ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 85 ความอดกลั้นของริงโกะ

              ริงโกะเมื่อผ่านเกทเข้ามาก็เห็นเบื้องหน้าในตอนนี้มันเป็นพื้นที่ซากโบราณสถานสภาพผุพัง ดูรกร้างเหมือนมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เบื้องหน้ามีเส้นทางเดินทอดยาวไปสู่ช่องผาที่ถูกล้อมรอบด้วยหุบเขาหินสูงตระหง่านหมอกบาง ๆ ลอยอยู่รอบบริเวณทำให้การมองเห็นยากลำบากและเพิ่มความลึกลับให้กับบรรยากาศการก้าวเท้าเข้าสู่ดันเจี้ยนแห่งนี้เหมือนก้าวเข้าสู่โลกที่ห่างไกลจากความเป็นจริง

     


     

              รอบกายเริ่มมีฮันเตอร์จากหลายกลุ่มวาร์ปตามเข้ามาพื้นที่รอบ ๆ กลายเป็นสนามแข่งขันแห่งความท้าทายและอันตราย


              ส่วนทีมของริงโกะมีชายสี่หญิงสองรวมด้วยกันทั้งหมดหกคนตามมาตรฐานทีมขนาดเล็กโดยมีชื่อคาซุโอะเป็นผู้นำ และเขาคนนี้ก็เป็นถึงฮันเตอร์ระดับซิลเวอร์ในกลุ่มเพียงคนเดียว


              เธอยังได้ยินมาว่าในระดับซิลเวอร์ด้วยกันคาซุโอะก็นับว่ายังอยู่ในระดับต้น ๆ เขามีดาบบาสตาร์ดสะพายไขว้ไว้กลางหลังแต่งกายด้วยชุดแฟชั่นทันสมัยแต่สวมทับด้วยเกราะหนังเบาเพื่อความคล่องตัว


              ส่วนรุ่นพี่สาวเป็นนักธนูสายจู่โจมระยะไกลสามคนที่เหลือเป็นนักเวทหนึ่ง ตัวชนประจำทีมหนึ่ง และสายต่อสู้ระยะประชิดอีกหนึ่งลงตัวตามมาตรฐานของทีมฮันเตอร์ขนาดเล็ก


              คาซุโอะพาลูกทีมเดินออกจากโบราณสถานผ่านช่องผาจนออกมายืนบนเนินหินสูง ซึ่งมีให้เลือกไปต่อสองเส้นทางหากเลือกเดินตามเนินหินที่ลาดชันต่อไปก็จะพบโกเลมหินและแมลงประเภทสัตว์ขาปล้องหรือที่นิยมเรียกว่าอาร์โธรพอด เป็นไฟลัมหลักของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง


              ส่วนอีกเส้นทางต้องลงผ่านขั้นบันไดเก่าไปยังตีนของเนินหินด้านล่างซึ่งเป็นป่าและมีบึงกระจายตัวอยู่เป็นจุด ๆ พบเห็นมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายกบยืนสองขาใส่หมวกเกาะถืออาวุธเดินราดตะเวณอยู่ไกลๆ


              รุ่นพี่สาวในกลุ่มเสนอความเห็นว่าควรเลือกเส้นทางบนเนินเพราะไม่อยากเปียกหากต้องลงไปสู้ด้านล่าง ซึ่งหลายคนก็เห็นด้วยเพราะในทีมตอนนี้ไม่มีผู้ใช้ธาตุสำหรับดึงศักยภาพของพื้นที่ใกล้น้ำมาใช้ประโยชน์ได้เลยสักคนเดียวการเลือกเส้นทางนี้จึงดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด


              เมื่อเลือกเส้นทางได้แล้วคาซุโอะได้ดึงดาบออกจากกลางหลังใช้รูน ᛋ โซวีโล ‘Enchant element’ ประเภทเคลือบธาตุน้ำวางนาบลงไปบนใบดาบ มันปรากฏแสงจางก่อนแปรเปลี่ยนเป็นน้ำบาง ๆห่อหุ้มรอบใบดาบอย่างกลมกลืน


              เมื่อหัวหน้าทีมพุ่งเข้าไปเปิดโกเลมหินหนึ่งตัวลูกทีมคนอื่น ๆ ล้วนกระจายตำแหน่งอย่างรู้งาน โกเลมหินตัวนี้มีรูปลักษณ์เหมือนก้อนหินหลายก้อนที่ถูกยึดติดเข้าด้วยกันจนเป็นรูปทรงคล้ายมนุษย์ขนาดร่างกายใหญ่โตกว่ามนุษย์ปกติเกือบสามเท่าผิวด้านนอกของมันหยาบกร้านและมีสีเทาเข้มบนตัวมีตะไคร่น้ำและรากไม้บางส่วนเกาะติดอยู่ สายตาของมันเป็นหลุมลึกที่เปล่งแสงจางๆ ออกมา

     


     

              มอนสเตอร์ประเภทโกเลมไม่ว่าชนิดไหน ล้วนมีผิวชั้นนอกที่แข็งแกร่งมากเป็นอันดับต้นๆ ตามระดับชื่อชั้นพวกมันเพียงตัวเดียวก็แข็งแกร่งเกินกว่ามอนสเตอร์บางประเภทที่อยู่รวมกันเป็นฝูงเสียอีก


              ทว่ามันก็มีจุดอ่อนหนึ่งที่เรียกกันว่า’คอร์’ ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นผิวหนาเป็นส่วนพลังงานสำคัญหลักที่ช่วยให้พวกมันเคลื่อนไหวหากทำลายหรือนำมันออกก็จะสิ้นฤทธิ์ทันที


              คาซุโอะแทงดาบเสยเป็นเส้นตรงเข้าใส่ช่องท้องของโกเลมหินเพื่อเปิดผิวชั้นนอกออก แต่การโจมตีก็ยังไม่รุนแรงมากพอเพียงแค่ทำให้มันตัวเอียงเล็กน้อย มีหินบางส่วนกระเด็นหลุดออกมาไม่กี่ก้อน


              ทว่ายังไม่ทันที่เจ้าโกเลมตัวใหญ่จะทันได้เคลื่อนไหวตอบโต้การโจมตีระลอกสองจากลูกทีมของคาซุโอะก็ตามมาติด ๆ เป็นลำดับขั้นตอน


              คาซุโอะรู้ดีว่าไม่ควรทุ่มพลังทั้งหมดใส่มอนสเตอร์เพียงตัวเดียวแค่อาศัยการโจมตีในจุดเดิมซ้ำ ๆ ก็เพียงพอจะจัดการเจ้าหินยักษ์นี่แล้ว เพราะโกเลมพวกนี้เคลื่อนไหวได้อืดอาดแต่ถ้าพลาดโดนมันโจมตีเข้าสักทีล่ะก็เตรียมบอกลาโลกนี้ได้เลยหากอุปกรณ์สวมใส่ไม่มีคุณภาพแข็งแกร่งพอ


              รุ่นพี่สาวคอยยิงจัดการพวกแมลงคล้ายผึ้งที่บินเฉียดเข้าใกล้พื้นที่ต่อสู้ส่วนคนอื่น ๆ ก็กระจายตัวตีวงล้อมรอบตัวเจ้าโกเลมหินคอยหาช่องว่างสลับกันโจมตีซ้ำในตำแหน่งเดียวกัน และไม่นานเมื่อช่องท้องของโกเลมถูกเปิดออกก็มีของเหลวเหมือนน้ำมันไหลทะลักออกมา จนเผยให้เห็นคอร์ทรงกลมเรืองแสงสีแกรนิตขนาดเท่าสี่ฝ่ามือโอบด้านใน


              คาซุโอะแทงดาบซ้ำงัดคอร์มันหลุดออกจากร่างทันใดนั้นเจ้าโกเลมหินก็ล้มลงเสียงดังโครมทันทีเหมือนเครื่องยนต์ถูกดึงแบตเตอรี่ออก


              “ยัยเด็กใหม่! ยังมัวแต่ยืนบื้ออยู่อีก รีบเข้ามาเก็บของพวกนี้ไปได้แล้ว”


              ริงโกะที่หลบมุมเฝ้าดูการต่อสู้ของทุกคนอยู่นั้นเหมือนได้สติจากเสียงตวาด


              “ค่ะมาแล้วค่ะ!”


              ใช่แล้วงานหลักของเธอมีสองอย่างหนึ่งคือการแบกของทุกสิ่งที่ได้จากดันเจี้ยนเอามาใส่ไว้ในปานประตูที่ถูกเรียกออกมามันเชื่อมต่อกับมิติขนาดสามคูณสี่เมตร ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ประเภทอัญเชิญของเธอ


              โดยริงโกะยังเรียนรู้วิชาองเมียวสายชิคิงามิเพื่อสร้างภูติตัวเล็ก ๆ ขึ้นมาช่วยกันขนของปัจจุบันเธอสามารถควบคุมพวกมันได้เพียงสี่ตัวพร้อมกันเท่านั้น


              ส่วนหน้าที่อย่างสุดท้ายของเธอก็คือ


              “นี่ค่ะรุ่นพี่”


              หลังจากเก็บแยกวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยริงโกะก็รีบหยิบน้ำดื่มเดินบริการแจกจ่ายทุกคนในทีม


              “ฟู่—ผิวเจ้าพวกนี้แข็งสมกับเป็นพวกโกเลมจริง ๆกว่าจะเปิดเอาคอร์ของมันออกมาได้นี่ทำเอาเปลืองแรงชะมัด”


              คาซุโอะบ่นขึ้นหลังจากที่จัดการกลุ่มโกเลมในบริเวณไปได้ถึงสี่ตัว


              “แหมก็ฉันขยะแขยงเจ้ากบพวกนั้นนี่นา แต่ก็ขอบคุณนะที่คาซุโอะซังยอมตามใจฉันเลือกมาเส้นทางนี้”


              รุ่นพี่สาวกล่าวพลางขยับตัวเข้าไปแนบชิดมือก็คอยใช้ผ้าเย็นซับเหงื่อให้อีกฝ่าย


              “หึหึแล้วอย่าลืมตอบแทนความเหนื่อยยากครั้งนี้ด้วยล่ะ”


              “คาซุโอะซังล่ะก็...ตรงนี้จะดีเหรอ...”


              สายตาที่ส่งให้กันสื่อความหมายที่ต้องการอย่างชัดเจน


              “ไม่มีปัญหาขอเติมพลังให้ชื่นใจสักเล็กน้อยก็พอ”


              หลังบทสนทนาที่เริ่มร้อนแรงทั้งคู่ก็บดเบียดริมฝีปากกันอย่างไม่แคร์สายตาใครจนริงโกะรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ผิดที่จำต้องหันหน้าไปจัดเรียงอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในกระเป๋าสะพายของตัวเองแทน


              ริงโกะสามารถเรียกประตูมิติออกมาได้มันสามารถใช้เป็นที่เก็บของต่าง ๆ เพียงแค่ใส่ลงไปหลังบานประตูหากเวลาต้องการเรียกใช้ของสิ่งใด เพียงนึกถึงสิ่งนั้นก็จะหยิบออกมาได้


              แต่พลังของเธอไม่สามารถเรียกใช้ได้บ่อยๆ ด้วยความที่มาโซในร่างกายตอนนี้ยังมีอยู่น้อยนิดเธอจำต้องเก็บบางส่วนแบ่งไว้ในกระเป๋าสะพาย และบางส่วนคอยให้เหล่าชิคิงามิช่วยแบก


              “เฮ้คาซุโอะ ฉันเห็นฮันเตอร์หลายทีมกำลังผ่านตัดหน้าเส้นทางต่อไปของเราฉันคิดว่าเราคงต้องเปลี่ยนเส้นทางแล้วล่ะ”


              ชายหนุ่มที่กำลังแลกริมฝีปากอยู่นั้นหัวเราะออกมาเล็กน้อยเขาดันหญิงสาวที่กำลังนัวเนียอย่างเร่าร้อนออก


              “เสียใจด้วยนะที่รักเราคงต้องเปียกกันนิดหน่อยแล้วล่ะ”


              คาซุโอะกระซิบบอกเบา ๆก่อนที่เขาจะเดินผ่านไปทางด้านหลังริงโกะที่กำลังก้มตัวจัดของในกระเป๋า


              “ว้าย—”


              ริงโกะอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อมือของคาซุโอะตีลงมาที่แก้มก้นของเธอเบา ๆ


              “หึหึรีบไปกันเถอะริงโกะจัง ก่อนที่ราชาจะโดนจัดการ ต้องเร่งเวลาฟาร์มให้ทันนะรู้ไหมนี่เป็นบทเรียนที่ต้องจำเอาไว้ให้ดีล่ะ”


              ชายหนุ่มกล่าวเช่นนั้นก่อนจะเดินนำทุกคนอีกครั้งโดยที่ริงโกะได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าหันไปสบตาคนอื่น ๆเธอสามารถรับรู้ได้ถึงแววตาที่จ้องมองมาของเหล่าผู้ชายคนอื่น ๆ ในกลุ่มรวมถึงสายตามาดร้ายของรุ่นพี่สาว


              นี่แหละคือสิ่งที่เธอหวาดกลัว


              ถึงพวกเขาจะยังไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอนอกจากจ้องด้วยแววตาแฝงนัยนี่จึงนับเป็นครั้งแรกที่เธอถูกล่วงเกินผ่านการสัมผัส


              ริงโกะยอมรับว่าเธอกลัวเหลือเกินกลัวมาตลอดจนอยากจะทิ้งทุกอย่างและวิ่งหนีไปทุกครั้งเมื่อถูกจ้องมองมาเช่นนั้นแต่เมื่อนึกถึงคุณยายและน้องชาย เธอก็ไม่อาจทิ้งความหวังนี้ไปได้


              ด้วยฝีมืออันอ่อนประสบการณ์ของเธอนนั้นยากที่จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับกิลด์ที่มีชื่อเสียงขนาดนี้นี่จึงถือเป็นความโชคดีในโชคร้ายที่ต้องมาพบกับคนพวกนี้


              หากเธอได้ผ่านการฝึกงานและเข้าร่วมกับกิลด์อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่เธอจะรีบทำเรื่องขอย้ายไปทีมอื่นทันที


              ริงโกะบอกกับตัวเองเสมอว่าจะต้องไม่เป็นไรรวบรวมกำลังใจเก็บของที่เหลือต่อไปจนเสร็จและเร่งฝีเท้าตามหลังทุกคนในทีมไปยังทางเบื้องหน้าที่ทอดยาวไม่เห็นจุดสิ้นสุด

     

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน