บทที่ 140 หน่วยสังหารดาบเงากับกองกำลังลับแสง.
ข่าวที่ผู้คนภายในดวงดาวเคอเซอร์ได้รับมาคือ ผู้คนที่ได้รับคัดเลือกจากเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้ตายหมดแล้ว
ทำให้ผู้คนภายในดวงดาวเคอเซอร์หวาดกลัวเพิ่มเป็นอย่างมาก ไม่ใช่ว่าผู้นำพาแห่งความมืดไม่มีทางสู้หรือไง ไหนจะมีพลังจากเจตนารมณ์แห่งสวรรค์อีก สมบัติภายในดินแดนที่เข้าไปอีก
ตอนแรกยังไม่มีใครเชื่อแต่คนที่ส่งข่าวออกมานั้นไม่ธรรมดา
........
ภายในอาณาจักรโดฮา ราชาโดฮากำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์อันสวยงามที่ล้อมรอบไปด้วยรูปดาบอันมากมาย ดาบเหล่านั้นปล่อยแรงกดดันออกมาทำให้ผู้คนที่มองหวาดกลัว
ผู้คุ้มภายในห้องราชาทั้งหมดกำลังสั่นไปด้วยความหวาดกลัว เพราะแรงกดดันอันมหาศาลได้ทะลักออกมาจากร่างกายของราชาโดฮาเป็นจำนวนมาก
ราชาโดฮาหลับตาอยู่ทันใดนั้นได้ลืมตาขึ้นพร้อมกับปล่อยพลังภายในร่างกายของตนเองออกมา
ตูม
เกิดเป็นคลื่นทำลายอันมหาศาลทำให้ผู้คุ้มกันกระเด็นไปไกลพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดออกมา ก่อนพลังทั้งหมดจะหายไป
มีคนหนึ่งที่ไม่ได้กระเด็นออกไปคือ ชายแก่ที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าราชาโดฮา
ชายแก่ที่กำลังคุกเข่าอยู่หน้าราชาโดฮาปล่อยกลิ่นอายของความมืดออกมาเล็กน้อย และชายแก่สวมหน้ากากอันน่ากลัว สวมใส่ชุดสีดำทั้งหมดไม่เห็นแม้กระทั่งมือ
ถ้ามีคนธรรมคนหนึ่งกำลังจ้องมองชายแก่อยู่ พวกเขาจะหวาดกลัวมากเพราะมีจิตสังหารไม่น้อยกว่าคนที่มาหาฟู่ฉางจากอาณาจักรอาบูโน
ราชาโดฮาจองชายแก่อย่างไร้ความหวาดกลัวภายในสายตา ก่อนจะพูดขึ้น
“ข่าวนี้ได้มาจริงแน่ไหน”
“จริงแน่นอนเพราะภูตที่อยู่ในดินแดนลับเป็นคนปล่อยข่าว”
เสียงของชายแก่ฟังแล้วน่ากลัวเป็นอย่างมากราวกับลำคอของเขามีอะไรกำลังขยับอยู่ภายใน เพราะเวลาพูดจะมีเสียงร้องของแมลงออกมาเล็กน้อยเสมอ
ผู้คุ้มที่ลุกขึ้นประจำที่เดิมได้ยินเสียงชายแก่แล้วสั่นกลัวแต่ไม่มีใครแสดงอาการเหล่านั้นออกมา
ราชาโดฮามองชายแก่ก่อนจะพูดขึ้น
“ให้หน่อยสังหารดาบเงาไปฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดทั้งหมด และต้องระวังตัวตนที่อยู่ใกล้ ๆ กับผู้นำพาแห่งความมืดด้วยเพราะตัวตนนั้นสามารถต่อสู้กับเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ได้”
“ครับ”
หลังพูดจบชายแก่ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้คุ้มกันถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะเห็นชายแก่คนนั้นได้หายไป
ราชาโดฮากำหมัดแน่นและตะโกนอย่างโมโหว่า
“แค้นนี้ฉันจะจำเอาไว้และทำให้แกได้ตายอย่างทรมานผู้นำพาแห่งความมืด”
...............
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีแสงผ่านตลอดเวลา กลางภูเขานั้นมีรูปปั้นเทวดา 6 ปีก ในมือถือดาบและบนหัวมีวงแหวน มีสาวกกำลังมากกำลังสวดมนต์ต่อรูปปั้นเทวดา 6 ปีก
มีปราสาทตั้งอยู่ตรงด้านหลังรูปปั้นเทวดา 6 ปีก ภายในปราสาทนั้นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้มาอย่างยาวนาน
แต่ไม่มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเพราะมีผู้คนดูแลเป็นประจำทุกวัน และในวันนี้ห้องประชุมแห่งนี้ได้เปิดหนึ่งอย่างรุนแรง
ปัง
คนที่เปิดประตูอย่างรุนแรงคือพระสันตะปาปาของศาสนาแห่งแสง พระสันตะปาปากำลังอยู่ในอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก
เพราะคนที่ส่งเข้าไป 6/10 คือคนที่อยู่ฝ่ายเดียวมันพระสันตะปาปา แม้ว่าจะเสียคนไปเยอะขนาดนี้ทว่าภายในใจของพระสันตะปาปาไม่ได้มีอาการโกรธอยู่แม้แต่น้อย
คนที่เป็นคนรับผิดชอบเรื่องนำหัวหน้านักรบแห่งแสงในคราวนี้เป็นคนของคาร์ดินัลที่ 2
ด้านหลังผู้พระสันตะปาปามีคนกำลังเดินตามหลังอยู่ 10 คน คนเหล่านั้นคือคาร์ดินัลทั้งหมด มีหนึ่งคนตายและอีกคนไม่ได้มาร่วมประชุม
ในห้องประชุมสร้างมาจากทองคำบริสุทธิ์ทั้งหมด ส่องประกายเวลามีแสงผ่าน เก้าอี้แต่ละอันมีรูปวงแหวนนางฟ้าและโต๊ะประชุมมีลวดลายการแกะสลักที่งดงามราวกับงานศิลปะของพระเจ้า
ผนังด้านบนห้องประชุมมีรูปเทวดาจำนวนมากกำลังยืนเรียงรายเป็นจำนวนมาก แต่เทวดาเหล่านั้นมีปีกน้อย ๆ งอกออกมากลางหลังเท่านั้น
ไม่ได้มีปีกอันใหญ่โตสวยงามอย่างกับรูปปั้นด้านนอก
พระสันตะปาปาและคาร์ดินัลทั้ง 10 คนได้นั่งประจำที่ พระสันตะปาปาเห็นทุกคนพร้อมกับพยักหน้าก่อนจะร่ายเวทขึ้น
คาร์ดินัลทั้ง 10 คนไม่ได้ตกใจกับการร่ายเวทของพระสันตะปาปาราวกับมองไม่เห็น
หลังพระสันตะปาปาร่ายเวทเสร็จสิ้นได้มีบาเรียสีทองปรากฏขึ้นล้อมรอบห้องประชุมเอาไว้ ไม่มีใครสามารถเข้าหรือออกจากวงแหวนเวทมนตร์นี้ได้ก่อนการประชุมจะจบลง
พระสันตะปาปาสันพูดประเด็นในวันนี้หนึ่ง
“คาร์ดินัลทั้ง 10 คนพวกเจ้าคงได้รู้ข่าวใหญ่เร็วนี้ใช่ไหม”
คาร์ดินัลทั้ง 10 คนได้แตกตื่นเล็กน้อยก่อนจะสงบลง บางคนแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวขึ้น บางคนมีสีหน้าไม่แยแส บางคนถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียด
คาร์ดินัลคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ได้พูดขึ้น
“พวกเราในคราวนี้ควรจะส่งกองกำลังลับแสงไปจัดการผู้นำพาแห่งความมืดพร้อมกับสมบัติที่สืบทอดเพื่อกำจัดตัวตนที่อยู่กับผู้นำพาแห่งความมืดให้สิ้นซากเพื่อดวงดาวและศาสนาแห่งแสงของพวกเรา”
คนที่พูดคือคาร์ดินัลที่ 2 คนที่เป็นเจ้านายของเตคาหัวหน้านักรบแห่งแสงที่ถูกแจ๊คฆ่าภายในดินแดนแก่นโลก
เมื่อพูดขึ้นสมบัติที่สืบทอดกันมาของศาสนาแห่งแสงทำให้พระสันตะปาปากับคาร์ดินัลอีกบางคนสีหน้าเปลี่ยนไป
“ท่านคาร์ดินัลที่ 2 จะใช่สมบัติสืบทอดเพื่อจำกัดผู้นำพาแห่งความมืดแบบนี้จะดีหรือไง”
เสียงผู้หญิงอันสดใสพูดขึ้น เธอคนนี้คือคาร์ดินัลที่ 12 คนสุดท้ายและเด็กสุดภายในคาร์ดินัลทั้ง 12 คน คาร์ดินัลที่ 12 สวมใส่ชุดสีทองตัดขาวแบบรัดรูป ทำให้มองเห็นรูปร่างอันสวยงามยั่วยวนใจของเธอ
ทุกคนภายในที่แห่งนี้จ้องมองเธอสักพักหนึ่งก่อนจะก้มหัวลงอย่างเขินอาย แต่มีบางคนแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“ทำไมพวกเราศาสนาแห่งแสงทำเพื่อเทพแห่งแสงที่ต้องกำจัดผู้นำพาแห่งความมืด คาร์ดินัลที่ 12 ไม่เห็นด้วย”
คาร์ดินัลที่ 12 หัวเราะขึ้นอย่างยั่วยวนใจ
“ไม่ใช่ว่าถ้าใช่สมบัติสืบทอดนั้นจะทำให้พลังอำนาจของศาสนาแห่งแสงลดลงหรือไง”
พระสันตะปาปากับคาร์ดินัลมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะหายไป
“เรื่องสมบัติสืบทอดยังไม่ถึงเวลาต้องใช้ แค่ให้กองกำลังลับแสงไปจัดการผู้นำพาแห่งความมืดพอ”
คาร์ดินัลที่ 2 แค่นเสียงขึ้นแต่ไม่สามารถทำอะไรเพราะอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่พระสันตะปาปา ส่วนเรื่องเตคาคาร์ดินัลที่ 2 เสียใจเล็กน้อยเพราะเตคาอายุยังน้อยแต่สามารถสัมผัสถึงพลังแสงจากเทพ
ถ้าเตคาไม่ตายและมีเวลาฝึกฝนอีกหน่อย บางทีคาร์ดินัลที่ 2 อาจจะมีไพ่ตายซ่อนเอาไว้อีกใบก็ได้ แต่ใครจะรู้ว่าคนที่แข็งแกร่งหนึ่งในนักรบแห่งแสงจะตายด้วยน้ำมือของผู้นำพาแห่งความมืด
พระสันตะปาปาเห็นคาร์ดินัลที่ 2 ไม่ได้พูดอะไรจึงประชุมเรื่องอื่นต่อ ภายในที่ประชุมนั้นเกิดการทะเลาะกันอย่างไม่หยุด
......................
หลายเดือนต่อมา
ทางทิศตะวันออกของดวงดาวเคอเซอร์ เมืองหลวงของอาณาจักรซาราโน มีหอคอยอันใหญ่โตทะลุท้องฟ้าราวกับเป็นเสาค้ำจุนสวรรค์ 4 หอ ในแต่ละหอคอยจะตั้งอยู่ในทิศทางที่แตกต่างกันออกไป
มีเรื่องแปลกอย่างหนึ่งของอาณาจักรซาราโน คืออาณาจักรซาราโนไม่มีราชาผู้ปกครอง คนที่กุมอำนาจและปกครองอาณาจักรซาราโนมี 4 คนเท่านั้น
คนที่ปกครองอาณาจักรซาราโนคือจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 คน ทำให้อำนาจการปกครองแบ่งแย่งออกเป็น 4 ทิศทาง
แม้ว่าการปกครองจะแบ่งออกเป็น 4 ทิศทางแต่ไม่เคยมีการต่อสู้ภายในแม้แต่ครั้งเดียวทำให้ทุกคนภายในอาณาจักรต่าง ๆ รู้สึกแปลกใจ
ชาวบ้านและนักเวทจะอาศัยอยู่ด้วยกันภายในเมืองหลวงซาราโนเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในเมืองหลวงซาราโซมีประมาณ 10-30 ล้านคน ทุกคนที่เข้ามาอยู่ภายในเมืองหลวงไม่ว่าชาวบ้านธรรมดาหรือนักเวทต้องร่ำรวย
เพราะค่าครองชีพภายในเมืองหลวงซาราโนแพงมาก ๆ ถ้าชาวบ้านไม่ได้มีฐานะหรือเป็นพ่อค้า โอกาสในการอยู่ในเมืองหลวงแทบจะศูนย์
ประตูทางเข้าเมืองหลวงซาราโนทิศเหนือได้มีรถม้าขนาดใหญ่กำลังเดินออกมาอย่างสง่างาม ทหารที่กำลังเฝ้าประตูเมืองหลวงเห็นรถม้าคันนี้ได้ลุกขึ้นก่อนจะทำความเคารพ
รถม้ามีสีฟ้าสดใส มีล้อขนาดใหญ่ 2 ล้อเล็กอีก 2 ด้าน มีวงแหวนจำนวนมากเผยในเห็นในตัวรถม้า ม้าที่ใช้ลากรถม้าเป็นม้าที่มีเขาแหลมคมราวกับดาบ ที่ขนและร่างกายของม้าทั้งหมดสามารถเปลี่ยนเป็นดาบได้
นี้คือผลของการสร้างสิ่งมีชีวิตที่สำเร็จของหนึ่งในอาณาจักรซาราโน ม้ากลายพันธุ์
ม้ากลายพันธุ์เหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งไหนก็ได้ตามใจลูกค้าที่สั่งเข้ามา แต่ม้ากลายพันธุ์ตัวหนึ่งราคาไม่ใช้ถูก ๆ มันราคา 300,000-600,000 เหรียญทอง ทำให้ผู้คนจ้องมองม้ากลายพันธุ์อย่างหวาดกลัวและอิจฉา
แม้ว่าทหารเฝ้าประตูจะไม่รู้ใครอยู่ในรถม้าแต่ฐานะต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ จึงทำความเคารพจนรถม้าผ่านหายไปจากสายตาของพวกเขาจึงถอนหายใจ
ตรงหน้ารถม้าคันนั้นได้มีชายแก่คนหนึ่งที่มีกลิ่นอายของนักวิชาการ กำลังขับรถม้าอยู่ก่อนจะสั่งให้ม้ากลายพันธุ์วิ่งตรงกลับ
ระหว่างที่นั่งรถม้าชายแก่ได้พูดขึ้น
“องค์ชายน้อยต้องการอะไรไหมครับ”
หลังชายแก่พูดสักพักหนึ่งไม่มีเสียงตอบกลับมาทำให้หน้าผากของเขามีเหงื่อไหลจำนวนมากก่อนจะพูดอีกที
“องค์ชายน้อย ข้าน้อยขออนุญาต”
หลังพูดจบชายแก่ได้เปิดประตูรถม้าเข้าไป ปรากฏว่าเขาพบกับห้องอันกว้างใหญ่ที่ไร้ซึ่งผู้คนทำให้เขาตกตะลึงเป็นอย่างมากและตะโกนขึ้น
“องค์ชายน้อยออกมาเหอะ ข้าน้อยจะหัวใจวาย”
แม้ว่าชายแก่จะพูดแบบนั้นทว่าพลังในร่างกายที่ชายแก่ระเบิดออกมาคือ จอมเวท ชายแก่รีบสั่งให้ม้าหยุดและบินไปหาองค์ชายน้อยของเขาอย่างรวดเร็ว
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................