ย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย

    คิดภาพตามนะ

    “เอาล่ะ! นายก็แบกเพื่อนกลับหน่วยไปด้วยแล้วกัน” 

     

    สมิธได้ทำการใช้ดอกมังกรสลีพเปอร์ให้เหล่านี้สลบไปทั้งสิ้น 3 คน เหลือไว้คนหนึ่งไม่ใช่เพราะสมิธรู้สึกใจอ่อนเมตตาแต่เพราะเดี๋ยวไม่มีใครพาเจ้าพวกนี้กลับจึงจำเป็นต้องเหลือไว้สักคนไว้แบกกลับ

     

    “ฉันขอถามอะไรนายหนึ่งข้อ นายอยู่ข้างมนุษย์หรือเปล่า?” เดลต้าวันแบกเพื่อนในหน่วยที่สลบขึ้นหลังที่เดียว 3 คนอย่างสบาย แต่ก่อนที่มันจะไปจากที่นี้มันหยุดและหันมาถามเจ้าคนแปลกหน้านี้ที่ดูแล้วน่าจะดูเป็นภัยต่อประเทศชาติ มีความสามารถในการสั่งการเจ้าต้นไม้นั้นที่มีพลังร้ายกาจแถมยังมีสิ่งมีชีวิตค้ลายหัวกะหล่ำปลีอยู่ในกระเป๋าที่คอยสงสัยเสียงอยู่ตลอด ตัวมันไม่อาจจากไปเฉยๆได้มันต้องรู้ให้ได้ว่าบุคคลผู้นี้เป็นภัยกับมนุษย์และประเทศชาติหรือไม่

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายได้ยินไหมกรีนชิลด หมอนี้พึ่งถามฉันว่าฉันอยู่ข้างมนุษย์หรือไม่” สมิธที่เจอคำถามคาดไม่ถึงขนาดนี้ก็ทำเอาเขาถึงกับหลุดหัวเราะออกมา เพราะนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ตัวเขาโดนถามด้วยคำถามแบบนี้

     

    “เจ้าถามได้ตลกเหมือนกันนะเพราะว่าคนถามดันเป็นคนที่กำลังทำให้มนุษยชาติกำลังสูญพันธุ์!” กรีนชิลดเองก็ได้ส่ายหน้ากับคำถามเพราะดันถามอะไรทที่ดูแสนจะซื่อบื้อออกมา

     

    “นายและหัวหน้าจอมโง่เง่าของนายต้องขอบคุณฉันนะรู้ไว้ซะ เพราะถ้าฉันไม่หยุดนายไว้นายลองคิดภาพตามฉันนะ นกตัวยักษ์สีที่มีขนาดตัวเท่าเครื่องบินแถมทั้งร่างกายยังปกคลุมไปด้วยเปลวไฟที่ไม่อาจดับได้อาละวาดด้วยความบ้าคลั่งขั้นสุด นายคิดว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นไงถ้าเกิดสิ่งนั้นขึ้น?” สมิธเข้าไปกอดคอเดลต้าวันก่อนจะบอกข้างหูด้วยน้ำเสียงที่จริงจังถึงความเป็นไปได้ในผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากตัวเขาไม่เข้ามาหยุดพวกนี้เสียก่อน เพราะหากภารกิจลักพาตัวสำเร็จมันจะเป็นดั่งที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน 100%

     

    “ต่อจากนี้ถ้านายตามสืบเรื่องฉันหรือคอยสอดส่องฉันก็ไม่ว่าหรอกนะฉันชินชาแล้ว แต่ฉันขอแนะนำให้นายไปที่สำนักหน่วยพิเศษเพราะพวกนั้นมีข้อมูลของฉันอยู่ นายจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์” สมิธพูดลากับเดลต้าวันก่อนที่เดลต้าวันจะจากไป

     

    เมื่อทุกอย่างตรงนี้สงบเรียบร้อยแล้วสมิธทำการค้นภายในแคมป์แห่งนี้ทันที เผื่อจะเจออะไรที่พอเป็นประโยชน์ในการช่วยค้นพาฟีนิกซ์และในที่สุดก็เจอของที่ว่านั้นคือเครื่องตรวจจับความร้อน

     

    “เจ้าจะใช้เจ้าสิ่งนี้ในการค้นหารึ” กรีนชิลดถามออกมาด้วยความสงสัย

     

    “ประมาณนั้นนายสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของฟีนิกซ์และสิ่งนี้ช่วยตรวจจับร่องรอยความร้อนของฟีนิกซ์ เมื่อทั้งสองทำงานด้วยกันนายไม่คิดว่ามันจะทำให้เราตามหาฟีนิกซ์ง่ายขึ้นรึ?” สมิธบอก

     

    “ก็ดี!” กรีนชิลดก็เห็นด้วยในเมื่อมีเครื่องทุ่นแรงทำไมจะไม่ใช้

     

    ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู

    ชู ชู ชู ชู

    ชู ชู ชู 

     

    “พวกนี้เองก็บอกว่าเห็นด้วยเหมือนกัน” กรีนชิลดแปลให้สมิธฟัง

     

    เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วไร้ซึ่งอุปสรรค์สมิธและกรีนชิลดรวมถึงเหล่าชูเริ่มตามหาสิ่งมีชีวิตในตำนานฟีนิกซ์อย่างจริงจังสักที โดยขั้นตอนในการตามหานั้นจะให้กรีนชิลดสัมผัสถึงตัวตนของฟีนิกซ์ เมื่อสัมผัสได้แล้วสมิธจะใช้เครื่องมือตรวจจับความร้อนไปยังทิศทางนั้นว่ามีร่องรอยความร้อนอยู่หรือไม่ถ้ามีก็แปลว่ามาถูกทางแต่ถ้าไม่ก็แปลว่าผิดทางแค่นั้น

     

    การตามหาดำเนินต่อไปจนกระทั้งพระอาทิตย์เริ่มตก สมิธจึดตัดสินใจหยุดการค้นหาไว้ชั่วคราวค่อยหาต่อในตอนเช้าเพราะตอนนี้คือเวลาตั้งแคมป์เตรียมนอน สมิธได้แบกเต็นท์และเสบียงของพวกเดลต้ามาด้วย การนอนภายในป่าครั้งนี้จึงดีกว่าที่คาดเพราะตอนแรกที่สมิธคิดคือเขาแค่จะขึ้นไปนอนบนต้นไม้แค่นั้นไม่มีหรอกการตั้งแคมป์

     

    เมื่อตั้งแคมป์เสร็จสมิธก็ก่อกองไฟและเริ่มทำอาหารในทันที โดยเมนูที่สมิธทำมีอยู่ด้วยกันสองเมนูเมนูแรกง่ายๆอย่างสเต็กส่วนเมนูที่สองนี้เขาทำให้พวกชูกินคือซุปผัก สมิธให้กรีนชิลดถามแล้วว่าพวกนี้กินอาหารแบบนี้ได้ไหมซึ่งคำตอบที่ได้คือกินได้ 

     

    หลังจากทำอาหารเสร็จแล้วสมิธและกรีนชิลดกินสเต็กส่วนพวกชูกินซุปผัก สเต็กสำหรับทั้งสองคนของเขาสามารถกินได้เลยไม่มีปัญหา แต่สำหรับพวกชูนั้นซุปต้องรอให้เย็นกว่านี้เพราะถ้ามันร้อนเกินไปมือที่เป็นใบไม้รับรองได้ไหม้กันพอดี สมิธจีงนำซุปมาตากลมเพื่อให้มันเย็นและพอซุปเย็นในระดับที่ได้แล้วเขาจึงตักซุปใส่ถ้วยขนาดเล็กให้พวกชูคนถ้วย

     

    ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู ชู

     

    “พวกนี้สรรสเสริญนายเป็นพระเจ้าอีกแล้ว”

     

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาปลูกผักในวันที่โลกล่มสลาย ที่คุณอ่าน