เสียงล็อกประตูห้องน้ำดัง คลิก แ่เบา ทว่ามันกลับเป็เสียงที่ช่วยตัดขาดธีร์ออกจากความวุ่นวายและรังสีอำมหิตของนางพญาสาวที่อยู่ด้านนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ชายหนุ่มยืนพิงแผ่นหลังกว้างเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งชั่วอึดใจ ั์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองสำรวจอาณาเขตภายในห้องน้ำส่วนตัวของ 'ห้องนอนเรา' ตามความเคยชินของอดีตทหารแนวหน้าทะลวงฟันแห่งวูลฟ์แฟง
และสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ก็ทำเอาคนที่คุ้นชินกับการอาบน้ำจากฝักบัวรวมในค่ายทหาร หรือการตักน้ำจากลำธารกลางป่าลึกมาล้างตัว ถึงกับต้องลอบพ่นลมหายใจออกมายาวๆ
ความหรูหราของห้องน้ำแห่งนี้มันหลุดโลกไปไกลยิ่งกว่าโรงแรมระดับห้าดาวเสียอีก ผนังและพื้นปูด้วยหินอ่อนนำเข้าสีดำสนิทตัดกับลวดลายเส้นสายสีทองอร่ามที่ดูดุดันและทรงพลัง ตรงกลางห้องมีอ่างจากุซซี่ (Jacuzzi) แบบฝังพื้นขนาดใหญ่โตมโหฬารที่สามารถลงไปนอนแช่พร้อมกันได้ถึงสี่ห้าคนอย่างสบายๆ ถัดออกไปเป็โซนอาบน้ำแบบเรนชาวเวอร์ (Rain Shower) ที่กั้นด้วยกระจกนิรภัยใสแจ๋ว และมีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าคู่ที่ทำจากหินอ่อนสีขาวสะอาดตา
"กว้างกว่าห้องพักรวมของพวกเราที่ค่ายตะวันออกกลางซะอีก..." ธีร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ
ชายหนุ่มไม่ได้ให้ความสนใจกับอ่างจากุซซี่สุดหรูนั้น เขาเดินตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เปิดก๊อกน้ำที่ทำจากทองเหลืองแท้ ปล่อยให้น้ำเย็นจัดไหลทะลักออกมา ก่อนจะใช้สองมือที่หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับอาวุธ วักน้ำเย็นเยียบขึ้นมาลูบไล้และสาดใส่ใบหน้าของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความเย็นจัดของสายน้ำช่วยดับความรุ่มร้อนและความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดการเดินทาง มันช่วยดึงสติสัมปชัญญะของเขาให้กลับมาแหลมคมอีกครั้ง ธีร์ล้างหน้าอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ ปล่อยให้หยดน้ำเกาะพราวไปตามไรผม คิ้วเข้ม และปลายคาง หยดน้ำใสๆ ไหลหยดลงมากระทบกับอ่างหินอ่อนดังก้องสะท้อนอยู่ในความเงียบ
ชายหนุ่มเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนขอบอ่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่เต็มผนัง
ภาพที่สะท้อนกลับมา คือชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย หากแต่แฝงไปด้วยความดิบเถื่อนและเ็า ร่องรอยแผลเป็จางๆ ที่หางคิ้วและตามลำคอ เป็เครื่องยืนยันถึงการผ่านความเป็ความตายในสมรภูมิรบ ั์ตาสีเข้มคู่นั้นนิ่งสงบ ว่างเปล่า ทว่าลึกลงไปกลับซ่อนสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่พร้อมจะสังหารศัตรูได้ในเสี้ยววินาที... มันคือแววตาของ 'ผู้ล่า' ที่ถูกหล่อหลอมมาจากนรกบนดินใน่ากวาดล้างลัทธินิวอีเดน
"ชีวิตใหม่... สินะ"
ธีร์เอ่ยกับตัวเองแ่เบา ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ และถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยในชีวิต ว่าเด็กกำพร้าที่ถูกแม่ทิ้ง ต้องคุ้ยขยะหาเศษอาหารประทังชีวิต และต้องปลอมอายุเข้ากองทัพเพียงเพื่อแลกกับที่ซุกหัวนอนและอาหารประทังหิว จะกลายมาเป็สายเืเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับนี้
ตอนที่เ้าสัวสิรินทร์ดั้นด้นไปตามหาเขาถึงฐานทัพลับกลางทะเลทราย ธีร์คิดเพียงแค่ว่าชายชราคงเป็เศรษฐีที่มีเงินทุนพอสมควร แต่เมื่อได้มาััด้วยตาตัวเอง ได้นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวระดับอัลตราวีไอพี ได้เห็นลานน้ำพุรูปสัตว์ที่แสดงถึงอำนาจ และได้เดินเข้ามาในคฤหาสน์สิรินทราที่ใหญ่โตมโหฬารราวกับพระราชวัง... เขาก็เพิ่งตระหนักได้ว่า ทรัพย์สินและอำนาจของ 'สิรินทรา กรุ๊ป' นั้น มันยิ่งใหญ่และมหาศาลเกินกว่าที่จินตนาการของทหารรับจ้างต๊อกต๋อยอย่างเขาจะหยั่งถึง
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาของเขาเลื่อนไปมองที่บานประตูห้องน้ำ ซึ่งเื้ัประตูบานนั้น มี 'คู่หมั้น' แสนสวยระดับนางพญาผู้กุมบังเหียนอาณาจักรแห่งนี้นั่งรออยู่บนเตียง
เพียงฟ้า... ผู้หญิงที่สวยสง่าไร้ที่ติ ฉลาดหลักแหลม และมีอำนาจล้นมือ จนถึงตอนนี้ ธีร์ก็ยังคงอ่านเกมของเธอไม่ออก เขาไม่เข้าใจเลยว่าผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างคนนี้ กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ทำไมเธอถึงยอมทุ่มเทและตกลงปลงใจที่จะมอบชีวิตและทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงวันอย่างเขา?
แถมเมื่อกี้ เธอยังกล้าใช้วิธีดึงคอเสื้อเพื่อเผยให้เห็นชุดชั้นในลายลูกไม้สีดำ เป็การทอดสะพานและยั่วหยวนเขาอย่างโจ่งแจ้ง... แม้เขาจะสามารถใช้ความนิ่งเฉยโต้กลับไปได้ด้วยประโยคชวนอาบน้ำจนเธอเสียอาการ แต่สัญชาตญาณของเขาก็ยังคงร้องเตือนว่า นางพญาคนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาที่เขาจะสามารถรับมือได้ด้วยวิธีปกติ เธอมีแรงดึงดูดที่อันตราย และมีรอยยิ้มที่น่ากลัวยิ่งกว่าะเิเคลย์มอร์เสียอีก
"ช่างเถอะ..." ธีร์สะบัดศีรษะไล่ความฟุ้งซ่านและคำถามที่ไร้คำตอบออกไปจากหัว "คิดไปตอนนี้ก็ปวดหัวเปล่าๆ... อาบน้ำล้างคราบฝุ่นทรายออกก่อนดีกว่า"
ชายหนุ่มตัดสินใจละทิ้งความกังวลทั้งหมด ถอดเสื้อยืดสีดำและกางเกงคาร์โก้ออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบและรอยแผลเป็จากการรบ ก่อนจะก้าวเข้าไปในโซนเรนชาวเวอร์ และเปิดน้ำชำระล้างร่างกาย ปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าจากการเดินทางให้หมดไป
ในขณะเดียวกัน ภายนอกห้องน้ำ ภายในห้องนอนขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
เพียงฟ้า... ซีอีโอสาวผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งสิรินทรา กรุ๊ป กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าไหมสีงาช้าง ั์ตาสีเข้มดุจนางพญาของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่กับทิวทัศน์ยามเย็นของกรุงเทพมหานครที่นอกหน้าต่าง และไม่ได้สนใจเอกสารการประชุมใดๆ... แต่สายตาของเธอกำลังจับจ้องไปที่ 'กระเป๋าเป้แทคติคอลสีดำ' สภาพมอมแมม ซึ่งวางสงบนิ่งอยู่บนฟูกที่นอนห่างออกไปเพียงแค่่แขนเอื้อม
กระเป๋าใบนั้นคือสัมภาระเพียงชิ้นเดียวที่ธีร์หอบหิ้วติดตัวมาจากตะวันออกกลาง มันดูขัดแย้งและไม่เข้ากับความหรูหราของห้องนอนนี้อย่างสิ้นเชิง
ความอยากรู้อยากเห็นในตัวหญิงสาวกำลังทำงานอย่างหนัก ภายในใจของเพียงฟ้ามีคำถามมากมาย เธออยากรู้เหลือเกินว่าอดีตทหารรับจ้างผู้มีอดีตดำมืด ซุกซ่อนความลับอะไรเอาไว้ในกระเป๋าใบนี้บ้าง? มันจะมีของสำคัญ อาวุธ หรือแม้กระทั่ง... 'รูปถ่าย' ของบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยบอกว่า 'ก็พอมีบ้าง' ซ่อนอยู่ข้างในนั้นหรือเปล่า?
มือเรียวสวยที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดงามค่อยๆ ยื่นออกไปเบื้องหน้า ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนตัวจับซิปโลหะสีดำสนิท... เพียงแค่ออกแรงรูดมันเบาๆ ความลับทุกอย่างที่เขาปกปิดไว้ก็จะถูกเปิดเผยแก่สายตาของเธอ
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ซิปกำลังจะถูกรูดออก เพียงฟ้าก็ชะงักมือและหยุดการกระทำของตนเองลงทันที
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ดึงมือกลับมาประสานไว้บนตักตามเดิม แม้ความหึงหวงลึกๆ และความอยากรู้จะตีรวนอยู่ในอก แต่จิตสำนึกและวุฒิภาวะในฐานะผู้นำก็ร้องเตือนสติเธออย่างหนักแน่น
เธอคือเพียงฟ้า... นางพญาแห่งสิรินทรา กรุ๊ป เธอได้รับการสั่งสอนและฟูมฟักมาให้เป็คนมีเกียรติ มีเหตุผล และยึดมั่นในความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด
"ไม่ได้สิฟ้า..." หญิงสาวพึมพำเตือนสติตัวเองเบาๆ "อย่างน้อย... ถึงเราจะมีสถานะเป็คู่หมั้นกันอย่างถูกต้อง แต่การแอบค้นข้าวของส่วนตัวของเขาตอนที่เขาไม่อยู่ มันก็เป็การกระทำที่ไร้มารยาทและไม่ให้เกียรติกันเลยสักนิด"
เพียงฟ้าตัดใจละสายตาจากกระเป๋าเป้ใบนั้น เธอมองว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง มันควรจะเริ่มต้นจากการให้เกียรติและ 'เคารพพื้นที่ส่วนตัว' ของกันและกันบ้าง หากเธอเริ่มต้นด้วยการก้าวก่ายและละเมิดความเป็ส่วนตัวของเขาั้แ่ชั่วโมงแรกที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างเอาไว้กั้นกลางระหว่างเธอกับเขาก็คงจะไม่มีวันพังทลายลงได้
ครืด... ครืด... ครืด...
ในขณะที่เพียงฟ้ากำลังนั่งทบทวนถึงขอบเขตความสัมพันธ์อยู่นั้นเอง เสียงระบบสั่นเตือนจากสมาร์ทโฟนเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
หญิงสาวเอี้ยวตัวไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ 'น้ำริน' เลขาส่วนตัวสาวแว่นจอมเฮี้ยบที่ทำหน้าที่ดูแลตารางงานและเป็มือขวาคนสนิทของเธอ
เพียงฟ้าปัดหน้าจอเพื่อรับสาย ก่อนจะกรอกน้ำเสียงราบเรียบและทรงอำนาจตามแบบฉบับของซีอีโอลงไป "มีอะไร น้ำริน?"
"คุณเพียงฟ้าคะ!" น้ำเสียงของเลขาสาวแว่นที่ปลายสายฟังดูร้อนรนและเต็มไปด้วยความโล่งใจที่เ้านายยอมรับสายเสียที "ในที่สุดก็ติดต่อได้สักทีนะคะ! ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณเพียงฟ้าอยู่ที่ไหนคะ? พอดีว่า่หลายวันที่ผ่านมานี้ ฉันพยายามติดต่อคุณไม่ได้เลย ไม่ว่าจะส่งข้อความหรือโทรศัพท์ไปกี่สายก็ไม่ยอมติดเลยค่ะ"
เพียงฟ้าแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยตอนที่นึกถึงการเดินทางไปเยือนฐานทัพลับกลางทะเลทรายที่ถูกตัดขาดจากสัญญาณสื่อสารทั่วไป
"อ้อ... ขอโทษทีนะน้ำริน" เพียงฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้แสดงความเดือดร้อนใดๆ "พอดีว่า่หลายวันที่ผ่านมา ฉันเดินทางไปทำ 'ธุระสำคัญ' ที่ตะวันออกกลางน่ะสิ แล้วบังเอิญว่าพื้นที่ที่ฉันไป มันเป็เขตจำกัดที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายโทรศัพท์เลยน่ะ"
"ตะวันออกกลาง!?" น้ำรินอุทานด้วยความใอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันไม่ได้อยู่ในแผนงานของบริษัทเลยแม้แต่น้อย "คุณเพียงฟ้าแอบบินไปทำอะไรที่ตะวันออกกลางคะ? หรือว่า... ท่านประธานมีนโยบายเจรจาโปรเจกต์ลับ หรือคิดจะขยายฐานธุรกิจใหม่ไปที่นั่นคะ?"
"เื่ธุรกิจน่ะ ช่างมันเถอะ" เพียงฟ้าปัดตกข้อสันนิษฐานของเลขาอย่างรวดเร็ว "ฉันก็แค่... เดินทางไป 'รับคน' กลับมาด้วยก็เท่านั้นเอง"
"รับคน?"
"ใช่" เพียงฟ้าตอบสั้นๆ ก่อนจะวกเข้าประเด็นเพื่อตัดความรำคาญ "ว่าแต่... ที่เธอรัวโทรศัพท์หาฉันจนสายแทบไหม้เนี่ย มีธุระด่วนอะไร? งานที่บริษัทยังเรียบร้อยดีใช่ไหม หรือว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกันแน่?"
"อ่อ... เื่งานที่บริษัทยังเรียบร้อยดีทุกอย่างค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรน่าเป็ห่วง" น้ำรินรีบรายงาน ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงเล็กน้อยและเข้าสู่เื่ส่วนตัว "คือว่า... วันนี้คุณเพียงฟ้าพอจะมีเวลาว่างบ้างไหมคะ?"
เพียงฟ้าขมวดคิ้วเล็กน้อย "ทำไม?"
"พอดีว่า... 'คุณกฤต' เขาแวะมาหาคุณที่หน้าห้องทำงานน่ะค่ะ" น้ำรินเอ่ยถึงชื่อของเพื่อนสมัยเด็กและทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ที่ตามจีบเ้านายของเธอมาอย่างยาวนาน "คุณกฤตเขาฝากมาบอกว่า วันนี้มีร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์มาเปิดใหม่ อยู่ใกล้ๆ กับสำนักยูโดของคุณหยกเพื่อนของคุณเพียงฟ้าน่ะค่ะ... เขาเลยอยากจะขอเรียนเชิญคุณเพียงฟ้า ให้เกียรติไปทานมื้อค่ำเพื่อเป็การฉลองเปิดร้านด้วยกันสักมื้อน่ะค่ะ"
ทันทีที่ได้ยินชื่อของผู้ชายคนอื่น และคำชวนไปเดทที่แสนจะน่าเบื่อหน่าย เพียงฟ้าก็กลอกตาขึ้นบนด้วยความเหนื่อยหน่ายใจอย่างปิดไม่มิด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กฤตมักจะวนเวียนเข้ามาในชีวิตของเธอเสมอ เขาใช้ข้ออ้างเื่ความเป็เพื่อนสมัยเด็กและความเหมาะสมทางธุรกิจมาตีกรอบเพื่อหวังจะพิชิตใจเธอ แต่สำหรับเพียงฟ้าแล้ว เธอไม่เคยชายตามองหรือให้ความหวังเขาเลยแม้แต่น้อย ยิ่งในตอนนี้... วินาทีที่หัวใจและสถานะของเธอถูกเติมเต็มด้วยพันธสัญญาที่แท้จริงแล้ว เธอยิ่งไม่มีความจำเป็ต้องรักษาน้ำใจของบรรดาแมลงหวี่แมลงวันเ่าั้อีกต่อไป
"บอกเขาไป... ว่าฉันไม่ว่าง" เพียงฟ้าตอบปฏิเสธกลับไปทันควันอย่างไร้เยื่อใย "แล้วก็ไม่ต้องรับนัดใครหน้าไหนทั้งนั้นด้วย เพราะ่นี้ฉันไม่สะดวกจะออกไปไหนทั้งสิ้น... ฉันมีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำ นั่นก็คือการ 'ดูแลคนคนนึง' ที่บ้านน่ะ"
"ดูแลคนคนนึง?" น้ำเสียงของน้ำรินเต็มไปด้วยความสงสัยขั้นสุด เพราะร้อยวันพันปี นางพญาแห่งสิรินทรา กรุ๊ป ผู้บ้างาน ไม่เคยเอ่ยปากว่าจะต้องหยุดงานเพื่อไปดูแลใครมาก่อน "ดูแลใครเหรอคะ คุณเพียงฟ้า? คุณปู่สิรินทร์ท่านล้มป่วย หรือว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?"
เพียงฟ้าไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที หญิงสาวปรายตามองไปที่ประตูห้องน้ำที่ถูกปิดสนิท เสียงน้ำจากฝักบัวยังคงไหลกระทบพื้นอย่างต่อเนื่อง รอยยิ้มหวานล้ำลึกที่แฝงไปด้วยความภาคภูมิใจและอำนาจ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางเฉียบ
"ก็คนที่ฉันบอกว่า... ฉันเพิ่งไปรับตัวเขากลับมาจากตะวันออกกลางไงล่ะ น้ำริน"
เพียงฟ้าจงใจทอดเสียงให้ช้าลง เพื่อเน้นย้ำทุกถ้อยคำให้เลขาคนสนิทได้รับฟังอย่างชัดเจนเต็มสองหู
"ฉันเจอเขาแล้วนะ น้ำริน... 'หลานชายตัวจริง' ของคุณปู่... และเขา ก็เดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์ของเราเป็ที่เรียบร้อยแล้วด้วย"
"หะ... หา!!?"
เสียงอุทานด้วยความช็อกสุดขีดของน้ำรินดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์จนเพียงฟ้าต้องเอาเครื่องออกห่างจากหูเล็กน้อย
"เพราะฉะนั้น..." เพียงฟ้าเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยชัยชนะ "ั้แ่นี้เป็ต้นไป เธอไม่ต้องไปสนใจ หรือคอยเป็ธุระปะทังรับหน้าพวกผู้ชายหน้าโง่ที่แห่กันมาจีบฉัน หรือพยายามจะหา 'คู่ชีวิต' มานำเสนอให้ฉันอีกแล้วนะ น้ำริน... เพราะฉัน 'เจอ' ตัวคู่หมั้นของฉันแล้ว"
หญิงสาวเว้นจังหวะไปเล็กน้อยเพื่อสั่งการเื่สำคัญ "อ้อ! แล้วก็อีกเื่นะ เตรียมจัดการเคลียร์ตารางงานของเธอให้ว่างเอาไว้ด้วยล่ะ เพราะคุณปู่ท่านประกาศว่าจะจัด 'งานเลี้ยงต้อนรับ' หลานชายของท่านอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดในเร็วๆ นี้... เธอเองก็เตรียมไปตัดชุดสวยๆ เอาไว้ใส่มาเป็เกียรติในงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ด้วยล่ะ เข้าใจไหม?"
ปลายสายเงียบงันไปหลายวินาที ราวกับว่าิญญาของเลขาสาวแว่นได้หลุดลอยออกจากร่างไปแล้วเมื่อได้รับรู้ข่าวช็อกระดับแผ่นดินไหว
"ค... ค่ะ รับทราบค่ะ คุณเพียงฟ้า" น้ำรินตอบกลับมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมึนงงและสั่นเครือ ราวกับคนเพิ่งโดนทุบหัวด้วยค้อนปอนด์
"ดีมาก แค่นี้แหละ"
เพียงฟ้ากดตัดสายโทรศัพท์ทันทีโดยไม่รอฟังคำถามใดๆ เพิ่มเติม หญิงสาวโยนสมาร์ทโฟนราคาแพงกลับลงไปบนโต๊ะหัวเตียงอย่างไม่ไยดี
นางพญาสาวนั่งเหยียดขาตรงด้วยความผ่อนคลาย ั์ตาสีเข้มที่ทอประกายระยิบระยับจดจ้องไปยังบานประตูห้องน้ำที่บัดนี้เสียงสายน้ำเริ่มเงียบลงแล้ว รอยยิ้มเล็กๆ ที่ประดับอยู่บนมุมปากของเธอ ไม่ใช่รอยยิ้มของนักธุรกิจที่เพิ่งปิดดีลพันล้านสำเร็จ... แต่มันคือรอยยิ้มของแม่เสือสาวที่กำลังเตรียมตัวร่ายมนต์เสน่ห์ เพื่อรอรับการปรากฏตัวของ 'หมาป่าหนุ่ม' ที่กำลังจะเดินออกมาจากห้องน้ำ เพื่อชำระความเื่ 'ผู้หญิงที่ก็พอมีบ้าง' ให้รู้ดำรู้แดงกันไปในคืนนี้!
ณ บริเวณโถงทางเดินหน้าห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารสูงสุด บนชั้นเพนต์เฮาส์ของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร ซึ่งเป็ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเครือบริษัทอุตสาหกรรมหนักและการขนส่งอันดับหนึ่งอย่าง 'สิรินทรา กรุ๊ป'
DOCX
บรรยากาศโดยรอบที่มักจะเต็มไปด้วยความเคร่งครัดและระเบียบวินัยอันตึงเครียด บัดนี้กลับมีเพียงความเงียบงันที่เจือปนไปด้วยความตกตะลึง
'น้ำริน' เลขาสาวแว่นผู้มีภาพลักษณ์เยือกเย็นและทำงานเก่งกาจระดับอัจฉริยะ กำลังยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มือเรียวที่เพิ่งลดสมาร์ทโฟนลงจากหูยังคงสั่นระริกน้อยๆ ั์ตาภายใต้กรอบแว่นดีไซน์เฉียบเบิกกว้างราวกับคนที่ิญญาเพิ่งหลุดลอยออกจากร่าง คำประกาศกร้าวของเ้านายสาวที่ดังก้องอยู่ในหัวเมื่อครู่นี้ มันรุนแรงเสียยิ่งกว่าแผ่นดินไหวระดับแปดริกเตอร์ที่สั่นคลอนโครงสร้างทั้งหมดของบริษัท
DOCX
ข้างกายของเลขาสาว มีร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนรอคอยอยู่อย่างใจจดใจจ่อ
เขาคือ 'กฤต' นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้เป็เ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของประเทศ ชายหนุ่มมาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มที่พอดีกับสัดส่วน ทรงผมถูกเซ็ตมาอย่างเนี้ยบไร้ที่ติ ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านประดับด้วยรอยยิ้มละมุนละไมตามฉบับสุภาพบุรุษที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี ในอ้อมแขนของเขากำช่อดอกกุหลาบนำเข้าสีแดงสดช่อใหญ่โตมโหฬารเอาไว้แน่น
DOCX
กฤตไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับสิรินทรา กรุ๊ป เขาคือเพื่อนวัยเด็กที่เติบโตมาในแวดวงสังคมเดียวกันกับเพียงฟ้า ด้วยโปรไฟล์ที่เพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน ทั้งหน้าตา ฐานะ และความสามารถ ทำให้เขาเป็ที่หมายปองของหญิงสาวค่อนประเทศ ทว่าเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวที่เขาทุ่มเทตามจีบมาตลอดหลายปี กลับมีเพียงแค่นางพญาแห่งสิรินทราเท่านั้น
DOCX
แม้ว่าที่ผ่านมา เพียงฟ้าจะปฏิเสธคำชวนไปเดท ดูหนัง หรือไปเที่ยวของเขานับครั้งไม่ถ้วน มีเพียงนานๆ ครั้งเท่านั้นที่เธอจะยอมตอบรับคำเชิญไปทานข้าวตามมารยาททางธุรกิจ แต่กฤตก็ไม่เคยยอมแพ้ เขามั่นใจในความสมบูรณ์แบบของตนเอง และเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า 'ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก' ความดีและความอดทนของเขาจะต้องละลายน้ำแข็งในใจของหญิงสาวได้ในสักวันหนึ่ง
DOCX
และวันนี้ก็เป็อีกหนึ่งวันที่เขาหอบหิ้วช่อดอกไม้ช่อโต พร้อมกับความหวังเต็มเปี่ยม เพื่อมาเรียนเชิญหญิงสาวไปทานมื้อค่ำที่ร้านอาหารเปิดใหม่
"คุณน้ำครับ..." เสียงทุ้มนุ่มของกฤตเอ่ยทำลายความเงียบ ดึงสติสัมปชัญญะของเลขาสาวให้กลับคืนมาร่าง ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ พลางเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง "ฟ้า... ตอบว่ายังไงบ้างครับ?"
น้ำรินกะพริบตาถี่ๆ สองสามครั้งเพื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็มืออาชีพ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ขยับแว่นตาให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาปั้นหน้านิ่งเรียบและตอบกลับด้วยประโยคปฏิเสธที่ถูกใช้งานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
"ต้องขออภัยด้วยนะคะ คุณกฤต..." น้ำรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ดูเหมือนว่าวันนี้คุณเพียงฟ้าจะติดธุระสำคัญมากจริงๆ ค่ะ เธอคงไม่สะดวกที่จะตอบรับคำเชิญไปทานอาหารค่ำด้วยนะคะ"
ทันทีที่ได้รับคำตอบ รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาของกฤตก็เจื่อนลงไปเล็กน้อย แววตาของเขาฉายความผิดหวังออกมาวูบหนึ่ง แม้ว่าลึกๆ แล้วเขาจะเตรียมใจรับคำปฏิเสธนี้มาบ้างแล้ว แต่การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันก็บั่นทอนความมั่นใจของสุภาพบุรุษหนุ่มอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ด้วยวุฒิภาวะและการรักษาภาพลักษณ์ กฤตก็สามารถดึงรอยยิ้มกลับมาประดับบนใบหน้าได้อย่างรวดเร็ว
"อ่า... อย่างนั้นหรอกหรือครับ" กฤตหัวเราะเบาๆ ในลำคอเพื่อแก้เก้อ "ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะครับ ฟ้าเขาคงจะงานยุ่งและมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบเยอะจริงๆ ผมเข้าใจครับ"
น้ำรินพยักหน้ารับอย่างเห็นใจ แม้เธอจะเป็เลขาจอมเฮี้ยบที่ซื่อสัตย์ต่อเพียงฟ้ามาก แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจในความพยายามของชายหนุ่มตรงหน้า
DOCX
"อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลยนะคะคุณกฤต ่นี้คุณเพียงฟ้าเธออาจจะยุ่งกับงานบริหารจริงๆ เอาไว้วันหลังค่อยลองเรียนเชิญใหม่ก็ได้ค่ะ" น้ำรินเอ่ยให้กำลังใจตามมารยาท
"ขอบคุณมากครับคุณน้ำ" กฤตค้อมศีรษะรับน้อยๆ ด้วยความสุภาพ "ถ้าอย่างนั้น... ผมฝากช่อดอกไม้นี้ไว้ให้ฟ้าด้วยก็แล้วกันนะครับ รบกวนคุณน้ำช่วยเอาไปจัดใส่แจกันในห้องทำงานให้เธอที เผื่อว่าเห็นดอกไม้สวยๆ แล้ว ฟ้าเขาจะได้รู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานบ้าง"
น้ำรินยื่นมือออกไปรับช่อกุหลาบช่อโตนั้นมาถือไว้ "ได้ค่ะ ยินดีค่ะ"
เมื่อหมดธุระ กฤตก็หมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินกลับไปที่ลิฟต์ผู้บริหาร ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปนั้นเอง สมองของเขาก็พลันฉุกคิดถึงบทสนทนาบางประโยคที่เขาลอบได้ยิน ในตอนที่น้ำรินกำลังคุยโทรศัพท์กับเพียงฟ้าเมื่อครู่นี้ได้
กฤตชะงักฝีเท้า ชายหนุ่มหันขวับกลับมาหาเลขาสาว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอก
"จริงสิ... คุณน้ำครับ" กฤตเอ่ยเรียกไว้อีกครั้ง
"คะ? มีอะไรให้รับใช้เพิ่มเติมหรือเปล่าคะ?" น้ำรินเงยหน้าขึ้นจากช่อดอกไม้
กฤตเดินกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความแคลงใจ "เมื่อสักครู่นี้... ตอนที่คุณน้ำคุยโทรศัพท์ เหมือนผมจะได้ยินคำว่า 'ตะวันออกกลาง' แว่วๆ ออกมา... ฟ้าเดินทางไปที่ตะวันออกกลางมาเหรอครับ?"
สิ้นคำถามนั้น ร่างของน้ำรินก็แข็งทื่อเป็หินไปในทันที ั์ตาใต้กรอบแว่นลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด เพราะข้อมูลที่เธอเพิ่งได้รับมานั้น มันเป็เื่ละเอียดอ่อนระดับความลับสุดยอดของตระกูลสิรินทรา ที่แม้แต่คนในบริษัทยังไม่มีใครล่วงรู้
หญิงสาวอ้ำอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ พยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวเพื่อไม่ให้หลุดข้อมูลเื่ 'คู่หมั้น' ออกไปตามที่เ้านายสั่ง
"เอ่อ... ค... ค่ะ" น้ำรินตอบตะกุกตะกัก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามไรผม "คุณเพียงฟ้า... เพิ่งเดินทางกลับมาจากการไป 'รับคน' ที่ตะวันออกกลางน่ะค่ะ เห็นว่าเพิ่งจะเดินทางมาถึงคฤหาสน์เมื่อสักครู่นี้เอง"
"รับคน?" กฤตทวนคำเสียงสูง ความประหลาดใจพุ่งทะยานขึ้นเป็ทวีคูณ "รับใครกันครับ? ใครกันที่สำคัญถึงขนาดที่ผู้บริหารสูงสุดอย่างฟ้า ต้องยอมทิ้งงานทั้งหมดที่บริษัท แล้วบินไปรับด้วยตัวเองไกลถึงตะวันออกกลางแบบนั้น?"
ด้วยนิสัยที่รู้จักกันมาั้แ่เด็ก กฤตรู้ดีว่าเพียงฟ้าเป็คนบ้างานและให้ความสำคัญกับธุรกิจของสิรินทรา กรุ๊ป เหนือสิ่งอื่นใด การที่เธอยอมเสียสละเวลาอันมีค่าเพื่อเดินทางไปรับใครสักคนด้วยตัวเอง มันจะต้องเป็บุคคลที่มีความสำคัญต่อตระกูลนี้อย่างมหาศาล
น้ำรินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อถูกต้อนด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมา เธอรู้ดีว่าเื่นี้คงปิดบังต่อไปได้อีกไม่นาน เพราะอีกไม่กี่วัน ท่านประธานใหญ่ก็จะจัดงานเลี้ยงประกาศตัวอย่างเป็ทางการอยู่แล้ว
เลขาสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเปิดเผยความจริงบางส่วนออกไป
"คือว่า..." น้ำรินลดระดับเสียงลงเล็กน้อย "เหมือนว่าทางเรา... จะสืบหาและตามเจอตัว 'หลานชาย' ของท่านประธานใหญ่แล้วน่ะค่ะ คุณเพียงฟ้ากับเ้าสัวสิรินทร์ ก็เลยเดินทางไปรับตัวเขากลับมา..."
ประโยคนั้น... เปรียบเสมือนอุกกาบาตลูกใหญ่ที่พุ่งตกลงมาชนใจกลางความรู้สึกของกฤตเข้าอย่างจัง!
นักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมและมั่นใจในตัวเองมาตลอด นิ่งอึ้งไปในทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ริมฝีปากที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มละมุนละไมเผยอค้าง ร่างกายสูงโปร่งของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็รูปปั้นหินไปเสียแล้ว
หลานชายของเ้าสัวสิรินทร์... สายเืแท้ๆ เพียงคนเดียวที่หายสาบสูญไปนานนับสิบปี... บัดนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้วอย่างนั้นหรือ?
กฤตยืนตัวชา ในหัวของเขาประมวลผลถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาและผู้ชายคนอื่นๆ ในแวดวงสังคม ต่างรู้ดีว่าเพียงฟ้าคือ 'หลานสาวบุญธรรม' ที่ถูกวางตัวให้เป็ผู้สืบทอดกิจการทั้งหมด และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุกคนต่างหมายปองที่จะเด็ดดอกฟ้าดอกนี้ เพื่อทั้งความงามและขุมทรัพย์มหาศาล
แต่การปรากฏตัวของ 'ทายาทตัวจริง' ย่อมหมายถึงการสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจทั้งหมดภายในสิรินทรา กรุ๊ป!
กฤตไม่ได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดๆ ออกมาอีก ชายหนุ่มทำเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างแกนๆ แววตาของเขาเลื่อนลอยและเต็มไปด้วยความสับสน ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้เลขาสาวแว่นยืนมองตามแผ่นหลังที่เคยสง่าผ่าเผย แต่บัดนี้กลับดูหนักอึ้งไปด้วยความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด