ไม่นานนัก เทียนจุนก็ได้สอบถามเส้นทางจากผู้คน ก่อนจะก้าวเดินไปยังตรอกมังกรดำ
ทันทีที่เดินเข้ามายังเขตนี้ บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากบริเวณอื่นๆของเมืองมังกรโดยสิ้นเชิง
ตรอกมังกรดำเต็มไปด้วยความเงียบสงัดและความลึกลับ
ตลอดเส้นทางมีเพียงผู้คนจำนวนน้อยนิดเดินผ่านไปมา บางคนแต่งตัวมอมแมมราวกับเป็นชาวบ้านธรรมดา บ้างก็เป็นนักเดินทางที่ดูมีฝีมือ
แต่ล้วนแล้วแต่มีท่าทีระแวดระวัง
สายตาของเทียนจุนกวาดมองไปยังสองข้างทาง มีอันธพาลหลายกลุ่มจับกลุ่มกันอยู่ตามหัวมุมตรอก คนเหล่านี้เป็นปุถุชนธรรมดา
แต่แฝงไปด้วยจิตสังหาร
บางคนกำลังจับจ้องเป้าหมายที่เดินผ่านไปมาเหมือนนักล่าที่กำลังเลือกเหยื่อ
ทว่าเมื่อพวกมันหลายคนเห็นผู้บำเพ็ญเพียรเดินผ่านเข้ามา พวกมันกลับเลือกที่จะไม่แม้แต่มองหน้า คล้ายกับไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
“หึ? น่าสนใจ!”
เทียนจุนขมวดคิ้วเล็กน้อย
ดูเหมือนว่ามาตรการคุ้มครองภายในเมืองมังกรจะยังคงมีช่องโหว่ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำ หรืออาจเป็นไปได้ว่าสำนักมังกรเลือกที่จะปล่อยผ่านเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้
ไม่คิดว่าควรค่าแก่การลงมาแก้ไขเอง
ถึงแม้ว่าเขาเองตอนนี้จะยืนอยู่บนเส้นทางแห่งพุทธะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรมหรือออกตามล่าคนชั่ว
“ตราบใดที่พวกมันไม่เข้ามาหาเรื่อง..”
“ข้าก็ไม่มีเหตุผลต้องไปจัดการพวกมัน!”
ผู้บำเพ็ญเพียรแท้จริง ล้วนรู้ดีว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของปุถุชน เป็นสิ่งไร้ความหมาย
โลกนี้เต็มไปด้วยคนดีและคนชั่ว
หากจะแก้ปัญหาโดยการขจัดคนชั่วเพียงไม่กี่คน มันก็ไม่อาจเปลี่ยนโลกได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น
เทียนจุนก็ไม่ได้สนใจพวกอันธพาลอีกต่อไป และก้าวเดินลึกเข้าไปในตรอกมังกรดำ
ไม่นานนักตัวเขาก็มาถึงยังส่วนลึกของตรอก บริเวณหน้าโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง มันเป็นอาคารไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก ดูเก่าแก่และเรียบง่าย
ไม่มีความหรูหราเหมือนโรงเตี้ยมทั่วไป ป้ายชื่อโรงเตี้ยมที่แขวนอยู่ด้านหน้า ซีดจางจนแทบมองไม่ออกว่าเขียนว่าอะไร
แสดงให้เห็นว่าที่แห่งนี้
ไม่ได้รับการดูแลมานานแล้ว
“โรงเตี้ยมวิญญาณพยัคฆ์หรือ?”
เขาพูดพึมพำเบาๆ ก่อนจะผลักบานประตูไม้ที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเข้าไป
ภายในโรงเตี้ยม ทันทีที่ก้าวเข้ามา
กลิ่นไม้เก่าและกลิ่นของหมึกจากกระดาษคัมภีร์ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ
บรรยากาศภายในมืดสลัว แสงสว่างมีเพียงจากโคมไฟไม่กี่ดวงที่แขวนอยู่บนเพดาน
สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเขาก็คือ ชายชราผู้หนึ่งกำลังนอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า
ชายชราคนนั้นวางกระดาษคัมภีร์เก่าๆปิดทับเอาไว้บริเวณใบหน้า ส่งเสียงกรนเบาๆเหมือนกำลังนอนหลับอย่างสบายใจ
ท่าทางของเขาดูเหมือนเป็นเพียงชายชราธรรมดา แต่กลับให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาด
แต่สิ่งที่ทำให้ตัวของเทียนจุนตกตะลึงมากที่สุด มันก็คือคัมภีร์มากมายที่ฉีกขาดและถูกประดับไว้ตามผนังของโรงเตี้ยม
ตามมุมต่างๆของโรงเตี้ยม
มีเศษกระดาษคัมภีร์ยุทธศาสตร์และเคล็ดวิชาต่างๆติดอยู่เต็มไปหมด บางแผ่นขาดวิ่นจนแทบอ่านไม่ออก บางแผ่นเต็มไปด้วยลายแทงโบราณที่ดูแล้วแฝงไปด้วยความลี้ลับ
“ที่นี่มันอะไรกันแน่?”
ดวงตาของเทียนจุนหรี่ลง สายตาของเขากวาดมองไปทั่วทุกมุมของโรงเตี้ยม และรู้สึกว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่โรงเตี้ยมธรรมดาแน่นอน
ทันใดนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นภายในจิตสำนึกของเขา
【โฮสต์ ระวังตัวเอาไว้ด้วย】
【ตาแก่คนนี้ไม่ธรรมดา】
ดวงตาของเทียนจุนพลันฉายแววคมกล้าขึ้นมาในทันที เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ระบบพระพุทธองค์ไร้พ่ายของเขาเอ่ยเตือนออกมาโดยไม่มีเหตุผลชัดเจนมาก่อน
ปกติแล้ว ระบบของเขามักจะนิ่งเงียบ เว้นแต่จะเป็นสถานการณ์ที่สำคัญจริงๆ แต่ครั้งนี้กลับเตือนเขาถึงชายชราคนนั้น แสดงว่าชายชราผู้นี้จะต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาเป็นแน่
เทียนจุนค่อยๆสูดลมหายใจเข้า
ก่อนจะตั้งสติให้มั่น มือของเขาพร้อมที่จะตอบสนองต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้นทุกเมื่อ
แต่ในขณะที่กำลังประเมินสถานการณ์อยู่นั้นเอง ชายชราที่ดูเหมือนจะนอนหลับสนิท
พลันขยับตัวเล็กน้อย
“หืม? มีแขกงั้นรึ?”
เสียงของเขาทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเฉื่อยชา ราวกับว่าไม่ได้สนใจอะไรเลย
ชายชราลุกขึ้นนั่งช้าๆ พลางใช้มือขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนหนังสือคัมภีร์ที่วางอยู่บนหน้าของเขาออกมา เผยให้เห็นหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย
แต่สิ่งที่ทำให้เทียนจุนต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมก็คือ ดวงตาของชายชราผู้นี้เปล่งแสงสีทองสว่างวาบ มันเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยพลังลี้ลับและความลึกซึ้ง ราวกับสามารถมองทะลุจิตวิญญาณของผู้คนได้
ชายชราเพียงแค่ปรายตามองเทียนจุน ก่อนจะยิ้มบางๆแล้วกล่าวขึ้น
“เด็กน้อย.. เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
แม้คำพูดจะดูธรรมดา แต่กลับทำให้เทียนจุนรู้สึกถึงแรงกดดันที่ยากจะอธิบายได้
“หรือว่า..”
เทียนจุนกำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ขณะที่จิตสำนึกพยายามประเมินบุคคลตรงหน้า
“ชายชราผู้นี้ อาจเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองมังกร”
ความรู้สึกของเทียนจุนพลันสั่นไหว เมื่อได้ยินเสียงของชายชราผู้นั้น
มันเป็นเพียงประโยคธรรมดา ทว่ากลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่มิอาจอธิบายได้
ราวกับกำลังเผชิญหน้ามหาจักรพรรดิผู้เกรียงไกร ที่เพียงแค่ปรายตามองก็สามารถบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้สลายหายไปได้
เทียนจุนรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงมดตัวเล็กๆที่กำลังไต่อยู่บนฝ่ามือของเขา แค่ชายชราคนนี้ต้องการ เพียงพริบตาเดียวก็คงอาจจะสังหารเขาได้โดยไม่ต้องขยับนิ้วแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ชายหนุ่มก็พลันได้สติและยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะประสานมือคารวะ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“เอ่อ.. ท่านผู้เฒ่า ข้ามาหาที่พัก ได้ยินมาว่าโรงเตี้ยมของท่านเปิดแล้ว ข้าก็เลย—”
“อ๋อ..”
ชายชราขัดขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาฟังดูราวกับไม่ได้รู้สึกแปลกใจหรือสนใจแม้แต่น้อย
ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่แววตาที่มองมายังเทียนจุนนั้น กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ยากจะคาดเดา
“เจ้าหนู.. โรงเตี้ยมของข้าน่ะ ไม่มีป้ายราคาหรือเงื่อนไขเหมือนที่อื่นหรอก?”
เสียงของเขาแฝงไปด้วยความลึกลับ ก่อนที่ชายชราจะเริ่มเอ่ยต่อ
“เงื่อนไขในการเข้าพักของข้านั้นง่ายมาก ทว่าตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา.. ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถผ่านมันไปได้!”
เทียนจุนขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะยังไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่ชายชราพูดถึงคืออะไร แต่ก็เพียงพอให้รู้ว่ามันต้องไม่ใช่สิ่งธรรมดาแน่นอน
ชายชราเอนตัวไปด้านหลัง พลางยกมือขึ้นกอดอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ
“เอาล่ะ เจ้าหนู.. เมื่อก้าวเข้ามาในโรงเตี้ยมวิญญาณพยัคฆ์แห่งนี้ สิ่งแรกที่เจ้าเห็นคืออะไร?”
เทียนจุนไม่จำเป็นต้องคิดให้มาก
“พวกมันคือเศษกระดาษคัมภีร์ที่สลักเอาไว้ด้วยอักษรโบราณ!!”
เขาตอบออกไปอย่างหนักแน่น
เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามา
ภาพที่สะดุดตาที่สุดก็คือเศษกระดาษคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าที่ถูกติดไว้ตามผนังทั่วโรงเตี้ยม
“หึ.. ถูกต้อง!”
ชายชราหัวเราะพลางพยักหน้าช้าๆ
“เงื่อนไขในการเข้าพักของข้าน่ะ”
“เจ้าจะต้องทดสอบเศษกระดาษคัมภีร์เหล่านี้ และบอกให้ข้าได้ว่า.. พวกมันคืออะไร?”
“หากเจ้าสามารถทำได้... ”
“พวกเราค่อยมาพูดคุยกัน!”
เทียนจุนเงียบไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปยังเศษกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งห้อง
มันมีจำนวนมากเกินไป และแต่ละแผ่นก็ดูเก่าแก่ราวกับมีอายุ นับร้อยและนับพันปี
อักขระบนกระดาษแต่ละแผ่นก็มีลักษณะไม่เหมือนกัน ราวกับว่ามาจากยุคสมัยที่แตกต่างกัน
นี่ไม่ใช่บททดสอบที่ทำได้โดยง่ายแน่นอน
“ทำไมถึงเป็นเงื่อนไขเช่นนี้?”
เทียนจุนอดไม่ได้ที่จะถาม
เพราะปกติแล้ว โรงเตี้ยมควรจะเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับนักเดินทาง ไม่ใช่ที่ที่ต้องมาทำแบบทดสอบก่อนจะเข้าพัก
แล้วเทียนจุนก็บอกได้เลยว่า ตาแก่คนนี้เป็นยอดฝีมือที่เร้นกาย แข็งแกร่งยิ่งกว่าแม่อกสะบึ้มที่เขาเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้ซะอีก
แต่ชายชราเพียงแค่แสยะยิ้ม
ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ
“หากไม่เข้าใจก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่!”