-2ปีที่แล้ว-
ริมทะเลหาดทรายขาวอันรายล้อมไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวมากมาย เช่นเดียวกับครอบครัวใหญ่ที่นั่งมองความสวยงามจากมุมร้านอาหารบนฝั่ง
่ปิดเทอมฤดูร้อน พ่อแม่มักจะพาลูกๆออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ก็กลับบ้านเกิด
และสองครอบครัวใหญ่ในที่นี้ก็เช่นกัน พวกเขามีประเพณีประจำบ้าน คือการท่องเที่ยวเป็งานอดิเรก ส่วนที่ว่ากลับบ้านเกิดนั้นคงไม่มี เพราะแต่ไหนแต่ไรพวกเขาก็มีถิ่นฐานในเมืองกรุงอยู่ก่อนแล้ว
เมื่อภาคเรียนปี1ของเหล่าเด็กน้อยได้จบลง พวกผู้ใหญ่จึงพากันนัดแนะรวมตัว มาพักผ่อนหย่อนใจกันที่ทะเลน้ำใสวิวสวยแห่งนี้
เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขึ้นชั้นปีที่สอง...
"นี่ไอ้ผา กูว่าเราไปหาเบียร์มาก๊งกันดีกว่านะ"
"ไม่เอาเว้ย! เดี๋ยวรุ้งจะบ่น"
"เอ็งจะกลัวเมียก็ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ"
"มึงพูดเหมือนตัวเองไม่กลัวลินเลยนะ"
ชายวัยกลางคนเริ่มเสวนากันอย่างไม่ลงรอยนัก เมื่อพูดถึงบรรดาภรรยาของตัวเอง และฝ่ายที่เกริ่นนำถึงเื่แอลกอฮอล์รสเลิศไปเมื่อสักครู่มีชื่อว่าทิวเขา เป็นักธุรกิจที่ทำงานให้กับบริษัทใหญ่
และชายคู่สนทนาฝั่งตรงข้ามมีชื่อว่าภูผา เป็พ่อบ้านที่มีธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านขายขนมปังฝรั่งเศสกับภรรยา
สองครอบครัวหลบภัยจากเมืองกรุงมาพักแรมที่ริมทะเล บ้านพักต่างอากาศที่ทิวเขาได้โบนัสมาจากการทำงาน ซึ่งประธานคนโปรดผู้มีอายุน้อยแต่เก่งรอบด้าน เป็คนให้ตั๋วอยู่ฟรีกินฟรีมา1ใบ
ทั้งบ้านพักและร้านอาหารสามารถรังสรรค์ได้ตามใจชอบ เพราะทุกอย่างอยู่ในเครือธุรกิจของประธานภัทร จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม แถมยังสามารถอยู่ได้ถึงสามวันสองคืน
ทิวเขาจึงเอ่ยปากชวนเพื่อนบ้านของตนให้มาด้วยกัน
"ไงจ๊ะหนุ่มๆ คุยอะไรกันอยู่เหรอ?" สาวตาสวยเอ่ยถามขึ้น เมื่อตนสืบเท้าเข้ามาถึงโต๊ะหินอ่อนขนาดยาว แล้วพบว่าสามีกำลังฉอเลาะกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน ร่างอรชรจึงค่อยๆวางอาหารทะเลในมือลง พร้อมหย่อนกายลงนั่งข้างๆสามีของเธอ
"ลินมาก็ดีแล้ว ไอ้ทิวมันจะชวนเราดื่มอะ บ่นมันเลย" พ่อหนุ่มขี้ฟ้องเริ่มเอื้อนเอ่ยโยนความไปที่เพื่อนของตนอย่างไว
ส่วนฝ่ายที่ถูกครหาก็ได้แต่ถลึงตาใส่อย่างหนัก ยามเพื่อนที่คบหากันมาั้แ่แบเบาะหักหลังกันซึ่งๆหน้า
"พ่อคะ อย่าว่าพ่อทิวสิคะ"
"โธ่! นับฟ้าลูก ทำไมถึงไม่เข้าข้างพ่อเลยเนี่ย!"
"พ่ออยากกินอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ" ลูกสาวคนโปรดเล่นงานพ่อตัวเองด้วยใบหน้ายิ้มแป้น เพราะก่อนที่จะเดินทาง เธอได้ฟังพ่อตัวเองบ่นพึมพำว่างานนี้ถ้าไม่มีเบียร์คงกร่อยน่าดู
"ผมว่าพ่อภูไม่ผิดหรอกครับ พ่อผมชวนก่อนแน่ๆ" เสียงทุ้มต่ำของหนุ่มอีกคนสะท้อนสวนขึ้นมา
"ไอ้เ้าขุนเขา นี่แกไม่คิดจะอยู่ข้างพ่อเลยหรือไง" ทิวเขาเริ่มพร่ำบ่นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเอง
และเมื่อเกิดการโต้วาทีขึ้น สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็สมรภูมิรบ ระหว่างศึกพ่อลูกไปเสียแล้ว เนื่องจากทั้งลูกสาวและลูกชายต่างก็เข้าข้างฝ่ายตรงข้าม แทนที่จะเป็พ่อของตัวเอง
กล่าวถึงสองครอบครัวที่มีสมาชิกทั้งหมดบ้านละสามคน ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูก ซึ่งจะผิดกันเล็กน้อยก็เพียงบ้านหนึ่งมีลูกสาว บ้านหนึ่งมีลูกชาย
แต่ถึงแม้จะแตกต่างแค่ไหน พวกเขาก็ยังคงสานสัมพันธ์กันมายาวนาน จากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูก...
ภูผาและสายรุ้งมีลูกสาวชื่อนับฟ้า
ทิวเขาและลินดามีลูกชายชื่อขุนเขา
ภูผาและทิวเขาเป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็ก เพราะรุ่นพ่อแม่ก็เคยซี้ปึ้กกันมาก่อน จนกระทั่งตกทอดมาถึงรุ่นหลาน ณ ปัจจุบันกลายเป็ว่านับฟ้ากับขุนเขาเองก็เป็เพื่อนสนิทกันมาั้แ่เด็ก ถึงแม้จะสนิทกันแบบหยุมหัวก็ตาม
.
.
.
"นี่ยัยตาโต เธอจะไปไหน"
"ฉันจะไปไหนมันก็เื่ของฉันไหมไอ้ตาตี่" คนตัวเล็กรีบสาวเท้าเดินอย่างไม่เหลียวหลัง ทั้งยังบ่นอุบในใจให้กับเ้าคนที่เดินตามเธออยู่ตอนนี้
เมื่อมื้ออาหารยามบ่ายของวันแรกได้จบลง พ่อแม่ของทั้งคู่ต่างเข้าไปในเมืองเพื่อหาวัตถุดิบมาทำบาร์บีคิวมื้อดึกสำหรับคืนปาร์ตี้
ส่วนลูกๆของพวกเขาขอไม่ตามไปด้วย เพราะอยากออกเดินชมวิวตามประสาวัยรุ่น และตอนนี้ก็เกิดการไล่สืบเท้าเดินตามหลังกันอย่างหนัก
เมื่อฝ่ายหนึ่งอยากเดินเล่นชิวๆ ทว่าอีกฝ่ายต้องเดินตามเพราะพ่อแม่สั่งไว้
นับฟ้าและขุนเขามักจะทะเลาะเบาะแว้งค่อนข้างบ่อย เนื่องจากเป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยม.ปลาย ฝั่งพ่อของพวกเขาอาจจะดูสนิทกว่า แต่มาถึงรุ่นลูกดูท่าจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่
บ้านของขุนเขาย้ายไปเมืองนอกเมื่อยี่สิบปีก่อน ทำให้ลูกทั้งสองได้พบหน้ากันก็ตอนสมัยที่ยังจำความไม่ได้ แต่พอครอบครัวขุนเขาย้ายกลับมา
เด็กน้อยทั้งสองก็พากันเติบโตหมดแล้ว
และด้วยความที่ต่างเพศ ทำให้่แรกๆเกิดกระทบกระทั่งกันบ่อย จนในบางครั้งถึงขั้นทะเลาะบ้านแทบแตก โชคยังดีที่ต่างฝ่ายมีพ่อแม่เป็กองหนุน ทำให้สามารถกลับมาพูดคุยและสนิทกันได้จนถึงทุกวันนี้
"จะเดินไปถึงไหนเนี่ย!" คนตามเริ่มตัดพ้อด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย เมื่อมองแผ่นหลังบางของนับฟ้าแล้วเธอไม่มีทีท่าจะหยุดลง
"ก็หยุดตามฉันสักทีสิ!"
"ถ้าแม่ไม่สั่ง ฉันคงไม่ตามเธอหรอก"
"..." ฝีเท้าเล็กหยุดชะงัก พร้อมหันกลับไปหาคนปากมากที่ยืนอยู่ด้านหลัง สายตาขุ่นข้องทอดมองคนตัวโตอย่างงุ่นง่าน ยามไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไร ก็อ้างแม่ตลอด นับฟ้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเ้าหมอนี่ถึงเอาแต่บ่นๆ แต่ก็ยังตามเธอต้อยๆ แล้วสุดท้ายก็จบลงที่แม่สั่ง
"มองทำไม"
"..."
"นี่! ฉันถามทำไมไม่ตอบ" ขุนเขาเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงกำชับขึ้นอีกระดับ เมื่อถูกคนตัวเล็กเล่นงานด้วยการจ้องเขม็งมาที่ตนอย่างเอาจริงเอาจัง
ครั้นจะถกเถียง เธอก็ไม่ปริปากสิ่งใดออกมา แต่เวลาที่ถูกสายตาอันบางเบาเล่นงาน คนหัวเสียอย่างเขาก็ต้องยอมลดทอนดวงตาคมลง "เออ ไม่ตามแล้วก็ได้ อยากไปไหนก็เชิญ" เสียงประชดเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าบึ้ง พร้อมหย่อนกายนั่งลงบนทรายขาว เพื่อบอกเป็นัยว่าเขาจะปักหลักที่นี่ตอนนี้