เสียงระฆังยามใกล้รุ่งดังมาจากที่ไกลมาก
เยว่หลันนั่งอยู่หน้าโต๊ะ เวชระเบียนกองสูงบดบังแสงตะเกียงไปครึ่งหนึ่ง รายชื่อคนไข้กับตำแหน่งบนแผนที่ยังวนอยู่ในหัว นางลองขีดเส้นเชื่อมจุดที่พบซ้ำเป็ครั้งสุดท้าย แต่ปลายพู่กันหยุดเหนือกระดาษ
สามจุดยังว่างอยู่ ได้แก่ เรือนปิดเตาหลวง ประตูคลังโอสถชั้นใน และลานหินหลังหอตรวจชีพจร
รอยจางบนข้อมือเย็นขึ้นทีละน้อย ความเย็นซึมผ่านิัคล้ายเส้นด้ายรัดกระดูก นางตั้งใจจะเรียกเหอชิง ทว่าเปลือกตากลับหนักจนลืมไม่ขึ้น แสงตะเกียงดับวูบ
เมื่อเยว่หลันเงยหน้าอีกครั้ง โต๊ะกับเวชระเบียนหายไปแล้ว
นางยืนอยู่ในห้องมืดกว้างใหญ่ เพดานสูงจนมองไม่เห็นคาน ไม่มีประตู ไม่มีหน้าต่าง และไม่มีกลิ่นยาขมซึ่งติดอยู่ในตำหนักจันทร์ดับมาหลายวัน พื้นใต้เท้าเป็หินดำมันวาว ลายเส้นสีเงินบางเบาไหลอยู่ข้างใต้ คล้ายแผนที่ที่มีเืของตัวเอง จุดสว่างหลายจุดกระจายเป็วงรอบตำแหน่งตรงกลาง สามแห่งในวงนั้นมืดสนิท
ตรงกับช่องว่างบนแผนที่ของนาง
เยว่หลันไม่ขยับเข้าใกล้ นางก้มมองข้อมือ รอยจางยังอยู่ แต่มีเส้นสีดำคล้ายโซ่พาดทับขึ้นไปถึงข้อศอก
เสียงโลหะกระทบกันดังจากเบื้องหน้า หลังม่านเงาดำมีบัลลังก์ตั้งอยู่ ชายผู้หนึ่งนั่งพิงพนักั ฉลองพระองค์สีดำปักดิ้นทองเกือบกลืนไปกับความมืด ใบหน้าซีดกว่าคนอดนอนหลายคืน ข้อมือทั้งสองถูกตรึงด้วยโซ่ที่ทอดหายเข้าไปหลังบัลลังก์
เขามองนางอยู่ก่อนแล้ว
“สามจุดนั้น” ชายผู้นั้นเอ่ย “เ้ายังหาไม่พบหรือ สนมเสิ่น”
เยว่หลันกำมือช้า ๆ ความเย็นจากรอยบนข้อมือยืนยันว่าความฝันนี้เกี่ยวข้องกับแผนที่ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าคนตรงหน้าพูดจริง
“ท่านเห็นสิ่งที่ข้าเห็น”
“เห็นเพียงเศษเสี้ยว ตอนที่รอยของเ้าตอบสนอง”
“ผู้ใดส่งท่านมา”
ชายบนบัลลังก์นิ่งไปเล็กน้อย “ไม่มีผู้ใดส่งข้ามา”
“เช่นนั้นท่านเป็ใคร”
โซ่ที่ข้อมือเขาสั่นเบา ๆ ทั้งที่เ้าตัวไม่ได้ขยับ “เซียวจิ่งเหยียน”
ชื่อเดียวกับฮ่องเต้ผู้ครองแคว้นนี้
เยว่หลันกวาดตามองฉลองพระองค์กับบัลลังก์ ทุกอย่างจัดวางราวกับ้าให้นางเชื่อคำตอบนั้นง่ายเกินไป “ฮ่องเต้ไม่มีเหตุผลต้องล่ามตนเองไว้ในความฝันของสนมต้องโทษ”
“ข้าไม่ได้ล่ามตนเอง”
“แล้วผู้ใดล่าม”
ความมืดด้านหลังบัลลังก์ขยับเหมือนเงาถูกลมพัด ชายผู้นั้นไม่หันกลับไปมอง
“ผู้ที่ยึดร่างของข้าไป”
เยว่หลันรอ แต่เขาไม่อธิบายต่อ คำตอบสั้นเกินไปสำหรับเื่ใหญ่เกินจริง นางจึงเปลี่ยนคำถาม “เมื่อคืน ผู้ที่อยู่ในร่างฮ่องเต้ออกคำสั่งใด”
“ข้าไม่อาจเห็นทุกสิ่งที่เขาทำ”
“แต่กลับเห็นแผนที่บนโต๊ะของข้า”
“เพราะแผนที่นั้นแตะสิ่งที่ผูกร่างนี้ไว้”
เขาตอบโดยไม่รีบแก้ตัว น้ำเสียงไม่วิงวอนและไม่พยายามทำให้นางสบายใจ ท่าทีเช่นนั้นน่าเชื่อกว่าคำอ้อนวอนอยู่เล็กน้อย แต่ยังไม่มากพอ
เยว่หลันเดินอ้อมไปด้านข้างหนึ่งก้าว ลายเส้นใต้พื้นสว่างตามฝ่าเท้า โซ่ที่ข้อมือชายผู้นั้นตึงขึ้นทันที
“หยุด”
นางหยุดแต่ไม่ได้ถอย “เพราะเหตุใด”
“ที่นี่ไม่ใช่ห้อง เ้ากำลังเหยียบทางเชื่อมระหว่างร่างของข้ากับจุดผนึกรอบเขตโอสถหลวง”
จุดสว่างใต้พื้นกะพริบไม่พร้อมกัน ราวกับชีพจรของคนหลายคนถูกบังคับให้เต้นตามจังหวะเดียว
“พิษไม่ได้มีไว้สังหารข้าเป็หลัก” เขากล่าว “มันทำให้ร่างนี้อ่อนแอพอจะผูกไว้กับตำแหน่งเ่าั้ เมื่อจุดหนึ่งทำงาน โซ่จะรัดแน่นขึ้น และคนที่ยึดร่างข้าจะควบคุมมันได้นานกว่าเดิม”
เยว่หลันมองสามจุดมืด “จุดที่หายไปยังไม่ทำงาน”
“หรือทำงานแล้วแต่ถูกซ่อน หากเ้าทำลายผิดลำดับ คนที่เชื่อมอยู่กับจุดนั้นอาจรับผลแทน”
ใบหน้าซูเหมยผุดขึ้นในใจ รอยดำที่ลามถึงข้อศอกและชีพจรผิดจังหวะไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ “สาวใช้ของข้าเป็หนึ่งในนั้นหรือ”
“ข้าไม่เห็นชื่อ”
“แต่ท่านรู้ว่าจะใช้คนเป็เครื่องรับผลแทน”
“เพราะเคยมีผู้ตายมาแล้ว”
เสียงของเขาราบเรียบเกินไป เยว่หลันจ้องใบหน้าซีดนั้น “ท่านเป็คนอนุญาตหรือ”
โซ่ในความมืดส่งเสียงครูดพื้น เขาไม่ตอบ
ความเงียบครั้งนี้เป็คำตอบได้หลายแบบ และทุกแบบล้วนทำให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหมาะสมแล้ว
“ท่าน้าให้ข้าทำสิ่งใด”
“หาจุดที่เหลือ แล้วคลายตามลำดับ เริ่มจากเรือนปิดเตาหลวง เมื่อเ้าพบของที่ใช้ตรึงจุดนั้น รอยบนข้อมือจะเย็นกว่าครั้งนี้”
เยว่หลันยกข้อมือขึ้น “ท่านรู้เื่รอยนี้มากเพียงใด”
“มากพอจะรู้ว่ามันมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”
“แต่ไม่มากพอจะบอกว่ามันมาจากไหน”
เซียวจิ่งเหยียนสบตานาง “บางคำตอบ หากบอกตอนนี้ เ้าจะไม่เชื่อ”
“คำตอบที่ไม่มีหลักฐาน ข้าก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว”
มุมปากของเขาขยับเล็กน้อย ไม่ถึงกับเป็รอยยิ้ม “ดี”
เยว่หลันไม่ชอบคำชมที่ฟังคล้ายเขากำลังประเมินเครื่องมือชิ้นหนึ่ง “ต่อให้ท่านเป็เ้าของร่างจริง ข้าก็ไม่มีเหตุผลต้องช่วย”
“เ้ามี” เขามองสามจุดมืด “หนึ่งในนั้นเกี่ยวข้องกับคนที่เ้าพยายามรักษา”
“นั่นเป็คำขู่หรือ”
“เป็ข้อเท็จจริง”
“จากคนที่ไม่ยอมตอบว่าตนเคยอนุญาตให้ผู้ใดตายหรือไม่”
ความมืดหลังบัลลังก์ไหว โซ่เส้นหนึ่งกระชากจนข้อมือเขามีเืซึม แต่เขายังนั่งตรง
“ข้าเคยออกคำสั่งโดยยอมรับว่าจะมีผู้รับผล” เขากล่าวช้า ๆ “เวลานั้นข้าเชื่อว่าคนส่วนน้อยต้องถูกสละเพื่อหยุดสิ่งที่ใหญ่กว่า”
“แล้วตอนนี้”
“ตอนนี้ข้ารู้ว่าผู้ที่รับผลไม่ได้หยุดอยู่แค่คนส่วนน้อย”
คำตอบนั้นไม่ใช่คำสำนึกผิดหรือคำแก้ตัว เขาเพียงยอมรับว่าการคำนวณของตนผิดพลาด ฮ่องเต้ผู้ถูกขังอาจเป็เหยื่อ แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เคยทำให้ผู้อื่นเป็เหยื่อ
เยว่หลันมองลายเส้นใต้พื้น “ข้าจะไม่แตะจุดใดจนกว่าจะรู้ว่าใครเชื่อมอยู่ และจะไม่ยอมให้ท่านตัดสินใจแทนซูเหมย”
“หากช้าเกินไป คนที่ยึดร่างข้าจะรู้ว่าเ้าพบอะไร”
“เช่นนั้นท่านควรให้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้”
“ใต้ฐานเตียงัด้านตะวันออกมีช่องลับ ข้างในเก็บตราหยกดำครึ่งหนึ่ง ขอบล่างมีรอยบิ่นรูปพระจันทร์”
เยว่หลันจดจำทุกคำ “ผู้ที่ยึดร่างท่านไม่รู้หรือ”
“เขาเห็นความทรงจำที่ลอยขึ้นมาบนผิว แต่บางส่วนข้ายังซ่อนไว้ได้”
“ข้าเข้าไปค้นใต้เตียงัไม่ได้”
“เหอชิงเคยรับคำสั่งลับหมายเลขสิบเก้า ให้เขาตรวจคำขึ้นต้น คืนดาบแก่เงา”
เยว่หลันไม่เคยได้ยินถ้อยคำนั้นจากเวชระเบียนหรือความทรงจำของร่างเดิม หากเหอชิงยืนยันได้ อย่างน้อยชายตรงหน้าก็เข้าถึงความลับของฮ่องเต้จริง แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาเป็เ้าของร่าง ไม่ใช่คนอีกคนที่กำลังใช้ความลับเดียวกันล่อนาง
“หากเหอชิงไม่เคยได้รับคำสั่งนั้น”
“เ้าก็ไม่ต้องกลับมา”
“ข้าเป็ผู้เลือกว่าจะกลับมาหรือไม่”
เซียวจิ่งเหยียนมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ถูกต้อง”
ลายเส้นสีเงินใต้ฝ่าเท้าพลันสว่าง แสงวิ่งจากรอยบนข้อมือเยว่หลันไปยังโซ่ของเขา ความเย็นกัดลึกจนปลายนิ้วชา ชายบนบัลลังก์ลุกขึ้นเป็ครั้งแรก เขาเดินลงมาได้เพียงสองก้าว โซ่ทุกเส้นก็ตึงพร้อมกัน ระยะระหว่างคนทั้งสองยังมากพอให้เงามืดแทรกอยู่
“ฟังให้ดี” เขากล่าว “อย่าทำลายทุกจุดพร้อมกัน ไม่ว่าผู้ใดจะบอกว่ามันเป็ทางที่เร็วที่สุด ผลสะท้อนจะย้อนผ่านคนที่ถูกใช้เป็ตัวรับ”
“ผู้ใดจะบอกข้าเช่นนั้น”
เขาเหลือบมองด้านหลัง รอยเืจากข้อมือหยดลงบนพื้น แต่ก่อนแตะหิน มันกลับกลายเป็ควันดำ
“คนที่ตื่นอยู่ในร่างของข้า”
เสียงโลหะกระแทกดังสนั่น โซ่ดึงเขากลับไปทางบัลลังก์ เยว่หลันก้าวตามโดยไม่ตั้งใจเพียงครึ่งก้าว ความเย็นบนข้อมือพลันแปรเป็ความเจ็บ เส้นดำลากสูงขึ้นเกือบถึงข้อศอก เช่นเดียวกับรอยบนแขนซูเหมย
นางหยุดทันที
เซียวจิ่งเหยียนเห็นเช่นกัน สีหน้าเขาเปลี่ยนไปชั่วขณะ “ครั้งต่อไป อย่าอยู่ที่นี่นาน”
“การพบกันมีราคา”
เขาไม่ปฏิเสธ
“แล้วเหตุใดจึงดึงข้าเข้ามา”
“ข้าไม่ได้เป็ผู้เริ่ม”
“ใครเป็ผู้เริ่ม”
โซ่กระชากอีกครั้ง เสียงของเขาถูกความมืดกลืนหายไปครึ่งหนึ่ง “บางทีอาจเป็รอยของเ้า บางทีอาจเป็ผู้ที่้าให้เราเปิดทางถึงกัน”
พื้นใต้เท้าเริ่มแตกร้าว แสงสีเงินไหลลงไปในรอยแยก จุดสว่างรอบเขตโอสถหลวงดับลงทีละจุด
“ข้าจะตรวจคำสั่งหมายเลขสิบเก้า” เยว่หลันพูดเร็วขึ้น “หากเป็จริง ข้าจะตรวจเรือนปิดเตาหลวง แต่ข้ามีเงื่อนไข ก่อนคลายจุดใด ท่านต้องบอกผลที่จะเกิดกับผู้เชื่อมทั้งหมดเท่าที่รู้ และจะไม่มีการสละผู้ใดโดยไม่ให้คนนั้นรู้”
เขาเงียบ
“หากท่านรับไม่ได้ ข้อตกลงจบตรงนี้”
บัลลังก์ด้านหลังเขาถูกเงาดำกลืนไปกว่าครึ่ง ในที่สุดเซียวจิ่งเหยียนจึงพยักหน้า “ข้าจะบอกก่อนตัดสินใจ”
ไม่ใช่คำมั่นว่าจะไม่สละใคร เพียงยอมให้อีกฝ่ายมีสิทธิ์รู้ก่อนถูกตัดสิน อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้รับปากในสิ่งที่ไม่คิดทำ
“อีกข้อ” เยว่หลันกล่าว “ผู้ที่ยึดร่างท่านเข้ามาได้อย่างไร”
เป็ครั้งแรกที่ใบหน้าของเซียวจิ่งเหยียนเผยความลังเลชัดเจน เงาดำด้านหลังแผ่เข้าหาเขา โซ่ทุกเส้นส่งเสียงพร้อมกัน
“เมื่อเ้าพิสูจน์คำสั่งได้ ข้าจะตอบ”
พื้นใต้เท้าเยว่หลันพังลง
นางลืมตาพร้อมสูดลมหายใจแรง ตะเกียงบนโต๊ะยังติดอยู่ เวชระเบียนวางตำแหน่งเดิม พู่กันตกบนกระดาษ ทิ้งคราบหมึกเป็ทางยาวผ่านสามจุดว่าง
เหอชิงซึ่งนั่งหลับตาพิงเสาอยู่ไม่ไกลลืมตาทันที “เกิดอะไรขึ้น”
เยว่หลันไม่ตอบ นางดึงแขนเสื้อขึ้น รอยดำคล้ายโซ่พาดอยู่บนข้อมือ แม้จางลงต่อหน้าต่อตา แต่ความเย็นยังฝังในกระดูก
เหอชิงเข้ามาจับชีพจร สีหน้าของเขาเคร่งขึ้น “ชีพจรเ้าเร็วผิดปกติ”
“ข้าหลับไปนานเท่าใด”
“ไม่ถึงครึ่งก้านธูป”
ในความฝัน นางสนทนากับชายผู้นั้นนานกว่านั้นหลายเท่า
เยว่หลันกดแขนเสื้อลง “ท่านเคยได้รับคำสั่งลับหมายเลขสิบเก้าหรือไม่”
มือของเหอชิงหยุดอยู่เหนือกล่องยา “ใครบอกเ้า”
“ตอบก่อน”
“คำสั่งลับไม่มีหมายเลขให้คนนอกตรวจ”
“คำขึ้นต้นว่า คืนดาบแก่เงา”
เหอชิงเงยหน้าขึ้น ความระแวงในดวงตาเปลี่ยนเป็ความเย็นเฉียบ “เ้าไปได้คำนี้มาจากที่ใด”
นั่นเพียงพอจะยืนยันว่าคำสั่งมีอยู่
“ข้าได้ยินจากคนผู้หนึ่งในฝัน”
เหอชิงไม่หัวเราะและไม่กล่าวว่านางเสียสติ เขาเพียงถอยออกไปครึ่งก้าว ราวกับกำลังประเมินว่านางเป็คนเดิมที่เขาตกลงร่วมมือด้วยหรือไม่ “ผู้ใด”
“ยังไม่มีหลักฐานพอให้ข้าระบุ”
เหอชิงมองรอยบนข้อมือที่ถูกแขนเสื้อปิดไว้ “แล้วคำสั่งหมายเลขสิบเก้าเป็หลักฐานหรือ”
“เป็เพียงหลักฐานว่าเขารู้ความลับของฮ่องเต้”
“ต่างกันตรงไหน”
“คนที่รู้ความลับอาจเป็เ้าของคำสั่ง ผู้รับคำสั่ง หรือผู้ที่ขโมยมันมา ข้ายังตัดทางใดทิ้งไม่ได้”
ความเงียบตกลงระหว่างคนทั้งสอง เหอชิงหันไปมองแผนที่ จุดที่เยว่หลันวงไว้ยังอยู่ครบ “เขา้าอะไร”
“ให้หาจุดที่เหลือและคลายตามลำดับ เริ่มจากเรือนปิดเตาหลวง เขาบอกว่าพิษถูกใช้ผูกร่างฮ่องเต้กับตำแหน่งรอบเขตโอสถหลวง”
“แล้วเ้ารับปาก”
“รับปากว่าจะตรวจสอบ”
“เ้าปิดบังสิ่งใดอีก”
“ชื่อและฐานะของผู้ให้ข้อมูล จนกว่าคำสั่งหมายเลขสิบเก้าจะได้รับการตรวจสอบ”
เหอชิงนิ่งไปนานกว่าเดิม “เช่นนั้นเหตุใดเ้าจึงคิดช่วยคนที่ไม่ยอมเปิดเผยตัว”
“ข้ายังไม่คิดช่วยเขา” เยว่หลันมองไปทางเตียงของซูเหมย “ข้าจะตรวจว่าโซ่ของเขาผูกอยู่กับชีวิตของผู้ใดบ้าง”
ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นพร้อมกัน เหอชิงดับตะเกียงบนโต๊ะ เก็บแผนที่สอดใต้เวชระเบียน แต่ยังไม่ทันปิดหีบ เสียงขันทีหน้าตำหนักก็ดังลอดเข้ามา
“พระราชโองการมาถึง”
ทหารรักษาการณ์เปิดประตูโดยไม่รออนุญาต แสงเช้าสีเทาไหลเข้ามาในห้อง พร้อมขันทีถือม้วนผ้าไหมและทหารอีกสิบสองนาย จำนวนมากกว่ายามเดิมถึงสองเท่า
เยว่หลันกับเหอชิงคุกเข่ารับคำสั่ง
“มีพระบัญชาให้เพิ่มกำลังเฝ้าตำหนักจันทร์ดับ ห้ามผู้ใดนำเอกสารจากสำนักหมอหลวงเข้าหรือออก ั้แ่บัดนี้หมอหลวงเหอต้องเข้าตรวจอาการผู้ต้องกักต่อหน้าผู้แทนจากตำหนักัเท่านั้น เวชระเบียนทั้งหมดให้ส่งคืนทันที ผู้ฝ่าฝืนถือว่าขัดพระราชบัญชา”
ขันทีปิดม้วนผ้าไหม ทหารสองนายก้าวตรงไปยังโต๊ะ
เหอชิงลุกขึ้นขวาง “เมื่อคืนข้าไม่ได้ให้ยาเพราะยังไม่รู้ต้นเหตุ แต่หลังตรวจชีพจรเมื่อครู่ ข้าสั่งยาประคองไว้ นางยังไม่ได้รับแม้แต่เทียบแรก”
“ยาที่สั่งไว้จะถูกส่งเมื่อตรวจรายการใหม่แล้ว”
“ผู้ใดเป็ผู้อนุมัติ”
“ฝ่าาทรงมีพระบัญชาให้ตรวจใหม่ทั้งหมด”
เยว่หลันมองซูเหมยซึ่งยังหลับอยู่บนเตียง ยาประคองอาจไม่แตะต้นเหตุ แต่อย่างน้อยมันเป็การรักษาเพียงอย่างเดียวที่เหอชิงยอมสั่ง หากถูกระงับก่อนมาถึง ซูเหมยจะเหลือเพียงการเฝ้าดูอาการ และหากเหอชิงไม่ได้แตะชีพจรด้วยตนเอง ไม่มีผู้ใดรู้ว่ารอยดำจะลามเมื่อไร
คำสั่งนี้ไม่ได้เพียงเอาเวชระเบียนคืน มันตัดทั้งยา หมอ และทางไปยังเรือนปิดเตาหลวงพร้อมกัน ตรงข้ามกับสิ่งที่ชายในความฝันขอให้นางทำทุกประการ
เยว่หลันลุกขึ้นช้า ๆ “ขอท่านกงกงช่วยทูลถามฝ่าาหนึ่งประโยค”
ขันทีปรายตามอง “พระสนมอยู่ระหว่างต้องโทษ ไม่ควรถามมาก”
“เพียงคำห้าคำ คืนดาบแก่เงา หมายความว่าอย่างไร”
สีหน้าขันทีไม่เปลี่ยน แต่ปลายนิ้วที่จับม้วนราชโองการแน่นขึ้น “ฝ่าาทรงคาดว่าพระสนมอาจกล่าวเื่ไร้สาระ จึงทรงกำชับคำตอบไว้แล้ว”
เยว่หลันมองเขา “คำตอบว่าอย่างไร”
“เมื่อคืนฝ่าาไม่เคยเสด็จมาที่นี่ ไม่เคยพบพระสนม และไม่ทรงทราบเื่คำมั่นใดทั้งสิ้น”
ความเย็นจากรอยบนข้อมือแล่นขึ้นมาอีกครั้ง
นางไม่เคยบอกว่าพบกันเมื่อคืน และยังไม่ได้เอ่ยถึงคำมั่น ขันทีผู้นี้ตอบคำถามที่นางยังไม่ได้ถาม
ทหารยกหีบเวชระเบียนออกไป เหอชิงถูกสั่งให้ตามออกจากตำหนัก ประตูปิดลงต่อหน้าเยว่หลัน เสียงกลอนเหล็กดังหนักกว่าทุกครั้ง
นางยืนอยู่กลางห้องที่เหลือเพียงแผนที่ซึ่งซ่อนไว้ไม่ทันถูกค้นพบ กับซูเหมยที่ยังไม่ได้รับยาประคองแม้แต่เทียบแรก
ฮ่องเต้ในความฝันขอให้นางเปิดทาง
ฮ่องเต้ยามเช้าปิดประตูทุกบานก่อนนางจะเริ่มตรวจสอบ
และไม่ว่าคนใดกำลังโกหก อีกฝ่ายหนึ่งก็รู้แล้วว่ามีใครบางคนเข้าถึงนางเมื่อคืน