ตอนที่ 1 — รอยร้าวในกระจกเงา
ฉาก: ห้องนั่งเล่น บ้านของเฉิน — เวลาค่ำ
บรรยากาศเงียบสงบ แสงไฟสีนวลตาอบอุ่น เฉิน (อายุ 60 ปี) ในชุดเสื้อคอกลมผ้าป่านสบายๆ นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง ใบหน้าอิ่มเอิบ ผิวพรรณผ่องใสตามแบบผู้ปฏิบัติธรรม เขากำลังผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างเป็ธรรมชาติ
ที่โต๊ะกินข้าวไม่ไกลนัก กิมหลวน (อายุ 58 ปี) ภรรยาของเขากำลังเก็บถ้วยชาม เสียงจานกระแทกกัน "เคร้ง! เคร้ง!" บ่งบอกถึงอารมณ์ภายใน ลมหายใจของเธอสั้นและกระชั้น
เฉิน (คิดในใจ / เสียงสะท้อนในจิต):
(ตาขยับลืมขึ้นช้าๆ มองไปที่แผ่นหลังของภรรยา ในความเงียบนั้น จิตของเฉินที่นิ่งสนิทจับกระแสคลื่นความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวกิมหลวนได้ มันเป็สีหน้าและแวววาบของความโกรธ คับแค้นใจ และเสียงกรีดร้องในหัวของเธอที่ดังซ้ำๆ ว่า "ทำไมต้องข่มกันขนาดนี้! คิดว่ารวยกว่าแล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ!")
เฉิน:
(น้ำเสียงทุ้ม นุ่มนวล และเย็นเอิบ)
"หลวน... มานั่งพักก่อนไหม มะนาวอุ่นๆ ในครัวยังมีนะ เด็ดมาจากต้นหลังบ้านเราเอง"
กิมหลวน:
(หันขวับมา ใบหน้าตึงเครียด ขอบตาแดงก่ำ เดินมานั่งลงที่โซฟาตรงข้ามเฉินอย่างแรง)
"พี่เฉิน... ฉันกินไม่ลงหรอก! พี่รู้ไหม วันนี้ไปงานวันเกิดอากู๋มา ยายพวกญาติฝั่งแม่น่ะสิ พอลูกสาวเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็ผู้จัดการหน่อย เอาใหญ่เลย! เดินมาทักฉันกลางโต๊ะจีนว่า 'อ้าวหลวน ลูกชายเธอยังทำงานออฟฟิศเฮงซวยนั่นอยู่เหรอ เงินเดือนถึงครึ่งของลูกฉันหรือยังล่ะ' พี่ดูคำพูดคน! มันน่าเจ็บใจไหมล่ะ!"
เฉิน:
(ยิ้มบางๆ แววตาเต็มไปด้วยความเมตตา ไม่ได้โกรธตอบหรือผสมโรง)
"อืม... ฟังดูแล้ว เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงข้างในเลยใช่ไหมล่ะ"
กิมหลวน:
(ทุบตักตัวเอง)
"ใช่สิพี่! ฉันแค้นใจจนอกจะะเิ ทำไมชีวิตเราต้องมาโดนพวกนี้เกทับตลอดเวลา ั้แ่อากงอาม่ามาจากเมืองจีน ใครรวยกว่าก็ข่ม ใครจนกว่าก็เหยียบ ฉันเกลียดนิสัยแบบนี้ที่สุด!"
เฉิน:
(ขยับตัวนั่งสบายๆ วางมือบนเข่า ผ่อนคลายเต็มที่ เพื่อไม่ให้กระแสความโกรธของภรรยามาดึงพลังงานของตนเองลงไป)
"หลวน... พี่เข้าใจนะ ความรู้สึกเหมือนโดนเหยียบหน้ากลางฝูงชนมันร้อนเหมือนไฟเลยล่ะ แต่หลวนลองมองดูดีๆ สิ ที่หลวนบอกว่า 'เกลียดนิสัยแบบนี้ที่สุด' แล้วตอนนี้... ใจของหลวนล่ะ กำลังทำอะไรอยู่?"
กิมหลวน:
(ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจ)
"ทำอะไร? ฉันก็โมโหพวกเขาสิพี่!"
เฉิน:
(อธิบายอย่างใจเย็น ยกตัวอย่างช้าๆ บรรยายให้เห็นภาพ)
"ลองนึกภาพตามพี่นะ สมมติมีคนคนหนึ่ง เดินเอาขยะเปียกเหม็นๆ มาปาใส่หน้าบ้านเรา... คนที่ปาน่ะ เขาทำนิสัยไม่ดีใช่ไหม? เขาทำบาปของเขาแล้ว เขากลับบ้านไปนอนหลับสบายใจ แต่ตัวเรา... พอมมองเห็นขยะกองนั้น แทนที่จะกวาดทิ้งไป เรากลับเดินไปหยิบขยะก้อนนั้นขึ้นมาดม ดมเสร็จก็กอดไว้ เอาไปวางไว้ใต้หมอน พอนอนก็คิดถึง กลิ่นมันก็เหม็นอบอวลอยู่ในหัวเราทั้งคืน... คำถามคือ ใครทำให้เราเหม็น? คนปา หรือคนที่กอดขยะไว้?"
กิมหลวน:
(นิ่งไปชั่วครู่ แววตาเริ่มสั่นไหว แต่ยังมีความดื้อดึง)
"แต่มันอดไม่ได้นี่พี่! เขาเป็คนเริ่มก่อน!"
เฉิน:
(รับฟังด้วยจิตที่ว่างเปล่า อ่านคลื่นใจของภรรยาที่เริ่มอ่อนลง)
"ใช่ เขาเป็คนเริ่ม แต่กรรมที่เขาทำ มันจบลงั้แ่คำพูดหลุดจากปากเขาแล้วหลวน ส่วน 'วิบากกรรม' ที่แท้จริงของเราในตอนนี้ ไม่ใช่คำพูดของเขาหรอก... วิบากกรรมของเราคือ 'ความเคยชิน' ของใจเราเองต่างหาก"
กิมหลวน:
"ความเคยชินยังไง?"
เฉิน:
(อธิบายขยายความหลากมุมมอง)
"ใจของคนเรา ฝึกมายังไง มันจะเชี่ยวชาญแบบนั้น เหมือนคนเป็ช่างไม้ เห็นไม้ก็อยากตอกตะปู คนเป็วิศวกรแบบพี่ เห็นตึกก็คิดเื่โครงสร้าง... ส่วนใจของพวกเราหลวน เติบโตมาในครอบครัวจีนที่ต้องดิ้นรน สะสมความเชี่ยวชาญในการ 'เปรียบเทียบ' มาั้แ่เด็ก พอเขาพูดปุ๊บ จิตเรามันเชี่ยวชาญเื่นี้อยู่แล้ว มันเลยะโงับคำเปรียบเทียบทันที มันเคยชินที่จะโกรธ เคยชินที่จะคับแค้น เพราะคิดว่าการโกรธคือการสู้... แต่จริงๆ แล้ว มันคือการเอาไฟเผาตัวเอง"
ความเงียบปกคลุมห้องชั่วขณะ เสียงพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ เฉินส่งพลังสมาธิอันสงบเย็นออกไปโอบอุ้มบรรยากาศรอบตัว โดยไม่เอาตัวเองเข้าไปแบกความทุกข์ของภรรยา เขาช่วยในระดับที่จิตเขายังร่มเย็น
เฉิน:
(พูดต่อด้วยเสียงนุ่ม)
"หลวนลองดูแมวจรจัดหลังบ้านเราสิ เวลาตัวอื่นมาแย่งขู่ ขู่เสร็จ แยกย้าย มันก็ไปนอนเลียขนสบายใจ มันไม่เก็บมาคิดว่า 'หนอย... ไอ้อ้วนตัวนั้นมันข่มฉัน' มันไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มันอยู่กับปัจจุบัน... แต่ใจมนุษย์เราทุกข์ซ้ำสอง เพราะเราเอาอดีตเมื่อตอนกลางวัน มากรีดใจตัวเองซ้ำๆ ในตอนค่ำ"
กิมหลวน:
(ถอนหายใจยาว ไหล่ที่เคยตั้งเกร็งค่อยๆ ลู่ลง น้ำตาคลอเบ้า)
"ฉัน... ฉันแค่อยากชนะพวกเขาสักครั้ง ไม่อยากให้เขาดูถูกลูกเรา..."
เฉิน:
(เอื้อมมือไปแตะมือภรรยาเบาๆ ให้สติ)
"ความชนะที่แท้จริง ไม่ใช่การมีเงินมากกว่าเขาหลวน เพราะต่อให้เรามีร้อยล้าน เขาก็จะหาวิธีเกทับเื่อื่นอยู่ดี... ความชนะที่เด็ดขาดคือ การที่เขาพูดอะไรมา แล้วใจเรา 'ไม่กระเพื่อม' ต่างหาก เขาอยากร้อนก็เื่ของเขา แต่บ้านของเรา... ใจของหลวน ต้องเย็น... ปล่อยขยะก้อนนั้นลงเถอะนะหลวน คืนนี้เราจะได้นอนหลับฝันดีกัน"
กิมหลวนนิ่งเงียบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มเปลี่ยนเป็ความเข้าใจ เธอพยักหน้ารับช้าๆ ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอและผ่อนคลายลง
เฉิน (คิดในใจ / เสียงสะท้อนในจิต):
(มองเห็นกลุ่มก้อนพลังงานสีหม่นในอกของภรรยาค่อยๆ สลายตัวไป จิตของเขายังคงนิ่ง สงบ ไม่ติดลบ ไม่เหนื่อยล้า... นี่คือการเริ่มต้นเยียวยาจากจุดที่เล็กที่สุด ด้วยกำลังแห่งศีล และสมาธิที่เขามี)