ตอนที่ 34: เสน่ห์อันตรายและนกต่อ
ภาพของแพรวาที่นอนระทวยเหนื่อยอ่อนบนตักของลุงนนท์ในจอภาพวงจรปิดของคฤหาสน์ สะท้อนถึงเหยื่ออีกรายที่จำต้องก้มหัวให้แก่ราคะของลุงสถาปนิกจอมบงการ มันเป็ภาพที่ทำให้ฉันรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกปนเปความทึ่งในอิทธิพลบงการอันแสนร้ายลึกของคุณอาสถาปนิกใหญ่คนนี้ แพรวา... อดีตตำรวจและนักสืบสาวผู้เย่อหยิ่งที่มีสายตาคมปราบคอยจ้องจะกระชากความลับใต้ดินของพวกเรา บัดนี้ใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอกลับแดงก่ำเปรอะเปื้อนรอยจูบและยอมก้มหัวคุกเข่าซบอยู่บนหน้าตักของลุงนนท์ในสภาพไร้การขัดขืนใดๆ
ฉันยืนกอดอกจ้องมองจอภาพมอนิเตอร์ในห้องควบคุมระบบความปลอดภัยของคฤหาสน์ พลางลอบสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความสั่นไหวของหัวใจ ทรวงอกอวบอิ่มของฉันขยับขึ้นลงเบาๆ ใต้ชุดเดรสผ้าไหมสีครีมแสนสุภาพเรียบร้อยที่ฉันสวมใส่เพื่อเตรียมเดินทางกลับไปทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวในตอนกลางวัน
"เธอเป็เด็กดีและยอมบอกข้อมูลทุกอย่างแล้วค่ะหนูเกล..." เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นของลุงนนท์ดังขึ้นยามที่เขาก้าวเดินเข้ามาสวมกอดฉันจากทางด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งสวมสูทดูดีสวมกอดรัดเอวคอดกิ่วของฉันไว้แน่น กดริมฝีปากและแว่นตากรอบดำชนชิดแก้มเนียนของฉันเบาๆ "คุณนักสืบคนเก่งบอกว่า... อภิสิทธิ์้าใช้คลิปเสียงครางลามกในห้องเก็บเสียงของหนูเกลและข้อมูลสมาคมลับมาแบล็กเมล์บีบให้อายอมขายที่ดินและคฤหาสน์แห่งนี้ให้มันครับ"
"อภิสิทธิ์..." ฉันพึมพำชื่อมหาเศรษฐีวงการสื่อผู้มีอิทธิพลสีเทาคนนั้นออกมาด้วยความรู้สึกเกลียดชังปนหวาดเกรง "มันคิดจะใช้เื่น่าอายของเกลมาทำลายพวกเรา... เกลยอมไม่ได้ค่ะอานนท์ เกลไม่ยอมให้ใครเอาเื่ในห้องลับนั้นไปป่าวประกาศข้างนอกเด็ดขาด"
"อาก็ไม่ยอมเช่นกันค่ะคนดี" ลุงนนท์ยิ้มละมุน แววตาหลังกรอบแว่นตาเปล่งประกายเสือร้ายจอมวางแผนเด็ดขาด "ในเมื่อมันอยากเล่นเกมนอกกฎกับพวกเรา... อาก็จะใช้ 'หน้ากากกุลสตรีแสนงดงาม' ของหนูเกลเป็นกต่อล่อเสือร้ายตัวนี้มาติดกับในกรงขังระบบเสียงของอาแทนค่ะ"
แผนการตลบหลังถูกวางขึ้นอย่างเป็ระบบ ลุงนนท์สั่งการให้แพรวาคอยส่งข้อมูลลวงรายงานอภิสิทธิ์ว่าการดาวน์โหลดไฟล์หลักฐานล้มเหลวเนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยถูกบล็อก และแนะนำให้อภิสิทธิ์ลงมือเข้าหาเกลด้วยตัวเองเพื่อใช้อิทธิพลข่มขู่บีบบังคับเธอโดยตรง ขณะเดียวกัน ลุงนนท์ได้แอบนำทีมวิศวกรเข้าไปปรับปรุงระบบประตูกลไกนิรภัยและระบบควบคุมเสียงรวมถึงกล้องซ่อนขนาดจิ๋วภายในห้องสวีทลับของโรงแรมหรูที่อภิสิทธิ์มักจะใช้เป็สถานที่จัดเลี้ยงส่วนตัว
หน้าที่ของฉันคือการเป็นกต่อ... สวมบทบาทผู้ประกาศข่าวสาวผู้อ่อนหวาน อ่อนแอ และกำลังหวาดกลัวต่ออิทธิพลข่มขู่ของอภิสิทธิ์ เพื่อล่อลวงให้มหาเศรษฐีตัณหากลับก้าวเดินเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของลุงนนท์
วันเกิดเหตุมาถึง... ณ ห้องอาหารส่วนตัวสุดหรูบนดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางเมือง
อภิสิทธิ์นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะอาหารยาว ชายวัยกลางคนอายุ 48 ปีรูปร่างท้วมในชุดสูทราคาแพงสล้าง ใบหน้าอวบอูมที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มผู้ชนะจ้องมองใบหน้าสวยหวานของฉันด้วยสายตาแทะโลมและหิวกระหายไร้ความเกรงใจ แววตาของมันมองตรงมายังหน้าอกอวบอิ่มคู่โตที่โผล่พ้นคอเดรสซาตินสีเขียวมรกตที่ฉันจงใจสวมใส่เพื่อดึงดูดสายตา
"คุณเกลคงรู้นะครับ... ว่าเอกสารและหลักฐานที่ผมได้มาเกี่ยวกับกิจกรรมส่วนตัวในเพนต์เฮาส์ของคุณเกลมีมูลค่าสูงแค่ไหนในตลาดสื่อข่าว" อภิสิทธิ์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มวางโตพลางยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบช้าๆ "แต่ถ้ารัฐบาลหรือสังคมรู้ว่าผู้ประกาศข่าวภาพลักษณ์กุลสตรีเรียบร้อยของเมืองไทย... ครางได้ลามกหยาบคายเหมือนโสเภณีริมถนนตอนดึกขนาดนั้น อนาคตในวงการของคุณเกลคงดับวูบลงทันทีแน่ๆ ครับ"
ฉันแสร้งทำสีหน้าซีดเผือด เอื้อมมือบางอันสั่นเทาไปกำแก้วน้ำไว้แน่น ตัวสั่นระริกน้อยๆ แสดงท่าทางหวาดกลัวอย่างบริสุทธิ์เพื่อเร่งเร้าสัญชาตญาณความอยากเอาชนะของมัน
"คุณอภิสิทธิ์คะ... ได้โปรดเถอะค่ะ... อย่าทำแบบนั้นเลยนะคะ" ฉันแสร้งทำน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ช้อนสายตาสวยวอนขอ "เกลยอมทำทุกอย่าง... ขอแค่คุณไม่เปิดเผยคลิปเสียงเ่าั้ต่อสาธารณชน..."
"ยอมทุกอย่างเลยหรือครับคุณเกล?" อภิสิทธิ์หัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า แววตาสั่นระริกด้วยตัณหาร้ายยามเห็นเหยื่อสาวแสนสวยยอมจำนนก้มหัวให้ "ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้ช่วยขึ้นไปคุยรายละเอียดข้อตกลงและดื่มไวน์ต่อกับผมที่ห้องสวีทส่วนตัวชั้นบนของโรงแรมนี้หน่อยสิครับ... ถ้าปรนนิบัติผมได้ถูกใจ บางทีผมอาจจะยอมทำลายหลักฐานเ่าั้ทิ้งไปให้หมดก็ได้นะครับ"
"เกล... เกลตกลงค่ะ..." ฉันตอบรับเสียงแ่หลุบสายตาลงต่ำซ่อนแววตาเหยียดหยามปนสะใจในเงามืด
อภิสิทธิ์ยิ้มกว้างกวาดเงินจ่ายค่าอาหารอย่างรวดเร็วก่อนจะเอื้อมมือท้วมหนาหนามาจับประคองแผ่นหลังบอบบางของฉันนำทางเดินขึ้นสู่ห้องสวีทลับพิเศษชั้นบนสุดของโรงแรมอย่างรีบร้อน ฝ่ามือสกปรกของมันแอบลากไล้บีบเค้นลงบนบั้นท้ายกลมกลึงของฉันเบาๆ อย่างย่ามใจ ทว่าในใจของฉันกลับเย็นเฉียบและนึกถึงแผนการบงการของลุงนนท์อยู่ตลอดเวลา
เราก้าวเดินเข้าสู่ห้องสวีทหรูหราที่มืดสลัวตกแต่งด้วยแสงไฟโทนอบอุ่นและผนังกระจกใสบานใหญ่เห็นทิวทัศน์ตึกสูงยามวิกาล ประตูไม้หนาด้านหลังสไลด์ปิดตัวล็อกลงเสียงดัง แกรก ทันทีที่พวกเราก้าวเข้ามาข้างใน
อภิสิทธิ์โยนเสื้อสูททิ้งลงบนโซฟาอย่างหิวกระหาย ใบหน้าอวบอูมแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และตัณหาร้อนรุ่ม มันตรงรี่เข้ามารวบตัวฉันกอดไว้จากด้านหลังทันที ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างพยายามรุกล้ำบีบเค้นเต้าอวบใหญ่ของฉันอย่างหยาบคาย ซุกไซ้ใบหน้าเข้าหาซอกคอระหงส์สูดดมกลิ่นน้ำหอมอย่างบ้าคลั่ง
"คุณเกล... กุลสตรีแสนสวยของผม... ถอดเสื้อผ้าออกสิครับ ร้องครางให้ผมฟังเหมือนในห้องเก็บเสียงนั้นสิครับ!" อภิสิทธิ์สั่งการเสียงพร่าพยายามกดร่างของฉันลงกับโซฟาหนานุ่ม
ทว่า ในขณะที่มันเตรียมจะฉีกกระชากชุดเดรสซาตินของฉันออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเฉียบคมของใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดหลังม่านห้องนอนก็ก้าวเดินออกมา
ฟุบ!
เงาร่างั์ล่ำบึกของพศินพุ่งตัวเข้ามาจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามของวิศวกรหนุ่มรวบล็อกเข้าที่คอของอภิสิทธิ์กระชากดึงตัวมันออกจากร่างของฉันอย่างรุนแรง พศินออกแรงกดทุ่มร่างท้วมของมหาเศรษฐีลงกระแทกกับพื้นพรมหนาข้างโซฟาเสียงดัง ตึ้บ! พร้อมกับไขว้มือทั้งสองข้างของอภิสิทธิ์ไปทางด้านหลังและล็อกด้วยกุญแจมือเหล็กหนาเสียงดัง คลิก! ทันที
"เฮ้ย! แกเป็ใคร... ปล่อยกูนะ! รู้ไหมกูเป็ใคร!" อภิสิทธิ์กรีดร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าอวบกระแทกกับพื้นพรมฝุ่นผงดิ้นรนไปมาอย่างไร้ทางสู้
ฉันจัดระเบียบชุดเดรสซาตินสีเขียวมรกตให้เรียบร้อย ยืนกอดอกจ้องมองสภาพน่าสมเพชของมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลด้วยสายตาเรียบเฉยปนสมเพช ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ อีกต่อไป
ทันใดนั้น ไฟสลัวสีน้ำเงินในห้องสวีทสว่างขึ้นช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างใหญ่ภูมิฐานของลุงนนท์ที่ก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างช้าๆ แว่นตากรอบดำสะท้อนแสงไฟสลัว รอยยิ้มของคุณอาสถาปนิกผู้แสนสุภาพประดับอยู่บนใบหน้าอย่างเยือกเย็นชวนขนลุก... เสือร้ายผู้กุมอำนาจตัวจริงพร้อมเริ่มต้นบทเรียนสั่งสอนเหยื่อผู้โอหังรายนี้แล้ว!