ทันทีที่กู้ชิงเฉิงกล่าวจบศีรษะของคุณหนูใหญ่สกุลกู้ก็กระแทกกับพื้นอย่างแรงอีกครั้งความเ็ปที่ได้รับทำให้กู้ตงหลิงกรีดร้องเสียงดังลั่น
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะทำ ข้าจะทำเอง!” แม้กู้ตงหลิงจะยังคงมีทิฐิอยู่บ้างแต่นางก็ทนต่อความเ็ปนี้ไม่ไหว จึงยอมจำนนในทันที
นางคุกเข่าอยู่ตรงนั้นและก้มศีรษะคำนับลงกับพื้นอย่างต่อเนื่องแม้จะเ็ปเพียงใด ทว่าก็ยังดีกว่าการที่กู้ชิงเฉิงลงมือเองมากนัก
แท้จริงแล้วกู้ตงหลิงก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่ใช่น้อย
นางไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าสตรีผู้อยู่ตรงหน้านางนั้นใช้มนตร์วิเศษใดทั้งๆ ที่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีพลังปราณ แต่กลับมีพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แม้แต่นางก็ยังไม่สามารถตอบโต้ได้
ไม่ใช่เพียงแค่ตอบโต้ไม่ได้แม้แต่การดิ้นรนก็ยังทำไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
กู้ชิงเฉิงไขว้มือทั้งสองไว้ด้านหลังแล้วเชิดหน้ามองกู้ตงหลิงที่กำลังกระแทกศีรษะคำนับสารภาพผิด
“พอแล้ว!” กู้ชิงเฉิงกล่าว “อีกสักครู่เ้าก็ไปที่อันหยวนถังเพื่อก้มศีรษะขอขมาพวกเขาก็แล้วกัน”
จากนั้นนางก็หันหลังเดินไปโดยไม่หันกลับไปมองกู้ตงหลิงอีก “ตามมา หากเ้าคิดหนีและหากข้าตามหาเ้าเจอ ข้ารับรองว่าเ้าจะได้ลิ้มรสแส้สามสิบทีอย่างแน่นอน”
ด้วยความสามารถในการต่อสู้ของกู้ชิงเฉิงแค่ลงแส้ไปครั้งเดียวก็สามารถปลิดชีพกู้ตงหลิงได้แล้ว ไม่มีทางรอดแม้แต่น้อย
กู้ตงหลิงกำหมัดแน่นถึงแม้นางจะไม่เต็มใจ แต่นางก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านจึงได้แต่ลุกขึ้นและเดินตามหลังสตรีตรงหน้าไปอย่างเชื่องช้า
นางอยากจะใช้แส้ฟาดหมอหญิงตรงหน้าให้ตายเสียตรงนั้นแต่ตอนนี้ยังปล่อยให้นางตายไม่ได้
นางได้พยายามเสาะหาหมอผู้มีชื่อเสียงทั่วหล้ามาแล้วแต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาโม่อวี้เฉินได้
นางไม่อาจปล่อยให้โม่อวี้เฉินตกอยู่ในอันตรายจึงทำได้แค่ฝากความหวังไว้ที่หมอหญิงกู้เท่านั้น
นางจะอดทนกับสตรีผู้นี้ก่อนเมื่อสตรีผู้นี้รักษาโม่อวี้เฉินหายแล้ว นางจะฉีกสตรีผู้นี้เป็ชิ้นๆและสังหารคนในอันหยวนถังทั้งหมด เพื่อล้างแค้นความอัปยศที่นางได้รับในวันนี้
ในใจของโม่อวี้เฉินก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงเช่นกันเขาก็ไม่เข้าใจว่าหมอหญิงกู้ทำได้อย่างไร
เขาเคยลองทดสอบมาแล้วนางไม่มีพลังปราณเลยแม้แต่น้อย ทว่าเวลานี้กลับปรากฏพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
หากต้องประมือกันจริงๆเกรงว่าอาจเป็เขาที่เป็ฝ่ายเสียเปรียบด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าหมอหญิงกู้จะยังไม่ได้้าชีวิตของกู้ตงหลิงเขาจึงไม่จำเป็ต้องเข้าแทรกแซงการต่อสู้ครั้งนี้
กู้ตงหลิงเป็คนเสแสร้งถึงเพียงนี้นางเองก็สมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง
สองชั่วยามผ่านไปตอนนี้ล่วงเลยเวลาเที่ยงวันแล้ว กู้ชิงเฉิงกับกู้ตงหลิงจึงเดินกลับมายังอันหยวนถัง
เวลานี้อันหยวนถังถูกทำลายจนเละเทะแต่ชาวบ้านก็ช่วยกันฟื้นฟูและเก็บกวาดข้าวของที่เละเทะด้วยความเต็มใจ
แม้อันอี้ฝานจะาเ็สาหัสแต่ก็ยังยืนหยัดเป็หัวเรือใหญ่คอยดูแลสถานการณ์
เมื่อเห็นร่างบอบบางของกู้ชิงเฉิงเดินเข้ามาเขาก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที เขารีบเดินเข้าไปหานางแต่เนื่องจากาแบนร่างกายของเขาสาหัส เพียงเดินไม่กี่ก้าวก็รู้สึกเจ็บแปลบ
“อี้ฝาน ยืนอยู่ตรงนั้นเถิด ไม่ต้องขยับตัวหรอก” กู้ชิงเฉิงมองดูอันหยวนถังที่ตนสร้างขึ้นมากับมือถูกทำลายจนไม่เหลืออะไรหัวใจของนางราวกับถูกบีบคั้นจนเ็ป ความโกรธแค้นในใจก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันกู้ชิงเฉิงก็ยกมือคว้าตัวกู้ตงหลิงที่เดินตามหลังมาด้วยสภาพปางตายแล้วเหวี่ยงนางไปข้างหน้าทันที ไม่มีความปรานีใดๆ แม้แต่น้อย
กู้ตงหลิงล้มลงกับพื้นนางพยายามจะลุกขึ้น แต่ถูกกู้ชิงเฉิงเหยียบลงไปซ้ำอีกครั้ง“คุกเข่าซะ”
กู้ชิงเฉิงชี้ไปที่ผู้คนในอันหยวนถังทั้งหมด“เ้าต้องก้มศีรษะขอขมาและขอโทษพวกเขา!”
อันอี้ฝานตกตะลึงเขาไม่คิดเลยว่ากู้ชิงเฉิงจะกล้าลากตัวคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้มาและยังให้นางคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยอีก
ความองอาจเช่นนี้ทั่วทั้งเมืองอี๋สุ่ยก็คงไม่มีใครเทียบได้แล้วกระมังแม้แต่เกอจวิ้นเองก็คงจะไม่กล้า
อันที่จริงแล้วสถานะของคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้เช่นนี้ เกอจวิ้นก็ไม่อาจหาญกล้าล่วงเกินได้เช่นกัน
“นังแพศยา เ้ากล้าดียังไง! เ้าบ้าไปแล้วรึ!เ้าให้ข้าไปขอขมาและคุกเข่าขอโทษพวกเ้า พวกเ้าคู่ควรรึ!” กู้ตงหลิงไม่อาจทนต่อความอัปยศเช่นนี้ได้นางโกรธจนแทบคลั่ง เวลานี้นางกรีดร้องด้วยเสียงอันดัง
ชาวบ้านต่างพากันชี้ไปที่กู้ตงหลิงแต่เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ทุกคนก็เงียบไป พวกเขารู้ถึงฐานะของกู้ตงหลิงดีและแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าหาญที่จะล่วงเกินนาง
“ขอบคุณทุกคนมากที่มาช่วยเหลืออันหยวนถัง อย่างไรก็ตามเวลานี้อันหยวนถังจะต้องจัดการปัญหาภายใน ขอเชิญทุกท่านกลับไปก่อนเถิด!” กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่านางกล้าล่วงเกินกู้ตงหลิง แต่ชาวบ้านเหล่านี้ทำไม่ได้นางไม่อาจปล่อยให้พวกเขาเข้ามาพัวพันได้
ดังนั้นตอนนี้นางจึงต้องปิดประตูอันหยวนถัง เพื่อจัดการกับกู้ตงหลิง!
กู้ชิงเฉิงยังคงเหยียบกู้ตงหลิงไว้ไม่ให้นางลุกขึ้นยืน “ขอโทษเสีย!”
ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าของกู้ชิงเฉิงฉายแววดุดันและเ็าจนน่าสะพรึงกลัว
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของหญิงตรงหน้ากู้ตงหลิงก็พลันหวาดกลัว นางผงะไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะกล่าวว่า“เมื่อครู่ข้า…ข้าเพิ่งขอโทษเ้าไปแล้วนี่!” นางรู้สึกหวาดหวั่นต่อหมอหญิงกู้อย่างแท้จริง
“เมื่อครู่ไม่นับ เอาใหม่” กู้ชิงเฉิงโบกมือและกล่าวด้วยท่าทางผยอง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ทำให้ใบหน้ากู้ตงหลิงพลันบิดเบี้ยว นางโกรธจนแทบกระอักเืออกมาเื่เช่นนี้สามารถ ‘เอาใหม่’ ได้ด้วยหรือ?
นางที่เป็ถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลกู้ทั้งยังเป็ถึงว่าที่พระชายาในอนาคตจะให้นางก้มกราบขอขมาต่อคนชั้นต่ำพวกนี้ได้อย่างไร? นางไม่เต็มใจและไม่ปรารถนาที่จะทำเช่นนั้น!
“เ้ามันไร้ยางอาย!” กู้ตงหลิงพยายามดิ้นรนอีกครั้งวรยุทธ์ของนางก็ไม่ได้อ่อนด้อยอย่างน้อยในหมู่สตรีด้วยกันก็นับว่าแข็งแกร่งมากแล้วแต่ในยามนี้กลับรู้สึกอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงยิ่งนัก
“ข้าบอกแล้วว่า ‘เอาใหม่’ ” กู้ชิงเฉิงในชุดสีแดงฉานดูสง่างามเปี่ยมอำนาจ นางขยับข้อมือเบาๆ
เพียงท่าทางเล็กน้อยนี้ก็ทำให้กู้ตงหลิงสะท้านไปทั้งตัวก่อนจะรีบส่ายหน้าแรงๆ “ไม่นะ! ไม่! ข้าขอโทษ!ข้าขอโทษแล้ว!”
กู้ชิงเฉิงจึงยอมยกเท้าขึ้นแล้วปล่อยให้กู้ตงหลิงลุกขึ้นเอง จากนั้นนางก็คุกเข่าลงอย่างนอบน้อมก้มกราบลงหนึ่งครั้ง “ข้าผิดไปแล้ว!”
“เ้าขอโทษไม่เป็หรืออย่างไร? ขอโทษจากใจจริงสิ!”กู้ชิงเฉิงโกรธจัด ดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับเกล็ดน้ำแข็ง
กู้ตงหลิงเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้นางรู้สึกเกลียดชังสตรีตรงหน้ายิ่งนัก
แต่ฝีมือของนางยังด้อยกว่าอีกทั้งพลังต่างกันลิบลับ นางจึงทำได้เพียงก้มหน้ายอมจำนน
อันอี้ฝานก็จ้องมองกู้ตงหลิงด้วยความเดือดดาล“เ้าทำลายอันหยวนถัง ทำร้ายพวกเรา แม้กระทั่งเด็กก็ยังไม่ละเว้นเ้าสมควรตาย!”
ในตอนนี้หากจะฆ่ากู้ตงหลิงให้ตาย เขาก็ยังรู้สึกว่ายังไม่สาสมใจ
วิธีการของกู้ตงหลิงนั้นโเี้เกินไปจริงๆ
หลังจากนั้นอันอี้ฝานจึงหันไปพูดกับกู้ชิงเฉิง “ท่านอาจารย์ท่านป้าหลี่ถูกพวกมัน…ตีจนตายแล้วขอรับ”
พลังอำมหิตรอบกายของกู้ชิงเฉิงพลันปะทุขึ้นทันทีประกายสังหารในดวงตาปรากฏชัดเจนโดยไม่ปกปิด
กู้ตงหลิงก็ััได้ถึงจิตสังหารนางคุกเข่าตัวสั่น เสียงสั่นเครือ “ข้า…ข้าผิดไปแล้วข้าขอโทษ!”
จากนั้นนางก็พึมพำเสียงต่ำ“พวกเ้าจะฆ่าข้าไม่ได้นะ หากข้าตายที่อันหยวนถังพวกเ้าทุกคนที่นี่ รวมทั้งครอบครัว…จะต้องถูกตระกูลกู้แก้แค้นพวกเขาจะไม่ปล่อยพวกเ้าไปแน่!” ในตอนนี้นางรู้สึกเสียใจยิ่งนัก
นางแค่้ามาหาหมอแต่กลับเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น นางควรจะแสร้งทำเป็ผู้บริสุทธิ์ต่อไป ทว่าครั้งนี้นางเองไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้
ที่สำคัญใบหน้าของนางถูกทำลายจนกลายเป็เช่นนี้ นางทั้งหวาดกลัวและร้อนใจจึงได้กระทำการอย่างบ้าบิ่นและไม่เลือกวิธีการถึงเพียงนี้
“ตระกูลกู้หรือ!” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง “ข้าจะคอยดูว่า หากเ้าตายแล้ว ตระกูลกู้จะแก้แค้นข้าได้อย่างไร!”
อันหยวนถังแห่งนี้เป็เพียงโรงหมอผู้คนเบื้องบนและเบื้องล่างล้วนเป็ชาวบ้านผู้ยากไร้เป็ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยที่กู้ชิงเฉิงรับเข้ามาดูแลตลอดห้าปีที่ผ่านมาผู้คนที่นี่ล้วนเป็คนซื่อสัตย์สุจริตอย่างแท้จริง
พวกเขาทำงานให้กับอันหยวนถังอย่างสุดหัวใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่มีการจัดตรวจรักษาโรคโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
แต่กู้ตงหลิงกลับตีคนจนตาย…
“เ้าจะไม่สนใจความเป็ความตายของข้าเลยหรือ…” กู้ตงหลิงตัวสั่นนางพูดช้าๆ ออกมาทีละคำ “พวกเ้าไม่กลัวตระกูลกู้หรือ?”
“ท่านอาจารย์!” เสี่ยวโต้วจื่อและเด็กรับใช้อีกหลายคนร้องไห้ออกมา“พวกเราเ็ปเหลือเกิน! เป็เพราะผู้หญิงใจร้ายคนนี้นางให้คนมาตีพวกเราเ้าค่ะ…”
ขณะที่พูดเสี่ยวโต้วจื่อก็เลิกแขนเสื้อขึ้น แขนเรียวเล็กเต็มไปด้วยรอยแส้
พวกเขาไม่กล้าร้องไห้เสียงดังเพราะถูกกู้ตงหลิงข่มขู่จนหวาดกลัว
หัวใจของกู้ชิงเฉิงพลันบีบรัดเด็กเหล่านี้ล้วนเป็เด็กกำพร้า นางรับมาเป็เด็กรับใช้ปรุงยาที่อันหยวนถังปกติแล้วพวกเขาจะเล่นและหยอกล้อกับเ้าซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนนางจึงปฏิบัติต่อพวกเขาราวกับลูกหลานแท้ๆ ไม่เพียงสอนให้พวกเขาอ่านเขียนแต่ยังสอนวิชาแพทย์ให้ด้วย
ในเวลานี้กู้ชิงเฉิงไม่สามารถระงับจิตสังหารได้อีกต่อไปแล้ว
“เ้าไม่คู่ควรที่จะมีชีวิตอยู่!” กู้ชิงเฉิงจ้องมองไปยังกู้ตงหลิง