ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าไรนักเฟยหรงพุ่งทยานมาด้วยความเร็วสูงสุดที่เขาทำได้ในเวลาไปถึงครึ่งชั่วยามเขาก็ต้องหยุดเคลื่อนไหว สิ่งที่เห็นอยู่ด้านหน้าคือกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดสีแดงชาดกำลังล้อมอสรพิษเขี้ยวมรกตเอาไว้เห้นได้ชัดเลยว่าพวกมันต่างก็รู้ถึงการปรากฏของเปลวเพลิงสวรรค์เช่นกัน
"คนของหุบเขาเทพสุริยัน......ไม่ใช่!! พวกมันเป็นใครกันนะ"เฟยหรงอุทานออกมา ผู้คนเบื้องหน้าอายุราวๆ26-30ปีแต่กลับมีขุมพลังระดับจักรพรรดิขั้นสามกันทั้งหมด ทั้งยังมีระดับนักบุญคอยคุ้มกันแสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ด้วยขุมกำลังระดับนี้หุบเขาเทพสุริยันไม่มีทางครองครองได้อย่างแน่นอน หากไม่เทียบกับตัวของเขาเองเฟยหรงสามารถบอกได้ทันทีว่าพวกเขาเหล่านี้อัจฉริยะเกินกว่าที่จะอยู่ในทวีประดับสูงอย่างแน่นอน
"งั้นพวกเจ้าก็เล่นกับเจ้างูนั่นไปก่อนแล้วกัน ข้าจะไปหาเปลวเพลิงสวรรค์เสียหน่อย"เมื่อมีโอกาสดีๆเช่นนี้มีหรือที่เขาจะไม่คว้าไว้ แม้จะไม่ได้เลือดอสรพิษเขี้ยวมรกตก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรเปลวเพลิงสวรรค์ก็สำคัญและล้ำค่ากว่ามาก การที่เขาได้มันมาก็เท่ากับคนรอบข้างของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มใช้พลังวิญญานของเขาปกคุมร่างกายแล้วค่อยๆเดินเข้าไปด้านในถ้ำที่มีออร่าความร้อนแผ่ออกมาไม่สิ้นสุดอย่างสบายๆเนื่องจากตัวเขามีสิ่งที่เป็นจ้าวแห่งเปลวเพลิงอย่างบัลลังก์ราชันอยู่ดังนั้นความร้อนใดก็ไม่อาจที่จะทำเขาสั่นคลอนได้
ชายหนุ่มยังคงเดินเข้าไปพร้อมกับเพิ่มท่าทีระมัดระวังมากขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนของเปลวเพลิงอย่างชัดเจน จนในที่สุดเขาก็มาหยุดลงที่จุดลึกสุดของถ้ำที่ในเวลานี้มีอสรพิษเพลิงเขียวขนาดใหญ่จ้องมองมาที่เขาด้วยความดุดันและแผ่จิตคุกคามอย่างชัดเจน
"เพลิงอสรพิษมรกตงั้นหรือ น่าเสียดายที่เพลิงนี้ดูเหมือนจะเข้ากับหลิงหลิงกับหลินเฉิน"ชายหนุ่มจ้องมองอสรพิษเพลิงแล้วถอนหายใจออกมา เพลิงอสรพิษมรกตคือเปลวเพลิงที่เจือปนพิษที่ออกฤทธิ์คล้ายกับอสรพิษมรกตแต่มีความรุนแรงมากกว่าเป็นร้อยเท่า หากเป็นผู้ฝึกตนพิษหรือนักปรุงยาพิาเปลวเพลิงนี้จะมีประโยชน์มหาศาล แต่ในทางกลับกันหากคนที่ไม่ได้สนใจในเรื่องพิษมันก็มีหน้าที่แค่ดูดกลืนพิาที่มีครองครองโดนเท่านั้น
"ถึงจะหน้าเสียดายแต่เจ้าก็มาอยู่กับข้าเถิด"เฟยหรงยกยิ้มต่อมาหอคอยเทพมังกรก็ปรากฏขึ้นบริเวณหลังของชายหนุ่มพร้อมกับปลดปล่อยออร่าของมังกรและความร้อนสูงออกมาพร้อมกันจนทำให้อสรพิษเปลวเพลิงถึงกับต้องก้มหัวให้ ประดุจดังพบเจือกับนายเหนือหัวแห่งตนและพุ่งเข้าไปด้านในวิหารเทพมังกรพร้อมกับเเปลงตัวเป็นเปลวเพลิงสีเขียวมรกตหมุนรอบบัลลังก์ราชันแห่งเปลวเพลิง
"ง่ายดายถึงเพียงนี้??"เฟยหรงตกตะลึงในใจ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าบัลลังก์ราชันแห่งเปลวเพลิงมีอำนาจสะกดข่มเปลวเพลิงทั้งมวล แต่ก็ไม่คิดว่าเปลวเพลิงเหล่านั้นจะยอมศิโรราบอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
"ช่างเถอะๆไปดีกว่าอีกไม่นานพวกเขาคงจะโค้นอสรพิษเขี้ยวมรกตสำเร็จแล้ว ถึงจะน่าเสียดายก็เถอะแต่ขุมกำลังที่ไม่รู้จักข้าก็ไม่ควรลงมือ"กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินออกไปในทันที เพียงชั่งครู่ตัวของเฟยหรงก็หลบออกมาไกลหลายสิบลี้เป็นที่เรียบร้อย
"ขอให้โชคดีนะ ฮุฮุ"เขากล่าวทิ้งท้ายอย่างซุกซนก่อนที่ตัวเองจะหายไปราวกับอยู่ตรงนั้น
"ดาบเปลวเพลิงเทพสถิต"
"ตูม!!"
เมื่อเฟยหรงไปไกลแล้วเบื้องหลังของเขาดาบเปลวเพลิงขนาดใหญ่ได้ฟันเข้าไปที่อรพิษเขี้ยวมรกตอย่างไรปราณี ทำให้ตัวของมันขาดออกเป็นสองท่อนด้วยฝีมือดาบของผู้อาวุโสที่มาคุ้มกันเหล่ารุ่นเยาว์
"พวกเจ้ารีบเข้าไปเอาเปลวเพลิงสวรรค์มาเร็ว!!อย่าให้คุรชายต้องรอนาน"ผุ้อาวุโสคนนั้นกล่าวพร้อมกับปาดเลือดออกจากดาบของตนเองและเก็บมันเข้าฝักไป
"ขอรับ พ่อบ้านเหยา"พวกรุ่นเยาว์พุ่งตัวเข้าไปในถ้ำทันทีเพื่อค้นหาเปลวเพลิงสวรรค์ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจือแม้แต่เศษเสี้ยวของมันเลยแม้แต่น้อย
"พ่อบ้านเหยาขอรับ ไม่มีเปลวเพลิงสวรรค์ด้านในถ้ำเลยขอรับ"รุ่นเยาว์คนหนึ่งกล่าวพร้อมกับทำความเคารพ นั่นทำให้เหยาชงหรือพ่อบ้านเหยาถึงกับคิ้วขมวดเป็นปมอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อครู่มันสัมผัสได้อยางชัดเจนว่ามีเปลวเพลิงสวรรค์อยู่จริงๆแต่กลับไม่เจอ นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร
เหยาชงจึงออกค้นหามันด้วยตนเอง แต่เมื่อเขาสำรวจมันจนทั่วปรากฏว่ามันไม่มีจริงๆนั่นทำให้เขาหงิดหงิดเป็นอย่างมาก และปล่อยหมัดทำลายก้อนหินใหย่ที่อยู่เบื้องหน้าจนแหลกละเอียด
"ตูม!!"
"บัดซบ!!มันเป็นไปได้อย่างไร เจ้าพวกหุบเขาเทพสุริยันหลอกพวกเรางั้นหรือ!! นี่เป็นไปไม่ได้พวกมันจะกล้าหลอกพวกเราที่เป็นถึงขุมกำลังใหญ่ในทวีปศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร!!"พ่อบ้านเหยากล่าวอย่างไม่เข้าใจ
"พ่อบ้านเหยาเราจะเอาอย่างไรดีขอรับ"รุ่นเยาว์คนนั้นกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
"กลับไปหุบเขาเทพสุริยันเรื่องนี้พวกมันต้องมีคำอธิบายให้กับพวกเรา หากไม่เช่นนั้นข้าจะส่งสัญญานให้คุณชายน้อยลงมือกวาดล้างพวกมันในทันที คิดจะอยู่ใต้อาณัติของพวกเราแต่กลับให้ข้อมูลหลอกลวงเช่นนี้มา ช่างน่าขันเสียจริงๆ"พ่อบ้านเหยากล่าวจบก็เดินออกไปในทันที ในเวลานี้มันรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมากเนื่องจากพวกมันอุตส่าเดินทางมาเพื่อเก็บเปลวเพลิงสวรรค์แต่กลับคว้าน้ำเหลวนั่นเอง
'เห้อ ไม่คิดว่าระดับนักบุญขั้นเก้าจะโดนพวกมันหลอกเอา หากกลับไปเกรงว่าสถานะของข้าคงจะตกต่ำลงไปอีก'พ่อบ้านเหยาถอนหายใจออกมา เดินทีตัวเขาเป็นผุ้อาวุโสที่ควบคุมศิษย์รับใช้เท่านั้นหรือก็คือศิษย์สายนอกที่รับหน้าที่ควบคุมเด็กใหม่นั่นแหละ แต่ในครั้งนี้กลับได้โอกาสในการพิสูจน์ตัวตนของตนเองเพื่อที่จะได้รับทรัพยากรณ์ที่มหาศาลเพื่อทะลวงระดับประจักษ์แจ้งและกลายเป็นศิษย์สายใน แต่ตอนนี้มันกลับสลายหายไปในพริบตาจะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร หากกลับไปหุบเขาเทพสุริยันจะต้องจ่ายให้กับความผิดพลาดครั้งนี้อย่างมหาศาลเพื่อระบายความโกรธในใจของตัวเขาเอง
ตัดกลับมาที่เฟยหรงหลังจากที่เขาได้ที่ออกมาเขาก็เดินทางกลับหมู่บ้านและพาหลินเฉินและคนอื่นๆกลับในทันที เพราะชายหนุ่มจะต้องไปเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นอีกไปกี่สัปดาห์ข้างหน้าและแน่นอนเขาไม่ได้ต้องการให้คนอื่นรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขามากนัก ดังนั้นเขาจะได้จำกัดพลังของตัวเองให้เหลือเพียงจักรพรรดิขั้นห้าเพียงเท่านั้น
"พี่ชายท่านได้เปลวเพลิงสวรรค์มาหรือไม่ขอรับ"ฮั่วหลินเฉินกล่าวถามด้วยความตื่นเต้นในขณะที่เดินทางกลับ แสดงให้เห็นว่าตัวเขาได้รับการรักษาจนกลับมาเป็นปกติแล้วนั่นเอง
"ได้มา แต่น่าเสียดายเปลวเพลิงสวรรค์ชนิดนี้มีพิาอยู่ด้านใน ดังนั้นไม่เหมาะกับพี่สาวเจ้าทั้งยังไม่เหมาะกับเจ้า เอาไว้ข้าจะหาเปลวเพลิงที่ดีกว่านี้มาให้เจ้าก็แล้วกัน"เฟยหรงกล่าวตอบ
"ขอรับ ข้าเชื่อพี่ชายจะต้องหามาได้อย่างแน่นอนก็พี่ชายแข็งแกร่งที่สุดนี่ขอรับ"ฮั่วหลินเฉินกล่าวอย่างมั่นใจ พี่ชายคนนี้คือคนที่รักษาพิษของเขาทั้งยังทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย จึงไม่แปลกที่เด็กหนุ่มจะมั่นใจและเคารพเฟยหรงมากเป็นพิเศษ
"เจ้าเด็กคนนี้ ถึงอย่างไรพอเจ้ากลับไปก็ต้องโดนพี่สาวเจ้าบ่นอยู่ดีเรื่องนี้ต่อให้เจ้าชมข้าให้ตายข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้"เฟยหรงเอามือเคาะหัวเด็กหนุ่มเบาๆก่อนจะเดินกันต่อไป แน่นอนระหว่างทางฮั่วหลินเฉินไม่ลืมที่จะแนะนำเพื่อนๆของเขาให้เฟยหรงได้รู้จักนั่นคือเหล่ยหมิง หมิ่งจิชิง และสุดท้ายคือฟู่เทียน