ตอนที่ 110 เล่ห์เหลียม
" ข้าชื่อมิลฟา คนที่แข็งแกร่งที่สุดใน....... "
หลังจากได้รู้ชื่อของมันแล้ว ริวจิก็ไม่มีทีท่าแสดงถึงความตกใจอะไร
" มิลฟาอย่างงั้นเหรอ "
แต่ริวจิมีความสงสัยเล็กน้อยเพราะมันเหมือนกับว่าเขาได้ยินสิ่งที่มิลฟาพูดไม่หมด ถึงอย่างั้นริวจิก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
" ใช่แล้ว ข้าชื่อมิลฟา ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
" เอาละตอนนี้หมดเวลาของเจ้าแล้ว "
มิลฟามันพูดพร้อมกับแลบลิ้นใหญ่ๆ ของมันเลียไปที่ริมฝีปากของมันอีกครั้ง และเผยรอยยิ้มที่ดูหิวกระหายออกมาโดยที่ริวจิสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า
" เดี๋ยวๆ ก่อนจะสู้กันฉันมีอะไรถามแกก่อนอีกสักคำถามได้รึเปล่า "
ได้ยินที่ริวจิพูดออกมาแล้วนั้น มิลฟามันก็แสดงท่าทีหงุดหงิดออกมา
" เฮ้ๆ แกอย่าพึ่งหงุดหงิดสิ มันไม่นานขนาดนั้นหรอก "
เมื่อมันได้ยินที่ริวจิพูด มิลฟามันก็ลังเลอยู่สักพัก ก่อนที่จะยอมริวจิ และพูดขึ้น
" ก็ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้า เป็นครั้งสุดท้าย "
ถึงมันจะพูดออกไปแบบนั้น ภายในใจของมิลฟา มันก็ได้มีความคิด ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมองอันเลิศรส ข้าจะต้องตามใจมันบ้าง ไม่งั้นอย่างงั้นรสชาติจะเสียเอาได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
แต่มิลฟามันอยู่ในความคิดของมันนานสองนานแล้ว ริวจิก็ไม่เปิดปากถามสักที ทำให้มิลฟาต้องกล่าวเร่งริวจิอีกครั้ง
" เจ้าอย่าคิดว่าเจ้าจะถ่วงเวลาข้าได้มากกว่านี้อีกแล้วนะ เจ้าคิดว่าข้าจะมีความอดทนกับแค่สมองเพียงแค่อันเดียวถึงขนาดนี้อย่างงั้นเหรอ "
ริวจิสังเกตเห็นมิลฟาที่กำลังจะตบะแตก จากนั้นไม่นาน เด็กหนุ่มก็เผยรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเขา
มิลฟาสังเกตเห็นรอยยิ้มนั้น ยิ่งทำให้มันหงุดหงิดขึ้นไปอีก
" เจ้าขำอะไร เจ้าคิดว่าข้าเป็นตัวตลกอย่างงั้นเหรอ "
" อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา "
เสียงคำรามของมันดังลั่นสนั่นไปจนกระทั่ง ทำให้พื้นดินที่อยู่รอบๆนั้น แตกออกเป็นเสี่ยงๆ รวมถึงทำให้เกิดลมแรงซัดเข้าหาทางด้านของพวกริวจิ
แต่ตอนนั้นเองมันก็ได้สิ่งแปลกๆ เกิดขึ้น
ริวจิที่ยืนอยู่ต่อหน้าของมิลฟานั้น เขากลับไม่มีทีท่ากังวลหรือหวาดกลัวอะไรเลย กลับกันเขากลับ เผยรอยยิ้มกว้างขึ้น เมื่อมิลฟามันตบะแตกและสติมันเริ่มจะหลุดเหมือนกันซอมบี้ทั่วๆ ไปที่เขาเคยเจอมา
อายูและมิโกะที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของริวจินั้น พวกเธอทำอะไรไม่ได้ ทำได้แต่ยืนนิ่งๆ กับเข่าอ่อนๆ ของพวกเธอ ยิ่งได้รับผลกระทบจากพลังจากแพร่ออกมาจากมิลฟาแล้วนั้น เข่าที่อ่อนๆ อยู่แล้วนั้นก็ได้ทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที
แต่มันแปลกที่ทำไมมิลฟามันไม่ปล่อยจิตสังหารออกมา ไม่อย่างงั้นอายูและมิโกะหรืออาจจะรวมถึงริวจิ อาจจะตายไปเลยก็ได้ เพราะนี่มันแค่พลังที่มันแผ่ออกมาเพรียวๆ มันก็สามารถทำให้เกิดลม และทำให้ที่ดินที่อยู่รอบๆ นั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ได้
" ถอยไป !!! "
ริวจิก็ตะโกนขึ้นท่ามกลางลมแรงกระแทกเข้าไปอย่างกับคลื่นทะเลอันสูงใหญ่
" พี่ค่ะ "
" ริว.. "
ก่อนที่อายูจะพูดจบ ริวจิก็ได้จะโกนดังขึ้นย้ำอีกครั้ง
" ถอยไป !! เดี๋ยวนี้ "
เมื่อทั้ง 2 หันไปสบตากับเด็กหนุ่มแล้วนั้น สองสาวได้กัดฟันของตน ก่อนที่จะตัดสินใจ รีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว
ฟึบ
ฟึบ
เมื่อริวจิสังเกตเห็นทั้ง 2 ไปถอยห่างออกไปพอสมควร เขาก็ได้หันไปหามิลฟาที่กำลังหงุดหงิด พร้อมกับพูดขึ้น
" คำถามที่ฉันจะถามนายรู้มั้ยว่ามันคืออะไร "
มิลฟาที่กำลังหงุดหงิดอยู่นั้น หลังจากที่ได้ยินคำพูดของริวจิพูดออกมานั้น มันหยิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีก
" ข้าไม่สนอีกต่อไปแล้ววว เลิกถ่วงเวลาสักที "
และตอนนั้นเอง
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
ริวจิหัวเราะดังลั่นขึ้นมา มันเป็นโทนเสียงคล้ายๆ กับมิลฟาที่มันหัวเราะเยาะเย้ยเขาก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
" เจ้าหัวเราะอะไรของเจ้า "
อ้าาาา
" ข้าไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว "
ก่อนหน้านี้มันกลัวรสชาติสมองของริวจิจะเสีย แต่ตอนนี้มันไม่สนอีกต่อไปแล้ว มันปล่อยมันออกมารุนแรงขึ้น และรุนแรงขึ้นไปอีก
อ้าาาาาาา !!
"ตายส่ะ !! "
" หึ "
" ฉันจะบอกอะไรให้นะ ชื่อของแกมันห่วยชะมัด "
ฟู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมม
ได้เกิดลมแรงจนกระทั่ง พื้นดินที่อยู่บริเวณรอบๆ นั้น มันได้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา
ตู้มมมมมมมมม
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างเร็วมาก จนกระทั่งอายูและมิโกะที่ยืนสังเกตการณ์ที่ไกลๆ แต่พวกเธอยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่า ที่ผ่านมาเมื่อตะกี๋นี้ มันเกิดอะไรขึ้น มันเร็วจนเกินกว่าความสามารถของพวกเธอจะมองได้ทัน
และเมื่อฝุ่นมันค่อยๆ จางลง ร่างของริวจิและมิลฟาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น และทำให้พวกเธอสังเกตเห็นทั้งสองอีกครั้ง
" แขน แขน แขนของมันขาด !! "
มิโกะ เธอถึงกับต้องพูดตะกุกตะกัก เมื่อเธอสังเกตเห็นว่ามิลฟานั้นได้เสียแขนของมันไปกับ การปะทะกับริวจิเมื่อสักครู่นี้
ได้ยินเสียงของมิโกะ อายูเธอได้เปลี่ยนโฟกัสและมองไปที่แขนของมิลฟาทันที และทุกอย่างมันก็เป็นอย่างที่มิโกะพูดจริงๆ แขนของมิลฟามันได้ขาดออกเป็นสองท่อน
" นาย นายทำได้ยังไง "
อายูเคยผ่านการต่อสู้กับริวจิมาอย่างมากมาย แต่ถึงจะอย่างงั้น เธอเองก็ไม่คิดว่าริวจิจะแข็งแกร่งถึงขนาดกะสามารถต่อสู้และตอบโต้ มิลฟาได้ถึงขนาดนี้ มันดูเหมือนว่าตอนนี้ริวจิจะดูเหนือกว่ามิลฟา และอายูก็ได้คิดกับตัวเธอเองว่า
" นี่ฉันไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งของนายจริงๆ เลยสักครั้งเลยสินะ "
พูดจบอายูก็ได้ถอนหายใจ และได้ยืนมองดูการต่อสู้ต่อไป
" เจ้า เจ้า เจ้า ทำได้ยังไง "
มิลฟามันถึงกับหน้าเสีย หลังจากที่ริวจิสามารถตัดแขนของมันได้ และตอนนี้สถานการณ์ทั้งหมดอาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่มันคิดอีกต่อไปก็เป็นได้
" แกจะตกใจอะไรขนาดนั้น "
[ ตัดมาที่ก่อนที่จะเริ่มต่อสู้ ]
หลังจากมิลฟาได้ปรากฏตัวต่อหน้าริวจิแล้วนั้น
" มันแข็งแกร่งเกินไป เราเอาชนะมันไม่ได้แน่ถ้าเป็นแบบนี้ "
เขารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้อัพเป็นเลเวล 200 ก่อนที่จะเข้ามาที่นี่ แต่ถึงคิดเรื่องนั้นไปก็ไร้ประโยชน์ ศัตรูมันกำลังจะฆ่าเขาอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่คิดเรื่องอื่นและไม่หาวิธีรับมือ เขาคงจะยอมตายตั้งแต่อยู่ที่ Apartment ไปแล้ว เขาไม่ต้องลำบากดันทุรังมาถึงขนาดนี้หรอก
แต่ถึงเขาคิดยังไง เขาก็คิดไม่ออก เพราะค่าสถานะของเขากับซอมบี้ G5 มันห่างมันเกินไป เมื่อหมดหนทางแล้ว ริวจิเขาก็ได้หายใจสูดเข้าไปให้เต็มปอด ก่อนที่จะปล่อยมันออกมาลากยาว
วุ้ววววววววววววววววววววววว
ก่อนที่เขาจะกดหน้าต่างค่าสถานะออกมา จากนั้น
Skill : Critical ระดับต่ำขั้น 3 (สามารถอัพเกรดได้ 10,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับกลางขั้นที่ 3)
[คุณสมบัติ : เป็น Skill ติดตัวเมื่อโจมตีโดนเป้าหมายมีโอกาส 5% ในการติดคริติคอลสร้างความเสียหาย 200%]
[ อัพเกรด ! ]
[อัพเกรด!]
[อัพเกรด!]
ริวจิกดอัพเกรดถึง 3 ครั้งในสกิล Critical และจากระดับต่ำขั้นที่ 3 ระดับต่ำมันก็ได้กลายเป็นระดับ 4 ขั้นต่ำแล้วตอนนี้ค่าสถานะขอ Skill มันก็ได้เผยออกมา
Skill : Critical ระดับต่ำขั้น 4 (สามารถอัพเกรดได้ 200,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับกลางขั้นที่ 4)
[คุณสมบัติ : เป็น Skill ติดตัวเมื่อโจมตีโดนเป้าหมายมีโอกาส 20% ในการติดคริติคอลสร้างความเสียหาย 200%]
เมื่อเห็นค่าสถานะของสกิล ริวจิก็แสดงความผิดหวังเล็กน้อย เพราะมันเพิ่มโอกาสติดคริแค่ 10 % หลังจากที่เลื่อนขั้นมาเป็นขั้นที่ 4 แล้ว ในระหว่างนั้น เขาก็ยังถ่วงเวลามิลฟาไปด้วย และแสดงสีหน้าตาย แต่ลึกๆ นั้นเขารู้สึกเสียดาย Exp ที่หายไปถึง 120 ล้าน Exp
" แค่ 20 % เองเหรอเนี่ยะ ฉันคิดว่ามันจะได้มากกว่านี้ "
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาเสียดาย ริวจิต้องแข่งกับเวลา ถ้าเขามัวแต่ยืดยาดมีหวังทุกคนได้ตายกันหมด ไม่เว้นแต่ทั้งญี่ปุ่นก็ตาม ประเทศอื่นๆ ก็เช่นกันรวมถึงโลกอาจจะสูญสลายไปด้วยแค่ ซอมบี้ G5 คนเดียวก็เป็นได้
Skill :Berserk ระดับสูงขั้นที่ 3 (สามารถอัพเกรดได้ 100,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นขั้นที่ 4)
[คุณสมบัติ : เมื่อเปิดใช้งานสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 200% เป็นเวลา 5 นาที หลังครบเวลา เผาผลาญความแข็งแกร่ง 50% ของทั้งหมด]
[อัพเกรด!]
Skill :Berserk ระดับต่ำขั้นที่ 4 (สามารถอัพเกรดได้ 200,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับกลางขั้นที่ 4)
[คุณสมบัติ : เมื่อเปิดใช้งานสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 250% เป็นเวลา 10 นาที หลังครบเวลา เผาผลาญความแข็งแกร่ง 40% ของทั้งหมด]
ริวจิได้อ่านค่าสถานะทั้งหมดที่มันเผยออกมาหลังจากที่เขาได้อ่านมันแล้วนั้น ริวจิก็ได้ตะโกนเสียงดังขึ้นอยู่ภายในใจของเขา
" สวย เจ๋งชะมัด คุ้ม คุ้ม คุ้มค่า "
หลังจากอัพค่าสกิล Berserk แล้วนั้น มันบวกค่าสถานะทั้งหมดมาถึง 50 % รวมถึงเวลาที่นานขึ้น แถมยังไม่หมดมันยังลดการเผาผลาญพละกำลังทั้งหมดอีกด้วย และมันไม่ใช่น้อยๆ ถึงจะเป็นแค่ 10% ก็ตาม แต่มันเป็น % ของทั้งหมด
" แต่ ! ยังไม่พอ ฉันต้องการอีก "
เขายังไม่พอใจในสกิลที่มีอยู่ตอนนี้ และยังต้องการอัพเกรดไปอีก แต่เขาก็ยังไม่อยากเสีย 200 ล้าน Exp ในการอัพเกรดสกิล Bersek ไปขั้นกลาง เพราะการเลื่อนจากระดับต่ำไปกลางมันไม่ค่อยจะมีผลดีเท่าที่ควร มันดีกว่าถ้าเขาจะเลือกอัพไปที่สกิลอื่นๆ แทน
[Skill : Speed Booter [ขั้นที่ 3 ระดับสูง Exp ที่ต้องการอัพเป็นขั้นที่ 4 100,000,000 Exp]
คุณสมบัติ เพิ่มความเร็วเป็น 5เท่า สามารถเคลื่อนที่ได้ 100เมตรก่อนผลจะหมดลง คูลดาวส์ 5 นาที
เงื่อนไขการเปิดใช้งาน : 50 ความแข็งแกร่ง
[อัพเกรด!]
[Skill : Speed Booter [ขั้นที่ 4 ระดับต่ำ Exp ที่ต้องการอัพเป็นขั้นที่ 4 ระดับกลาง 200,000,000 Exp]
คุณสมบัติ เพิ่มความเร็วเป็น 10เท่า สามารถเคลื่อนที่ได้ 300เมตรก่อนผลจะหมดลง คูลดาวส์ 5 นาที
เงื่อนไขการเปิดใช้งาน : 100 ความแข็งแกร่ง
" สุดยอด 10 เท่า แถมระยะมันยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย "
ถึงมันจะเพิ่มการเผาผลาญมาถึง 2 เท่าแต่ริวจิก็ยังพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มาจากการอัพขั้นสกิลครั้งนี้ ถึงอย่างงั้นเขาก็เสีย Exp ไปทั้งหมดแล้ว 320 ล้าน Exp แต่ที่เขาได้มาทั้งนั้นตั้งแต่เลเวล 100 นั้นมันมีมากถึง 594 ล้าน Exp เขายังเหลืออีกตั้ง 274 ล้านถ้าเขาจะทุ่มหมดหน้าตัก และยอมเก็บเลเวลใหม่
ตอนที่ 111 World Of Light
ริวจิไม่ลังเล เขายินดีที่จะทุ่ม Exp ที่เขาได้มาทั้งหมดไปที่สกิล
Skill : Roar ระดับต่ำขั้นที่ 3 (สามารถอัพเกรดได้ 10,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับกลางขั้นที่ 3)
คุณสมบัติ : มีผลลดค่าสถานะของอีกฝ่ายในรัศมี 200 เมตร เป็นระยะเวลา 5 นาที
หมายเหตุ : ไม่สามารถทับซ้อนได้ หลังจากครบเวลาที่กำหนดผู้เล่นจะสามารถป้องกันผลจากสกิลนี้ได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
[ อัพเกรด ]
[อัพเกรด]
[อัพเกรด]
ริวจิกดอัพเกรดสกิล Roar 3 ครั้ง จากนั้นผลของสกิลที่ได้รับการอัพเกรดก็ได้แสดงออกมา
[ ติ๊ง ]
Skill : Roar ระดับต่ำขั้นที่ 4 (สามารถอัพเกรดได้ 200,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับกลางขั้นที่ 4)
คุณสมบัติ : มีผลลดค่าสถานะของอีกฝ่าย 40 % ในรัศมี 200 เมตร เป็นระยะเวลา 10 นาที
หมายเหตุ : ไม่สามารถทับซ้อนได้ หลังจากครบเวลาที่กำหนดผู้เล่นจะสามารถป้องกันผลจากสกิลนี้ได้เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
เงื่อนไขการใช้งาน : 10% ของความแข็งแกร่ง
" โห้วววว 40 % และระยะเวลาผลของสกิลก็เพิ่มขึ้นถึง 5 นาที "
ถึงมันจะไม่สามารถทับซ้อน และเพิ่มระยะป้องกันจากสกิลเพิ่มขึ้นจาก 1 ชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมง แต่มันก็คุ้มค่ามากแล้ว เมื่อดูผลจากสกิลที่ได้เพิ่มขึ้นมา และมันยังเป็นไพ่ตายได้อีกด้วยในกรณีอีกฝ่ายเพิ่มพละกำลังอย่างฉุกเฉินอย่างเช่นโหมดบ้าคลั่งของซอมบี้ G4 เพราะผลจากสกิลมันลดเป็น % ถึงอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งมากขนาดไหน พวกเขาก็จะสามารถใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดได้แค่ 60 % เท่านั้นในระยะเวลา 10 นาทีนี้ ถือว่ามันคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ถึงจะเสีย Exp ไปถึง 120 ล้าน Exp เลยก็ตาม
" ยัง ยั ง ฉันยังเหลืออีก 154 ล้าน "
ริวจิแน่วแน่ เขาไม่อยากทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ มันเป็นการต่อสู้แลกด้วยชีวิต ถ้าเขาแพ้เขาก็ต้องตาย มันไม่มีเวลามาเสียดายอะไรอีกแล้ว ริวจิต้องทุ่มสุดตัว และเขาจะต้องรอดไปจากที่นี้ให้จงได้
จนถึงตอนนี้ริวจิก็ได้สังเกตเห็นทั้ง 2 เมื่อเขาดูแล้วว่าเขาคงจะยื้อเวลาต่อไปได้ไม่นาน เด็กหนุ่มรีบตะโกนบอกสองสาวทันที
" ถอยไป!! เดี๋ยวนี้ "
ในจังหวะที่เด็กหนุ่มกำลังพูด มือของเขาก็กดอัพเกรดสกิลไปด้วย ในตอนแรกเขาชั่งใจที่จะเลือกสกิลประเมินหรือสกิล พายุคลื่นดาบทมิฬแต่สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจเลือก
Skill : พายุคลื่นดาบทมิฬ ระดับกลางขั้นที่ 3 (สามารถอัพเกรดได้ 10,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับกลางขั้นที่ 4)
คุณสมบัติ : สร้างพายุคลื่นดาบสีดำล้อมรอบผู้ใช้ และสามารถทำความเสียดายได้ 50% ของความแข็งแกร่งของผู้ใช้
ระยะเวลา : 5 นาที
คูลดาวน์ : 3 ชั่วโมง
เงื่อนไข : ความแข็งแกร่ง 300
[อัพเกรด]
[อัพเกรด]
เขายอมเสีย 110 ล้าน Exp ในการอัพเกรดสกิล พายุคลื่นดาบทมิฬ จากนั้นผลของสกิลก็ไดปรากฏขึ้น
Skill : พายุคลื่นดาบทมิฬ ระดับต่ำขั้นที่ 4 (สามารถอัพเกรดได้ 200,000,000 Exp เพื่ออัพเกรดเป็นระดับกลางขั้นที่ 4)
คุณสมบัติ : สร้างพายุคลื่นดาบสีดำล้อมรอบผู้ใช้ ในรัศมี 100 เมตรและสามารถทำความเสียดายได้ 65% ของความแข็งแกร่งของผู้ใช้
ระยะเวลา : 7.5 นาที
คูลดาวน์ : 2 ชั่วโมง
เงื่อนไข : ความแข็งแกร่ง 10 %
ริวจิได้อ่านผลของสกิลคร่าวๆ และเขาไม่รู้ว่ามันคุ้มหรือไม่ เพราะมันเปลี่ยนจากความแข็งแกร่ง 300 กลายเป็นเผาผลาญความแข็งแกร่ง 10 % แทน ถึงแม้ว่าระยะเวลาของมันและ % ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ริวจิเขาไม่มีเวลาให้มาเสียดายหรือให้มาคิดอะไรอีกแล้ว การต่อสู้กับเข้าใกล้เข้าทุกที มิลฟามันกำลังจะคลั่งอยู่แล้วในตอนนี้
" ข้าไม่สนอีกต่อไปแล้ววว เลิกถ่วงเวลาสักที "
จากนั้นริวจิก็หันไปมองอายูและมิโกะซึ่งพวกเธอก็อยู่ห่างไกลไปพอสมควรแล้ว ดังนั้น
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
ริวจิได้แสดงท่าทีหัวเราะเพื่อที่จะยั่วโมโหมิลฟา ถึงมันจะเป็นซอมบี้ที่มีสมองและแข็งแกร่ง แต่ริวจิก็เลือกที่จะโจมตีทางด้านอารมณ์ของพวกมัน ถึงมันจะยากกว่าครั้งอื่นๆ ก็เถอะ
" ข้าไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว "
อ้าาาาาาา!!
"ตายส่ะ!! "
มิลฟาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วถึง 3 หมื่น พุ่งเข้ามาเพื่อที่จะโจมตีไปที่ริวจิที่กำลังยืนอยู่กับที่ ถึงมิลฟาจะอยู่ไกลกับริวจิแค่ 50 เมตร แต่มันก็สามารถทำให้พื้นดินที่มันเหยียบอยู่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ และส่งเสียงดังลั่น มันเหมือนกับเสียงของลูกปืนใหญ่ที่พึ่งออกจากปากของกระบอกปืน
" หึ "
" ฉันจะบอกอะไรให้นะ ชื่อของแกมันห่วยชะมัด "
[ Speed Booter ]
ฟึบบบบ
ตู้มมมมมม
ริวจิก็เคลื่อนที่ผ่านตัวของซอมบี้มิลฟาโดยที่มันยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ด้วยความที่สูงสุดที่มากถึง 52,300 มันมากถึงความเร็วของมิลฟาถึงเกือบสองเท่า ไม่แปลกที่มันมองการเคลื่อนไหวของริวจิไม่ออก
[ Skill : Critical ทำงาน ความเสียหายมากขึ้น 200% ]
และเมื่อมิลฟาสังเกตเห็นแขนของมันได้ขาดออกแล้วนั้น มันก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อว่า มนุษย์ที่มันคิดมาตลอดว่าคือหมูในอวย จะสามารถตัดแขนของมันได้เพียงการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
" เจ้า เจ้า เจ้า ทำได้ยังไง "
ตอนนี้ริวจิอยู่ห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ในตอนแรกเพียง 10 เมตร เท่านั้น และเมื่อเขามองไปที่เท้า และมองไปที่คูลดาวน์สกิลของ Speed Booter เขาก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้น
" แกจะตกใจอะไรขนาดนั้น "
ริวจิเลือกที่จะยั่วโมโห มิลฟาเพราะว่า เท้าของเขานั้นตอนนี้มันมีออร่าสีฟ้าล้อมรอบ และคูลดาวน์สกิล มันก็ยังโหลดอยู่ ซึ่งแปลว่า ถ้าเขาไม่คลื่นที่มากจนเกิน 300 เมตรในระยะเวลา 5 นาทีนี้ เขาก็สามารถใช้สกิลนี้ได้อย่างต่อเนื่อง และใช้แค่ 100 ความแข็งแกร่งเท่านั้นเอง
มิลฟามันถึงกับอึ้งไปสักพัก เมื่อมันได้ยินคำพูดที่หยิ่งผยองของริวจิ และจากนั้นมันก็ได้ส่งเสียงร้องออกมา
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต้องอย่างงี้ ต้องอย่างงี้สิ "
ริวจิได้ยินเสียงของมิลฟาชัดเจน เขาอยู่ห่างจากมันแค่ 10 เมตรเท่านั้น และเสียงที่ออกมาจากปากที่กว้างๆ ของมันที่ฉีกไปจนแทบจะถึงหูของมันนั้น เขาก็ได้ขมดคิ้วขึ้นทันที ริวจิต้องการที่จะยั่วโมโหมันและมันทำให้บ้าและเขาอาจจะจัดการมันได้ง่ายกว่า แต่กลับกันตอนนี้มันกลับหัวเราะกลับมาสะอย่างงั้น มันจะไม่ทำให้เขาขมวดคิ้วได้ยังไงกัน
" ดี ดี สมองที่ดี มันต้องกินยากๆ แบบนี้สิ ถ้าได้กินง่ายๆ มันก็ไม่สนุกสิ "
ได้ยินคำพูดที่ดูสบายใจของมิลฟาแล้วนั้น ริวจิก็ได้รับรู้ด้วยสัญชาตญาณแล้วว่า มันคงไม่จบแค่นี้ มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น
จากนั้นมันก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมกับผายมือยกขึ้นเหนือฟ้า
[ World Of Light ]
ได้ยินคำพูดของมิลฟานั้นริวจิถึงกับตกตะลึง นี่มันเหมือนกับมนุษย์ที่ใช้สกิลได้ แต่มันก็ไม่แปลกนัก เพราะมนุษย์ก็ใช้พลังที่ดูเหนือธรรมชาติได้ และมันก็เป็นไปได้ที่ซอมบี้มันจะสามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน แต่ที่ริวจิอึ้งนั้นมันคือ เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเคยเจอ ถึงก่อนหน้านี้ ที่เขาหมดสติไป มันจะเหมือนว่าเขาโดนสกิลอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่ได้สติและยังไม่มีเวลามาคุยกับมิโกะและอายู เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วน
แต่ตอนนั้นเอง เมื่อมิลฟามันได้กล่าวชื่อของสกิลเสร็จสิ้นแล้วนั้น ดวงตาของริวจิก็เริ่มจะแสบขึ้นมา เพราะท้องฟ้ามันเริ่มส่องแสงจ้า และมันเป็นอุปสรรคกับการมองเห็นของเขาเป็นอย่างมาก ถึงจะมีสกิล Red Zone Area อยู่ก็เถอะ แต่เขาจะต้องรับมือกับซอมบี้ G5 ที่มีความเร็วถึง 30,000 ด้วยการที่มองไม่ค่อยเห็นนี้ มันเหมือนกับการฆ่าตัวตายชัดๆ
ริวจิยังไม่ยอมแพ้ เขาหยุดมองไปที่ท้องฟ้า และจ้องมายังพื้นดินแทน แต่ผลที่ตามมานั้นกลับทำให้เขาทรุดลงเข้าไปอีก
เพราะพื้นดินรวมไปถึงพืชไม้ใบหญ้า พวกมันทั้งหมดต่างส่องแสงและสะท้อนเข้ามาที่ตาของเขา ด้วยความที่แสงที่มันส่องสว่างอย่างฉับพลัน ทำให้เด็กหนุ่มตั้งสติไม่ทัน และทรุดลงไปนั่งกับพื้น
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าเป็นอะไรไปละ เมื่อครู่นี้ยังปากเก่งกับข้าอยู่เลย "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
เมื่อเห็นท่าทีที่ดูอึดอัดและดูทรมาน มิลฟามันยิ่งชอบใจ จากนั้นมันก็ได้กล่าวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูองอาจ
" ข้าจะจัดการคว้าสมองของเจ้าโดยไม่ให้เสียหายสักนิดเดียว "
พูดจบมันก็เตรียมที่จะพุ่งเข้าหาริวจิทันที
อ้าาาาาาาาาาาา !!!
ริวจิได้ยินคำพูดทุกคำพูดของมิลฟา และตอนนี้เขาก็เสียเปรียบจริงๆ เพราะเขาเสียเปรียบในด้านของวิสัยทัศน์ แต่ที่เขาไม่รู้ก็คือ แขนที่ขาดออกของมิลฟามันได้งอกออกมาใหม่เรียบร้อยแล้ว
แต่ถึงอย่างงั้น เขาก็สามารถรับรู้ตำแหน่งของมิลฟาได้อย่างชัดเจน
ฟึบ
ริวจิพยายามที่จะเคลื่อนที่หลบการโจมตีของมิลฟา ที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา ถึงเขาจะมองไม่เห็นแต่ด้วยความเร็วที่มากกว่าของเขาในตอนนี้ ริวจิก็สามารถถ่วงเวลาได้พอสมควร ในระหว่างที่เขาเคลื่อนที่ยังไม่ถึง 300 เมตร
ริวจิโยกหลบหมัดอันใหญ่ที่เคลื่อนที่เข้ามายังบริเวณใบหน้าของเขาได้อย่างหวุดหวิด ทำให้มิลฟาตกใจไม่น้อย แต่มันยังไม่ตัดใจเชื่อว่าริวจิสามารถหลบหมัดของมันได้จริงๆ ทั้งๆ ที่ตาของริวจิไม่สามารถมองเห็นได้ในตอนนี้
" ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
มิลฟาชกหมัดไปที่ริวจิอย่างต่อเนื่อง ริวจิได้ทำแค่ถอยและโต้กลับไปบางครั้งเท่านั้น เขาพยายามถ่วงเวลา เพราะขืนเขาจะใช้สกิลโจมตีทั้งหมดกับมิลฟา และถ้าเกิดว่ามิลฟามันฉลาด และหลุดพ้นจากรัศมีระยะของสกิล Red Zone Areaแล้วละก็ มันจะทำให้เขาผิดพลาดครั้งใหญ่ได้ เพราะตอนนี้เขายังหาวิธีรับมือจากสกิลของมิลฟาไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ระยะทางจาก Speed Booter ก็กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง และถ้าริวจิใช้มันหมดและมันยังไม่ถึง 5 นาทีแล้วละก็ เขาก็จะหมดหนทางและอาจจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้นี้โดยที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็เป็นได้ ริวจิต้องแข่งกับเวลา
ทางด้านของอายูและมิโกะที่กำลังยืนมองการต่อสู้
" ทำไมพี่เค้าถึงหลับตาต่อสู้ละ "
ตอนที่ 112 วัดดวง
ทางด้านของอายูและมิโกะที่กำลังยืนมองการต่อสู้
" ทำไมพี่เค้าถึงหลับตาต่อสู้ละ "
อายูเธอก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมริวจิถึงกล้าหลับตาต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนั้น
" ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน "
พวกเธอทำได้แต่เชื่อมั่นและมองดูริวจิเท่านั้น อายูเธอมีประสบการณ์ที่เป็นแบบนี้มาก่อน และมันก็ยิ่งตอกย้ำเธอเข้าไปอีก มันทำให้เธอคิดถึงภาพความทรงจำที่แย่ๆ ขึ้นมาจนได้
ทางด้านของริวจิ
ถึงแม้ว่าเขาจะพอสามารถหลบการโจมตีของมิลฟาได้อย่างเฉียดฉิว แต่ว่าระยะทางของเขาในการเคลื่อนที่ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และตอนนี้มันก็ยังไม่ถึง 4 นาทีเลยด้วยซ้ำ ระยะทางที่เขาเคลื่อนที่นั่นมันเกือบจะถึง 300 อยู่แล้วว
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
" ดิ้นเข้าไป ดิ้นเข้าไป มันถึงจะสมกับสมองมื้อพิเศษของข้า "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
และยิ่งริวจิหลับตามาเป็นเวลานาน และตอนนี้เขาก็เริ่มรู้สึกเมื่อยตาเล็กน้อยแล้ว แต่เขาก็ยังอดทน
ดาบนภา ดาบนภา ดาบนภา
ถึงจะลำบากแค่ไหน เด็กหนุ่มก็ไม่คิดจะยอมแพ้ ริวจิมองไม่เห็นตำแหน่งที่ชัดเจน และไม่เห็นว่ามิลฟากำลังจัดท่าทางร่างกายยังไง แต่เขาก็ปล่อยดาบนภาไปเพื่อถ่วงเวลาไว้สักนิดก็ยังดี มันเหลืออีกแค่ 1 นาทีเท่านั้น ถ้าเขายังทนได้ เขาก็จะยืดเวลาออกไปอีกได้
แต่มิลฟานั้นเหมือนว่ามันจะสามารถมองเห็นคลื่นใบมืดที่รอยมาอย่างชัดเจน มิลฟาเบี่ยงตัวหลบซ้ายที่ขวาที และพุ่งเข้าใส่ริวจิด้วยความเร็วที่ฉับพลัน และกระโดดขึ้นและฟาดมือของมันลงมาที่หัวของริวจิ
เคร๊ง
เสียงของดาบกับมือของซอมบี้ได้ปะทะกัน
มันเป็นการคาดการไว้อยู่แล้ว เขาไม่คิดว่าดาบนภาจะสามารถทำให้มันลำบากได้ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถทำให้มันเบี่ยงตัวหลบ และสามารถถ่วงเวลาเอาไว้สักวินาทีก็ยังดี
พื้นดินที่ริวจิยืนอยู่นั้น มันยุบลงไปเกือบถึง 1 เมตร มันเป็นการโจมตีที่รุนแรงมาก มันทำให้มือของริวจิที่จับดาบเพลิงสีชาดอยู่นั้นชาไปทั้งแขน
ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างฉุกเฉินแล้ว ออร่าสีฟ้าที่เคยล้อมรอบรองเท้าของเขาก็ค่อยๆ จางลง มันแสดงถึงว่าผลของ Speed Booter กำลังจะหมดลงแล้ว ยังไม่หมดตอนนี้ร่างของเขาจมลงมาในพื้นดินที่เป็นหลุม ทำให้เป็นการยากเป็นอย่างมากที่จะหนีออกไปหรือหลบการโจมตีต่อไปนี้ของซอมบี้ G5
" โถ่เอ้ยยยยยยยยยย "
เด็กหนุ่มร้องตะโกนออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดกำลังจะเสียเปล่า
" อย่างงั้น อย่างงั้นแหละ ทรมานเข้าไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
ฟู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
[ Berserk Mode ]
[ พายุคลื่นดาบทมิฬ ]
[ Roar ]
เมื่อมิลฟามันสัมผัสได้ถึงออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวของริวจิ และมันรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของมันกำลังโดนเฉือนทีละนิด ๆและค่าสถานะของมันก็ได้ลดลงถึง 40 % มิลฟามันได้สะดุ้ง และพยายามจะกระโดดถอยออกห่างจากริวจิ
ในระหว่างนั้นเอง ริวจิก็รู้สึกว่าแสงที่ส่องสว่างมาที่ตาของเขานั้นมันได้หายไปอย่างฉับพลัน
" จะหนีไปไหน "
ความแข็งแกร่งที่ได้มาจาก Berserk Mode นั้น มันมีมากถึง 250 % หลังจากอัพเกรดเป็นขั้นที่ 4 เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับผลของสกิล Speed Booter มันก็ยังไม่หมดลง ถึงจะเป็นแค่ระยะสิ้นๆ แต่ความเร็วของเขาตอนนี้มันมีมากถึง 130,750 และมัลฟาก็ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากตัวของริวจิไม่ถึง 1 เมตรด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่สามารถมองเห็นตัวของมัลฟาอยู่ดี ถ้าเกิดว่าการโจมตีครั้งนี้ Fail แล้วละก็ การต่อสู้อาจจะยืดเยื้อและริวจิไม่รู้ว่ามันมีไพ่ตายอยู่อีกรึเปล่า เขาต้องการฉกฉวยโอกาสในครั้งนี้ และเขาก็ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญโดย ...
เปลือกตาของเด็กหนุ่มมันค่อยๆ เปิดออก แต่มันก็เห็นเพียงแค่รางๆ เท่านั้น เนื่องจากว่าคนที่หลับตาไปนานๆ ตาของบุคคลนั้นต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่ จะปรับ Focus ให้เข้ากับสภาพแสงปัจจุบันได้
ถึงจะเห็นแค่รางๆ เท่านั้น ภาพมันยังค่อนข้างเลือนราง แต่ริวจิก็เลือกที่จะเสี่ยง เขาตัดสินใจครั้งสำคัญโดยที่ทุ่มทุกอย่างในการโจมตีครั้งนี้
เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 130,000 พุ่งเข้าทะลวงคอของมัลฟา
ฉั้ววววววววววววววววววววววววว
มัลฟามันไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ หลังจากมันกระโดดเข้าฟาดใส่ริวจิเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวของมันยังไม่ทันถึงพื้นด้วยซ้ำ ริวจิก็โจมตีอย่างฉับพลันโดยที่มันยังไม่ทันตั้งตัว
ดาบเพลิงสีชาต ค่อยๆ เลื่อยผ่านคอของมัลฟาไป และเมื่อดาบผ่านตัดบริเวณคอของมันขาดเป็นสองส่วนแล้วนั้น
พื้นดินบริเวณที่ริวจิได้ตวัดดาบผ่านมานั้น รวมถึงกับพื้นดินที่เขายืนอยู่ ได้ยุบลงไปอย่างฉับพลัน โดยเกิดหลุมขนาดยัก พร้อมกับพื้นดินได้แหวกออกโดยแรงดาบของริวจิ
ตู้มมมมมมมมมมมมมม
พื้นดินมันได้แยกออกไปตามทิศทางของดาบของริวจิ
แต่เด็กหนุ่มยังไม่นิ่งนอนใจ เมื่อเห็นคอของมิลฟาได้ขาดออกแล้วนั้น เขารีบพุ่งเข้าไปหาร่างของมันทันที และฟันกระหน่ำฟันไปที่ร่างของมิลฟาโดยที่ไม่ให้มันตั้งตัวด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่ามันจะตายไปแล้วก็ตาม ริวจิจะไม่ยอมหยุด ถ้าเขายังไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบ
ย๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
Exp +100,000,000
[ สังหารข้ามขั้นได้รับ Exp x2 ]
Level up
Level up
.
.
.
เสียงแจ้งเตือน Level up มันดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ริวจิไม่รู้สึกลำคาญแต่อย่างใด เขารู้สึกโล่งอกมากกว่า เพราะมันเป็นการยืนยันว่าเขาสามารถจัดการซอมบี้ G5 ลงได้แล้ว
แต่เมื่อเด็กหนุ่มมาย้อนกลับมาคิดถึงการต่อสู้ที่พึ่งผ่านมานั้น เขาก็อดที่จะโล่งใจไม่ได้เพราะถ้ามิลฟามันไม่กระโดดก่อนที่จะเข้ามาโจมตีเขาแล้วละก็ มันจะต้องสามารถกระโดดถอยออกมาจากระยะสกิล Roar ของเขาและมันจะต้องรู้ความลับจากสกิลของเขาอย่างแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้นสถานการณ์คงจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ มันอาจจะกลับกันที่ริวจิเป็นฝ่ายที่ตายแทนเลยก็เป็นได้
หู้ววววววววววววววววววววว
เขาได้หายใจด้วยความโล่งอก พร้อมกับได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
[ ติ๊งงง ]
[ Boss ระดับ C ได้ตายลงแล้ว]
[ ประตูมิติได้เปิดขึ้นแล้ว ]
เมื่อสิ้นเสียงนั้น ประตูมิติก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา พร้อมกับสิ่งที่ริวจิรอคอย
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
ร่างของซอมบี้ G5 มันค่อยๆ สลายออกมา และ เหรียญ Coin มันก็ได้พุ่งออกมาอย่างกับบ่อน้ำพลุแตก สีของมันได้ระยิบระยับ และสีของท้องฟ้าในตอนนี้แทบจะเปลี่ยนไปเป็นสีทองด้วยซ้ำ
[ ติ๊ง ]
[ ประตูจะทำการปิดตัวลงในอีก 10 นาที ]
หมายเหตุ : ...
ริวจิเขาได้มองเห็นสิ่งที่ระบบเตือนดี เขาไม่มองไปที่หมายเหตุด้วยซ้ำ เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าไม่ออกไปในระยะเวลาที่กำหนด เขาจะต้องติดอยู่ที่นี่จนกว่า Gate จะแตก
เด็กหนุ่มไม่รีรอ เขารีบเก็บ Coin ที่ตกลงมาทันทีและของที่ดรอปออกมาทั้งหมดโดยไม่สนว่าพวกมันจะเป็นของประเภทไหน ถึงฝุ่นหลังจากที่เกิดจากการต่อสู้จะยังไม่หายไปก็ตาม แต่ Coin ที่หล่นออกมานั้นมันมีจำนวณมหาศาลเป็นอย่างมาก ถึงริวจิจะหลับตา เขาก็สามารถเก็บ Coinได้
1 นาทีต่อมา ฝุ่นมันก็ค่อยๆ จางลง และตอนนั้นเองเสียงของมิโกะก็ได้ดังขึ้น
" พี่คะะะะะะะะะะะะะะะะ "
กองของเหรียญ Coin มันได้บดบังวิสัยทัศน์ของมิโกะไปจนหมด ทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นริวจิในตอนนี้ได้ แต่สิ่งที่เธอรู้ก็คือ ริวจิน่าจะสามารถจัดการซอมบี้ได้แล้ว เพราะหลังจากที่เธอเห็นเหรียญ Coin พวกนี้เธอก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้โดยไม่ยากเย็น
" พี่บาดเจ็บรึเปล่าคะะะ "
ไม่นานก็ได้ยินเสียงตอบกลับมา
" พี่โอเค แต่ตอนนี้ช่วยเก็บ Coin ช่วยกันได้มั้ย "
อายูและมิโกะรีบรู้ได้ทั้งที พวกเขาเคยเข้า Gate กันไม่รู้กี่ครั้ง และพวกเธอเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มานานนับไม่ถ้วนแล้ว พวกเธอรู้ดีว่าถ้าเกิดยังชักช้า พวกเขาได้เสียเหรียญ Coin นี้ไปทั้งหมดแน่
หลังจากนั้นทั้ง 3 ก็ได้หอบ Coin ทั้งหมดให้กับริวจิทันที ริวจิแทบไม่มีเวลามาเช็กด้วยซ้ำว่าเขาได้ Coin มาทั้งหมดเท่าไหร่ มันจะต้องมากกว่าที่เขาเคยได้อย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่เขามั่นใจ และในที่สุด
8 นาทีต่อมา พวกเขาก็สามารถเก็บ Coin และของที่ดรอปออกมาจนหมด พวกเขาก็เตรียมที่จะกลับแล้วนั้น
" อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาา "
ริวจิได้ร้องโอดโอยขึ้นด้วยเสียงที่ดูทรมานเป็นอย่างมาก และตอนนี้เวลาที่จะออกไปข้างนอกนั้น มันก็จะหมดเต็มที่
" พี่ พี่เป็นอะไร "
ทั้งสองสาวตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครมาโจมตีริวจิ หรือเกิดอะไรขึ้นกลับเขา บาดแผลที่เกิดขึ้นก็ที่ถลอกๆ เท่านั้น และบอสมันก็ถูกจัดการไปแล้วด้วย มันไม่น่าจะมีอะไร แต่ริวจิก็ได้ร้องอย่างทรมาน
ริวจิยังร้องด้วยเสียงที่ดูทรมานมากยิ่งขึ้น
อ้าาาาาาาาาาาาาา
เขาจับไปที่หัวของเขา จากนั้นไม่นาน
ฟึบบ
ร่างของเด็กหนุ่มก็ได้ล้มลงไปที่พื้นทันที
มิโกะและอายูพวกเธอช็อกอย่างมากที่ริวจิได้ล้มลงไป มิโกะเธอถึงกลับเสียอาการ
" พี่คะ พี่เป็นอะไร "
จากนั้นน้ำตาของค่อยๆ ไหลลงที่จากเบ้าตาของเธอ
" ไม่มีเวลามาเสียใจอีกแล้ว เราต้องรีบออกไป "
พูดจบอายูเธอก็ได้จับร่างของริวจิหงายขึ้น และบอกให้มิโกะที่กำลังจะเสียสติ
" เวลาจะหมดแล้ว เร็วเข้า !!! "
ได้ยินเสียงที่เค้นออกมาเสียงดังและจริงจังของอายู มิโกะเธอก็รีบทำตาม แต่น้ำตาของเธอก็ได้ไหลออกมา ขณะที่ขับร่างของริวจิพยุงขึ้นไปที่หลังของอายู
จากนั้นพวกเขาก็ได้วิ่งผ่านทะลุประตูมิติไปอย่างเฉียดฉิว
-----------------------------------------------------------------------------------------
ฝากกดติดตามและกดหัวใจเป็นกำลังใจให้กับด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ