มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 126 ที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการเอง

            ในอ้อมแขนทั้งสองข้างของบุรุษหนุ่มบัดนี้กำลังตระกองกอดนางฟ้าทั้งสองไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม บุรุษหนุ่มคล้ายมิเห็นฟู่ดาซิงและองครักษ์ซ้ายขวาอยู่ในที่นี้ก็ปาน เพียงมองสตรีงามทั้งสองในอ้อมแขนด้วยความห่วงใยและสำนึกขอบคุณ พร้อมกล่าว

     

            "ขออภัยที่ทำให้ท่านทั้งสองต้องลำบากแล้ว แม่นางทั้งสองโปรดพักผ่อนก่อน ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าจัดการเอง.."

     

            สตรีทั้งสองที่หลับตาพริ้มพลันลืมตาขึ้นเมื่อพบว่าตนเองมิได้เพลี่ยงพล้ำไปแต่กลับมาอยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแรงและอบอุ่นของกังหลง แทนที่จะตกอยู่ในเงื้อมมือของศรัตรู สีหน้าของสตรีทั้งสองพลันแดงระเรื่อขึ้น ต่างส่งสายตาหวั่นไหวห่วงใยพร้อมกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนระโหยโรยแรงน่าเวทนายิ่งนัก

     

            "พวกมันแข็งแกร่งยิ่ง..ท่านระวังตัวด้วย.."

     

            "หากต้านทานมิไหวคุณชายโปรดหาทางหลบหนีไป มิต้องเป็นห่วงพวกข้าทั้งสอง.."

     

            กังหลงอุ้มทั้งสองไปวางพิงก้อนศิลาใหญ่ด้านข้างพร้อมหยิบโอสถรักษาอาการบาดเจ็บป้อนให้ทั้งสองกลืนกิน กล่าวกับสตรีทั้งสองและหันมาเผชิญหน้ากับฟู่ดาซิงและองครักษ์ซ้ายขวา

     

            "ท่านทั้งสองกลืนกินโอสถพักผ่อนรักษาอาการบาดเจ็บตรงนี้สักครู่ก่อน มิต้องกังวล ข้าจะให้พวกมันชดใช้ในสิ่งที่มันทำกับพวกท่านเอง "

     

            "เป็นผู้ชายอกสามศอกถึงกับลงมือกับอิสตรี นับจากนี้ข้าจะทำให้พวกท่านมิอาจก่อกรรมทำร้ายผู้ใดได้อีก"

     

            "เฮอะ..ช่างสามหาวนัก..องครักษ์ซ้ายขวา ตัดมือตัดเท้ามัน อย่าเพิ่งให้มันสิ้นชีวิต..ข้าจะให้มันชมดูข้าย่ำยีสตรีงามทั้งสองของมันก่อนตาย ..ฮ่า ..ฮ่า...ฮ่า..!! "

     

            องครักษ์ทั้งสองต่างหัวร่อใช้สายตาเหี้ยมเกรียมมองไปยังบุรุษหนุ่มที่ร่างเพียงปรากฎระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดให้เห็นอย่างเหยียดหยาม พร้อมพุ่งโจมตีเข้าหาพร้อมกัน ยกฝ่ามือฟาดไปยังแขนขาของกังหลงเพื่อตัดทำลายตามคำสั่งของฟู่ดาซิงผู้เป็นเจ้านาย  กังหลงมองร่างทั้งสองที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา ขยับกายวูบใช้ท่าเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยออกพร้อมสำแดงกายาทองแดงระดับต้นออกมาพร้อมกัน ปรากฎเป็นร่างกังหลงสีทองแดงสองร่างพุ่งเข้าต้านรับองครักษ์ซ้ายและขวาดุจประกายไฟ

     

            "ฝ่ามือหยิน..!!"

     

            "ฝ่ามือหยาง..!!"

     

            "วูบบบบ.."

     

            "เก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย ..กับพวกเจ้าข้าจะใช้เพียงพลังกายเข้าต่อต้านก็เกินพอ..!!"

     

            "ปัง..."

     

            "ปัง..."

     

            ร่างองครักษ์ทั้งสองที่พุ่งเข้าโจมตีพลันเผชิญเข้ากับร่างบุรุษหนุ่มที่จู่ ๆ พลันร่างเบื้องหน้าเริ่มกลายเป็นสีทองแดงพร้อมแยกร่างออกเป็นสองร่างโดยร่างทั้งสองถึงกับมีหน้าตาเหมือนกันมิผิดเพี้ยนอย่างกระทันหัน องครักษ์ทั้งสองถึงกับชะงักไปชั่วครู่ด้วยความตะลึง กังหลงอาศัยท่าร่างอันรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัวพุ่งเข้าเตะตวัดเข้ากลางลำตัวขององครักษ์ทั้งสองที่ชะงักไปชั่วครู่จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว 

     

            ร่างทั้งสองถูกแรงเตะอันหนักหน่วงกว่าหนึ่งพันชั่งฟาดเข้ากลางลำตัวอย่างถนัดถนี่จนร่างทั้งสองงองุ้ม กระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงของเท้าปะทะเข้ากับฝาผนังของห้องโถงจนผนังทะลุพังทลายไป และร่างยังลอยออกไปตามแรงเตะไกลอีกเกือบยี่สิบวาจึงค่อยหยุดยั้งลง

     

            "ฮั่ก..ฮั่ก..!!"

     

            "แคร่ก ..แคร่ก..!!"

     

            "โครม..โครม.. !!"

     

            หลังจากฟื้นฟูลมปราณจนสมบูรณ์พร้อมครานี้กังหลงต้องการทดสอบพลังทางกายภาพของตนว่าจะรุนแรงเพียงใด แม้องครักษ์ทั้งสองจะเป็นถึงผู้เยี่ยมยุทธระดับปราณราชันย์ แต่ด้วยท่าร่างอันรวดเร็ว การโจมตีจากกายาอันแข็งแกร่งที่มีพลังมากกว่าหนึ่งพันชั่งอย่างจังและกระทันหัน ก็ทำให้เกิดเสียงกระดูกแตกร้าวเกิดขึ้นเช่นกัน ทำให้ทั้งสองถึงกับได้รับบาดเจ็บบอบช้ำอย่างรุนแรง องค์รักษ์ซ้ายที่ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำมาก่อนถึงกับทรุดตัวลงมิอาจลุกขึ้นได้อีก องครักษ์ขวาแม้บาดเจ็บบอบช้ำแต่ยังมิรุนแรงเท่าจึงฝืนทนอยู่ได้ด้วยอาการหอบเหนื่อย ทั้งสองถึงกับคาดฝันไม่ถึงว่าบุรุษหนุ่มที่แสดงระดับปราณให้เห็นแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุด ถึงกับมีร่างกายที่แข็งแกร่งและพลังโจมตีทางกายภาพที่รุนแรงถึงปานนี้ ทั้งสองอุทานออกมาแทบพร้อมกัน

     

            "นี่มันท่าร่างใดกัน..กายาใดกันถึงได้มีพลังโจมตีที่รุนแรงปานนี้"

     

            "เจ้า ๆ เป็นใครกันแน่..!!..ด้วยพลังและความเร็วระดับนี้คงมิใช่เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดอย่างแน่แท้..!!"



            กังหลงหลังจากทราบถึงพลังขณะนี้ เพียงแยกร่างออกสองร่างพลังกายภาพเพิ่มขึ้นถึงสองพันชั่งท่าร่างรวดเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า ทราบว่าบัดนี้กายาทองแดงสามารถสำแดงอานุภาพได้ระดับหนึ่งแล้ว นับแต่นี้ต่อไปตนมีท่าร่างพลังโจมตีและพลังป้องกันที่พอจะเอาตัวรอดได้อย่างมิลำบาก หันมองสององค์รักษ์แล้วมองไปที่ฟู่ดาซิงที่กำลังใช้สายตากลอกกลิ้งมองไปที่สตรีทั้งสอง ขณะนี้สมควรรีบรวบรัดการต่อสู่เพื่อความปลอดภัยของสตรีทั้งสอง และเพื่อความไม่ประมาท จึงต้องการกำจัดองค์รักษ์ทั้งสองก่อนแล้วค่อยหาวิธีจัดการรับมือกับผู้เป็นหัวหน้าต่อไป ตัดสินใจได้กังหลงรีบพุ่งเข้าหาองครักษ์ทั้งสองอีกครั้งทันทีเกร็งพลังปราณจนเปี่ยมล้น ร่างพลันแยกออกเป็นสองร่างอีกครั้งพุ่งเข้าหาองครักษ์ทั้งสองดุจประกายไฟ

     

            "วูบบบ..!!"



            "จงสลายไปซะ..!!"



            "อัคคีโลกันต์..!!"

     

            "ฟุ่บบบ..."

     

            ร่างองครักษ์ทั้งสองที่ยังมิทันลุกยืนได้อย่างมั่นคงและมิทันได้สำแดงพลังอย่างเต็มความสามารถ พลันรับรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่และร้อนแรงที่พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วจนมิอาจตั้งตัว จึงฝืนปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีต้องการจะฟาดออกต่อต้านร่างที่พุ่งเข้าหา

     

            แต่ด้วยระดับพลังที่แท้จริงของกังหลงปัจจุบันคือปราณราชั้นระดับแปดขั้นสุดซึ่งด้วยความหนาแน่นของพลังปราณและจุดตันเถียนที่มีขนาดใหญ่กว่าของบุคคลทั่วไปถึงหลายเท่า ทำให้สามารถต่อสู้ข้ามช่วงชั้นได้หลายระดับใหญ่อีกทั้งจักระทั้งเจ็ดและจุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดได้เปิดออกหมดแล้วทำให้อานุภาพที่สำแดงออกมาจึงมิอาจคำนวนได้ตามหลักเกณฑ์ธรรมดาทั่วไป และครานี้กังหลงหมายมั่นที่จะรีบรวบรัดการต่อสู้จึงใช้พลังปราณออกโจมตีพร้อมทักษะยุทธอันยอดเยี่ยม องครักษ์ทั้งสองที่มีระดับปราณราชันย์ระดับหกมีหรือจะต้านทานได้

     

            ปรากฎเปลวไฟพวยพุ่งเข้าแผดเผากายเนื้อทั้งสองสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปสิ้นหลงเหลือไว้แพียงเครื่องประดับคือแหวนมิติเท่านั้น พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจนน่าสังเวชยิ่ง  เหตุการณ์เหนือความคาดหมายนี้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ฟู่ดาซิงจนตะลึงงันไปชั่วขณะเช่นกันเพราะมันสัมผัสได้วูบหนึ่งถึงระดับพลังโจมตีที่รุนแรงเทียบเท่าตนขณะนี้หากแม้นปราสาทสัมผัสรับรู้ของมันมิได้ผิดเพี้ยนไป แต่เพียงชั่วขณะ ประกายตาละโมบได้บังเกิดขึ้นอย่างแรงกล้า เมื่อยามที่ฟู่ดาซิงได้เห็นท่าร่างและเคล็ดวิชาโจมตีที่รุนแรงปานนั้นเข้า

     

            "อ๊ากกกกกก..!!"

     

            "หืม..ระดับพลังโจมตีนี้..มิน่าจะเป็นไปได้..!!.นั่น..มันท่าร่างใดกัน...!! ..ถึงกับสามารถก่อให้เกิดร่างถึงสองร่างพร้อมกันเข้าสู้รบ มันเป็นวิชาท่าร่างใดถึงได้รุนแรงและโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ กลับสามารถสังหารองครักษ์ทั้งสองที่มีระดับปราณราชันย์ระดับหกได้ง่ายดายจนมิเหลือแม้แต่เถ้าถ่าน "



    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน