ในขณะที่เหมยฮวากำลังพิจารณาใบผ่านทางในมือสีหน้าท่าทางของนางตระหนกใมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นเช่นนั้นผู้คนรอบข้างก็พากันคิดว่าใบผ่านทางนี้มีปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะคนที่รับผิดชอบเื่การตรวจคนเข้าเมืองอย่างกลุ่มของพวกเจงกีสต้องรู้ว่าพวกเขามาจากดินแดนที่ต่อให้มีอาหารก็ไม่ได้อร่อยมากเหมือนในแคว้นเซี่ยดังนั้นเมื่อผู้อุปถัมภ์ด้านการกินอย่างเสี่ยวฮวาฮวา พูดอะไรขึ้นมาสักอย่างก็ล้วนเป็ถ้อยคำที่สำคัญยิ่งกับพวกเขาและในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าใบผ่านทางในมือที่นางถือไว้มีปัญหา
“ไอ้เ้าพวกสารเลวนั่น”หนึ่งในพวกของเจงกีสที่ดูเหมือนว่าจะมีระดับสูงที่สุดของในกลุ่มที่มาเฝ้าหน้าประตูเมืองวันนี้ เขาคำรามออกมาอย่างแค้นเคืองดาบวงพระจันทร์ที่อยู่ในมือ เริ่มแกว่งไปมา
ประชาชนชาวบ้านที่เปรียบเหมือนกับป้าข้างบ้านซึ่งมองสังเกตการณ์อยู่โดยรอบตกตะลึงกับความร้ายกาจของพวกเขา เพราะว่าดาบวงพระจันทร์ที่ถูกแกว่งไปมาในมือของนักรบอิสระชาวตาตาร์ ถูกเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆจากที่ทีแรกพวกเขาเห็นใบมีดอย่างชัดเจน แต่ตอนนี้พวกเขากลับเห็นเป็แค่เส้นโค้งที่หมุนไปมาเท่านั้น
อ่อ...ประชาชนชาวบ้านที่เปรียบเหมือนป้าข้างบ้านโดยรอบในที่นี้“โดยรอบ” หมายถึง ข้างประตูบ้าง ข้างหลังกระถางต้นไม้บ้าง ข้างหลังเสาสักเสาบ้างมีบางคนที่ไร้ที่หลบซ่อนก็ถึงกับเอาตัวเองไปอยู่หลังต้นไม้ต้นเล็กๆคิดว่าอย่างน้อยก็ยังมีที่กำบัง หากโดนลูกหลงมีดาบหรือธนูหลุดมาไกลตนเองก็ยังน้อยจะได้ไม่โดนตนทันที
“สิ่งนี้มันเกินไปแล้วนะ!”นี่คือเสียงของเหมยฮวา อันที่จริง ท่าทางของนางที่ตื่นเต้นนี้หากมองในแง่ดีสักหน่อย ก็พอจะคิดได้ว่านางอาจจะตื่นเต้นในเื่ที่ดีงามก็ได้
ทว่าในชุดความคิดของนักรบอิสระชาวตาตาร์ประชาชนชาวสุยโจว แล้วเหล่าป้าข้างบ้านมุง ก็เขาเห็นว่า กลุ่มของชาวซยงหนูซึ่งมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากพวกเขาเป็ความแตกต่างที่ไม่คุ้นชินไม่เหมือนกับพวกของเจงกีสที่เดินและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมาแล้วเป็ปี ด้วยความแตกต่างนี้จึงทำให้ทุกคนมองพวกซยงหนูเป็คนแปลกหน้า
ดั่งคำโบราณว่าไว้เจอคนแปลกหน้าต้องระมัดระวัง เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าใครดีหรือร้ายเหล่าประชาชนคนมุง หันขวับไปทาง เพิงนั่งพักของผู้รอที่จะผ่านแดนด้วยสายตาเป็อริอย่างยิ่ง บรรยากาศเริ่มมาคุ แล้วชาวตาตาร์ก็จะไม่ทนแล้วพวกเขาบอกตัวเองว่าไม่อาจจะทรยศต่อข้าวไข่คนข้นข้นทั้งปีทั้งชาติที่ท่านหญิงรองให้พวกเขากินได้ทุกเมื่อในวินาทีนั้นลูกน้องของเจงกีส ทนต่อไป ไม่ไหวแล้ว
พวกเขาถือดาบที่แกว่งไปมาอย่างรวดเร็วตรงไปยังทิศที่กลุ่มของฮ่องเต้แคว้นซยงหนู ด้านฝ่ายการ์ทานแม้จะไม่ได้ยินอย่างชัดเจนว่าพวกเขาพูดอะไรกันแต่ก็รู้สึกว่าบรรยากาศของกลุ่มคนที่เดินตรงมานั้นแปลกๆ
การ์ทานส่งสัญญาณทางสายตาให้กับองครักษ์และคนสนิทเพราะมีการเตรียมตัวไว้ ในอึดใจก่อนที่จะมีเื่เกิดขึ้นจึงทำให้พวกเขารับดาบของลูกน้องเจงกีสเอาไว้ได้
“นี่มันอะไรกันพวกเ้าเป็บ้าหรือไรจึงได้ถือดาบมาเที่ยวฆ่าฟันผู้คนเช่นนี้”การ์ทานพูดไปก็ยกดาบรับมือของฝ่ายตรงข้ามไปไม่เพียงแต่รับมือได้เท่านั้น แต่ยังฉวยโอกาสโต้กลับได้เป็ครั้งเป็คราว
การ์ทานเป็ฮ่องเต้ของซยงหนูธรรมเนียมการเลือกหัวหน้าของชนเผ่า ย่อมต้องเลือกจากผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้วเช่นนี้วรยุทธของการ์ทานจึงร้ายกาจอยู่มากแต่ถึงอย่างไรด้วยความไม่อยากก่อความวุ่นวายให้มากขึ้นในการรับมือคู่ต่อสู้ครั้งนี้ ชายหนุ่มจึงเปิดเผยฝีมือแค่เพียงสามส่วนเท่านั้น
“ข้าไม่ได้ฆ่าฟันพวกเ้าเพียงแต่อยากจะจับกุมเท่านั้น”
“ได้จึงจะจับกุมพวกข้าก็พวกขามีใบผ่านทางแล้วนี่ พวกเ้าก็เห็นอยู่แล้วว่าพวกเขาเป็พ่อค้า”หนึ่งในกลุ่มของการ์ทานะโออกมาอย่างอัดอั้น
“ยังมีหน้ามาโกหกอีก”พวกของเจงกีสะโเถียงกลับไป ทั้งยังชี้หน้าและพูดว่า “พ่อค้าอะไรถึงมีวรยุทธ์เก่งกาจขนาดนี้”
ประโยคท้ายทำให้พวกของการ์ทานชะงักงันจากเดิมที่มีแววต่อต้านและสามารถจะรุกขึ้นเป็ฝ่ายได้เปรียบแล้วก็กลับกลายเป็ฝ่ายตั้งรับแต่เพียงฝ่ายเดียวพวกเขาเจ็บใจที่ต่อสู้ไแต่ไม่อาจทำได้เต็มที่
“สรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นทุกเ้าใบผ่านทางไป แต่ยังต้อนรับพวกข้าด้วยกริยาท่าทางเช่นนี้อยู่อีกหรือข้าได้ยินว่าชาวเมืองสุยโจวเป็ ล้วนแล้วแต่เป็ปัญญาชนกิริยาท่าทางดูมีการศึกษายิ่งนัก ตอนนี้ข้าขอคิดว่ามันอาจจะไม่เป็ตามนั้นก็ได้”
ยิ่งพูดก็ยิ่งรุนแรงเ้าด่ามาข้าด่กลับอย่างแท้จริง ในตอนที่ทุกฝ่ายหาทางออกไม่ได้เสี่ยวฮวาฮวาที่เพิ่งเงยหน้ามองฟ้าดิน และสบตากับบรรดาป้าข้างบ้านก็เผยสีหน้างง ๆ
“เหตุใดคนถึงไปหลบอยู่หลังกอหญ้าล่ะนั่น”เหมยฮวาหันไปถามซานซานตัวน้อยที่ยืนพุ่งยื่นหน่อย ๆ
“ก็เพราะว่าท่านพี่ทำหน้าตาแบบนี้แล้วพูดว่าอย่างนั้น” ซานซานน้อย เลียนแบบท่าทางของพี่สาวเมื่อสักครู่นี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เหมยฮวาได้ยินก็ตื่นตะลึงหันขวับไปท่านคุณชายคนโปรด
ลู่จางเหว่ยก่อนหายใจเบาๆก่อนจะถามย้ำอีกรอบว่า “ตกลงมีเื่อันใด ใบผ่านทางนี้มี ปัญหาหรือไม่ทำไมเ้าถึงทำท่าทางใขนาดนั้น”
“ใบทันทั้งไม่มีปัญหาแต่ข้ากำลังใว่ากระดาษแผ่นนี้เป็กระดาษที่ทำมาจากอะไรเหตุไฉนข้าถึงไม่เคยเห็นมาก่อน”
ลู่จางเหว่ย ...
...กระดาษงั้นเหรอ...ชายหนุ่มคิดแล้วก็เหลือบมองไปทาง กลุ่มคนที่กำลังตีกันอยู่ที่จุดรอของด่านตรวจคนเข้าเมือง
“กระดาษนั้นมีอะไรพิเศษงั้นเหรอ”ลู่จางเหว่ยถามต่อในขณะที่มือก็ส่งสัญญานให้องครักษ์ไปจัดการพวกที่กำลังตีกันอีกด้าน ชายหนุ่มจัดการสั่งงานอย่างรวดเร็วเขาไม่้าให้เหมยฮวาเห็นว่ามีเื่ยุ่งเกิดขึ้นไม่เช่นนั้นนางต้องอดไม่ได้ที่ต้องลงมือแก้ไขเอง
...เื่อะไรเขาจะต้องให้นางหนูคนโปรด ไปอยู่ท่ามกลาง บุรุษร้ายคนที่ตรงนั้นด้วย...
“ก็เป็กระดาษที่มีลวดลายอยู่ที่เนื้อกระดาษน่ะสิท่านดูตรงนี้” เหมยฮวายังคงตื่นเต้นอยู่ นางเดินที่ ไปใกล้คุณชายคนโปรดและยื่นกระดาษในมือให้เขาดูเป็จังหวะเดียวกับที่องครักษ์ควบคุมฝูงชน นำเอาพวกซยงหนูกับตาตาร์เข้ามา
เหมยฮวามองสภาพแต่ละคนอย่างอึ้งๆ ...
....
หลังจากแก้ความเข้าใจผิดและเหมยฮวาได้สอบถามเอากับพวกซยงหนูถึงที่มาของกระดาษ และแล้วนางก็ได้รู้แล้วว่ากระดาษชนิดนี้ชื่อว่าไจ๋หลุน และในหัวของนางกำลังมองกระดาษในมือเหมือนมองต้นเงินต้นทอง