(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 51 โรงเตี้ยมวิญญาณพยัคฆ์

            ไม่นานนัก เทียนจุนก็ได้สอบถามเส้นทางจากผู้คน ก่อนจะก้าวเดินไปยังตรอกมังกรดำ


            ทันทีที่เดินเข้ามายังเขตนี้ บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ต่างจากบริเวณอื่นๆของเมืองมังกรโดยสิ้นเชิง


            ตรอกมังกรดำเต็มไปด้วยความเงียบสงัดและความลึกลับ


            ตลอดเส้นทางมีเพียงผู้คนจำนวนน้อยนิดเดินผ่านไปมา บางคนแต่งตัวมอมแมมราวกับเป็นชาวบ้านธรรมดา บ้างก็เป็นนักเดินทางที่ดูมีฝีมือ


            แต่ล้วนแล้วแต่มีท่าทีระแวดระวัง


            สายตาของเทียนจุนกวาดมองไปยังสองข้างทาง มีอันธพาลหลายกลุ่มจับกลุ่มกันอยู่ตามหัวมุมตรอก คนเหล่านี้เป็นปุถุชนธรรมดา


            แต่แฝงไปด้วยจิตสังหาร


            บางคนกำลังจับจ้องเป้าหมายที่เดินผ่านไปมาเหมือนนักล่าที่กำลังเลือกเหยื่อ


            ทว่าเมื่อพวกมันหลายคนเห็นผู้บำเพ็ญเพียรเดินผ่านเข้ามา พวกมันกลับเลือกที่จะไม่แม้แต่มองหน้า คล้ายกับไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว


            “หึ? น่าสนใจ!”


            เทียนจุนขมวดคิ้วเล็กน้อย


            ดูเหมือนว่ามาตรการคุ้มครองภายในเมืองมังกรจะยังคงมีช่องโหว่ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำ หรืออาจเป็นไปได้ว่าสำนักมังกรเลือกที่จะปล่อยผ่านเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านี้


            ไม่คิดว่าควรค่าแก่การลงมาแก้ไขเอง


            ถึงแม้ว่าเขาเองตอนนี้จะยืนอยู่บนเส้นทางแห่งพุทธะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรมหรือออกตามล่าคนชั่ว


            “ตราบใดที่พวกมันไม่เข้ามาหาเรื่อง..”


            “ข้าก็ไม่มีเหตุผลต้องไปจัดการพวกมัน!”


            ผู้บำเพ็ญเพียรแท้จริง ล้วนรู้ดีว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของปุถุชน เป็นสิ่งไร้ความหมาย


            โลกนี้เต็มไปด้วยคนดีและคนชั่ว


            หากจะแก้ปัญหาโดยการขจัดคนชั่วเพียงไม่กี่คน มันก็ไม่อาจเปลี่ยนโลกได้


            เมื่อคิดได้เช่นนั้น


            เทียนจุนก็ไม่ได้สนใจพวกอันธพาลอีกต่อไป และก้าวเดินลึกเข้าไปในตรอกมังกรดำ


            ไม่นานนักตัวเขาก็มาถึงยังส่วนลึกของตรอก บริเวณหน้าโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง มันเป็นอาคารไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก ดูเก่าแก่และเรียบง่าย


            ไม่มีความหรูหราเหมือนโรงเตี้ยมทั่วไป ป้ายชื่อโรงเตี้ยมที่แขวนอยู่ด้านหน้า ซีดจางจนแทบมองไม่ออกว่าเขียนว่าอะไร


            แสดงให้เห็นว่าที่แห่งนี้


            ไม่ได้รับการดูแลมานานแล้ว


            “โรงเตี้ยมวิญญาณพยัคฆ์หรือ?”


            เขาพูดพึมพำเบาๆ ก่อนจะผลักบานประตูไม้ที่เก่าแก่และเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเข้าไป


            ภายในโรงเตี้ยม ทันทีที่ก้าวเข้ามา


            กลิ่นไม้เก่าและกลิ่นของหมึกจากกระดาษคัมภีร์ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ


            บรรยากาศภายในมืดสลัว แสงสว่างมีเพียงจากโคมไฟไม่กี่ดวงที่แขวนอยู่บนเพดาน


            สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของเขาก็คือ ชายชราผู้หนึ่งกำลังนอนเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า


            ชายชราคนนั้นวางกระดาษคัมภีร์เก่าๆปิดทับเอาไว้บริเวณใบหน้า ส่งเสียงกรนเบาๆเหมือนกำลังนอนหลับอย่างสบายใจ


            ท่าทางของเขาดูเหมือนเป็นเพียงชายชราธรรมดา แต่กลับให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาด


            แต่สิ่งที่ทำให้ตัวของเทียนจุนตกตะลึงมากที่สุด มันก็คือคัมภีร์มากมายที่ฉีกขาดและถูกประดับไว้ตามผนังของโรงเตี้ยม


            ตามมุมต่างๆของโรงเตี้ยม


            มีเศษกระดาษคัมภีร์ยุทธศาสตร์และเคล็ดวิชาต่างๆติดอยู่เต็มไปหมด บางแผ่นขาดวิ่นจนแทบอ่านไม่ออก บางแผ่นเต็มไปด้วยลายแทงโบราณที่ดูแล้วแฝงไปด้วยความลี้ลับ


            “ที่นี่มันอะไรกันแน่?”


            ดวงตาของเทียนจุนหรี่ลง สายตาของเขากวาดมองไปทั่วทุกมุมของโรงเตี้ยม และรู้สึกว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่โรงเตี้ยมธรรมดาแน่นอน


            ทันใดนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นภายในจิตสำนึกของเขา


            【โฮสต์ ระวังตัวเอาไว้ด้วย】


            【ตาแก่คนนี้ไม่ธรรมดา】


            ดวงตาของเทียนจุนพลันฉายแววคมกล้าขึ้นมาในทันที เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ระบบพระพุทธองค์ไร้พ่ายของเขาเอ่ยเตือนออกมาโดยไม่มีเหตุผลชัดเจนมาก่อน


            ปกติแล้ว ระบบของเขามักจะนิ่งเงียบ เว้นแต่จะเป็นสถานการณ์ที่สำคัญจริงๆ แต่ครั้งนี้กลับเตือนเขาถึงชายชราคนนั้น แสดงว่าชายชราผู้นี้จะต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาเป็นแน่


            เทียนจุนค่อยๆสูดลมหายใจเข้า


            ก่อนจะตั้งสติให้มั่น มือของเขาพร้อมที่จะตอบสนองต่อสิ่งที่อาจเกิดขึ้นทุกเมื่อ


            แต่ในขณะที่กำลังประเมินสถานการณ์อยู่นั้นเอง ชายชราที่ดูเหมือนจะนอนหลับสนิท


            พลันขยับตัวเล็กน้อย


            “หืม? มีแขกงั้นรึ?”


            เสียงของเขาทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเฉื่อยชา ราวกับว่าไม่ได้สนใจอะไรเลย


            ชายชราลุกขึ้นนั่งช้าๆ พลางใช้มือขยี้ตาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนหนังสือคัมภีร์ที่วางอยู่บนหน้าของเขาออกมา เผยให้เห็นหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย


            แต่สิ่งที่ทำให้เทียนจุนต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมก็คือ ดวงตาของชายชราผู้นี้เปล่งแสงสีทองสว่างวาบ มันเป็นดวงตาที่เต็มไปด้วยพลังลี้ลับและความลึกซึ้ง ราวกับสามารถมองทะลุจิตวิญญาณของผู้คนได้


            ชายชราเพียงแค่ปรายตามองเทียนจุน ก่อนจะยิ้มบางๆแล้วกล่าวขึ้น


            “เด็กน้อย.. เจ้ามาที่นี่ทำไม?”


            แม้คำพูดจะดูธรรมดา แต่กลับทำให้เทียนจุนรู้สึกถึงแรงกดดันที่ยากจะอธิบายได้


            “หรือว่า..”


            เทียนจุนกำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ขณะที่จิตสำนึกพยายามประเมินบุคคลตรงหน้า


            “ชายชราผู้นี้ อาจเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองมังกร”


            ความรู้สึกของเทียนจุนพลันสั่นไหว เมื่อได้ยินเสียงของชายชราผู้นั้น


            มันเป็นเพียงประโยคธรรมดา ทว่ากลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่มิอาจอธิบายได้


            ราวกับกำลังเผชิญหน้ามหาจักรพรรดิผู้เกรียงไกร ที่เพียงแค่ปรายตามองก็สามารถบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้สลายหายไปได้


            เทียนจุนรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงมดตัวเล็กๆที่กำลังไต่อยู่บนฝ่ามือของเขา แค่ชายชราคนนี้ต้องการ เพียงพริบตาเดียวก็คงอาจจะสังหารเขาได้โดยไม่ต้องขยับนิ้วแม้แต่ครั้งเดียว


            แต่ชายหนุ่มก็พลันได้สติและยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้


            สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะประสานมือคารวะ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ


            “เอ่อ.. ท่านผู้เฒ่า ข้ามาหาที่พัก ได้ยินมาว่าโรงเตี้ยมของท่านเปิดแล้ว ข้าก็เลย—”


            “อ๋อ..”


            ชายชราขัดขึ้นทันที น้ำเสียงของเขาฟังดูราวกับไม่ได้รู้สึกแปลกใจหรือสนใจแม้แต่น้อย


            ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่แววตาที่มองมายังเทียนจุนนั้น กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ยากจะคาดเดา


            “เจ้าหนู.. โรงเตี้ยมของข้าน่ะ ไม่มีป้ายราคาหรือเงื่อนไขเหมือนที่อื่นหรอก?”


            เสียงของเขาแฝงไปด้วยความลึกลับ ก่อนที่ชายชราจะเริ่มเอ่ยต่อ


            “เงื่อนไขในการเข้าพักของข้านั้นง่ายมาก ทว่าตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา.. ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถผ่านมันไปได้!”


    เทียนจุนขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้จะยังไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่ชายชราพูดถึงคืออะไร แต่ก็เพียงพอให้รู้ว่ามันต้องไม่ใช่สิ่งธรรมดาแน่นอน


            ชายชราเอนตัวไปด้านหลัง พลางยกมือขึ้นกอดอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ


            “เอาล่ะ เจ้าหนู.. เมื่อก้าวเข้ามาในโรงเตี้ยมวิญญาณพยัคฆ์แห่งนี้ สิ่งแรกที่เจ้าเห็นคืออะไร?”


            เทียนจุนไม่จำเป็นต้องคิดให้มาก


            “พวกมันคือเศษกระดาษคัมภีร์ที่สลักเอาไว้ด้วยอักษรโบราณ!!”


            เขาตอบออกไปอย่างหนักแน่น


            เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามา


            ภาพที่สะดุดตาที่สุดก็คือเศษกระดาษคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าที่ถูกติดไว้ตามผนังทั่วโรงเตี้ยม


            “หึ.. ถูกต้อง!”


            ชายชราหัวเราะพลางพยักหน้าช้าๆ


            “เงื่อนไขในการเข้าพักของข้าน่ะ”


            “เจ้าจะต้องทดสอบเศษกระดาษคัมภีร์เหล่านี้ และบอกให้ข้าได้ว่า.. พวกมันคืออะไร?”


            “หากเจ้าสามารถทำได้... ”


            “พวกเราค่อยมาพูดคุยกัน!”


            เทียนจุนเงียบไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปยังเศษกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งห้อง


            มันมีจำนวนมากเกินไป และแต่ละแผ่นก็ดูเก่าแก่ราวกับมีอายุ นับร้อยและนับพันปี


            อักขระบนกระดาษแต่ละแผ่นก็มีลักษณะไม่เหมือนกัน ราวกับว่ามาจากยุคสมัยที่แตกต่างกัน


            นี่ไม่ใช่บททดสอบที่ทำได้โดยง่ายแน่นอน


            “ทำไมถึงเป็นเงื่อนไขเช่นนี้?”


            เทียนจุนอดไม่ได้ที่จะถาม


            เพราะปกติแล้ว โรงเตี้ยมควรจะเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับนักเดินทาง ไม่ใช่ที่ที่ต้องมาทำแบบทดสอบก่อนจะเข้าพัก


            แล้วเทียนจุนก็บอกได้เลยว่า ตาแก่คนนี้เป็นยอดฝีมือที่เร้นกาย แข็งแกร่งยิ่งกว่าแม่อกสะบึ้มที่เขาเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้ซะอีก


            แต่ชายชราเพียงแค่แสยะยิ้ม


            ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ


            “หากไม่เข้าใจก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน