มู่ชิงหลัวนั่งพิงผนัง พิษถูกกดไว้ชั่วคราว แต่ไม่หายเข็มเงินสามเล่มปักอยู่บนไหล่และแขน ปลายเข็มเขียว พิษถูกดึงออกมาบางส่วน แต่เส้นเืสีเขียวยังลากอยู่ใต้ผิวเหมือนเถาวัลย์ที่เกาะต้นไม้ ถอนไม่หมด “มีเวลาครึ่งชั่วยาม” นางกล่าว เสียงแหบ แต่ยังคม“หลังจากนั้นพิษจะเริ่มกัดเส้นเื แล้วจะไม่มีเข็มใดดึงออกได้”
หลิงเทียนมองพื้น ไม่ใช่มองด้วยความสิ้นหวัง แต่มองเพื่อนับเขานับเสียงฝีเท้าที่ได้ยินจากด้านนอก นับทิศทาง นับเวลา “ศัตรูมีอย่างน้อยสี่คน”
“มากกว่านั้น” มู่ชิงหลัวตอบ นางหลับตาไม่ใช่เพราะอ่อนเพลีย แต่เพราะกำลังฟัง “เสียงฝีเท้าสี่ชุด แต่มีชุดที่ห้า เบากว่าชุดอื่นเดินห่างกว่าชุดอื่น คนที่ห้าไม่ได้ตาม มันคอย”
“คอยอะไร?”
“คอยดูว่าเราจะเลือกทางไหน”
หลิงเทียนมองนาง นางได้ยินเสียงที่เขาไม่ได้ยิน เพราะนางเคยอยู่ในสถานการณ์นี้มาก่อน“พวกมันรู้ทาง”
“ใช่”
“และรู้ว่าเราคิดอย่างไร”
มู่ชิงหลัวพยักหน้า หลิงเทียนยิ้ม “ดี”
“ดี?” นางเปิดตา ดวงตาที่คมแม้ในขณะที่พิษเดินนั้นจับเขา
“อย่างน้อยเรารู้ว่าศัตรูฉลาด ศัตรูโง่ทำให้เราคาดเดาไม่ได้แต่ศัตรูฉลาดทำตามแผน แล้วสิ่งที่ทำตามแผน ก็แก้ไขได้”
มู่ชิงหลัวมองเขา “คนปกติควรกลัว”
“ข้ากลัว”
“ไม่เห็นสีหน้าเ้ากลัว”
“เพราะกลัวแล้วหน้าตาข้าจะไม่หล่อ” หลิงเทียนพูดรอยยิ้มที่เกิดจากความตึงเครียด ไม่ใช่เพราะสบายใจ แต่เพราะถ้าไม่ยิ้ม เขาจะเริ่มคิดถึงความตายแล้วจะเริ่มกลัวจนขยับไม่ได้
นางส่ายหน้า แต่หลิงเทียนกลับหยุดเล่น เขาก้มลงแตะดินผงแร่สีขาวติดปลายนิ้ว ผงที่ไม่ใช่ดินธรรมดา แต่เป็ผงที่ใช้ติดตาม ผงที่ศัตรูโรยไว้ตามทางเผื่อเหยื่อหนี “พวกมันตามรอยเราได้”
“จากเื”
“ไม่” เขาสูดกลิ่น จมูกของเขาไม่ได้คมเท่ามู่ชิงหลัวแต่เขาจำกลิ่นได้ กลิ่นผงแร่มีกลิ่นเหมือนเกลือผสมปูน “เืเป็เพียงส่วนหนึ่ง พวกมันโรยผงตามทางด้วยผงที่ติดกับรองเท้าเรา แล้วหล่นลงทุกก้าว พวกมันไม่ได้ตามเรา พวกมันอ่านรอยเราเหมือนอ่านหนังสือ”
มู่ชิงหลัวเงียบ ดวงตาของนางเปลี่ยน ไม่ใช่กลัว แต่คำนึงนางคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับตระกูลมู่ ครั้งที่พวกมันตามรอยจนถึงบ้าน ครั้งที่ไม่มีทางหนีเพราะศัตรูรู้ทุกก้าวที่นางเดิน
“พวกมันรู้ว่าข้าจะคิดว่าทางตะวันออกเป็กับดัก”หลิงเทียนพูดต่อ เสียงเบา แต่ชัด
นางเข้าใจ ดวงตาที่เคยคมเริ่มเป็ประกาย “ดังนั้นทางตะวันออกอาจเป็กับดักซ้อนพวกมันรู้ว่าเ้าจะคิดว่ามันเป็กับดัก แล้วเ้าจะหลีก แต่ทางที่เ้าหลีกไป ก็เป็ทางที่พวกมันเตรียมไว้”
“หรือไม่ก็เป็กับดักที่พวกมันอยากให้เราคิดว่าเป็กับดัก”หลิงเทียนหยิบก้อนหิน กำในมือ “คิดซ้อนกันไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้น แต่ละชั้นที่คิดซ้อนก็เป็ชั้นที่พวกมันวางไว้”
“แล้ว?”
“เราไม่เลือกทั้งสอง” หลิงเทียนวางก้อนหินลงบนพื้นแล้วหยิบอีกก้อน วางข้าง ๆ “เราจะสร้างทางที่สาม”
มู่ชิงหลัวจ้องเขา “ข้าเริ่มไม่ชอบคำนี้แล้ว”
“ข้าก็เหมือนกัน” หลิงเทียนยิ้ม รอยยิ้มที่ขมขื่น“แต่มันยังดีกว่าตายในกับดักที่คนอื่นวางไว้”
เขาวาดแผนบนพื้นดิน ใช้นิ้วเขียนเส้น ใช้ก้อนหินแทนจุดเขาชี้ให้มู่ชิงหลัวดู แผนมีสามส่วน ส่วนแรกคือเท็จ ให้นางสร้างรอยเื ให้ทิ้งกลิ่นให้ทำเหมือนว่านางอ่อนแรง ให้เขาพานางหนีไปทางตะวันออก แต่ความจริง—ทั้งสองจะวกกลับมาที่ผนังร้าวผนังที่มีรอยแยกลึกเข้าไปในหิน รอยแยกที่น้ำซึมออกมา แสดงว่ามีช่องว่างด้านใน
“ถ้าขวดพิษแตกตรงนี้” หลิงเทียนชี้ผนังร้าว“น้ำจะพามันกลับไป พิษกัดหิน หินอ่อน แล้วหินที่อ่อนจะแตก”
มู่ชิงหลัวมองแนวผนัง นางเห็นรอยแยกที่ลึกเข้าไปและน้ำที่ซึมออกมาเป็เส้นบาง ๆ “อันตราย”
“ใช่”
“เราอาจถูกน้ำพาไปด้วย”
“ใช่”
“อาจถูกหินทับ”
“ใช่”
“แล้วเ้าจะทำ?” นางถาม ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อ แต่เพราะอยากได้ยินเหตุผล
หลิงเทียนมองนาง มองเข็มที่ปักอยู่บนไหล่ มองเส้นเืสีเขียวที่ลากมองเวลาที่เหลือน้อยลง “เพราะถ้าไม่ทำ เราตาย แต่ถ้าทำ เราอาจตาย อาจไม่ แล้วข้าเลือกที่อาจ”
ทั้งสองสบตากัน ดวงตาที่คมของทั้งคู่จับกัน ไม่ใช่จับแบบคนที่รักกันแต่จับแบบคนที่จะเอาชีวิตรอดด้วยกัน มู่ชิงหลัวถอนหายใจ ลมหายใจที่สั่น เพราะพิษ “ตกลง”
แผนเริ่ม ทั้งสองเดินออกจากหลืบ ทิ้งเื ทิ้งรอยเท้าทำทุกอย่างให้ดูเหมือนคนกำลังหนีอย่างสิ้นหวัง มู่ชิงหลัวแกล้งล้ม หลิงเทียนประคองทั้งคู่ทำเหมือนคนที่ไม่มีทางอื่น ทำให้ศัตรูเห็นสิ่งที่มันอยากเห็น สิ่งที่มันคาดไว้เพราะคนที่ทำตามที่ศัตรูคาด ก็เท่ากับเดินเข้ากับดักที่ศัตรูเตรียม แต่คราวนี้ กับดักนั้นจะถูกใช้เป็ทางหนี
เสียงศัตรูดังตามหลัง “พวกมันไปตะวันออก!”
หลิงเทียนยิ้ม พวกมันตามมา แต่ยังไม่พอ เขาต้องทำให้ศัตรูเข้ามาใกล้อีกมู่ชิงหลัวแกล้งล้มอีกครั้ง เขาประคองนาง กระซิบเบา ๆ ที่หู “อย่าทิ้งข้า”
“ข้าจะไม่ทิ้งเ้า” นางกระซิบกลับ เสียงแหบแต่จริง เพราะนางรู้ว่าถ้าทิ้งกัน ทั้งคู่ตาย
เสียงศัตรูดังขึ้น “น่าประทับใจ” ชายหน้ากากสามเส้นเดินออกมาสามคน ไม่ใช่สี่ หลิงเทียนมองด้านหลัง อีกหนึ่งซ่อนอยู่ คนที่ห้า คนที่คอยดู เขารู้อีกฝ่ายก็รู้ว่าเขารู้ เกมนี้ไม่มีใครเชื่อใคร ทุกคนรู้ว่าทุกคนรู้ แต่ยังเล่นต่อ เพราะยังไม่มีใครเปิดเผย
ชายถือขวดเดินเข้ามา “เข็มของนางเหลือไม่มาก” เขาพูดเสียงเย็นไม่ใช่เย่อหยิ่ง แต่มั่นใจ เพราะเขาเห็นเข็มที่หล่นจากมือมู่ชิงหลัว นับได้ แต่เขานับผิดเพราะหลิงเทียนเก็บเข็มที่นางปล่อยไว้ตอนหมดสติ และเข็มเ่าั้อยู่ในมือเขาตอนนี้
มู่ชิงหลัวไอ เืไหลจากริมฝีปาก เืสีเข้ม ไม่ใช่แดงสดแต่แดงเข้ม เพราะพิษปน ชายถือขวดขยับเข้าใกล้ อีกก้าว อีกก้าว จนอยู่ในระยะ ระยะที่เขาคิดว่าปลอดภัยแต่จริง ๆ แล้วเป็ระยะที่หลิงเทียน้า
หลิงเทียนมองมู่ชิงหลัว นางพยักหน้า พยักเล็กน้อยแต่พอ หลิงเทียนโยนเข็มสองเล่มพร้อมกัน ไม่ใช่โยนใส่คน แต่โยนใส่ของ เล่มแรกทำลายขวดในมือชายถือขวดแก้วแตก ของเหลวสีเขียวกระเด็น เล่มที่สองปักพื้น ปักลงในรอยแยกของผนังร้าว พิษสีเขียวะเิออกจากขวดที่แตกปะกับพิษที่ซึมเข้ารอยแยก พิษกัดหิน หินที่อ่อนเริ่มแตก เสียงดัง ผนังสั่น น้ำใต้ดินไหลเข้ามาไม่ใช่ไหลช้า แต่ทะลัก เหมือนเขื่อนแตก
ผนังแตก หินร่วง น้ำสีเขียวพุ่งออกมาพร้อมกับน้ำใต้ดินหลิงเทียนคว้าตัวมู่ชิงหลัว “กอดข้า!”
“อะไรนะ?” นางะโ แต่ไม่ได้ถาม แค่ร้อง เพราะน้ำมาเร็วเกินกว่าจะถาม
น้ำทะลัก ทั้งสองถูกพัดลงช่องหิน ก้อนหินถล่มตามหลังเสียงคนชุดแดงหายไปในม่านควันและเสียงน้ำ น้ำไม่ใช่น้ำธรรมดา มันมีพิษ สีเขียวอ่อนกัดผิว แต่หลิงเทียนไม่สนใจ เพราะพิษที่กัดผิวยังไม่เท่าพิษที่เดินในเส้นเืมู่ชิงหลัวหลิงเทียนคว้าข้อมือนางไว้ ไม่ปล่อย แม้น้ำจะพัดแรงจนแขนจะหลุด น้ำพัดทั้งคู่หมุนไปตามโพรงชนกับผนัง ชนกับก้อนหิน หลิงเทียนปกศีรษะนางด้วยแขน รับแรงกระแทกแทน ไหล่ที่เคยปวดจากสนามรบลวงตาในห้องกระจกปวดอีกแต่เขากัดฟัน ไม่ร้อง เพราะถ้าร้อง น้ำจะเข้าปาก จนกระแทกขึ้นสู่แอ่งอีกด้าน แอ่งที่น้ำพามาทิ้งไว้เหมือนคลื่นที่คลายลง ทั้งคู่ล้มลงบนพื้นที่แห้ง น้ำไหลออกจากเสื้อ ค่อย ๆ ซึมลงพื้น
มู่ชิงหลัวไอ น้ำออกจากปาก หลิงเทียนนอนหอบ ไม่มีใครพูดเหมือนทั้งคู่ยังไม่เชื่อว่ารอด จนกระทั่งนางยื่นแผ่นหนังให้เขา “นี่คือสิ่งที่พวกมัน้า”นางพูดเสียงแหบ แต่คม “แผ่นหนังที่ชายถือขวดซ่อนไว้ในเสื้อ น้ำพามันหล่นออกมาตอนที่ขวดแตก”
หลิงเทียนเปิด แผ่นหนังเก่า ััหนังที่เหนียวไม่ใช่หนังสัตว์ธรรมดา แต่เหมือนหนังที่ผ่านการถนอม บนแผ่นหนังมี ตราเื เส้นทางชื่อ สถานที่ และ—ตราพยัคฆ์คาบกิ่งสน รูปเสือที่คาบกิ่งสนในปาก ตราที่เขาเคยเห็น ตราที่เขาจำได้
หลิงเทียนนิ่ง มือที่ถือแผ่นหนังสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะหนาวแต่เพราะจำได้ จำตราที่เคยเห็นตอนเด็ก ตราที่เห็นบนมือบิดา ตอนที่บิดาคิดว่าเขาหลับตราที่บิดาซ่อนเร็วเมื่อเขาขยับตา “ตรานี้...”
มู่ชิงหลัวมองเขา “รู้จัก?”
“มันเป็ตราขององครักษ์ตระกูลหลิง” หลิงเทียนพูดเสียงเบา“ตราที่ปั้มด้วยเื ใช้ตอนที่มีคำสั่งลับ คำสั่งที่ไม่ผ่านสภา คำสั่งที่มีแต่หัวหน้าองครักษ์เท่านั้นที่รู้”
ความเงียบตกลงระหว่างคนทั้งสอง ความเงียบที่หนักหนักกว่าน้ำที่เพิ่งพัดพา โลกที่หลิงเทียนรู้จัก—เริ่มแตกร้าว บิดา ตระกูล องครักษ์ทั้งหมดอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้ บิดาที่เขาคิดว่าเป็ช่างตีเหล็กธรรมดา บิดาที่ไม่เคยพูดถึงตระกูลบิดาที่ไม่เคยพูดถึงแม่ บิดาที่อาจไม่ใช่คนที่เขาคิด
หลิงเทียนกำแผ่นหนัง กำแน่นจนข้อนิ้วขาว “ข้าจะกลับบ้าน”
มู่ชิงหลัวส่ายหน้า “ตอนนี้กลับไม่ได้”
“บ้านข้าอาจกำลังฆ่าข้า”
“นั่นยิ่งเป็เหตุผลที่เ้าต้องไม่กลับไปอย่างคนโง่”นางพูดเสียงคม คมเพราะห่วง “ศัตรูรู้ว่าเ้าจะกลับ เพราะเ้าเป็คนที่ไม่ยอมวาง คนที่ไม่ยอมวางก็เป็คนที่คาดเดาได้”
หลิงเทียนมองนาง นางพูดต่อ “เ้าตายไปแล้วในสายตาของศัตรูน้ำพัดทั้งคู่ลงไปในช่องหิน พวกมันเห็น พวกมันคิดว่าเ้าตาย”
“ดังนั้น?”
“ใช้ความตายของเ้าเป็อาวุธ คนที่ตายแล้วเดินไปไหนก็ได้โดยที่ไม่มีใครตาม เพราะไม่มีใครตามคนตาย”
หลิงเทียนนิ่ง จากนั้นยิ้ม เป็รอยยิ้มแรกที่ไม่มีความขี้เล่นอยู่ในนั้นรอยยิ้มที่เกิดจากการที่เขาเข้าใจแล้วว่านางพูดถูก “ตกลง”
เขายื่นมือ “แต่มีเงื่อนไข”
“อะไร?” นางมองมือที่ยื่นออกมา
“ั้แ่นี้ หากต้องใช้ใครเป็หมาก ต้องบอกก่อน”หลิงเทียนพูดเสียงเรียบ แต่หนัก “บอกก่อน แล้วให้คนนั้นเลือกเอง ว่าจะยอมหรือไม่”
มู่ชิงหลัวมองมือเขา “ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอม?”
“หาแผนใหม่”
“แม้แผนนั้นจะยากกว่า?”
“ใช่” หลิงเทียนพูด ไม่ลังเล “เพราะคนที่ถูกใช้เป็หมากโดยไม่รู้ไม่ได้เลือกที่จะสู้ แล้วคนที่ไม่ได้เลือก ก็ไม่ได้ตั้งใจสู้ คนที่ไม่ตั้งใจสู้ ก็แพ้”
นางมองเขานาน ดวงตาที่คมแม้ในขณะที่พิษเดินนั้นวัดเขาวัดว่าเขาพูดจริงหรือพูดเพื่อให้นางไว้ใจ แล้วนางพบว่าเขาพูดจริง เพราะถ้าเขาจะโกหกเขาไม่ต้องตั้งเงื่อนไขที่ทำให้ตัวเองลำบาก ก่อนยื่นมือมาจับ “ตกลง”
มือทั้งสองประสานกัน มือที่เปียกน้ำ มือที่เืมือที่พิษ แต่กำแน่น ไม่ใช่กำแบบคนที่ยอม แต่กำแบบคนที่เลือก เลือกที่จะไม่เป็หมากแม้จะอยู่ในเกมที่คนอื่นเป็ผู้วาง เหนือหุบเหว แสงรุ่งเช้าค่อย ๆ ปรากฏ แสงแรกที่ส่องลงมายังก้นหุบเหวแสงที่บอกว่าคืนนี้ผ่านไปแล้ว แต่เช้าวันใหม่ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ง่ายขึ้น หมายถึงแค่ว่าคืนที่ผ่านไป ยังไม่ได้ฆ่าพวกเขา
แต่ในเวลาเดียวกัน—ลึกลงไปใตู้เา ในที่ที่แสงไม่ถึงชายคนหนึ่งกำลังคุกเข่าต่อหน้าเงาสีแดง เงาที่ไม่ใช่คน แต่เป็เงาที่เคยเป็คน “เด็กคนนั้นหนีไปได้”
เงานั้นไม่โกรธ กลับหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้เกิดจากความสบายใจแต่เกิดจากความพอใจ “ดี”
“นายท่าน?” ชายชุดแดงเงยหน้า ไม่เข้าใจ
“ปล่อยให้เขากลับบ้าน”
ชายชุดแดงเงยหน้า “แต่เขาจะนำหลักฐานกลับไป แผ่นหนังที่เราตามหา—”
“นั่นแหละที่้า” เงานั้นยิ้ม รอยยิ้มที่มืดมิด“คนเราจะพยายามฝืนชะตาแรงที่สุด เมื่อคิดว่ากำลังกลับไปหาสิ่งที่รัก แล้วเ้าคิดว่าเด็กคนนั้นจะทำอะไรเมื่อได้หลักฐานที่บอกว่าบิดาของเขาอาจไม่ใช่คนที่เขาคิด”
เสียงหัวเราะดังขึ้นในความมืด “ให้เขากลับนครชิงเหอให้เขากลับไปหาบิดา ให้เขากลับไปหาความจริง ให้เขาคิดว่าเขากำลังจะเปิดโปงทุกอย่าง”
เงาสีแดงหลับตา ดวงตาที่เคยเป็ดวงตาของคนปิดลง“แล้วเมื่อเขาเปิดประตูบ้านตัวเอง... เขาจะพบว่า ประตูนั้นรอเขาอยู่มานานแล้ว และสิ่งที่รออยู่หลังประตูไม่ใช่บิดา แต่เป็คำตอบที่เขาไม่อยากรู้ เพราะคำตอบนั้น จะบอกเขาว่าทุกอย่างที่เขาคิดว่าเป็จริงไม่ใช่ และทุกอย่างที่เขาคิดว่าเป็ศัตรู อาจเป็คนที่เคยปกป้องเขา แล้วเมื่อนั้น เขาจะไม่รู้ว่าจะเกลียดใครและคนที่ไม่รู้ว่าจะเกลียดใคร จะเกลียดตัวเอง”