ไลท์และเบเรียลนำเต็นท์เวทย์มนต์ขนาดใหญ่ออกมาตั้งไว้ที่ทุ่งหญ้าพร้อมกับหยิบอาหารออกมานั่งกินด้วยความสบายใจ
หลังจากที่กินอาหารกันเสร็จแล้วทั้งสองก็ออกสำรวจพื้นที่รอบๆไปด้วย โดยที่เขาได้วางม่านพลังป้องกันเอาไว้ที่รอบๆเต็นท์ของพวกเขาเพื่อป้องกันไม่ให้มีสัตว์ร้ายหรือสัตว์เวทย์บุกเข้าไปในเต็นท์
ป่าอูการ์นั้นมีสัตว์เวทย์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และก็ยังมีสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งในระดับAหลายตัวเลยทีเดียว ส่วนสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งในระดับSนั้นยังไม่เจอแม้แต่ตัวเดียว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปถึงสิบวัน
ในขณะที่ไลท์และเบเรียลกำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่ บนท้องฟ้าก็มีกลุ่มคนสามคนบินลงมา
ไลท์มองดูก็พบว่าเป็นชายวัยกลางคนทั้งสามคน หนึ่งคนสวมชุดหรูหราและมีคฑาสีแดงอยู่ในมือ คนที่สองสวมชุดเกาะสีเงินและสะพายดาบใหญ่ไว้ด้านหลัง คนสุดท้ายสวมชุดธรรมดา และทั้งสามคนต่างก็มีออร่าของระดับS
“ ดูจากทิศทางแล้วคนพวกนี้น่าจะมาจากอาณาจักรแสงจันทร์ ” ไลท์พูดขึ้น
ไม่นานทั้งสามคนก็เดินมาหาไลท์ก่อนที่จะโค้งคำนับให้กับไลท์และเบเรียลอย่างสุภาพ
“ ท่านไลท์ ผมคือราชาบาร์ดูแห่งอาณาจักรแสงจันทร์ ส่วนนี้คือองครักษ์ส่วนตัวของผมชื่อว่าดาร์เมียน ” บาร์ดูพูดขึ้น
“ ท่านไลท์ ผมคือผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยแห่งเมืองหลวง ชื่อว่าโกดิอัส ” โกดิอัสพูดด้วยความเคารพ
“ มานั่งด้วยกันก่อนสิแล้วก็รอแขกอีกสองกลุ่มด้วย ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะหยิบโต๊ะยาวออกมาวางไว้บนพื้น
รอแขกอีกสองกลุ่ม
‘ หรือว่าท่านไลท์ไม่ได้เชิญพวกเรามาแค่กลุ่มเดียว ’ บาร์ดู ดาร์เมียน โกดิอัสมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นความสงสัยบนใบหน้าของแต่ละคน
ไม่นานหลังจากที่พวกบาร์ดูนั่งเก้าอี้ บนท้องฟ้าก็มีกลุ่มคนสามคนบินลงมา
บาร์ดูมองไปก็พบว่าเป็นราชาโคเอนเทียร์จากอาณาจักรแซมเบิ้ล ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ชื่อว่ามาร์ก้า และคนสุดท้ายคือผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยอีราฟ
เมื่อราชาโคเอนเทียร์เห็นราชาบาร์ดูที่นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วเขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะมีราชาคนอื่นที่นอกเหนือจากเขาที่ถูกเชิญมาโดยท่านไลท์
ทางฝั่งราชาบาร์ดูที่เห็นราชาโคเอนเทียร์แล้วเขาก็รู้ได้เลยว่าแขกกลุ่มสุดท้ายก็น่าจะเป็นราชาเซอกี้แห่งอาณาจักรแรมเดียร์
‘ อยากรู้จริงๆว่าท่านไลท์เรียกพวกเราสามราชามาทำอะไรที่นี้? ’ บาร์ดูครุ่นคิด
“ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะบาร์ดู ” โคเอนเทียร์พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆพร้อมกับนั่งลงด้านหน้าของบาร์ดู
“ นั้นสิไม่ได้เจอกันนานแล้วจริงๆ…จะบ้าเรอะแกเพิ่งจะเจอกับฉันเมื่อหนึ่งปีก่อนเองไม่ใช่เรอะทำอย่างกับไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบปี ” บาร์ดูตะโกนออกมาก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะพร้อมกัน
เนื่องจากอาณาจักรแสงจันทร์เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดและทรงพลังที่สุดในรอบๆนี้ ทำให้เขาเปรียบเสมือนกับพี่ใหญ่ของอาณาจักรรอบๆ นอกจากนี้โคเอนเทียร์ก็ยังแต่งงานกับน้องสาวของบาร์ดูอีกด้วยทำให้ทั้งสองสนิทกันอย่างมาก
“ ฉันเองก็นึกไม่ถึงเลยว่าท่านไลท์จะเชิญแกมาที่นี้ด้วย ” บาร์ดูพูดขึ้น
“ ฉันเองก็ตกใจเหมือนกันที่เจอแกที่นี้เหมือนกัน ฉันเองก็อยากรู้ว่าท่านไลท์เรียกพวกเรามาทำอะไรที่นี้ ” โคเอนเทียร์เหลือบมองไปที่ไลท์ที่กำลังคุยกับเบเรียลอยู่
“ ไม่ใช่แค่พวกเราหรอก ยังมีเจ้าโทเลย์อีกคนด้วย ” บาร์ดูพูดขึ้น
“ แล้วนายรู้ได้อย่างไรว่ายังมีเจ้าโทเลย์ด้วย? ” โคเอนเทียร์ถามด้วยความสงสัย
“ ก็ท่านไลท์บอกกับฉันตอนที่ฉันเพิ่งจะมาถึงว่ายังเหลือแขกอีกสองกลุ่มและพอนายมาฉันก็คิดว่าแขกอีกคนก็น่าจะเป็นเจ้าโทเลย์อีกหนึ่งคน ” บาร์ดูพูดขึ้น
โคเอนเทียร์พยักหน้ารับเบาๆและก็เป็นอย่างที่บาร์ดูบอก
บนท้องฟ้าก็มีกลุ่มคนสามคนบินลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งพวกเขาก็คือคนจากอาณาจักรแรมเดียร์
พวกเขาคือราชาโทเลย์แห่งอาณาจักรแรมเดียร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดโจเซฟ ผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยสโกเมียร์
ทางฝั่งราชาโทเลย์มองเห็นราชาบาร์ดูและราชาโคเอนเทียร์ก็หรี่ตาลง ก่อนที่จะบินลงมาด้านล่าง
ไลท์ที่เห็นว่าแขกมาครบแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วก็เดินมาหาทั้งสามคน
ราชาทั้งสามมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคารพ แม้ว่าไลท์จะไม่ได้ปล่อยออร่าออกมาแต่พวกเขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่ปล่อยออกมาจากตัวของไลท์ได้
“ สวัสดีราชาทั้งสาม ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
ราชาทั้งสาม ผู้บัญชาการทหารสูงสุดทั้งสามและผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยทั้งสามรีบลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับให้กับไลท์ด้วยความเคารพ
“ ไม่ต้องมากพิธีหรอก ที่ฉันเชิญราชาทั้งสามมาก็เพราะฉันต้องการขออะไรบางอย่าง ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากนั้นไลท์ก็บอกให้ทุกๆคนมานั่งด้วยกันที่โต๊ะใหญ่ ซึ่งโต๊ะใหญ่นั้นสามารถนั่งได้หลายสิบคนเลยทีเดียว
เมื่อราชาทั้งสามได้ยินว่าไลท์ต้องการขออะไรบางอย่างก็พากันสงสัยและไม่เข้าใจว่าคนอย่างท่านไลท์ต้องการขออะไรจากพวกเขา
“ ฉันไม่ได้ขออะไรมากหรอกเพียงแค่ฉันต้องการพื้นที่ของป่าอูการ์เท่านั้น ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อสามราชาได้ยินว่าไลท์ต้องการพื้นที่ของป่าอูการ์ก็พากันตกใจ เพราะป่าอูการ์นั้นมีขนาดใหญ่และมีความกว้างถึงห้าร้อยกิโลเมตรเลยเดียว นอกจากนี้ป่าอูการ์ก็ยังเป็นป่าที่ติดอยู่กับพื้นที่ของสามอาณาจักรอีกด้วย
“ ไม่ทราบว่าท่านไลท์ต้องการป่าอูการ์ไปทำอะไรงั้นหรอครับ? ” บาร์ดูถามออกมาด้วยความสงสัยและอยากรู้
“ ฉันต้องการที่จะสร้างเมืองของฉันขึ้นภายในป่าอูการ์แห่งนี้ ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อราชาทั้งสามได้ยินว่าท่านไลท์ต้องการที่จะสร้างเมืองก็พากันตกใจ
“ ท่านไลท์ต้องการที่จะสร้างเมืองที่ตรงนี้หรอครับ? ” บาร์ดูถามออกมา
“ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้า
“ ท่านไลท์ต้องการพื้นที่ทั้งหมดภายในป่าอูการ์หมดเลยหรอครับ? ” โคเอนเทียร์ถามออกมา
“ ใช่แล้วล่ะ ฉันต้องการพื้นที่ทั้งหมดป่าอูการ์ แน่นอนว่าฉันเองก็ไม่ให้พวกนายต้องเสียผลประโยชน์หรอก ซึ่งหลังจากที่ฉันสร้างเมืองเสร็จแล้วฉันก็จะสร้างโรงเรียนสอนการต่อสู้ขึ้นด้วย และฉันจะให้พวกนายสามารถส่งลูกหลานเข้ามาร่ำเรียนที่โรงเรียนของฉัน แน่นอนว่าฉันจะสอนวิชาดาบให้กับพวกเขาด้วย ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อราชาทั้งสามได้ยินว่าท่านไลท์จะสอนวิชาดาบให้ด้วยก็ตื่นเต้นขึ้นมา ใครบ้างจะไม่รู้ว่าท่านไลท์นั้นเป็นผู้ใช้ดาบที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของโลก ถ้าหากลูกหลานของพวกเขาได้เรียนวิชาดาบจากท่านไลท์ก็อาจจะทำให้ลูกหลานของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นแม้ว่าจะไม่ใช่ตัวตนที่แข็งแกร่งแต่ก็ไม่ใช่คนที่อ่อนแออย่างแน่นอน
สำหรับไลท์ยังเหลือเวลาอีกยี่สิบปีก่อนที่จะเกิดเรื่องของหอคอยแห่งนิรันดร์จะพังทลาย เขาสามารถสร้างกองกำลังของเขาขึ้นมาเองได้และกองกำลังของเขานั้นจะต้องแข็งแกร่งและช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ให้ได้มากที่สุด เพราะเหตุนี้เขาจึงต้องการสร้างเมืองของเขาขึ้นมาและรวบรวมกำลังคนของเขาเองด้วย
“ อ่อแล้วก็ถ้าหากในอนาคตเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นฉันจะส่งคนของฉันเข้าช่วยเหลืออย่างแน่นอน ” ไลท์พูดขึ้น
คนของท่านไลท์แน่นอนว่าคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ที่แข็งแกร่ง
โคเอนเทียร์และโทเลย์มองไปที่บาร์ดู ถึงอย่างไรบาร์ดูก็คือพี่ใหญ่ของพวกเขา อาณาจักรแสงจันทร์ของบาร์ดูยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะฉะนั้นพวกเขาจึงยกการตัดสินใจให้กับบาร์ดู
บาร์ดูมองดูโคเอนเทียร์และโทเลย์ก็ได้แต่ยิ้มออกมาและพยักหน้ารับ
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ พวกเรานับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านไลท์ต้องการสร้างเมืองขึ้นที่นี้ และผมเป็นตัวแทนของสามอาณาจักรจะช่วยเหลือท่านไลท์ในการสร้างเมืองที่นี้ขึ้นมาครับ ” บาร์ดูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ส่วนสามผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยเมื่อได้ยินว่าท่านไลท์ต้องการสร้างเมืองของตัวเองก็พากันตื่นเต้นขึ้นมาและคาดหวังว่าพวกเขาจะได้เป็นผู้ดูแลสมาคมนักผจญภัยของเมืองของท่านไลท์
การที่พวกเขาได้ช่วยเหลือท่านไลท์ในการสร้างเมืองนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขาเลยทีเดียว
“ ฉันต้องขอขอบคุณทุกคนด้วย ” ไลท์ยิ้มขึ้นก่อนที่จะหยิบสมบัติออกมาสามชิ้นและมอบให้กับราชาทั้งสามคน
“ ท่านไลท์เรื่องนี้พวกเราสมัครใจช่วยเองครับพวกเราไม่ต้องการของตอบแทนแม้แต่น้อย ” โคเอนเทียร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งบาร์ดูและโทเลย์ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของโคเอนเทียร์
“ เอาน่าถือว่าเป็นสิ่งเล็กน้อยในฐานะเพื่อนบ้านกันแล้วกัน ” ไลท์หัวเราะออกมา
เมื่อท่านไลท์พูดแบบนี้พวกเขาก็ได้แต่รับสมบัติที่ท่านไลท์มอบให้มาด้วยความจำใจ
หลังจากนั้นราชาทั้งสามก็ขอตัวกลับไปเตรียมตัวเพื่อที่จะส่งช่างออกแบบในการสร้างเมืองมาพูดคุยกับท่านไลท์
ผ่านไปหลายวัน
ข่าวที่ป่าอูการ์จะถูกสร้างขึ้นเป็นเมืองแห่งใหม่ก็กลายเป็นที่พูดคุยกันทั่วทั้งสามอาณาจักร พวกเขารู้แค่ว่าราชาของทั้งสามอาณาจักรตกลงกันที่จะส่งคนของตัวเองไปยังป่าอูการ์เพื่อทำการสร้างเมืองแห่งหนึ่งขึ้นเท่านั้น โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าราชาทั้งสามสร้างเมืองแห่งนี้ขึ้นมาทำไม
นอกจากนี้พวกเขาก็ยังรู้อีกว่าป่าอูการ์จะกลายเป็นอาณาเขตของเมืองที่จะสร้างขึ้นมาอีกด้วย เรื่องนี้ทำให้ชาวบ้านพากันประหลาดใจ แน่นอนว่าย่อมมีชาวบ้านที่ต้องอาศัยป่าอูการ์ในการดำเนินชีวิต แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่ออาณาจักรทั้งสามตัดสินใจเหมือนกัน
แต่โชคดีที่ไลท์บอกให้ชาวบ้านเหล่านั้นสามารถเข้ามาเก็บของป่าได้ตามปกติแต่แค่อย่าเข้าไปด้านในป่าอูการ์มากเกินไปเท่านั้น
ทางด้านไลท์เองก็ได้บอกกับพวกเดซี่แล้วว่าเขากำลังจะสร้างเมืองที่อยู่ในป่าติดกับอาณาจักรแสงจันทร์ และบอกให้พวกเธอมาหาพวกเขาได้เลย ส่วนทางด้านของจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ก็บอกให้พวกเขามีฟื้นฟูร่างกายที่นี้แทน
ไลท์บอกว่าให้พวกเขามาดูพื้นที่และเมืองของเขาก่อนจากนั้นค่อยกลับไปยังโลกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ก็ได้
แน่นอนว่าเมื่อเป็นคำสั่งของไลท์ เดซี่และคนอื่นๆก็ทำตาม ส่วนทางด้านจอมเวทย์ศักดิ์ิสิทธิ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องรอเวลาอย่างน้อยเป็นเดือนๆกว่าที่จะถึงคิวของเขา เพราะฉะนั้นการที่ย้ายที่แค่นี้ไม่ได้ทำให้พวกเขาไม่พอใจแต่อย่างใด พวกเขารู้สึกสนใจมากกว่าที่จะได้เห็นเมืองที่ท่านไลท์สร้างขึ้น
ทางด้านราชาทั้งสามคนก็ต้องอธิบายกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน เพราะพวกเขาย่อมมีคนที่เห็นด้วยและคนที่ต่อต้านการสร้างเมืองแห่งใหม่ที่ป่าอูการ์
ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงพวกเขาอยากรู้ว่าทำไมราชาของพวกเขาถึงได้ต้องการที่จะสร้างเมืองแห่งใหม่ขึ้นมานอกจากนี้เมืองแห่งนั้นก็ไม่ใช่เมืองของอาณาจักรของพวกเขาด้วย แถมราชาของพวกเขาก็ยังส่งเจ้าหน้าที่ที่ออกแบบบ้านเมืองและช่างฝีมือจำนวนมากไปที่ป่าอูการ์ และที่สำคัญคือทั้งสามอาณาจักรต่างก็ให้คำตอบเหมือนกันว่าเมืองแห่งใหม่ที่จะสร้างขึ้นนั้นเป็นเมืองที่จะเปลื่ยนแปลงอาณาจักรของพวกเขาไปตลอดกาล
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ระดับสูงพากันสงสัย ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาส่งคนไปตรวจสอบทันที พวกเขาต้องการที่จะรู้ว่าใครกันที่สามารถสั่งให้ราชาของพวกเขาทำแบบนี้แถมดูเหมือนราชาของพวกเขาจะให้การสนับสนุนอย่างดีอีกด้วย
เวลานี้ไลท์กำลังยืนคุยอยู่กับหัวหน้าผู้ออกแบบที่ถูกส่งมาจากอาณาจักรทั้งสามคน
หัวหน้าผู้ออกแบบได้รับคำสั่งให้ทำตามที่ชายสวมหน้ากากด้านหน้าทุกอย่างไม่ว่าเขาจะสั่งให้แต่งเติมอะไรก็ต้องทำให้ได้
หัวหน้าผู้ออกแบบเหล่านี้คือหัวหน้าผู้ออกแบบผังเมืองและการวางโครงสร้างของเมือง ส่วนการออกแบบบ้านเรือนนั้นเดี๋ยวค่อยไปคุยกับผู้ออกแบบบ้านเรือนโดยตรง
ไลท์ยังไม่ได้เปิดเผยตัวจริงออกมาเพราะเขาต้องการที่จะสร้างเมืองให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
หลังจากที่พูดคุยนานหลายชั่วโมง ในที่สุดไลท์ก็สามารถออกแบบเมืองได้สำเร็จ ซึ่งเมืองของไลท์นั้นจะใหญ่โตอย่างมาก ซึ่งสามารถจุคนได้มากกว่าสามล้านคนเลยทีเดียว แน่นอนว่าไลท์ไม่ได้คิดว่าจะให้คนจำนวนมากย้ายเข้ามาอยู่ในทันที แต่เชื่อเถอะว่าถ้าหากเขาประกาศไปว่าเมืองนี้คือเมืองของเขารับรองได้ว่าจะต้องมีคนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาอาศัยอยู่อย่างแน่นอน
เพราะโลกใบนี้อันตรายอย่างมากสำหรับเมืองเล็กๆเพราะอาจจะถูกองค์กรมืดบุกจู่โจมได้ทุกเมื่อ แม้ว่าสภาจอมเวทย์จะกวาดล้างองค์กรมืดไปเป็นจำนวนมาก พวกองค์กรมืดที่เหลือรอดอยู่ก็จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อที่จะทำลายเมืองอยู่ดี
การสร้างเมืองสำหรับโลกเวทย์มนต์นั้นเป็นอะไรที่ง่ายดายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นแหวนมิติที่เก็บวัสดุก่อสร้างได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ช่างก่อสร้างก็แข็งแรงอย่างมาก พวกเขาสามารถทำงานได้ทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันถึงสิบวันก็ยังได้ ทำให้การดำเนินการสร้างเมืองนั้นรวดเร็วอย่างมาก