ้าได้อย่างรวดเร็วอย่างกับเป็นนกจริงๆ ซึ่งมันก็ทำให้เคียวยมทูตนามเดธแฟงค์ฟันพลาดเป้าไปอีกครั้ง“ปึก!” เสียงหนักทึบแน่นของเคียวเล่มโตปักลงไปในผืนดิน และด้วยคมเคียวที่โค้งยาวผสานกับเรี่ยวแรงเหนือมนุษย์ที่ฟาดมันลงมา ทำให้เคียวนั้นฝังลึกลงไปจนมิดด้าม“อึก! แก!!!” เหมยถึงกับชะงักไปเมื่ออาวุธของเธอฝังติดอยู่กับพื้นดิน แม้เธอจะมีพลังมหาศาลแต่มันก็ต้องใช้เวลาสักครู่ที่จะดึงเคียวออกมาจากพื้น ยมทูตสาวที่รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากจึงตะโกนออกมาด้วยความเคียดแค้นต่อกามเทพฝึกหัด แต่ในขณะที่เธอกำลังออกแรงเพื่อดึงเดธแฟงค์ขึ้นมานั้น เหมยก็สัมผัสได้ว่ามีสายสายลมแรงพัดมาจากด้านหลัง แต่ยังไม่ทันจะหันไปก็รู้สึกว่ามีโลหะเยียบเย็น และแหลมคมกำลังจ่ออยู่ที่ด้านหลังคอของตัวเองแล้ว“คุณยมทูต คุณแพ้แล้ว” เสียงของกรดังขึ้นมาจากด้านหลังของเหมย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขากำลังใช้อาวุธจ่อคอของเธออยู่นั่นเอง และมันก็ทำให้ยมทูตสาวที่กำลังโกรธเกรี้ยวต้องเปลี่ยนอารมณ์ไปทันที ตอนนี้เธอหลั่งเหงื่อเย็นออกมาเมื่อรู้สึกว่าความตายกำลังคืบคลานมาถึงแล้ว รวมทั้งความผิดหวังในตัวเองก็เข้ามาเกาะกุมจิตใจเช่นกัน เพราะเหมยไม่คิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ให้แก่กามเทพฝึกหัดตกสวรรค์คนนี้“อืม...” เหมยเพียงส่งเสียงเบาๆออกมาจากลำคอเท่านั้น พร้อมกับเก็บเคียวมรณะเข้าไปยังบัตรประจำตัว ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่าไม่ต้องการจะสู้ต่อแล้วนั่นเอง ตอนนี้เธอทั้งอายทั้งผิดหวังกับตัวเองจนไม่กล้าหันกลับไปสู้หน้าของกร ส่วนกรที่สามารถรอดพ้นความตายมาได้ก็รู้สึกโล่งอก จึงเก็บอาวุธของเขาไปเช่นกัน และเขาก็ยังคิดว่าไม่ว่ายังไงต้องให้อีกฝ่ายเอ่ยคำขอโทษออกมาให้ได้ด้วย เพราะตัวเขาเองไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ในขณะที่กรจะกล่าวคำพูดออกไป ก็ถูกขัดจังหวะเสียงก่อน“แหมๆ คุณกรนี่ใจร้ายจังเลยนะครับ ถึงกับจะบังคับให้สาวสวยขอโทษให้ได้เลยเหรอ?” ถังลู่ร่อนลงมาจากอากาศด้วยท่าเอามือไขว้หลังเท่ๆ พร้อมกับกล่าวแซวกรด้วยรอยยิ้ม“ถ้าอย่างนั้นคุณถังก็ควรเข้ามาห้ามตั้งแต่แรกสิครับ ปล่อยให้เกิดการต่อสู้ขึ้นในเขตโบสถ์แบบนี้ อาจมีข้าวของเสียหายหรืออาจทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องบาดเจ็บก็ได้ แต่ยังไงผมก็ไม่ใช่คนเริ่มก่อนอยู่ดี อ้อ! อีกอย่างก็คือคุณช่วยเลิกอ่านใจคนอื่นโดยไม่จำเป็นด้วยเถอะครับ มันละเมิดความเป็นส่วนตัวมากเกินไป” กรหันไปกล่าวกับถังลู่ในเชิงต่อว่าเล็กน้อย เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเทพระดับ 7 ย่อมต้องรับรู้อยู่แล้วแต่ยังปล่อยให้เกิดขึ้น“โธ่! คุณกรก็จริงจังไปได้ เพราะผมมั่นใจยังไงล่ะว่าคุณที่ฝึกกับผมทุกวัน จะต้องเอาตัวรอดจากเทพที่มีระดับสูงกว่าได้อย่างแน่นอน แค่อยากเห็นผลการฝึกกับตาตัวเองก็เท่านั้นแหละครับ ฮ่ะๆๆ” ถังลู่ยังคงแก้ตัวเหมือนกับไม่ไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด แต่เมื่อผู้ดูโบสถ์พูดจบเหมยก็หันหน้ากลับมามองอย่างกะทันหัน สายตาของเธอจดจ้องไปที่ถังลู่อย่างตกตะลึง เหมือนกับว่าเห็นคนประหลาดอย่างไรอย่างนั้น“คุณถัง ฝึกวิชาให้นายคนนี้เหรอคะ?” ยมทูตสาวกล่าวออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง“ก็ตามนั้นแหละเหมย” ถังลู่แบมือยักไหล่ตอบแบบขอไปที อย่างกับว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น“แล้วทำไมตอนฉันขอให้คุณช่วยฝึก คุณถึงปฏิเสธล่ะคะ!? แต่คุณกลับช่วยคนไม่ได้เรื่องอย่างนายคนนี้ซะงั้น หรือเพราะว่าฉันไม่ใช่กามเทพ หรือเพราะว่าฉันไม่ใช่ชาวไลเทนเนียอย่างนั้นเหรอ?” เหมยกล่าวความรู้สึกในใจออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่หลั่งไหล ซึ่งนั่นก็ทำให้กรถึงกับงงจนอ้าปากค้าง แต่ถังลู่นั้นกลับต่างไปเพราะเขาเดินเข้าไปหาเธอพร้อมรอยยิ้มอันอบอุ่น“เหมย เรื่องนี้ฉันก็เคยบอกไปแล้วนี่ ว่าฉันจะเลือกสอนในสิ่งที่คนคนนั้นขาด เธอไม่ได้ขาดเรื่องทักษะการต่อสู้ แต่เธอนั้นชอบโทษคนอื่น และคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น นั่นทำให้ฝีมือของเธอแทบจะไม่พัฒนาเลย ทั้งที่ศักยภาพด้านการต่อสู้เธอมีมากกว่าคุณกรด้วยซ้ำ” ถังลู่กล่าวออกมาอย่างจริงจัง แต่ใบหน้าก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม เพราะเขาไม่ได้โกรธหญิงสาวแต่รู้สึกยินดีกับการได้ให้คำแนะนำกับเธออีกครั้ง“ฉัน...ขอโทษค่ะ ที่ไม่ฟังคุณ ฮึก! ฮือ…….” สุดท้ายยมทูตสาวก็ยอมรับกับความผิดของตัวเองได้ พร้อมกับร้องไห้ออกมาต่อหน้าผู้คนโดยหลงลืมความอายไปจนหมดสิ้น กรที่ไม่อาจทำอะไรได้อีกเพราะเหมยอยู่ในความเสียใจแบบนั้น เขาจึงเลือกที่จะกลับห้องของตัวเองไปก่อน ส่วนเรื่องสนามหญ้าที่เสียหายนั้นถังลู่ก็บอกว่าจะจัดการเอง ตอนนี้กรจึงเลือกที่จะพักผ่อนเพราะวันนี้ถังลู่คงจะไม่มีเวลามาฝึกซ้อมประจำวันให้เขาแล้วนั่นเอง แต่ยังไม่ทันที่กรจะเปิดประตูห้องของตัวเอง เดวิดก็ออกจากห้องข้างๆมาทักเขาเสียก่อน“คุณกรการต่อสู้เมื่อตะกี้ทำได้ดีมากเลยนะครับ” เทพหมอกล่าวชื่นชมด้วยความยินดี“ฮ่ะๆๆ ก็เกือบแย่เหมือนกันครับ คงต้องขอบคุณเจ้านี่นั่นแหละ” กรกล่าวอย่างถ่อมตัวพร้อมกับหยิบลูกศรออกมาจากช่องเก็บของในบัตรประจำตัวขึ้นมาโชว์ให้เดวิดดู“เอ้ะ! นี่มัน....” 

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน