กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่เก้าสิบเอ็ด ไม่ใช่เรื่องของเรา

    ตอนที่เก้าสิบเอ็ด ไม่ใช่เรื่องของเรา

    บางครั้งเราก็คิดว่าเราตัดสินใจบางอย่างพลาดไปหรือเปล่า?

    ย้อนกลับไปได้เราจะทำได้ดีกว่าเดิมไหม?

    สารภาพตามตรง แม้ผมจะพอรู้อนาคตคร่าวๆแต่ผมไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อยว่าผมจะทำทุกอย่างได้แบบไม่ผิดพลาด ด้วยความที่โลกนั้นสับสนและยุ่งเหยิง

    โดยเฉพาะตรรกะของนักเขียนที่ท่าทางจะไม่เคยรู้จักเซเลอร์มูนเจ้าหญิงล้างจักรวาล

    ที่เข้าใจว่าคนจะคิดว่าสาวผมบลอนด์นั้นอ่อนแอช่วยตนเองไม่ได้

    แทนที่จะคิดว่าพวกเธอมีพลังจากเอลดริธบีอิ้งดวงดาวที่สามารถล้างจักรวาลได้

    ลินดาในอนาคตเธอเป็นตำรวจและคอยตามล่าและเข้าใจผิดกับแอนนาพอสมควรในอนาคต

    ส่วนบอนนี่ออกแนวสาวเซเลปสังคมไฮโซนั่นเอง

    แต่เลโอนาร์ดนั้นหายสาบสูญมีอีสเตอร์เอ้กว่าค้นพบรางวัลโนเบลสักอย่างแต่ไม่กล่าวถึงมากนัก

    ซึ่งเป็นการทำให้แอนนาต้องกลายเป็นสาวเสิร์ฟไม่สามารถเรียนให้จบได้แบบสไปเดอร์แมนเพราะต้องมาปราบปีศาจในเวลาเดียวกันกับที่ต้องทำงานหารายได้ไปด้วยเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วยนั่นเอง

    เป็นการวิจารณ์ทุนนิยมของคนเขียนได้ในอีกทางหนึ่ง

    และตอนนี้ก็น่าจะเป็นฉากที่พวกเธอจะไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันไปจนโตเป็นผู้ใหญ่นั่นล่ะ

    ผมรู้สึกเสมอว่าแนวโชวเน็นของแดนอาทิตย์อุทัยชอบการเคลียร์ใจแก้ปัญหากันและทำให้คนอย่างโอโรจิมารุสามารถอยู่อย่างสงบสุขได้ในหมู่บ้าน

    แต่กับแนวอเมริกันนั้น

    ต่อให้คนหนึ่งจะตายเพราะโรคมะเร็งก็แทบจะไม่มีการอภัยให้

    นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่เอานักเขียนที่เป็นเอทิสม์มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติ

    ค่อนข้างจะแตกต่างจากแนวของนักเขียนที่เชื่อมั่นในแนวคริสเตียนแบบโทลคีน

    ที่ยังพอเชื่อเรื่องการให้อภัยและการไถ่บาป

    สิ่งนี้จะแสดงให้เห็นได้ชัดว่านักเขียนเชื่อมั่นในแนวคิดแบบไหน

    ซึ่งท่าทางนักเขียนที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับแอนนานั้นจะไม่ชอบศาสนานั่นเอง

    ทั้งที่เรามีผี ปีศาจเวทย์ต่างๆรวมทั้งเทพเจ้าเดินไปเดินมาให้เราเห็นในเรื่อง

    แบบเดียวกับที่รี๊ด ริชาร์ดจะไม่เชื่อในพระเจ้าทั้งที่เดินแทบจะชนทอร์ที่อยู่ในนิวยอร์กกันอยู่แล้ว

    หรือเชื่อเรื่องการทำแท้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามนุษย์มีวิญญาณ

    แน่นอน แม้แต่เอทิสม์เองก็มีคนที่ไม่หนุนการทำแท้งว่ามันเป็นแค่เซลล์ที่รวมตัวกันแต่จะทำไมล่ะ?

    คนธรรมดาก็เป็นเพียงแค่เซลล์ที่รวมตัวกันเหมือนกันแม้จะในมุมมองของการมองมนุษย์แบบเครื่องจักรชีวะที่ไม่มีวิญญาณก็ตาม

    แน่นอนการมองแบบมีวิญญาณก็อาจจะเป็นการมองว่าเอาเด็กมาบูชายัญเพื่อพลังนั้นก็เป็นหนทางหนึ่งสู่อำนาจได้เช่นกัน

    ถ้าหากเราได้ความสาวความเยาว์วัยหรือเวทย์จริง...เราจะยอมหรือไม่?

    บางทีการมีเซ็กส์หมู่ต่อหน้ารูปปั้นพี่แพะบาโฟเมทอาจจะเป็นวิธีที่มีคุณธรรมกว่าก็ได้

    หากเทียบกับการบูชาเด็กทารกแล้วล่ะก็

    การมาอยู่ในโลกนี้และเจอพฤติกรรมของคนในโลกนี้ทำให้ผมต้องลดแนวคิดบางอย่างของตนเองลงไปพอสมควร

    และที่สำคัญผมว่า

    เลโอนาร์ดมันได้โนเบลนี่มันน่าประทับใจน้อยกว่าคนที่เจาะทะลุมิติได้หรือนักวิทย์ที่สามารถสร้างหุ่นยนต์ที่เหมือนคนได้นะ

    ขณะที่พวกเธอกำลังจ้องตากันอยู่แบบจะกินเลือดกินเนื้อ

    ผมหาเรื่องคุยกับบิฟและอีกสองคนที่ผมนั่งทับอยู่

    “ว่าแต่นายบิฟมีแผนหลังเรียนจบอย่างไรบ้างหรือ?”

    “ชั้นวางแผนจะไปทำงานต่อในบริษัทของพ่อน่ะ”

    บิฟตอบอย่างแทบจะไม่สนใจการทะเลาะกันของลินดากับบอนนี่

    แต่ทั้งสองคนก็ตวาดมาทางผม

    “สนใจทางนี้หน่อยนี่มันเรื่องของนายนะ”

    อ้าวก็เมื่อกี้บอกว่าไม่ใช่เรื่องของผม

    ดังนั้นผมเลยกระแอม

    “ถ้าอย่างนั้นเลิกทะเลาะกันได้แล้วผมใช้ปิตาธิปไตยล้าหลัง”

    ผมหันไปทางลินดา

    “ลินดาเธอไม่ใช่แฟนของชั้นตามสัญญาคบกับเจ้าบิฟไปได้ตามสบาย”

    ผมหันไปทาทางบอนนี่

    “บอนนี่ เธอเป็นแฟนชั้นพวกเราคือทีมและกลุ่มเดียวกัน ทำได้ดีมากในการตำหนิลินดาที่เป็นคนภายนอกแต่พอได้แล้ว เถียงกันไปไม่เกิดประโยชน์ในตอนนี้”

    ป้าบ

    ผมตบเข้าที่ก้นของบอนนี่จนเธอสะดุ้งโหยงขึ้น

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน