นักเรียนใหม่
ในโดมตอนนี้เหลือเพียงเ้าหน้าที่บนเวที ที่ดูเหมือนจะไม่ได้คาดหวังอะไรจากจงลั่วแล้ว คนต่อมาคือศาสตราจารย์ลูเซียโน่ ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของโรงเรียนอวาเรส และเป็ประธานในพิธีเข้ารับการทดสอบในครั้งนี้ และคนสุดท้ายก็คืออาจารย์ประจำวิชาศาสตร์มืดนาโอมิ ส่วนอาจารย์คนอื่น ๆ ก็ต่างแยกย้ายกัน พานักเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตัวเองไปแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ส่วนผู้ชมเมื่อเห็นว่าคงไม่มีใครที่ผ่านการทดสอบอีก ต่างก็แยกย้ายกันจากไป
"แม่หนู...แม่หนูน้อย!" กรรมการผู้คุมสอบเรียกเสียงดัง
"จจจะ...จงหลิงคะ" จงลั่วที่ยังคงเหม่อลอยเรียกสติกลับมาอีกครั้ง เขาตั้งใจจะปลอมชื่อตัวเอง เพื่อป้องกันเหตุผิดพลาดที่อาจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
"จะทดสอบต่อไหม รึว่าจะ..."
"ทดสอบคะ"จงลั่วพูดพร้อมกับเดินตรงไปที่ยังหินทั้งเจ็ดก้อน เขาแบมือทั้งสองข้างออก และหงายมันขึ้นตามแบบที่ผู้สมัครคนอื่น ๆ ทำก่อนหน้า แม้จะมีความกดดันมหาศาล และรู้ดีว่าโอกาสที่จะผ่านการทดสอบนั้นมีเพียงแต่ปาฏิหาริย์เท่านั้น แต่จงลั่วก็ยังคงหวังลึก ๆ ในใจ
"เ้า...เ้าไม่ใช่มนุษย์!"เสียงหนึ่งดังก้องเข้ามาในหัวของจงลั่ว
"ไม่ ไม่..."อีกเสียงที่แตกต่างจากเสียงแรกแย้งขึ้น "ข้าว่าเ้านี่มีกลิ่นอายของมนุษย์ แต่มีกลิ่นของอสูรที่แรงกว่า
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงที่แตกต่างจากสองเสียงแรกหัวเราะขึ้น "เ้าแก่ขี้หลงขี้ลืม พวกเ้าดูไม่ออกจริง ๆ รึ"
"ดูอะไร" สองเสียงแรกพูดขึ้นพร้อมกัน
"เ้านี่เป็มนุษย์ ที่ใช้ไอเทมของอสูรต่างหากละ"
"หา จริงรึ"
"พวกเ้าจำราชินีซัคคิวบัสได้ไหม"
"อืม..."เสียงครางต่ำในลำคอ "อ๋อ...แม่สาวทรงสะบึมสุดแจ่ม ข้าจำได้ละ"
"ที่เ้าหนูนี่สวมใส่คือ ชุดของราชินีซัคคิวบัสยังไงละ"
"หาชุดของราชินี นั่นมันหัวหน้าสัตว์อสูรระดับมายา ถ้าพูดถึงความแข็งแกร่งมันเกินกว่าอสูรมายาไปอีกมากเลยนะ"
"แน่นอน เ้าไม่เชื่อข้าที่เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านไอเทม และธาตุทั้งห้ารึไง" เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง "แต่เพราะเป็ไอเทมระดับมายานี่ละ ข้าเลยมองไม่ทะลุถึงเ้าตัวที่อยู่ข้างใน แต่ข้ารู้สึกถึงกลิ่นอายความเป็มนุษย์อ่อน ๆ ของมันอยู่"
"อืม ถ้าเป็เช่นที่เ้าว่าก็คงไม่ผิด งั้นพวกเราก็ลองมาประเมินพลังของเ้าหนูนี่กัน"
"ดี ข้าก็อยากรู้นักว่ามันจะเก่งกาจสักแค่ไหน ทำไมถึงมีไอเทมระดับนี้มาสวมใส่"
เสียงของทั้งสามหายไปแล้ว เหลือเพียงจงลั่วที่ยืนนิ่งเหงื่อแตกอยู่ด้วยความสงบ แม้เขาจะได้ยินเสียงสนทนาอันแปลกประหลาดแต่ก็ไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นเลย และตอนนี้เขาก็ยังไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นดูผลการทดสอบ
แปะ แปะ..
แปะ แปะ แปะ...
แปะ แปะ แปะ!!! แปะ...เสียงปรบมือดังขึ้น แม้จะมีคนที่รับรู้ผลการทดสอบเพียงไม่กี่คน แต่เสียงของมันกลับดังก้องสะท้านไปทั้งโดม
"นี่มันเหลือเชื่อชัด ๆ เด็กสาวคนนี้ต้องกลายเป็ตำนานของอวาเรสอย่างแน่นอน"ศาสตราจารย์ลูเซียโน่ถึงกับลุกขึ้นยืนและเอ่ยขึ้นด้วยอาการตกตะลึง เพราะหินทั้งเจ็ดก้อนกลับส่องแสงเรืองรองขึ้นพร้อมกันทั้งหมด
เหตุการณ์เหลือเชื่อเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้เพียงกฎข้อยกเว้นในอดีต ก็กล่าวเพียงว่าหากผู้ที่มีพลังเวทอันอ่อนแอ แต่กลับสามารถบงการธาตุได้เกินกว่าสามธาตุให้ถือว่าผู้นั้นผ่านการทดสอบ แต่การที่มีบุคคลใดก็ตามที่สามารถเชื่อมต่อได้กับธาตุทั้งเจ็ด ไม่ใช่แค่ผ่านการทดสอบ แต่เขาคนนั้น้าเป็ตำนานของอวาเรส...ไม่สิต้องกลายเป็ตำนานของทั้งแผ่นดินไกอาในอนาคตอย่างแน่นอน
นาโอมิ ที่ยังคงตื่นเต้นไม่หายรีบพุ่งตัวไปรับจงลั่ว ก่อนและอุ้มหล่อนหายเข้ากลับเมฆไปในทันที
"นาโอมิรึ..."ศาสตราจารย์ลูเซียโน่เอ่ยขึ้น "สงสัยหลานจอมแสบไอรีนจะพบคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อซะแล้วสินะ"
นาโอมิไม่รอให้จงลั่วเอ่ยปาก หล่อนก็จับเขาประทับตราในหนังสือรับรองการเป็อาจารย์ที่ปรึกษาในทันที แถมหล่อนยังไปสั่งเ้าหน้าที่ทดสอบให้ปิดเื่ของจงลั่วเป็ความลับ ส่วนศาสตราจารย์ลูเซียโน่เองก็ไม่ใช่คนที่ชอบพูดมากอยู่แล้ว และเขาก็เห็นด้วยกับนาโอมิที่จะเก็บจงลั่วไว้เป็ความลับ เพราะเด็กที่มีพร์ขนาดนี้ แต่กลับมีพลังเวทที่อ่อนแอ อาจ้าเวลาเพาะบ่มที่มากเป็พิเศษ แต่หากข่าวที่น่าตกตะลึงนี้ รั่วไหลออกไป คงไม่เป็ผลดีในเื่ความปลอดภัย หรืออาจจะถูกโรงเรียนชื่อดังจากอาณาจักรอื่นมายื้อแย่งไปได้
และเมื่อสิ้นสุดการคัดเลือกนักเรียนใหม่ซึ่งปีนี้โรงเรียนอวาเรสได้รับนักเรียนใหม่ทั้งสิ้น 44 คน โดยยี่สิบสี่คนเป็ผู้ผ่านการคัดเลือกในวันแรก และอีกยี่สิบคนเป็ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันที่สอง
จากการประกาศของโรงเรียนต่อสาธารณชน ปีนี้มีนักเรียนที่โดดเด่นด้วยกัน สามคนในสายเวทคือ วิโอล่าผู้ที่ถือว่าเป็อันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้ ตามมาด้วยทายาทตระกูลโดมินิก อลันผู้ที่ใช้ธาตุทั้งสาม และคนสุดท้ายเรอาผู้ที่ใช้ธาตุทั้งสอง ส่วนผู้ที่โดดเด่นในสายพลังมีเพียงสองคน คือ ออสก้าอัศวินจากตระกูลเอ็ดดาร์ด และไพธอนผู้ที่มีพลังไม่ต่างจากออสก้า แต่กลับเลือกที่จะเข้าเรียนในศาสตร์แห่งนักรบ
เมื่อนักเรียนใหม่ทุกคนได้อาจารย์ที่ปรึกษากันแล้ว ก็เป็เื่ของกฎระเบียบและที่พัก ซึ่งโรงเรียนอวาเรสก็มีหอพักแยกชายหญิง และแยกชั้นปีต่าง ๆ โดยโรงเรียนจะแบ่งออกเป็ของนักเรียน 3 ระดับ อีกสองส่วนคือของอาจารย์ และนักเวทที่ยังคงทำงานต่อให้โรงเรียน
โดยหอพักอันดับแรกคือ หอพักนักเรียนใหม่ สองคือนักเรียนที่อยู่ในระดับนักเรียนเวท สามเมื่อนักเรียนเวทสอบผ่านก็จะเลื่อนขึ้นเป็นักเวทฝึกหัด และเมื่อสามารถเลื่อนจากนักเวทฝึกหัดไปเป็นักเวทเต็มตัวก็จะถือว่าได้จบการศึกษาพื้นฐานแล้ว และนักเรียนทุกคนจะมีเวลาเรียนจนกว่าจะถึงอายุ 20 ปีเท่านั้น หากอายุเกิน 20 ปีแล้วยังไม่สามรถเลื่อนระดับเป็นักเวทได้ ก็จะต้องออกจากโรงเรียนไปโดยปริยาย
(ในที่นี่จะไม่กล่าวถึงนักรบและอัศวิน แต่ทั้งสองก็อยู่หอพักร่วมกันกับนักเวท และแยกระดับแบบเดียวกัน แต่จะกล่าวถึงเฉพาะนักเรียนเวทเพื่อความสะดวก)
"หอพักหญิงมีอา จะเป็ที่อยู่ใหม่ของพวกเธอ" อาจารย์ผู้ดูแลหอพักหญิง เอ่ยกับนักเรียนใหม่ "ขอให้เธอแยกไปยังห้องพักตามหมายเลขกุญแจที่ได้ เมื่อจัดการกับข้าวของ และเื่ส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ขอให้มารวมกันที่ล็อบบี้ด้านหน้านี้"
หล่อนชี้ไปที่เด็กสาวรุ่นพี่ที่มายืนออกันดูหน้าน้องใหม่ "แน่นอนรุ่นพี่พวกเธอจะมารับ่ต่อ และพวกหล่อนจะพาพวกเธอไปดูสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมต้อนรับ" การแนะนำหอพักจบลง นักเรียนใหม่ต่างก็แยกย้ายกันไปยังห้องพักของตัวเอง โดยนักเรียนใหม่จะได้อยู่ที่โซนลึกสุดของชั้นที่หนึ่งเท่านั้น
จงลั่วเดินมองไปรอบ ๆ และเขาอดที่จะอมยิ้มไม่ได้เมื่อผ่านไปเห็นประตูเหล็กปิดตายที่เชื่อมต่อลงไปยังห้องอาบน้ำชั้นใต้ดิน