เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    มู่หลิงเฟย

    ในขณะที่ 2 ประมุขนิกายกำลังจับกุมจอมพลังแดนเหนือไปส่งองค์จักรพรรดิ ฝ่ายพวกเย่หยุนซีที่หนีออกมานานแล้วบัดนี้กำลังแบ่งสรรสมบัติที่พึ่งฉกชิงมาได้

     

    “เอ่อ.......ท่านลุง ท่านป้า ไฉนพวกท่านถึงมองข้าราวกับมองคนชั่วร้าย?” ขณะสำรวจสมบัติด้านในถุงเก็บของ เด็กหนุ่มที่สัมผัสได้ถึงแววตาแปลกประหลาดที่กำลังจับจ้องมองจึงเอ่ยปากถาม

     

    “หลานชาย ค่ายกลเมื่อครู่นั่นมันอะไรกัน?” มิอาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้นาน มู่หลินจึงถามกลับในทันที

     

    “อ่อ! ที่แท้ก็สงสัยเรื่องนี้ นั่นคือรูปแบบค่ายกลระดับ 5 ของข้าน่ะขอรับ ความสามารถก็คือเคลื่อนย้ายทุกสรรพสิ่งในระยะสายตาและในขอบเขตธงค่ายกลได้อย่างอิสระ ทั้งยังไม่จำกัดจำนวนครั้ง”

     

    ตอบคำถามไปตามตรง เย่หยุนซีหยิบกล่องหยกกล่องหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของแล้วยื่นให้หลิงหยวนด้วยความเต็มใจ

     

    “ท่านลุง นี่คือแก่นฟ้าดินที่ท่านอยากได้”

     

    หลิงหยวนยกยิ้มบางพลางถอนหายใจ “เห้อ หลานชาย เจ้าเก็บไว้เถอะ ข้ายังมิได้ลงมือลงแรงอะไรเลย หากจะให้รับสมบัติชิ้นนี้ก็คงดูน่าเกลียดจนเกินไปหน่อย”

     

    “เอ๋!”

     

    เย่หยุนซีรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธสมบัติล้ำค่าอย่างแก่นฟ้าดิน ทั้งๆที่มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับระดับจักรพรรดิขั้น 9 และมีผู้แกร่งกล้าหมายปองจำนวนมาก

     

    “คิกคิก เจ้าไม่ต้องแปลกใจไปหรอกนะ อย่าลืมสิว่าท่านป้าผู้นี้เคยเป็นถึงองค์หญิงแห่งจักรวรรดินภากระจ่าง” ราวกับล่วงรู้ความคิดของเด็กหนุ่ม มู่หลินจึงกล่าวพลางหัวเราะขบขัน

     

    “จริงด้วย ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน” เย่หยุนซีเข้าใจความหมายที่นางกำลังจะสื่ออย่างฉับไว

     

    ด้วยสถานะของอดีตองค์หญิงแห่งจักรวรรดินภากระจ่าง เส้นสายทางการค้าของนางย่อมต้องมีมากมายเกินพรรณนา ซึ่งนั่นหมายความว่าทรัพยากรของตระกูลหลิงเองก็ย่อมต้องมีจำนวนมหาศาลเช่นกัน

     

    ดังนั้น! มันจึงไม่แปลกเลยที่หลิงหยวนจะไม่ค่อยให้ความสนใจแก่นฟ้าดินชิ้นนี้ เพราะการเลื่อนขั้นสู่ระดับมหาจักรพรรดิสำหรับเขามันขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลาเพียงเท่านั้น

     

    “ขอบคุณท่านลุง ท่านป้า ที่เมตตาขอรับ” เย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่ผสานมือคาราวะทั้งสองอย่างนอบน้อมพร้อมกัน ก่อนจะเอ่ยคำร่ำลาแล้วหันหลังเดินขึ้นรถม้ากลับพระราชวังไป เนื่องจากมันใกล้ยามวิกาลเต็มที

     

    “ท่านคิดเห็นเช่นไรเกี่ยวกับเด็กคนนี้” หลังจากที่รถม้าราชวงศ์ออกเดินทาง ทั้งหลิงหยวนและมู่หลินก็พลันหันไปถามสตรีอีกนางซึ่งติดสอยห้อยตามไปด้วยทุกสถานที่

     

    “เป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ชั้นเลิศรอบด้าน ส่วนเรื่องนิสัยนั้น แม้จะดูเจ้าเล่ห์แสนกลแต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่พอรับไหว และสุดท้ายข้าต้องยอมรับจริงๆว่า เด็กหนุ่มผู้นี้มีรูปร่างหน้าตาที่ทั้งหล่อเหลาและงดงามที่สุดในบรรดาบุรุษที่ข้าเลยพบเห็น” หญิงสาวอาภรณ์แดงเอ่ยชื่นชมตามความจริง ริมฝีปากสีแดงภายใต้ผ้าคลุมผุดรอยยิ้มบาง

     

    “โอ่ว ถึงกับมีแต่คำชื่นชมทั้งนั้น อย่าบอกนะว่าท่านเกิดสนใจในตัวเขยขวัญของเราคนนี้” มู่หลินยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยถามอย่างมีเลศนัย

     

    สตรีอาภรณ์แดงนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากตอบกลับตามที่ตนเองคิด “บุรุษที่โดดเด่นรอบด้านเช่นนี้ หากมีวาสนาข้าย่อมต้องไขว่คว้าเอาไว้ แต่หากไร้วาสนาข้าเองก็ไม่คิดยัดเยียดตัวเองให้กับเขา”

     

    “คิกคิก ตอบได้ดีสมกับเป็นพี่สาวข้า! แต่ว่าก็ว่าเถอะ ขอเพียงท่านยอมเผยใบหน้า บุรุษที่ไหนจะทานทนได้” มู่หลินป้องปากหัวเราะขบขันในทันใด

     

    ใช่! สตรีอาภรณ์แดงนางนี้แท้จริงคือพี่สาวของนาง ทั้งยังเป็นจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันแห่งจักรวรรดินภากระจ่าง ผู้ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในดินแดนแห่งนี้

     

    “เอ่อ.........ท่านพี่หญิงมู่หลิงเฟยแล้วเรื่องหินหยกปราณที่เด็กคนนั้นอยากได้ล่ะขอรับ ท่านมีความคิดเห็นว่าอย่างไร?” คราวนี้เป็นหลิงหยวนที่ถามไถ่ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพต่อหญิงงามอย่างถึงขีดสุด

     

     “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ การสนับสนุนและเป็นพันธมิตรกับผู้มีพรสวรรค์ย่อมเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แค่หินหยกปราณให้เขาฟรีไปเลยก็ย่อมได้” พูดจบ! ร่างของจักรพรรดินีมู่หลิงเฟยก็พลันอันตรธานหายไป

     

    หลิงหยวนและมู่หลินสองสามีภรรยาถึงกับต้องกระพริบตาปริบๆนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ให้ฟรีงั้นหรือ? พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากของมู่หลิงเฟยผู้ซึ่งมีนิสัยค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเงินตรา

    .

    .

    “เห้อ ภรรยาข้า เจ้าเนี้ยนะไปชี้โพรงให้กระรอกทำไมกัน?” หลังจากจักรพรรดินีหายไปได้สักพัก หลิงหยวนถอนหายใจพลางบ่นพึมพำ

     

    ผู้เป็นภรรยาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะป้องปากหัวเราะเบาๆ “คิกคิก สามี เจ้าคงหมายถึงเรื่องที่ข้าถามท่านพี่ไปสินะ?”

     

    หลิงหยวนยกมือกุมขมับ ทั้งยังรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า “ก็ใช่น่ะสิ ถ้าหากนางคิดจริงจังขึ้นมา ข้าไม่รู้เลยว่าครอบครัวของเราจะเรียงลำดับนับญาติกันเช่นไร”

     

    “คิกคิก ข้าก็คิดว่าเป็นห่วงเรื่องใด.......สามีที่รัก เจ้าก็รู้นี่ว่าราชวงศ์มู่มิได้ใส่ใจเรื่องลำดับความสัมพันธ์อะไรพวกนั้น ขอเพียงชายหญิงเหมาะสมและพึงพอใจซึ่งกันและกัน ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นได้เสมอ” เดินเข้าไปกอดแขนสามีหนุ่ม มู่หลินกล่าวขึ้นราวกับนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่

     

    “เห้อ ตามใจๆ ถึงอย่างไรเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องของโชคชะตา พวกเราทำได้มากสุดก็แค่เฝ้ามองเพียงเท่านั้น” กล่าวปลงๆ หลิงหยวนพาภรรยาสาวขึ้นสัตว์อสูรประเภทวิหคบินทะยานกลับนิกายท่วงทำนองสวรรค์ในทันที

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน