เดินวิถีเซียน (Water Qi immortal)

    30 หลับตานับ 1 ถึง 10 นะ


    ....เสียงประกาศของเซียนผู้เป็นหัวหน้าดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ร่างชาวบ้านสั่นสะท้านอย่างไม่อาจขืนตัวได้ พวกเขาเดินทยอยกันไปยังลานกว้างกลางหมู่บ้านด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เด็กน้อยหลันหลินกอดขาของหลินเซียนแน่น น้ำตานองดวงตา

    เบื้องบน เซียนทั้งห้าลอยคงที่เหนือม่านค่ายกล กลิ่นปราณเย็นเยียบประหนึ่งหิมะฤดูหนาวปกคลุมลงมา ราวกับต้องการบดขยี้ทุกหัวใจให้จมอยู่ในความสิ้นหวัง

    ชายชุดขาวลายมังกร หัวหน้าของพวกมัน กวาดตามองพลางแสยะยิ้มเย็น

    “พวกเจ้าผู้ต่ำต้อย จงยินดีเสียเถิด… เพราะวันนี้ หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้จักได้กลายเป็นบันไดสู่แดนเซียนชั้นสูง!”

    เสียงฮือฮาของชาวบ้านดังระงม หญิงผู้เฒ่าคนหนึ่งกล้าก้าวออกมากลางฝูงชน ส่งเสียงสั่นเครือถาม

    “พวกท่านหมายความว่าอย่างไร? เราเป็นเพียงชาวนาผู้หากินตามฤดูกาล ไม่เคยล่วงเกินผู้ใด… โปรดเมตตาเราเถิด อย่าทำร้ายพวกเราเลย!”

    หัวหน้าเซียนหัวเราะเบาๆ คล้ายเหยียดหยาม

    “โง่เขลาไร้ปัญญา…"

    เขาพยักหน้า แล้วเซียนอีก 4 คนที่เหลือรวมพลังกันเปิดค่ายกลอีกระดับ

    ทันใดนั้น เส้นลายค่ายกลบนฟ้าพลันส่องประกายสีดำหม่น ม่านอาคมที่โอบคลุมหมู่บ้านเริ่มสั่นสะเทือนดุจมีชีวิต ก่อนจะแผ่พลังมืดลงมาเป็นสายควันดำขุ่นข้น ลอยอ้อยอิ่งเหนือหัวชาวบ้านแต่ละคน จากนั้นสายควันเหล่านั้นก็แผ่แทรกเข้าไปในจิตวิญญาณ

    เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งลานกลางหมู่บ้าน

    “อ๊ากกก! ข้าเจ็บเหลือเกิน!”

    “ไม่! ท่านยาย ...วิญญาณถูกดูดออกไป!”

    ชายชราผู้หนึ่งทิ้งไม้เท้าล้มลงกับพื้น ดวงตาขุ่นมัวพร่าเลือนราวกับถูกสูบเอาแสงแห่งชีวิตออกไปทีละน้อย

    เด็กน้อยหลายคนกรีดร้องกอดมารดาแน่น แต่ไม่อาจต้านทานแรงควันมืดที่แทรกเข้าสู่ร่างกายพวกเขาได้

    ร่างของผู้เฒ่าหญิงที่เพิ่งเอ่ยวิงวอนเมื่อครู่บิดเกร็ง ก่อนล้มลงสิ้นใจในอ้อมแขนของลูกหลาน

    บนท้องฟ้า เซียนทั้งห้าแสยะยิ้มพึงใจ เสียงหัวหน้าก้องกังวานเย้ยหยัน

    “นี่แหละ… สังเวยวิญญาณชาวบ้านพวกนี้ให้หมด นำไปให้เจ้านายเรา!”

    เปลวเพลิงสีดำค่อยๆ ก่อตัวเป็นเสาเหนือกลางหมู่บ้าน ประหนึ่งบ่วงมรณะที่ผูกทุกชีวิตไว้ ใครก็ตามพยายามวิ่งหนีจะพบว่าม่านค่ายกลแน่นหนาเกินต้าน คล้ายกรงเหล็กขังสัตว์น้อยไร้ทางดิ้นรน

    เสียงร้องโหยหวน เสียงร่ำไห้ และกลิ่นควันไหม้ผสมกลิ่นเลือดคละคลุ้ง จนหมู่บ้านเล็กๆ ที่เคยสงบสุขกลับกลายเป็นนรกกลางวันแสกๆ

    หมู่บ้านเล็กที่เคยอบอุ่น สงบ และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พลันแปรเปลี่ยนเป็นแดนแห่งความสิ้นหวัง โดยคน 5 คนที่ลอยบนฟ้า เซียนที่เป็นประหนึ่งเทพอสูรจากตำนานกลืนกินทุกชีวิต…


    เปรี้ยง!

    กระบี่ปราณน้ำ 5 เล่มปักลงบนร่างกายเซียนทั้ง 5 คน แม้จะไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็ทำให้บาดเจ็บ ส่งผลให้ค่ายกลสูบวิญญาณอ่อนกำลังลง

    แล้วควันดำขุ่นข้นแต่ละสายก็เข้าไม่ถึงตัวชาวบ้านเพราะมีม่านน้ำเล็กๆห่อหุ้มชาวบ้านทุกคนไว้

    หลันหลินหยุดร้องไห้เธอมองคุณอาที่เธอกำลังกอดอยู่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นบนฟ้าไปทางเซียนทั้ง 5 

    "อั๊ก! เจ้า!"

    เซียนทั้ง 5 ประสานพลังกัน ร่ายอาคมอะไรบางอย่าง ควันดำขุ่นข้นมากมายลอยมารวมกันตรงกลางเริ่มเห็นรุปร่างเป็นหัวกะโหลกมนุษย์ขนาดยักษ์


    "หลันหลิน เรามาเล่นซ่อนหากัน หลับตานับ 1 ถึง 10 นะ" หลินเซียนลูบหัวเด็กน้อยและยิ้ม

    "ท่านอา....แต่....ข้ากลัว"

    "เชื่ออา หลับตานะ เดี๋ยวอาจะให้ขนมเคลือบน้ำตาล"

    หลันหลินเชื่อแต่โดนดี หลับตา และเริ่มนับ 1....

    หลินเซียนหันหลับมามองหัวกะโหลกขนาดยักษ์ที่ลอยบนฟ้านั้น บัดนี้มันรวมเป็นรูปร่างแล้ว น่่กลัว และมีพลังปราณแห่งความตายหมุนรอบมัน

    "เล่นผิดคนซะแล้ว ตายซะไอ้หน้าโง่!" หัวหน้าเซียนกล่าวด้วยความโกรธแค้น

    กะโหลกยักษ์อ้าปากและพุ่งลงมาหาหลินเซียนอย่างรวดเร็ว

    ท่ามกลางเสียงโหยหวนที่สะท้อนสะเทือนฟ้าของงกะโหลกมาร หลินเซียนผู้ยืนอยู่เขาถอนหายใจยาวราวกับปล่อยทุกสิ่งในใจให้สงบลง นัยน์ตาคมเรียบเฉยทอประกายเด็ดเดี่ยว

    “เฮ้อ… ความโหดร้ายของพวกเซียนโลภะ ก็ไม่ต่างอะไรกับอสูรป่า.”

    เขาค่อยๆ หลับตา รวมลมหายใจเข้าสู่จุดศูนย์กลางดวงจิต พลังปราณที่ฝึกฝนทุกเช้าเย็นตลอดแปดเดือนพลันไหลเวียนดุจสายน้ำหลั่งริน เสียงในห้วงจิตสงบเงียบ มีเพียงกระแสปราณน้ำที่ก่อเกิดเป็นคลื่นซัดสาดอยู่ภายใน

    ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนพลันส่องประกายจากแหวนบนนิ้วมือข้างซ้าย แหวนธาราสวรรค์ สั่นไหวเบาๆ คล้ายรับรู้ความตั้งใจของผู้ครอบครอง

    หลินเซียนค่อยๆ หยั่งจิตเชื่อมกับมัน สายน้ำแห่งพลังที่สะสมมานานพลันไหลทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก

    เขาปล่อยเพียง “ครึ่งหนึ่ง” ของปราณสะสมในแหวน แต่เพียงเท่านั้น อากาศรอบกายก็สั่นสะท้าน น้ำค้างตามใบหญ้าเหือดแห้งทันที

    เสียงดังก้องราวห่าฝนโหมกระหน่ำกึกก้องไปทั่วหมู่บ้าน ท้องฟ้าเหนือค่ายกลดำมืดพลันปรากฏริ้วแสงสีน้ำเงินหมุนวน แทรกสอดเข้าไปกลางสายควันมรณะ

    ชาวบ้านทุกคนต่างมองปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติที่สวยงามนั้น ราวกับแสงจากสวรรค์มาช่วยปลดปล่อยพวกเขาจากมารร้าย

    ริ้วแสงสีน้ำเงินหมุนวนนั้นกลายเป็นดาบปราณวารีขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีสายลมหมุนวน

    ดาบใหญ่ฟาดลงใส่กะโหลกมากจากด้านหลัง เปรี้ยง! กะโหลกแตกสลายกลายเป็นฝุ่นภายในดาบเดียว


    หัวหน้าเซียนตกใจ สมุนทั้ง 4 ก็ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก

    "จ....เจ้าเป็นใคร"

    ร่างของหลินเซียนมีปราณสีฟ้าพุ่งออกมารอบๆตัว ผมสีดำพริ้วตามปราณวายุด้วยสลวยสวยงามราวเทพบุตร

    "ซ...เซียนระดับ 3 แกนปราณ ขั้นกลาง!"

    หัวหน้าเซียนหน้าเหงยเก 

    "8...." เสียงนับหลันหลิน

    ปราณกระบี่วารี 20 เล่ม และกระบี่วายุอีก 10 เล่มพุ่งจากทุกทางแทงร่างเซียนทั้ง 5 คนทะลุ คราวนี้เน้นแทงที่จุดสำคัญทั้งหมด ตายทันที

    หลินเซียนใช้ปราวารีเป็นละอองน้ำกรดขนาดเล็ก พุ่งเขาไปย่อยสลายร่างทั้ง 5 ที่ลอยบนฟ้านั้นหายไปเป็นฝุ่น ราวกับไม่เคยมีพวกเขาอยู่ตรงนั้นมาแต่แรก

    "10!" หลันหลินลืมตา เห็นหลินเซียนคุกเข่ายื่นขนมเคลือบน้ำตาลและยิ้มให้


    หลินเซียนใช้ปราณกระแทกค่ายกลอยู่ 5 ครั้งจนมันแตกสลายไป ควันดำจึงค่อยๆ สลายไป 

    ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ เด็กๆ วิ่งกรูเข้าไปโอบขอบคุณหลินเซียนด้วยรอยยิ้ม น้ำตาคลอประสานเสียงหัวเราะกับเสียงร่ำไห้ของพ่อแม่และผู้ใหญ่

    “ท่าน…ท่านอาช่วยพวกเราไว้แล้ว!”

    “ขอบคุณหลินเซียน! ขอบคุณจริงๆ!”

    ผู้เฒ่าผู้หนึ่งรีบเข้ามากลางฝูงชน ชูมือปราม “หยุดๆ…พวกเจ้าทุกคน! ท่านผู้นี้เป็ยนเซียนผู้สูงส่งไม่ใช่เพื่อนเล่นพวกเจ้า จงอย่าลืมความเคารพต่อท่าน!”

    ชาวบ้านทุกคนเงียบลงทันที พวกเขาลุกขึ้นเป็นระเบียบ ตั้งตัวตรง ก้มศีรษะต่ำด้วยท่าทีเคารพหลินเซียน ยกเว้นหลันหลินที่ยิ้มภูมิใจท่านอาของเธอ

    หลินเซียนเพียงยืนเงียบ มือประสานอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมสงบ ท่ามกลางสายลมเย็นพัดผ่านหมู่บ้าน เสียงน้ำไหลจากลำธารและเสียงนกร้องกลับมาผสมกับบรรยากาศอันสงบอีกครั้ง.....


    ....ภูเขาไม่ไกลจากหมู่บ้าน บนกิ่งไม้มีชายสวมผ้าคลุมดำคนหนึ่งนั่งห้อยขาเล่นมองมาทางหมู่บ้าน เขาเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้น มีแมลงมุมหยกตัวเล็กๆเกาะที่ไหลของเขา มือก็พลางชักใยเล่น

    "หึหึหึ เจ้าหนุ่มคนนี้ดวงช่างสัมพันธ์กับข้าจริงๆ...อนาคตเราคงได้เจอกันอีก"


    หลินเซียนรู้สึกพลังงานแผ่วๆบางอย่าง เขาหันมามองทางภูเขาลูกนี้ แล้วหันกลับ "ข้าคงคิดไปเอง..."




    คล้ายกับเรื่องเดินวิถีเซียน (Water Qi immortal) ที่คุณอ่าน