ร้านอาหารอิตาเลียนหรูใจกลางเมืองไอนด์โฮเฟ่น บรรยากาศดูอบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มสลัว แต่บนโต๊ะอาหารที่มุมลับตาคนกลับเย็นเยียบราวกับขั้วโลก แฮร์รี่ ฟาน ไรจ์ ประธาน PSV ไม่ได้มาคนเดียว เขาพา อาร์เนเซ่น ผู้อำนวยการกีฬาจอมเคี่ยวมาด้วย
บนโต๊ะมีเพียงไวน์แดงที่ยังไม่ได้จิบ และแฟ้มเอกสารที่ปิดสนิท
"ผมประหลาดใจนะที่เอเย่นต์อย่างคุณ กล้าปฏิเสธข้อเสนอแรกทางโทรศัพท์ของเรา" อาร์เนเซ่นเปิดฉากพ่นควันบุหรี่ใส่บรรยากาศ "ปกติเด็กจากทเวนเต้ แค่ได้ยินชื่อ PSV ก็รีบปั่นจักรยานมาเซ็นสัญญาถึงหน้าสนามแล้ว"
เขากำลังกดหัวอเล็กซ์ให้ดูต่ำกว่า เพื่อจะได้คุมเกมการเงินได้ง่ายขึ้น
"ถ้าแยนเป็แค่นักบอลทั่วไป เขาคงทำแบบนั้นครับ"
อเล็กซ์ยิ้มบางๆ พลางควงแก้วไวน์ในมือ "แต่นี่คือ แยน เวนเนกอร์ ออฟ ฮาสเซลลิงค์... นักเตะที่ยิงประตูให้ทเวนเต้มากกว่ายี่สิบลูกในฤดูกาลเดียวด้วยอายุแค่นั้น คุณคิดว่าเขามีมูลค่าแค่นั้นจริงๆ หรือคุณแค่หวังจะ 'ต้ม' เด็กเซ่อๆ คนหนึ่ง?"
"ระวังคำพูดหน่อย" อาร์เนเซ่นกดเสียงต่ำ "เราให้ 550,000 ปอนด์ต่อปี นั่นมากกว่าที่เขาได้รับตอนนี้สามเท่า และเรามีโบนัสแชมป์ลีกให้อีก"
"โบนัสแชมป์ลีกที่เขาน่าจะได้แต่นั่งมองเพื่อนร่วมทีมเล่นจากม้านั่งสำรองน่ะเหรอ?" ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "ฟังนะ... ผมรู้ว่าพวกคุณคุยกับกองหน้าจากลีกอาร์เจนตินาไว้อีกคน และพวกคุณกำลังลังเลเพราะค่าฉีกสัญญาเขาแพงเกินไป ส่วนนักเตะในอะคาเดมี่ของพวกคุณตอนนี้... ไม่มีใครทดแทนการหายไปของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ได้เลยแม้แต่คนเดียว"
ฟาน ไรจ์ ที่นั่งเงียบมานานขยับตัว "คุณรู้เื่ดีลอาร์เจนตินาได้ยังไง?"
อเล็กซ์ไม่ตอบ แต่เลือกที่จะรุกต่อ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเมตตา ผมมาเพื่อหยิบยื่น 'อาวุธ' ที่จะทำให้พวกคุณไม่ต้องอายเวลาไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แยนสูง 191 เิเ เขาเก็บบอลได้ เขาทำทางให้เคซมันได้ และที่สำคัญ... เขาเป็คนดัตช์ แฟนบอลจะรักเขามากกว่าไอ้หนูจากอเมริกาใต้ที่คุณยังไม่รู้ว่าจะปรับตัวเข้ากับอากาศหนาวๆ ของที่นี่ได้ไหม"
"แต่ 8 แสนปอนด์ที่เราได้ยินมา มันไร้สาระ!" อาร์เนเซ่นทุบโต๊ะเบาๆ "เราไม่จ่ายค่าเหนื่อยระดับท็อปให้กับเด็กที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในเกมระดับยุโรป"
"งั้นก็เชิญพวกคุณไปเสี่ยงกับตัวเลือกอื่นเถอะครับ" เขารวบเอกสารแล้วลุกขึ้นยืนทันที "แต่จำไว้ว่า ทันทีที่ผมก้าวออกจากร้านนี้ ผมจะโทรหาเอเย่นต์ของอาแจ็กซ์... ผมมั่นใจว่า อัมสเตอร์ดัมคงอยากได้กองหน้าที่ยิงประตูใส่พวกเขาเมื่อเดือนก่อนไปร่วมทีมแน่ๆ"
บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด อาร์เนเซ่นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ส่วนฟาน ไรจ์ จ้องมองอเล็กซ์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป—เขาไม่ได้มองอเล็กซ์เป็เด็กขี้ฉ้ออีกต่อไป แต่มองเป็ "ศัตรูที่น่าเกรงขาม"
"นั่งลงก่อนสิอเล็กซ์..." ฟาน ไรจ์ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงอำนาจ "ไวน์ยังไม่ทันหมดแก้วเลย เรายังคุยกันได้... แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าคุณคิดจะปั่นหัวเราด้วยชื่ออาแจ็กซ์ คุณต้องมีไพ่ที่เหนือกว่านั้น"
"ผมมีไพ่ในมือมากกว่าที่ท่านจะจินตนาการออกเสียอีก" ผมนั่งลงตามคำเชิญ แต่ยังไม่เก็บเอกสาร "แต่คืนนี้ผมคงให้ได้แค่นี้... ลองกลับไปนอนคิดดูครับว่า มูลค่าของ 'แชมป์' กับเงินอีกไม่กี่แสนยูโร อย่างไหนมันคุ้มค่ากว่ากัน"
อเล็กซ์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะยกไวน์ขึ้นจิบเป็ครั้งแรก ทิ้งให้ความเงียบและความกดดันทำงานของมันเองบนโต๊ะอาหาร..