หลินอู๋เฉินเงยหน้าขึ้นมองสาวตรงหน้า “นั่งลงก่อนสิ”
“ขอบคุณค่ะ”
ผู้ชายตรงหน้าดูหน้าตาค่อนข้างธรรมดาแต่ก็ไม่แย่ ดังนั้นซ่งจื่อจิงจึงไม่รู้สึกรังเกียจ
“เธอเป็อะไรกับซ่งเฉินหยู” เขาถามหลังจากสำรวจใบหน้าและร่างกายของหล่อน
หากเทียบกับซ่งเฉินหยูแล้วไม่เห็นว่าจะด้อยกว่ากันตรงไหน โดยเฉพาะหน้าอกเต่งตึง ดูยังไงก็ดีกว่าของซ่งเฉินหยู
หญิงสาวตระกูลซ่งตอบเถรตรง “เป็ลูกพี่ลูกน้องค่ะ”
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”
โดยไม่ให้เสียเวลาซ่งจื่อจิงนำบัตรขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับกระเป๋าที่มีโฉนดที่ดิน คีย์การ์ดคู่หนึ่ง
“ในบัตรนี้มีเงินสิบล้านหยวน รหัสคือ 8888... และนอกจากนั้นยังมีนี่ค่ะ บ้านพักใกล้กับทะเลสาบหูถิง คุณหลินได้โปรดตรวจสอบ”
ซ่งจื่อจิงเป็สมาชิกตระกูลซ่งก็จริง แต่หล่อนไม่ได้มีเงินมากมายพอที่จะซื้อบ้านพักใกล้ทะเลสาบที่ขึ้นชื่อเื่ความสวยงามเมืองชุนเหลียน
ราคาบ้านหนึ่งหลังเล็กที่สุดก็ 10 ล้านหยวน แต่ของหลินอู๋เฉินใหญ่ขึ้นมาหน่อย อยู่ในระดับกลางๆ 20 ล้านหยวน
แม้จะเป็อย่างนั้นก็ตาม บ้านยังถือว่ามีขนาดใหญ่ โอบล้อมด้วยธรรมชาติแสนงดงาม แล้วแบบนี้จะไม่ให้ซ่งจื่อจิงอิจฉาได้ยังไง
หลินอู๋เฉินตรวจสอบโฉนดที่ดินคร่าวๆ ส่วนบัตรเขาเก็บไว้ในกระเป๋า
“โอเค งานของเธอจบแล้ว กลับไปได้”
“อะไรนะคะ...” ซ่งจื่อจิงตะลึง
เพื่อที่จะมาหาหลินอู๋เฉินคนที่คุณปู่เกรงกลัว เธอต้องตื่นมาตีสี่เพื่ออาบน้ำแต่งตัวทำผม แถมตอนเช้ายังต้องรอเขาหน้ามหาวิทยาลัยอยู่หลายชั่วโมงกว่าจะได้พบ แต่ตอนนี้เขากลับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา อย่างกับว่าเธอไม่มีค่างั้นแหละ
“ไม่ได้ค่ะ คนขับรถกลับไปแล้ว” ซ่งจื่อจิงกัดฟันแน่น แต่ยังแสร้งแสดงรอยยิ้มบนใบหน้า
“กลับแล้ว...? งั้นก็เรียกแท็กซี่สิ” หลินอู๋เฉินยังดูสงบ ไม่วอกแวกกับความสวยตรงหน้า
“เอ่อ...ฉันไม่มีเงินติดตัวเลยสักหยวน จะกลับได้ยังไงล่ะค่ะ ตอนนี้เที่ยงแล้วฉันหิวข้าวมาก คุณหลินคงไม่ใจร้ายกับฉันหรอกใช่ไหมคะ” ซ่งจื่อจิงหน้าร้อนผ่าว เป็คนรวยรุ่นที่สองแต่ต้องมาอ้อนวอนคนอื่นเพื่อข้าวหนึ่งจาน น่าสมเพชเกินไปแล้ว!
“หืม...เธอเป็ลูกหลานตระกูลซ่งจริงหรือเปล่าเนี่ย ทำไมถึงไม่มีเงินล่ะ”
“เอ่อ...เพราะที่บ้านบอกว่าอยากให้ฉันมารับใช้คุณหลิน ต้องทำให้คุณหลินพอใจ ดังนั้นเงินจึงไม่จำเป็ค่ะ” ซ่งจื่อจิงไม่ได้โกหก แรกเริ่มคนที่มาควรเป็ซ่งเฉินหยูแต่ยายนั่นกลับหนีไปไม่ยอมกลับบ้าน โชคร้ายจึงตกมาที่เธอ
ซึ่งจื่อจิงรู้ว่าตัวเองไร้ความสามารถ นอกจากหน้าตาและรูปร่างก็ไม่มีสิ่งใดน่าดึงดูด
ดังนั้นถึงจะน่าอายหรือไร้ศักดิ์ศรีไปบ้าง แต่หล่อนก็อยากจะทำให้คุณหลินพอใจ
เมื่อเป็แบบนั้นตระกูลซ่งจะมองเธอในมุมที่ต่างจากเดิม
ยกระดับฐานะเหนือกว่าซ่งเฉินหยู!
“ตาแก่นั่นยังคิดแบบนี้อีกสินะ เห้อ...” หลินอู๋เฉินไม่คิดว่าเธอโกหก เพราะเมื่อวานเ้าบ้านซ่งบอกว่าอยากให้หลานสาวมาดูแล แถมจะยกหลานสาวให้เป็เมีย
ซึ่งฟังดูเหมือนล้อเล่นแต่สำหรับเ้าตระกูลที่มองถึงความก้าวหน้าเป็หลัก การขายหลานสาวก็ไม่เห็นจะเป็ปัญหา
“เอาล่ะรอสักครู่ เดี๋ยวฉันหาบัตรสมาชิกให้เธอก่อน” หลินอู๋เฉินถอนหายใจ ล็อกอินเข้า'เว็บเทพา'ซื้อบัตรทานอาหารหนึ่งปีที่โรงแรมการ์เด้นกรีน
“ขอบคุณค่ะ”
แม้จะสงสัยเขาพูดหมายถึงอะไร แต่ซ่งจื่อจิงก็รู้สึกว่าสำเร็จมาครึ่งทางแล้ว
หลังจากเข้าไปในเว็บเขาต้องขมวดคิ้วทีหนึ่ง
เงินถูกใช้จนหมดั้แ่เมื่อวาน แถมศพยังขายได้ไม่ถึงสิบเหรียญ นับประสาอะไรกับการซื้อบัตรที่มีราคา 100 เหรียญ ดังนั้นการซื้อบัตรทานอาหารที่โรงแรมการ์เด้นกรีนเห็นทีคงเป็ไปไม่ได้
ส่วนเงินพันหยวนของเหวินจิงก็เติมน้ำมันหมดแล้ว
“นั่นคุณหนูซ่งนี่นา วันนี้มาทานอาหารที่นี่เหรอครับ แหมผมเนี่ยโชคดีจริงๆ”
ในขณะที่หลินอู๋เฉินกำลังขอยืมเงิน 3 รูมเมท 10 หยวนเพื่อเติมเว็บ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เข้ามา ดูเหมือนจะเป็คนรู้จักคุณหนูซ่ง
“ผู้จัดการเติ้ง ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้พบคุณที่นี่” ซ่งจื่อจิงตอบแบบขอไปที
สำหรับเธอผู้ชายคนนี้ก็แค่พนักงานคนหนึ่ง เทียบไม่ได้กับคนรวยรุ่นที่สอง
เติ้งหลุนรู้สึกมีความสุขเมื่อได้เห็นหน้าเธอ แต่ในไม่ช้าใบหน้าเริ่มดำคล้ำเมื่อสังเกตเห็นชายหนุ่มข้างๆ
“นั่นแฟนเหรอครับ”
“อ๋อ...เปล่าหรอกค่ะ” ซ่งจื่อจิงตอบ
“ไม่ใช่แฟนแสดงว่าต้องเป็เพื่อน งั้นผมขอนั่งด้วยคนสิครับ” เติ้งหลุนหน้าด้านไร้มารยาท ยังไม่ทันได้รับอนุญาตก็นั่งลงบนเก้าอี้ แต่ก่อนที่ก้นเขาจะถึงเก้าอี้ได้ถูกลากออกไปโดยเท้าหลินอู๋เฉิน เติ้งหลุนจึงล้มจ้ำเบ้ากับพื้น ใบหน้าแสบร้อนอับอาย
“ฉันอนุญาตแล้วเหรอนายถึงจะนั่ง” หลังจากได้รับเงินสิบหยวนจากรูมเมท หลินอู๋เฉินก็สั่งซื้อบัตรทานอาหารแล้วหันไปทักทายชายหน้าด้าน
ซ่งจื่อจิงแอบยิ้มมุมปาก วันนี้ทั้งวันโคตรน่าเบื่อ ตอนนี้มีเื่สนุกๆ เกิดขึ้นไม่แปลกหากจะอารมณ์ดี โดยเฉพาะเติ้งหลุนที่ชอบเข้ามาตีสนิท
ผู้จัดการเติ้งลุกขึ้นมาในสภาพหน้าดำคล้ำ ชี้มือพร้อมกับตวาด “นายไม่ใช่แฟนคุณหนูซ่ง แล้วทำไมฉันจะนั่งไม่ได้ นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน”
“แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมานั่ง โต๊ะนี้เป็ของฉัน” หลินอู๋เฉินย้อนถาม
“ก็เพราะว่าฉันรู้จักกับคุณหนู การที่เราจะนั่งโต๊ะเดียวกันก็เป็เื่ปกติ หรือว่านายมีปัญหา?” ผู้จัดการเติ้งกระชับคอเสื้อ “อีกอย่างดูจากชุดของนายคงเป็แค่นักศึกษาสินะ กระจอกชะมัด รู้ไหมว่าฉันเป็ถึงผู้จัดการแผนกการเงินซ่งกรุ๊ปฯ เงินเดือนหนึ่งหมื่นหยวน!”
พูดจบเติ้งหลุนรู้สึกว่าโลกทั้งใบนั้นเล็กจ้อย
ทำไมเขาถึงได้รวยแบบนี้นะ ทำงานอยู่ในบริษัทั์ใหญ่เมืองชุนเหลียนแถมยังเป็ผู้จัดการ
มีใครบ้างที่จะไม่อิจฉา!
สำหรับชายหนุ่มตรงหน้าก็แค่นักศึกษาคนหนึ่ง จะมาเทียบกับเขาได้ยังไง
“ผู้จัดการแผนกการเงิน ซ่งกรุ๊ปฯ เหรอ?” หลินอู๋เฉินขมวดคิ้ว
“ใช่ เป็ไงกลัวล่ะสิ ด้วยอำนาจของบริษัทฯ ที่ฉันทำงานอยู่ มีหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ทางที่ดีนายอยู่ให้ห่างจากคุณหนูซ่งดีกว่า ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” เติ้งหลุนคิดว่าหลินอู๋เฉินกลัว ดังนั้นจึงเริ่มแสดงอำนาจบาตรใหญ่
“แค่มดตัวเล็ก กล้าดียังไงมาบอกให้ฉันห่างจากเธอ” หลินอู๋เฉินกล่าว น้ำเสียงดูแคลนเต็มประดา
“มด...กล้าเรียกฉันว่ามดงั้นเหรอ เชื่อไหมว่าฉันสามารถไล่แกออกไปจากที่นี่ได้!” เติ้งหลุนเริ่มโกรธขึ้นมาแล้ว จะเห็นได้ว่าเขาเริ่มทำตัวเป็จุดสนใจ ะโดังๆ ให้ทุกคนมองมาทางนี้ซึ่งมันก็ได้ผล
“ฮ่าฮ่า ตลกจังนะนายเนี่ย งั้นนายเชื่อไหมว่าฉันสามารถลากนายออกไปจากที่นี่ นอกจากนั้นยังไล่นายออกจากซ่งกรุ๊ปฯ”
“นายน่ะสิตลก ไอ้เด็กเวร ถ้าหากทำอย่างที่พูดได้จริงฉันจะยอมเลียเท้าเลย!”'
“หึ งั้นมาดูกัน” หลินอู๋เฉินหยิบโทรศัพท์ออกมา หลังจากที่กดโทรไปอีกฝ่ายก็รับสาย “ซ่งซือเจียง นายกล้ามากนะที่ให้พนักงานฝ่ายการเงินตัวเล็กๆ มาเห่าต่อหน้าฉัน นายไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม!”
ซ่งจื่อจิงอยู่ข้างๆ ตกอกใ หล่อนไม่คิดเลยว่าหลินอู๋เฉินจะกล้าพูดแบบนั้นกับคุณปู่
ซ่งซือเจียงที่อยู่ปลายสายแทบหัวใจวาย “นายท่านเกิดอะไรขึ้น คนของผมทำให้คุณไม่พอใจเหรอครับ!”
“ใช่คนของนายทำให้ฉันรู้สึกแย่ หมอนี่ชื่อเติ้งหลุนเป็ผู้จัดการแผนกการเงิน นายรู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง”
“แน่นอนครับ ผมจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้!”
พอเขาวางสายเสร็จเติ้งหลุนก็ะเิเสียงหัวเราะ
“นายนี่แสดงละครเก่งเป็บ้า รู้ไหมว่านายท่านซ่งเป็ใคร เขาคือผู้เฒ่าผู้ควบคุมซ่งกรุ๊ปฯ ไม่ใช่คนที่เด็กอย่างนายมาต่อปากต่อคำได้!”
หลินอู๋เฉินยิ้มเยาะ ซึ่งนั่นทำให้เติ้งหลุนไม่สบอารมณ์
ต่อให้ซ่งจื่อจิงอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถสั่งผู้นำตระกูลได้ และอีกอย่างความสามารถเธอหากเทียบกับคุณหนูซ่งอีกคนก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว ดังนั้นไม่ต้องกังวล
แต่อย่างใดก็ตามไม่นานโทรศัพท์ในมือเขาก็สั่น
เติ้งหลุนเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี พอหยิบขึ้นมาก็พบว่าเป็ผู้จัดการใหญ่เหยียนที่โทรมา
เติ้งหลุนกดรับโทรศัพท์ “สวัสดีครับผู้จัดการใหญ่ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ยังมีหน้ามาถามอีกว่ามีอะไร แกนั่นแหละไปทำอะไรถึงทำให้นายท่านซ่งโกรธ! ตอนนี้นายไม่ใช่พนักงานในบริษัทแล้ว ฉันไล่นายออก!”
“เดี๋ยวสิครับผู้จัดการใหญ่ มันต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่ๆ...” เติ้งหลุนพยายามจะหาข้อแก้ตัว แต่สายได้ถูกตัดไปเรียบร้อยแล้ว
ยังไม่ทันให้เขาพักหายใจ สุภาพบุรุษสวมชุดสูทเดินเข้ามาทางนี้
เติ้งหลุนจำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็ใคร ผู้จัดการหม่าโรงแรมการ์เด้นกรีน
เติ้งหลุน้าทักทาย แต่เขากลับเดินผ่านไป ไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มในชุดนักศึกษา
“คุณหลินมาทานข้าวเหรอครับ ทำไมถึงไม่บอกผมก่อนละครับจะได้จัดเตรียมห้องไว้ให้” ผู้จัดการหม่าทักทาย
“ไม่เป็ไรไม่ใช่เื่สำคัญ” หลินอู๋เฉินโบกมือ “อ้อจริงสิ มีคนบอกว่าจะโยนฉันออกไปจากที่นี่ด้วยล่ะ”