ครั้นอี้เฉินสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ออกจากหัวสมองไปได้ เขากลับไปยังหมู่บ้านที่เขาเกิด เพื่อจะบอกลา ท่านปู่เสี่ยวปู้เตียน เล่นหมากล้อมภายในห้องส่วนตัว เป็นเพื่อนชายแก่ ไปอยู่นานสองนาน ชายแก่เองก็รับรู้ได้ว่า บัดนี้อี้เฉิน มีความลังเลใจ อยู่ในกรอบสายตา
ชายแก่จึงไม่ได้ กล่าวพูดอะไรมากนัก เพียงไต่ถามอี้เฉินออกมา “เจ้าจะกลับมาอีกทีเมื่อใด เช่นนั้นหรืออี้เฉิน”
อี้เฉินเขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง “คงไม่นานนักหรอกท่านปู่ โปรดท่านรักษาตัวด้วย” ครั้นสิ้นน้ำเสียงของอี้เฉิน เขาโบกฝ่ามือเอาสมุนไพร ภายในแหวนมิติหลายชนิด ที่เขาหลงเหลืออยู่ให้ชายแก่ รวมถึงเมล็ดพันธุ์ ระดับ สูง หวังว่าท่านปู่ ของเขาจะมีสักวัน ที่เขาจะกลายเป็นเทพสวรรค์ แท้จริงได้
ชายชราเสี่ยวปู้เตียน ที่มองแผ่นหลังอี้เฉินสืบฝีเท้าจากไป พร้อมกับของล้ำค่า ที่วางกองตรงหน้าชายแก่ มันก็ทำให้ชายชรา ส่ายหัวออกมาน้อยๆ
ทันใดที่อี้เฉินสืบฝีเท้าออกมาจากบ้านไม้หลังเก่า หลินเฟยนางเองก็รับรู้ ถึงสายตาของอี้เฉินว่ามีบางอย่าง อยากจะบอกกล่าวตัวนาง พวกเขาที่สืบฝีเท้า ขึ้นไปยังดินแดนเทพ
อี้เฉินบอกกล่าวหลินเฟย ออกไปอย่างไม่ลังเล ในระหว่างที่พวกเขาเดินทาง “ข้าจะไปเยือนยังดินแดนจักรพรรดิ หวังว่าเจ้า จะเข้าใจข้านะหลินเฟย”
ภายในครรลองสายตาหลินเฟย ฉายประกาย ความไม่พอใจขึ้นมาทันใด “เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรืออี้เฉิน ดินแดนจักรพรรดิ สำหรับเจ้าอันตรายถึงเพียงใด หรือเจ้าคิดจะไปหา แม่นางเยว่ชิงเซียนกัน”
อี้เฉินประกายตาไหววูบ ไม่ได้ปิดบังหลินเฟยในข้อนี้ “มันก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่พี่อี้ฟางหรง นางคงอยากจะพบเจอ พูดคุยกับท่านแม่ของนางสักครา อีกอย่างข้าอยากจะรู้ศัตรู ของพวกเราคนดินแดนเทพ เป็นใครกันแน่”
ห่างตาหลินเฟย มีน้ำใสไหลซึม ออกมาน้อยๆ แฝงไว้ด้วยความขุ่นเคือง “เจ้ายังไม่ลืมแม่นางเยว่ชิงเซียน เช่นนั้นหรืออี้เฉิน ..หรือข้าทำหน้าที่ภรรยาไม่ดีพอ สำหรับเจ้ากัน” ครั้นหลินเฟย นางที่คิดจะสืบฝีเท้า หนีหายจากไป
อี้เฉินจับคว้าข้อมือ ขาวหลินเฟยเอาไว้แน่น ก่อนเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น จริงจังออกมา “เจ้าวางใจหลินเฟย อย่างไรเจ้าก็เป็นภรรยาของข้า ข้าแค่อยากรู้ว่าเยว่ชิงเซียน นางสบายดีหรือไม่ก็เท่านั้น เจ้าโปรดวางใจ”
“ข้าจะเชื่อคำพูดของท่านพี่ได้หรือไม่ ว่าท่านพี่จะกลับมาหาข้า” หลินเฟยกล่าวพูด พร้อมน้ำตาที่ไหลริน รับรู้ว่านางบัดนี้ไม่อาจ ขวางความตั้งใจของอี้เฉินได้
อี้เฉินปาดน้ำตา บริเวณห่างตาของหลินเฟย ออกอย่างอ่อนโยน ครั้นเห็นหญิงสาว ภายในกรอบสายตา สะอื้นไห้ออกมาไม่หยุด “เจ้าอย่าได้เป็นกังวลไป หลินเฟย” ครั้นอี้เฉินโน้มศีรษะ ติดหน้าผากขาวผ่องหลินเฟยในชั่วขณะ ภาพฉายปู่ดวงเฮง ภายในลูกบาศก์มิติ เปิดเผยออกมาให้หลินเฟย เห็นชายแก่ที่เปี่ยมไปด้วย พลังชีวิตอยู่แวบหนึ่ง
ภาพภายในโสตประสาท ที่หลินเฟยเห็น ทำให้นาง เบาใจ คลี่ยิ้มออกมาได้ระดับหนึ่ง ไม่ทำตัวงี่เง่าเป็นเด็กดื้อรั้นกับอี้เฉินอีกต่อไป
...ครั้นอี้เฉินกลับมาถึงหุบเขาบรรพชน ไม่นานข่าวคราว ของเขาก็แพร่งพรายไปถึงหูของ หวังเหยียน ศิษย์นิกายยอดยุทธ์ ที่มารอรับอี้เฉินไปยังดินแดนจักรพรรดิ
น้ำเสียงที่เดือดดาล ดวงตาเป็นสีเลือด หัวยุ่งเหยิงเป็นอย่างมาก ครั้นเขาสืบฝีเท้ามายังห้องโถง ที่มีอี้เฉินนั่งรออยู่ หวังเหยียน เขากล่าวพูดขึ้นมาทันที “ข้าได้รับคำสั่ง ให้มารับเจ้า ไปยังดินแดนจักรพรรดิ ไอ้เวรอี้เฉิน เจ้าควรจะไปพร้อมข้าได้แล้วกระมัง จะถ่วงเวลาข้าไปถึงเมื่อใดกันเชียว”
อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงที่โอหัง เขาหลับตาพริ้ม กล่าวพูดออกมา อย่างไม่รีบร้อน “น้ำเสียงของเจ้า ช่างบาดหูข้าเสียจริงๆ ทำให้อารมณ์ ในการเดินทางไกลของข้า หดหายไปมากเลยเจ้ารู้ไหม หวังเหยียน” แม้แต่องค์หญิงอี้ฟางหรง ที่ได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน นางยังป้องปาก ขำออกมาน้อยๆ
ด้านหวังเหยียน เขายิ่งเดือดดาลเป็นโทสะ ดวงตาที่ราวกับคนไม่ได้นอนมาหลายวัน ยิ่งเสียสติ ราวกับคนบ้าคลั่ง ก่อนเขาจะรีบผ่อนโทสะลง ค่อยๆ กล่าวเสียงเนิบช้าออกมา พร้อมเสียงสูดลมหายใจ เข้าไปจนเต็มปอด “จักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ ข้าขอเชิญท่านขึ้นไปยังดินแดนจักรพรรดิ ข้าหวังเหยียน ตัวแทนของศิษย์นิกายยอดยุทธ์ จะดูแลท่านเป็นอย่างดี”
อี้เฉินที่ได้ยินเขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง “เจ้าพูดเช่นนี้ค่อยฟังน่า รื่นหูหน่อยหวังเหยียน แต่ว่านะคำพูดไพเราะเช่นนี้ ข้าว่ามันยังขาดความจริงใจ ของเจ้าไปนิดหนึ่ง เจ้าว่าไหม”
ฉับพลันเสียงกัดกรามดังลั่น ของหวังเหยียนก็ดังออกมาก้อง พร้อมกับริมฝีปากของเขา ที่กระอักเลือดออกมาน้อยๆ ‘เขาสาบานภายในใจ หากพาอี้เฉินขึ้นไปยังดินแดนจักรพรรดิได้ เขาจะสร้างเรื่องให้อี้เฉิน จนอี้เฉินต้องร้องขอชีวิต’
ทันใดที่เสียงคุกเข่าของหวังเหยียน ดังออกมาก้อง ภายในบริเวณห้องโถงใหญ่ พร้อมกับการบีบน้ำตาของเขา ราวกับเป็นการแสดงละครฉากใหญ่ ก็ปรากฏขึ้นมา บนครรลองสายตาอี้เฉิน พร้อมกับผู้คนภายในห้องโถง ที่มีอยู่ไม่มาก เสียงสะอื้นไห้ของชายหนุ่ม ที่เปี่ยมไปด้วยความทุกข์ทรมาน จากการอยู่ดินแดนเทพ มายาวนานร่วมเดือน ทำให้อี้เฉินส่ายหัวให้ หวังเหยียน
“ได้ๆ ข้าตกลงจะไปกับเจ้า หวังเหยียน เจ้าเลิกแสดงละครได้แล้ว ข้าเห็นแล้วขนลุกซู่ ชูชัน”
หวังเหยียนเขาที่คุกเข่าอ้อนวอน หยุดชะงักกะทันหัน ปาดน้ำตารีบขึ้นมายืนตรงในทันที “เจ้าอย่าคืนคำข้าเชียว อี้เฉิน ข้าจะออกไปรอเจ้าด้านนอก”
ภาพที่ผู้คนภายในห้องโถง เห็นหวังเหยียน เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว ต่างก็ห่างคิ้ว สั่นกระตุกกันออกมาน้อยๆ ก่อนจะไต่ถามอี้เฉิน ออกมาโดยเฉพาะพวก ซีเผิง โม่กวาง “เจ้าจะไปยังดินแดนจักรพรรดิ จริงๆ หรืออี้เฉิน”
อี้เฉินพยักหน้า ก่อนหันปรายตาไปมอง พี่อี้ฟางหรง “ท่านไปกับข้าเถอะท่านพี่อี้ฟางหรง” คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าให้นาง พวกเขาต่างก็รับรู้ว่า อี้ฟางหรงภายในใจลึกๆ นางอยากจะพูดคุยกับท่านแม่ของนาง แม้ภายในใจ จะมีการต่อต้านอยู่ไม่น้อยก็ตาม
ก่อนอี้เฉินจะส่งปราณจิตออกไปบอกกล่าว พี่อี้ฟางหรง ถึงความกังวลของนาง “ข้าได้พาปู่ดวงเฮงมากับข้าด้วย พี่อี้ฟางหรง อย่างน้อยๆ เราก็มีกำลังเสริม พอจะเบาใจไปได้ระดับหนึ่ง”
อี้ฟางหรงดวงตานางแปรเปลี่ยน เป็นคมกล้าในทันใด ไม่คิดว่าอี้เฉิน จะทำเพื่อนางมากขนาดนี้ ก่อนนางจะเอ่ยรับคำอี้เฉิน “ได้ๆ ตกลงข้าจะไปกับเจ้าอี้เฉิน”
ก่อนพวกเขาจะพากันสืบฝีเท้า ออกไปด้านนอก บริเวณลานกว้าง หน้าพระราชวังหลวง ภาพที่อี้เฉิน กับ องค์หญิงอี้ฟางหรง สืบฝีเท้าขึ้นไปบนเรือรบลำใหญ่ เดินทางข้ามผ่านเส้นทางสายรุ้ง ไปพร้อมกับดวงดาวพร่างพราว นับแสนดวง หายวับจากไป ในไม่กี่เสี้ยวอึดใจ พร้อมกับหวังเหยียน คนของนิกายยอดยุทธ์ อย่างรวดเร็ว
เสียงลอบถอนหายใจ ของเหล่ามิตรสหายอี้เฉินก็ดังออกมายาว พวกเขาต่างก็หวังว่า อี้เฉินกับ องค์หญิงอี้ฟางหรง จะกลับมาจากดินแดนจักรพรรดิ ได้อย่างปลอดภัย
ด้านของหวังเหยียน ที่ส่งข่าวคราวไปรายงาน เรื่องขององค์หญิงอี้ฟางหรง เขาประสานฝ่ามือ บอกกล่าวสตรี ที่สายตามองทอดยาว ออกไปไกลในทันใด “ข้าได้ติดต่อกับแม่นาง หมิงอันซี ให้มารับท่านแล้ว องค์จักรพรรดิอี้ฟางหรง”
อี้เฉินพยักหน้าให้กับ ท่านพี่อี้ฟางหรง ครั้นพวกเขาบัดนี้หลุดเข้ามา อยู่ภายในโลกอีกใบหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยดวงดาว สว่างพร่างพราว โอบล้อมไปด้วยแม่น้ำแห่งกาลเวลาสีทอง พร้อมกับพื้นที่หลายแสนลี้ ที่ฉายทอดยาวออกไปไกล สุดลูกหูลูกตา
เกรงว่ามันน่าจะจุผู้คนดินแดนเทพ ได้อย่างสบายๆ จากความกว้างใหญ่ไพศาลของมัน อี้เฉินเองเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาแล้วว่า เหตุใดดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาถึงมีความโอหัง ถือตัว พวกเขาคงมีอัจฉริยะ ในทุกยุค ทุกสมัยให้ใช้งานไม่ขาดมือ
ก่อนหวังเหยียน จะยืดอก ตั้งตัวตรงขึ้นมา ครั้นเห็นอี้เฉิน มีท่าที สนอกสนใจ ดินแดนจักรพรรดิ ของพวกเขาไม่น้อย “ที่เจ้าเห็นเบื้องหน้า นี่เป็นส่วนหนึ่ง ของเขตปกครองของจักรพรรดิผู้หนึ่ง เท่านั้นอี้เฉิน ที่นี่ เจ้ารู้ถึงความยิ่งใหญ่ ของพวกเราคนดินแดนจักรพรรดิหรือยัง”
อี้เฉินส่ายหัว “เจ้าคุยโวเก่งใช่ย่อยเลยนะ หวังเหยียน แล้วเขตปกครอง ที่เจ้าว่าแบ่งออกเป็นเช่นไรบ้าง” ครั้นได้ทีอี้เฉินจึงอยากจะไต่ถาม เก็บข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ ติดตัวไว้บ้าง
หวังเหยียน เขาคลี่ยิ้มเย็นเหยียบออกมาทันที “เจ้าอย่าลืมที่นี่ดินแดนจักรพรรดิอี้เฉิน ไม่ใช่ดินแดนเทพของเจ้า” ก่อนชายหนุ่ม จะเดินเข้ามากอดคออี้เฉิน ทว่าเสียงฟันที่กระทบกัน ออกมาลั่น บ่งบอกถึงโทสะ ที่ชายหนุ่มมีต่ออี้เฉินไม่น้อย