ในวันถัดมาจี้หยินได้นำอุปกรณ์บินได้อย่างเรือจิตวิญญาณออกมาซึ่งทำให้พวกหยางจื่อต่างก็รู้สึกตกตะลึงเพราะอุปกรณ์อย่างเรือจิตวิญญาณนั้นหาได้ยากมากและต้องมีคนมีสถานะมั่งคั่งเท่านั้นถึงจะมีได้
"นี่เป็นอุปกรณ์บินได้ที่ต้องใช้ศิลาพลังปราณเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อน"โม่หงเย่กล่าวบอกหยางจื่อ"ศิลาพลังปราณงั้นรึ???"
"ศิลาพลังปราณคือศิลาที่มีพลังปราณธรรมชาติอัดแน่นอยู่ซึ่งมีอยู่ในเฉพาะทวีปศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น"โม่หงเย่กล่าว"แสดงว่ามันมีค่าอย่างมากเลยสินะ" หยางจื่อกล่าว
"ใช่ในทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นใช้ศิลาพลังปราณแทนเงินตราเพราะฉะนั้นเงินตราในอาณาจักรของพวกเราจะไม่สามารถใช้ได้กับที่นั่น"โม่หงเย่กล่าว"เเล้วศิลาพลังปราณมันเกิดจากอะไร" หยางจื่อกล่าวถาม
"ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันแต่จากที่ข้ารู้พวกขุมอำนาจที่อยู่ในทวีปศักดิ์สิทธิ์จะมีเหมืองพลังปราณอยู่อย่างน้อยกลุ่มละ1 เหมือง" โม่หงเย่กล่าว "ไม่ใช่แค่นั้นนะศิลาพลังปราณยังเป็นทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังได้อีกด้วยและระดับของศิลาพลังปราณก็แบ่งเป็น ต่ำ กลาง สูงซึ่งศิลาพลังปราณระดับสูงนั้นมีค่าอย่างมาก 1000 ศิลาพลังปราณระดับต่ำเท่ากับศิลาพลังปราณระดับกลาง 1 ก้อน และ 100 ศิลาพลังปราณระดับกลางเท่ากลับศิลาพลังปราณระดับสูง 1 ก้อน"จี้หยินกล่าวอธิบาย "แบบนี้นี่เองถ้าเป็นแบบนั้นอัจฉริยะในทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็เพลิดเพลินกับทรพยากรเหล่านั้นได้อย่างสบายใจสินะ"หยางจื่อกล่าว "แน่นอนเพราะแบบนั้นเหล่ารุ่นเยาว์ที่มีตระกูลหรือนิกายหนุนหลังจะมีพลังมากกว่ารุ่นเยาว์ที่มีพื้นเพธรรมดาเสียอีก"จี้หยินกล่าว"ถึงอย่างไรข้าก็ต้องขึ้นไปบนดินแดนเทวะให้ได้" หยางจื่อกล่าว
"เจ้าต้องทำได้อย่างแน่นอนแต่ก่อนอื่นเจ้าจะต้องหาขุมกำลังที่จะคอยสนับสนุนทรัพยากรให้กับเจ้าก่อนเมื่อการแข็งขันจบลงเจ้าสามารถที่จะสมัครเข้าร่วมกับนิกายใหญ่ได้นั่นคือโอกาสของเจ้า" จี้หยินกล่าว เมื่อฟังคำกล่าวของจี้หยินหยางจื่อก็นึกถึงหญิงสาวชุดแดงที่ให้ป้ายหยกรูปวิหคเพลิงแก่เขามาในตอนนั้นเองที่จี้หยินสังเกตเห็นจี้ที่เอวของหยางจื่อทำให้ดวงตาของจี้หยินเปล่งประกาย"ดูเหมือนเจ้าจะมีขุมอำนาจที่หมายตาเอาไว้เเล้ว" จี้หยินกล่าว
"ข้ายังไม่ได้ตัดสินใจ" หยางจื่อกล่าว
ภายในเรือจิตวิญญาณของจี้หยินนั้นมีห้องพักอยู่เป็นจำนวนมากทำให้พวกหยางจื่อสามารถเข้าไปพักผ่อนได้อย่างสะบายใจภายในห้องหยางจื่อได้นำจี้หยกที่สลักชื่อ "หยางจื่อ"ออกมาและตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ข้างในเมื่อหยางจื่อสัมผัสกับจี้หยกอันนี้มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยและรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูกจี้หยินที่นั่งอยู่ในห้องได้ปลดปล่อยจิตสำนึกของตนครอบครุมทั้งเรือได้เห็นหยางจื่อนั่งกำจี้หยกอยู่ทำให้จี้หยินอยากรู้อยากเห็นจึงส่งจิตสำนึกเข้าไปในจี้หยก
"ปัง!!!!!!!"
จิตสำนึกของจี้หยินเพียงเเค่แตะเข้ากับจี้หยกของหยางจื่อก็พรันถูกทำลายในทันทีจี้หยินที่นั่งอยู่ในห้องกระอั๊กเลือดออกมาเห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บ "นั่นมันอะไรกันถึงขนาดสามารถทำลายจิตสำนักของเราได้อย่างง่ายดาย"จี้หยินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตกตะลึง "ดูท่าเบื้องหลังของเด็กคนนี้จะไม่ธรรมดาซะเเล้วข้าไม่ควรจะไปยั่วยุเขาเป็นดีที่สุด"จี้หยินกล่าวหยางจื่อที่อยู่ในห้องไม่ได้รับรู้เลยว่าจี้หยินได้ส่งจิตสำนึกมาสอดส่องตนเองเขายังคงตรวจสอบเม็ดยามากมายที่อยู่ในมิติของจี้หยก
"ดูเหมือนยาพวกนี้จะไม่จำเป็นสำหรับข้าเเล้ว" หยางจื่อกล่าว
หยางจื่อได้นำเม็ดยาเหล่านั้นมาใส่แหวนมิติของตนแล้วนำมันไปให้กับมู่โหลวในทันทีและหยางจื่อก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกตนโดยจี้หยินนำศิลาพลังปราณระดับต่ำมาให้หยางจื่อจำนวน10 ก้อนทำให้หยางจื่อรู้สึกขอบคุณจี้หยินอย่างมากแต่สำหรับจี้หยินศิลาพลังปราณระดับต่ำจำนวน 10 ก้อนไม่มีค่าอะไรกับเขาเลย หยางจื่อได้ใช้ศิลาพลังปราณระดับต่ำฝึกฝนในทันทีหยางจื่อติดอยู่ปราณราชันขั้นที่ 1 มา 1 เดือนเเล้วเขาที่อยู่จุดสูงสุดและใกล้จะทะลวงเต็มทีเเล้วเมื่อได้ศิลาพลังปราณมาช่วยทำให้เขาสามารถทะลวงขั้นได้อย่างไม่มีปัญหา พวกจักรพรรดิฉินที่รู้สึกถึงการผันผวนของพลังปราณก็รับรู้ได้ทันทีว่าหยางจื่อทะลวงระดับเเล้วแม้แต่จี้หยินก็ยังรู้สึกชื่นชมหยางจื่อที่มีพรสวรรค์สูง เป็นเวลาเกือบเดินหลายๆคนได้เพิ่มพลังฝึกตนเองขึ้นมาเช่นหมู่โหลวที่ทะลวงสู่ปราณปฐพีขั้นที่4 เพราะภายในห้องของเรือจิตวิญญาณถูกออกแบบมาให้มีพลังปราณหนาแน่นซึ่งเหมาะแก่การบ่มเพาะพลัง"พวกเรามาถึงทวีปศักดิ์สิทธิ์เเล้ว" เสียงของจี้หยินดังขึ้น
พวกหยางจื่อที่กำลังบ่มเพาะพลังก็ออกมาจากห้องและออกไปบนด่านฟ้าเรือเมื่อพวกเขามองไปทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างเพราะขนาดของทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นกว้างใหญ่อย่างมากแถมพลังปราณธรรมชาติของที่นี่ยังหน้าแน่นจนทวีปเมฆาเทียบไม่ติด"ราวกับสรวงสวรรค์เลย" มู่โหลวเอ่ยปาก
"นั่นสินะชั่งเป็นภาพที่สวยงามจริง ๆ" ฉินหมิงเยี่ยกล่าว
"พวกเราจะไปยังอาณาเขตของตระกูลจี้ของข้าที่นั่นจะเป็นที่พักของพวกเจ้าจนกว่าการแข่งขันจะเริ่มขึ้น" จี้หยินกล่าว เรือจิตวิญญาณของจี้หยินได้ร่อนลงที่อาณาเขตของตระกูลจี้ที่ด่านล่างมีกลุ่มคนของตระกูลจี้ยืนอยู่จำนวนหนึ่งพวกเขายืนมองไปที่เรือจิตวิญญาณของจี้หยินเมื่อเรือจิตวิญญาณจอดลงจี้หยินและพวกหยางจื่อก็ลงมาจากเรืองแล้วจี้หยินก็เก็บเรือจิตวิญญาณไว้และพาพวกหยางจื่อเดินมาทางกลุ่มคนของตระกูลจี้
"ข้ากลับมาเเล้วท่านประมุข" จี้หยินกล่าวกับชายชราที่ยืนอยู่
พวกหยางจื่อเองก็ค้อมตัวลงคารวะเช่นกันด้วยตัวตนของประมุขตระกูลจี้ถึงจะไม่ยิ่งใหญ่ในทวีปศักดิ์สิทธิ์แต่ก็เป็นตระกูลที่มีอำนาจระดับกลางของที่นี่ "ขอต้อนรับพวกเจ้าสู่ทวีปศักดิ์สิทธิ์เชิญพวกเจ้าเข้าไปพักผ่อนที่พวกเราจัดเตรียมไว้ให้จนกว่าจะถึงเวลาอาหารค่ำ"ประมุขตระกูลจี้กล่าวด้วยรอยยิ้มจี้หยินได้พยักหน้าให้กับพวกหยางจื่อเเล้วเดินไปหาประมุขตระจี้ในทันที
------------------------------------------------------------------------------------------