ในอ้อมแขนทั้งสองข้างของบุรุษหนุ่มบัดนี้กำลังตระกองกอดนางฟ้าทั้งสองไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม บุรุษหนุ่มคล้ายมิเห็นฟู่ดาซิงและองครักษ์ซ้ายขวาอยู่ในที่นี้ก็ปาน เพียงมองสตรีงามทั้งสองในอ้อมแขนด้วยความห่วงใยและสำนึกขอบคุณ พร้อมกล่าว
"ขออภัยที่ทำให้ท่านทั้งสองต้องลำบากแล้ว แม่นางทั้งสองโปรดพักผ่อนก่อน ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าจัดการเอง.."
สตรีทั้งสองที่หลับตาพริ้มพลันลืมตาขึ้นเมื่อพบว่าตนเองมิได้เพลี่ยงพล้ำไปแต่กลับมาอยู่ในอ้อมแขนอันแข็งแรงและอบอุ่นของกังหลง แทนที่จะตกอยู่ในเงื้อมมือของศรัตรู สีหน้าของสตรีทั้งสองพลันแดงระเรื่อขึ้น ต่างส่งสายตาหวั่นไหวห่วงใยพร้อมกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนระโหยโรยแรงน่าเวทนายิ่งนัก
"พวกมันแข็งแกร่งยิ่ง..ท่านระวังตัวด้วย.."
"หากต้านทานมิไหวคุณชายโปรดหาทางหลบหนีไป มิต้องเป็นห่วงพวกข้าทั้งสอง.."
กังหลงอุ้มทั้งสองไปวางพิงก้อนศิลาใหญ่ด้านข้างพร้อมหยิบโอสถรักษาอาการบาดเจ็บป้อนให้ทั้งสองกลืนกิน กล่าวกับสตรีทั้งสองและหันมาเผชิญหน้ากับฟู่ดาซิงและองครักษ์ซ้ายขวา
"ท่านทั้งสองกลืนกินโอสถพักผ่อนรักษาอาการบาดเจ็บตรงนี้สักครู่ก่อน มิต้องกังวล ข้าจะให้พวกมันชดใช้ในสิ่งที่มันทำกับพวกท่านเอง "
"เป็นผู้ชายอกสามศอกถึงกับลงมือกับอิสตรี นับจากนี้ข้าจะทำให้พวกท่านมิอาจก่อกรรมทำร้ายผู้ใดได้อีก"
"เฮอะ..ช่างสามหาวนัก..องครักษ์ซ้ายขวา ตัดมือตัดเท้ามัน อย่าเพิ่งให้มันสิ้นชีวิต..ข้าจะให้มันชมดูข้าย่ำยีสตรีงามทั้งสองของมันก่อนตาย ..ฮ่า ..ฮ่า...ฮ่า..!! "
องครักษ์ทั้งสองต่างหัวร่อใช้สายตาเหี้ยมเกรียมมองไปยังบุรุษหนุ่มที่ร่างเพียงปรากฎระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดให้เห็นอย่างเหยียดหยาม พร้อมพุ่งโจมตีเข้าหาพร้อมกัน ยกฝ่ามือฟาดไปยังแขนขาของกังหลงเพื่อตัดทำลายตามคำสั่งของฟู่ดาซิงผู้เป็นเจ้านาย กังหลงมองร่างทั้งสองที่พุ่งเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา ขยับกายวูบใช้ท่าเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยออกพร้อมสำแดงกายาทองแดงระดับต้นออกมาพร้อมกัน ปรากฎเป็นร่างกังหลงสีทองแดงสองร่างพุ่งเข้าต้านรับองครักษ์ซ้ายและขวาดุจประกายไฟ
"ฝ่ามือหยิน..!!"
"ฝ่ามือหยาง..!!"
"วูบบบบ.."
"เก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอย ..กับพวกเจ้าข้าจะใช้เพียงพลังกายเข้าต่อต้านก็เกินพอ..!!"
"ปัง..."
"ปัง..."
ร่างองครักษ์ทั้งสองที่พุ่งเข้าโจมตีพลันเผชิญเข้ากับร่างบุรุษหนุ่มที่จู่ ๆ พลันร่างเบื้องหน้าเริ่มกลายเป็นสีทองแดงพร้อมแยกร่างออกเป็นสองร่างโดยร่างทั้งสองถึงกับมีหน้าตาเหมือนกันมิผิดเพี้ยนอย่างกระทันหัน องครักษ์ทั้งสองถึงกับชะงักไปชั่วครู่ด้วยความตะลึง กังหลงอาศัยท่าร่างอันรวดเร็วที่เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัวพุ่งเข้าเตะตวัดเข้ากลางลำตัวขององครักษ์ทั้งสองที่ชะงักไปชั่วครู่จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ร่างทั้งสองถูกแรงเตะอันหนักหน่วงกว่าหนึ่งพันชั่งฟาดเข้ากลางลำตัวอย่างถนัดถนี่จนร่างทั้งสองงองุ้ม กระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงของเท้าปะทะเข้ากับฝาผนังของห้องโถงจนผนังทะลุพังทลายไป และร่างยังลอยออกไปตามแรงเตะไกลอีกเกือบยี่สิบวาจึงค่อยหยุดยั้งลง
"ฮั่ก..ฮั่ก..!!"
"แคร่ก ..แคร่ก..!!"
"โครม..โครม.. !!"
หลังจากฟื้นฟูลมปราณจนสมบูรณ์พร้อมครานี้กังหลงต้องการทดสอบพลังทางกายภาพของตนว่าจะรุนแรงเพียงใด แม้องครักษ์ทั้งสองจะเป็นถึงผู้เยี่ยมยุทธระดับปราณราชันย์ แต่ด้วยท่าร่างอันรวดเร็ว การโจมตีจากกายาอันแข็งแกร่งที่มีพลังมากกว่าหนึ่งพันชั่งอย่างจังและกระทันหัน ก็ทำให้เกิดเสียงกระดูกแตกร้าวเกิดขึ้นเช่นกัน ทำให้ทั้งสองถึงกับได้รับบาดเจ็บบอบช้ำอย่างรุนแรง องค์รักษ์ซ้ายที่ได้รับบาดเจ็บบอบช้ำมาก่อนถึงกับทรุดตัวลงมิอาจลุกขึ้นได้อีก องครักษ์ขวาแม้บาดเจ็บบอบช้ำแต่ยังมิรุนแรงเท่าจึงฝืนทนอยู่ได้ด้วยอาการหอบเหนื่อย ทั้งสองถึงกับคาดฝันไม่ถึงว่าบุรุษหนุ่มที่แสดงระดับปราณให้เห็นแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุด ถึงกับมีร่างกายที่แข็งแกร่งและพลังโจมตีทางกายภาพที่รุนแรงถึงปานนี้ ทั้งสองอุทานออกมาแทบพร้อมกัน
"นี่มันท่าร่างใดกัน..กายาใดกันถึงได้มีพลังโจมตีที่รุนแรงปานนี้"
"เจ้า ๆ เป็นใครกันแน่..!!..ด้วยพลังและความเร็วระดับนี้คงมิใช่เพียงแค่ผู้ฝึกยุทธปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดอย่างแน่แท้..!!"
กังหลงหลังจากทราบถึงพลังขณะนี้ เพียงแยกร่างออกสองร่างพลังกายภาพเพิ่มขึ้นถึงสองพันชั่งท่าร่างรวดเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า ทราบว่าบัดนี้กายาทองแดงสามารถสำแดงอานุภาพได้ระดับหนึ่งแล้ว นับแต่นี้ต่อไปตนมีท่าร่างพลังโจมตีและพลังป้องกันที่พอจะเอาตัวรอดได้อย่างมิลำบาก หันมองสององค์รักษ์แล้วมองไปที่ฟู่ดาซิงที่กำลังใช้สายตากลอกกลิ้งมองไปที่สตรีทั้งสอง ขณะนี้สมควรรีบรวบรัดการต่อสู่เพื่อความปลอดภัยของสตรีทั้งสอง และเพื่อความไม่ประมาท จึงต้องการกำจัดองค์รักษ์ทั้งสองก่อนแล้วค่อยหาวิธีจัดการรับมือกับผู้เป็นหัวหน้าต่อไป ตัดสินใจได้กังหลงรีบพุ่งเข้าหาองครักษ์ทั้งสองอีกครั้งทันทีเกร็งพลังปราณจนเปี่ยมล้น ร่างพลันแยกออกเป็นสองร่างอีกครั้งพุ่งเข้าหาองครักษ์ทั้งสองดุจประกายไฟ
"วูบบบ..!!"
"จงสลายไปซะ..!!"
"อัคคีโลกันต์..!!"
"ฟุ่บบบ..."
ร่างองครักษ์ทั้งสองที่ยังมิทันลุกยืนได้อย่างมั่นคงและมิทันได้สำแดงพลังอย่างเต็มความสามารถ พลันรับรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่และร้อนแรงที่พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วจนมิอาจตั้งตัว จึงฝืนปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีต้องการจะฟาดออกต่อต้านร่างที่พุ่งเข้าหา
แต่ด้วยระดับพลังที่แท้จริงของกังหลงปัจจุบันคือปราณราชั้นระดับแปดขั้นสุดซึ่งด้วยความหนาแน่นของพลังปราณและจุดตันเถียนที่มีขนาดใหญ่กว่าของบุคคลทั่วไปถึงหลายเท่า ทำให้สามารถต่อสู้ข้ามช่วงชั้นได้หลายระดับใหญ่อีกทั้งจักระทั้งเจ็ดและจุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดได้เปิดออกหมดแล้วทำให้อานุภาพที่สำแดงออกมาจึงมิอาจคำนวนได้ตามหลักเกณฑ์ธรรมดาทั่วไป และครานี้กังหลงหมายมั่นที่จะรีบรวบรัดการต่อสู้จึงใช้พลังปราณออกโจมตีพร้อมทักษะยุทธอันยอดเยี่ยม องครักษ์ทั้งสองที่มีระดับปราณราชันย์ระดับหกมีหรือจะต้านทานได้
ปรากฎเปลวไฟพวยพุ่งเข้าแผดเผากายเนื้อทั้งสองสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปสิ้นหลงเหลือไว้แพียงเครื่องประดับคือแหวนมิติเท่านั้น พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจนน่าสังเวชยิ่ง เหตุการณ์เหนือความคาดหมายนี้สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ฟู่ดาซิงจนตะลึงงันไปชั่วขณะเช่นกันเพราะมันสัมผัสได้วูบหนึ่งถึงระดับพลังโจมตีที่รุนแรงเทียบเท่าตนขณะนี้หากแม้นปราสาทสัมผัสรับรู้ของมันมิได้ผิดเพี้ยนไป แต่เพียงชั่วขณะ ประกายตาละโมบได้บังเกิดขึ้นอย่างแรงกล้า เมื่อยามที่ฟู่ดาซิงได้เห็นท่าร่างและเคล็ดวิชาโจมตีที่รุนแรงปานนั้นเข้า
"อ๊ากกกกกก..!!"
"หืม..ระดับพลังโจมตีนี้..มิน่าจะเป็นไปได้..!!.นั่น..มันท่าร่างใดกัน...!! ..ถึงกับสามารถก่อให้เกิดร่างถึงสองร่างพร้อมกันเข้าสู้รบ มันเป็นวิชาท่าร่างใดถึงได้รุนแรงและโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ กลับสามารถสังหารองครักษ์ทั้งสองที่มีระดับปราณราชันย์ระดับหกได้ง่ายดายจนมิเหลือแม้แต่เถ้าถ่าน "