“เป็นอย่างที่ตงฟางพูด หากเราขายยายี่จงเพียงชนิดเดียว มีโอกาสสูงมากจะถูกเล่นงาน เราจึงจำเป็นต้องกระจายตัวยาให้มากกว่านี้สักหน่อย เพื่อให้ศัตรูของเราเสียเงินเป็นจำนวนมาก ถ้าคิดจะกักตุนสมุนไพรใช้ทำยา”
ตงฟางพยักหน้า การเดินทางมาหอประมูลเก้าชั้นฟ้าของเขาไม่ได้มาเพราะเรื่องยายี่จงเท่านั้น เมื่อคืนที่ผ่านมาเขาได้ลองคิดกับการทำธุรกิจยา การขายยาพี่แค่ 1 ชนิดจะทำให้เขาขายได้ดีเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น ต่อจากนี้ไปสัก 1 เดือนคู่แข่งของเขาจะต้องหาทางกำจัดสมุนไพรทำยาของเขาแน่นอน ตงฟางจึงต้องหลอมยาให้หลากหลายชนิด เพื่อให้ศัตรูเล่นงานเขาได้ยาก
หากพวกมันกักตุนสมุนไพรเอาไว้ก็เป็นเรื่องยาก ถ้าจะทำลายสมุนไพรก็ส่งผลกระทบวงกว้าง เขาจึงคิดว่าธุรกิจยาในตัวเมืองหลงไห่จะต้องหลากหลาย ส่วนสถาบันเฟยเทียนของเขา ตงฟางยังคงจะขายยายี่จงระดับ 1 เช่นเดิม
การที่สถาบันเฟยเทียนมีระดับชำระชีพจรและระดับสัมผัสวิญญาณเป็นจำนวนมาก ยังไงยายี่จงของเขายังคงมีการตอบรับที่ดี เพราะทุกคนมีอาการบาดเจ็บทุกวัน
“พี่ซิงเยียน รู้จักเม็ดยาทงเทียนไหม”
ตงฟางเริ่มเอ่ยปาก หลังจากจานข้าวของเขาพึ่งว่างจากการที่พี่ซิงเยียนตักทุกอย่างให้เขาชิมจนเขาแทบเปิดปากพูดไม่ได้
“ยาสำหรับบ่มเพาะพลังวิญญาณระดับ 2 นั่นเหรอ ตงฟางจะหลอมมันอย่างนั้นสินะ”
“ใช่ครับ ผมคิดว่าหากผมหลอมยาระดับ 1 อีกครั้ง ด้วยราคาของสมุนไพรระดับ 1 ที่ถูกมากๆ ศัตรูของเราน่าจะมีเงินมากพอในการปิดเส้นทางการหาสมุนไพรมาหลอมยา ผมจึงคิดว่าจะเพิ่มระดับยาขึ้นเป็นระดับ 2 ด้วยราคาของสมุนไพรระดับ 2 ที่มีราคาก้าวกระโดดขึ้นมาผมคิดว่ามันน่าจะยาก หากใครก็ตามคิดจะโก่งราคาสมุนไพรเพื่อให้เราซื้อมาหลอมยาในปริมาณมากไม่ได้”
“ดีเลย พี่สาวมีห้องหลอมยาให้ตงฟางด้วยนะ สมุนไพรสำหรับทำยาทงเทียนก็มีเยอะด้วยเช่นกัน ตงฟางว่างตอนไหนค่อยหลอมก็ได้ พี่สาวไม่รีบ”
“งั้นไว้หลังจากทานข้าวผมขอใช้ห้องหลอมยาเลยแล้วกันนะครับ อ๋อ ขอเป็นความลับมากๆนะครับ พี่ซิงเยียนก็ห้ามแอบดูเพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะขายสูตร”
“จ้า แค่มีน้องตงฟางมาหลอมยาให้หอประมูลของเราก็มากพอแล้ว นี่ ไม่คิดจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์การรับส่วนแบ่งหน่อยเหรอ”
“ยังไงเหรอครับ พี่ซิงเยียนมีทางออกให้ผมเหรอ” ตงฟางถามด้วยความสงสัยพลางหยิบจับสิ่งที่อยู่บนโต๊ะมากินด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ไม่สนเลยว่าตรงหน้าเขาจะมีหญิงสาวแสนสวยนั่งมอง
“แต่งกับพี่สาวไง”
พรวด~!
ตงฟางใช้พลังจิตจับไม่ให้อาหารลอยออกจากปากพยายามกลืนมันลงท้อง เขาบอกพี่ซิงเยียนเสมอว่าอย่าหยอกล้อเขาแบบนี้อีก เธอยังคงทำเช่นเดิม แม้มันจะเป็นการหยอกล้อแต่อีกฝ่ายสามารถทำให้เป็นจริงได้ อย่างที่ตงฟางอ่านใจ
“ฮิฮิ”
“ผมอิ่มแล้วครับ”
“ยังเหลืออีกเยอะนะ”
“พี่ซิงเยียนจะกินต่อไหมครับ”
“ไม่ล่ะ พี่ก็อิ่มแล้ว ตงฟางไม่กินให้หมดล่ะ”
“ผมก็อิ่มแล้วเช่นกันครับ งั้นผมขอเก็บไปกินตอนเย็นนะครับ อีกอย่างต้องหลอมยาแล้วเพราะผมมีนัดกับเพื่อนช่วงเย็น”
“จ้าๆ งั้นตามพี่สาวมาเลย” ซิงเยียนมองตงฟางด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกชอบกับการหยอกล้อตงฟางมากๆ ถึงขั้นอยากให้มาเล่นกับเธอทุกๆวัน
“พี่ซิงเยียน ผมมีอะไรอยากจะให้พี่ทำ”
“อะไรอย่างนั้นเหรอ” ระหว่างเดินทางไปยังห้องพิเศษที่เตรียมไว้ให้ตงฟางหลอมยา เขาได้พูดสิ่งที่อยากวานให้พี่ซิงเยียนทำออกมาในทันที
“ผมจะบอกความลับเรื่องหญ้าน้ำค้างเลือด”
“อ๋อ เรื่องนี้เหรอ พี่ก็สงสัยเช่นกันว่าทำไมตงฟางถึงได้นำมันมาหลอมยา แล้วยังได้ผลดีอีก”
“มันเป็นส่วนผสมหลักที่ทำให้เราขายยาได้กำไรเลยก็ว่าได้ครับ ความสามารถของมันสามารถนำไปผสมกับสมุนไพรระดับ 3 เพื่อให้ตัวยาเพิ่มปริมาณมากกว่าเดิมได้ แต่มีวิธีพิเศษในการใช้งาน”
“ตงฟางเลยจะบอกพี่สาวไปเก็บมันมาไว้มากๆใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“นั่นสินะ หากเราขายยายี่จงไม่ได้เราก็เปลี่ยนยาขาย หากยาทงเทียนขายไม่ได้เราก็เปลี่ยนยาขาย เพียงแค่สมุนไพรสำคัญอย่างหญ้าน้ำค้างเลือดที่ผสมยาอะไรก็ได้ ควรจะมีเก็บเอาไว้ให้มาก งั้นพี่สาวจะหาทางเก็บมันลับๆ ไม่ให้ใครรู้ว่ามันเป็นส่วนผสมที่สำคัญของเรา”
“ครับ แค่นี้ผมก็สบายใจแล้ว”
“ถึงแล้วจ้ะ นี่คือห้องหลอมยา ด้านในห้องมีห้องน้ำด้วย แล้วยังมีห้องนอนหากน้องตงฟางเหนื่อย”
“ขอบคุณมากๆครับ ที่สำคัญอย่าแอบดูนะครับ”
“จ้าๆ เดี๋ยวพี่สาวจะให้คนยกสมุนไพรที่ต้องการใช้สำหรับยายี่จงและยาทงเทียนเข้ามาให้”
ตงฟางเดินสำรวจภายในห้องหลอมยาพลางแสดงสีหน้าตกใจออกมา แม้มันจะไม่มีของตกแต่งเลยสักชิ้น แต่เตาหลอมยาตรงหน้าเขาน่าจะมีราคาไม่น้อย จากลวดลายบนเตาที่สลักเป็นรูปมังกรถึง 9 ตัว บอกได้ว่ามันน่าจะเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งในหอประมูลเก้าชั้นฟ้า
“มีห้องน้ำให้จริงๆด้วยสินะ แล้วนี่มันห้องนอนผู้ชายอย่างนั้นเหรอ”
ตงฟางยืนอึ้ง ข้างในห้องนอนที่ติดอยู่กับห้องหลอมยาถูกตกแต่งเอาไว้สวยงาม ถึงอย่างนั้นความสวยงามกลับไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด มันเหมือนกับห้องผู้หญิง ไม่เพียงเท่านั้นมันยังถูกตกแต่งด้วยสีแดงจนไม่ต่างจากห้องหอในวันแต่งงาน สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อยเพราะพี่ซิงเยียนพยายามหาทางแกล้งเขาจนได้
“บรือ! น่ากลัวจริงๆ รีบหลอมยาแล้วรีบจากไปดีกว่า”
ตงฟางมองไปยังแหวนเก็บของจำนวนมากที่นำเข้ามาวางข้างๆเตาหลอมจากคนของพี่ซิงเยียน เขาจึงเดินไปล็อกห้องแล้วทำการหลอมยาทันที หากอยู่นานกว่านี้เขากลัวว่าตัวเองจะถูกจับปล้ำ จากพี่สาวที่เขาไม่สามารถอ่านใจได้ว่ากำลังคิดจะทำอะไรกับเขา
“เตาหลอมยาใหญ่ขนาดนี้ ดีเลย คิดว่าจะต้องหลอมเป็นจำนวนหลายพันครั้งซะอีก”
ตงฟางฉีกยิ้มหน้าบาน ตามตำราที่พ่อของเขาให้อ่านมานั้น มีวิธีการหลอมยาให้ได้เม็ดยาจำนวนมากด้วยการหลอมเพียง 1 ครั้ง เขาจึงพยายามดึงความทรงจำนั้นมาทำความเข้าใจอีกครั้ง แล้วเริ่มหลอมยายี่จง 10 ชุดในครั้งเดียว เพื่อดูว่าเขายังคงคุณภาพ 10 ส่วนได้ไหม หากเขาจะหลอมมัน 100 เม็ดพร้อมกัน
ฟู่ว~!
เตาหลอมเริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีแดงร้อนจากพลังจิตกระตุ้นให้โลหะของเตาหลอมปลดปล่อยความร้อนออกมา กระทั่งเขาได้ความร้อนที่เหมาะสมตงฟางก็ไม่รอช้าโยนสมุนไพรสำหรับทำยายี่จงลงไปทีละตัว แล้วใช้พลิงจิตเพิ่มลดอุณหภูมิของมัน ด้วยการหลอมยาจำนวนมากในครั้งเดียวนั้น ทำให้ปริมาณสมุนไพรที่ต้องหลอมเพิ่มขึ้นด้วย
ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่มีปัญหาสำหรับตงฟาง การที่เขาใช้พลังจิตใส่หม้อหลอมยาทำให้เขาสามารถส่งผ่านความร้อนไปทั่วหม้อหลอมยาได้เท่าๆกัน ต้นยาจำนวนมากที่อยู่ข้างในล้วนแล้วได้รับความร้อนทั้งหมด ไม่มีต้นที่หลบซ่อนจากความร้อนสักต้น ทันใดนั้นเขาก็เริ่มแสดงท่าทางงุนงงเพราะกระบวนการหลอมยาทั้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน สำเร็จเร็วกว่าเดิม
“หรือว่าจะเป็นเพราะความสามารถของเตาหลอมยา เป็นอย่างที่ตาแก่พูดสินะ ยิ่งเตาหลอมยาดียิ่งลดระยะเวลาการหลอมได้มากยิ่งขึ้น แล้วยาที่หลอมก็มีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วย”
ตงฟางไม่รอช้าเติมสมุนไพรชนิดที่สามลงไป จากนั้นเขาก็เริ่มเพิ่มอุณหภูมิเตาหลอมยาให้สูงขึ้นไปอีก กระทั่งถึงกระบวนการสุดท้ายเขาก็เติมของเหลวที่ได้จากหญ้าน้ำค้างเลือดลงไปในหม้อแล้วใช้พลังจิตคนหม้อจนเกิดเม็ดยามากมาย ด้วยการใช้พลังจิตเข้าช่วยทำให้เขาสามารถแบ่งตัวยาให้กลายเป็นเม็ดยาเท่าๆกันได้ กระทั่งตงฟางได้กลิ่นเหม็นลอยออกมาจากหม้อเขาก็ลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วจนความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วหม้อหายไป
“หืม ทำได้จริงเหรอเนี๊ย ตำราทักษะของตาแก่หลี่หยุนมันจะเป็นทักษะเทพเซียนเลยนะเฮ่ย”
ตงฟางอึ้งมาก เขาทำทุกอย่างตามตำราของพ่อ เพียงครั้งแรกที่เขาหลอมยาจำนวนมาก เขากลับหลอมยาให้มีคุณภาพได้ถึง 10 ส่วน สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย แล้วการใช้พลังจิตของเขายังใช้น้อยไม่ต่างจากหลอมยา 1 ชุดเลยสักนิด จากเดิมคิดว่าจะหลอมยาจนกว่าพลังจิตจะหมดกลับต้องเปลี่ยนความคิด เพราะการหลอมยาทีละมากๆในครั้งเดียว ไม่เสียพลังจิตเยอะเหมือนที่คิดเลยด้วยซ้ำ
“งั้นเอาจนเกือบจะเต็มหม้อเลยแล้วกัน”
ตงฟางเก็บเม็ดยายี่จงลงไปในแหวนเก็บของของพี่สาวซิงเยียน จากนั้นก็เริ่มหลอมยาต่ออีกครั้ง จากการตกลงกัน เขาจะหลอมยาให้พี่ซิงเยียนพอขายเป็นระยะเวลา 1 เดือน เขาไม่รู้ว่าจะต้องหลอมยาจำนวนกี่หมื่นกี่แสนเม็ดเพราะไม่เคยทำธุรกิจใหญ่ ดังนั้นพี่ซิงเยียนจึงคำนวณวัตถุดิบที่ต้องใช้หลอมยา ให้ได้ยาพอขายเป็นเวลา 1 เดือน
ฟู่ว~!
“ซิงเยียน ลูกพ่อทำอะไรลงไปเนี๊ย เล่นไล่คุณชายกู่ไปแบบนั้น คนอื่นจะคิดว่าเราเป็นหอประมูลบ้านป่าเมืองเถื่อนได้นะลูก”
เจ้าของหอประมูลเช็ดเหงื่อด้วยท่าทางวิงเวียน หลังจากรู้ว่าลูกสาวไล่นายน้อยตระกูลกู่ออกจากหอประมูลแล้วยังตัดชื่อของเขาออกจากร้านไม่ให้เหยียบย่างเข้ามาอีก ทว่าสีหน้าของลูกสาวกลับไม่ได้ตระหนกหรือแสดงออกถึงความรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้เลยสักนิดเดียว
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ แค่ตระกูลกู่ไม่ทำให้เราตายหรอก ตอนนี้น้องตงฟางกำลังช่วยเราแล้ว ต่อให้ตระกูลกู่จะทำให้เราแย่ สุดท้ายเราก็กลับมาได้อยู่ดี พ่อไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ งานนี้หนูรับมือเอง”
“จ้าๆ แค่เห็นลูกมั่นใจพ่อก็มั่นใจแล้ว ว่าแต่ไอ้หนุ่มตงฟางนั่นเป็นยังไงบ้าง”
คลืด~!
ประตูห้องหลอมยาเปิดขึ้นเบาๆ ทำให้การสนทนาระหว่างผู้เป็นพ่อและลูกสาวหยุดลงกระทันหัน หลังจากพวกเขามาเจอกันที่หน้าห้องหลอมยา
“เออ~ พี่ซิงเยียนมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เอ๊ะ ทำไมตงฟางออกมาเร็วนักล่ะ พี่สาวเตรียมของให้ไม่ครบเหรอ” ซิงเยียนตงใจเล็กน้อย พึ่งผ่านไปเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นตงฟางกลับออกมาจากห้องหลอมยาแล้ว
“ผมหลอมเสร็จแล้วครับ ยายี่จงมีประมาณ 200,000 เม็ด ส่วนยาทงเทียนมี 1,000 เม็ด”
เจ้าของหอประมูลยืนอึ้งกับจำนวนเม็ดยาและระยะเวลาในการหลอม ทางฝั่งซิงเยียนเธอได้กระโดดเข้ากอดตงฟางจนเขารีบอุดจมูกของเขาเอาไว้
“น้องตง นี่พ่อพี่เองจ้ะ”
“สวัสดีครับ ผมตงฟางยินดีที่ได้รู้จัก”
“สวัสดี ข้าซิงหยุน เมื่อกี่หลานตงฟางพูดว่ายังไงนะ หลอมยาเสร็จแล้วเหรอ”
“ครับ ทุกอย่างหลอมแล้ว ผมใช้วัตถุดิบทั้งหมดที่พี่ซิงเหยียนเตรียมเอาไว้ให้ ทุกอย่างอยู่ในแหวนทั้ง 2 วงนี้เลยครับ”
“แล้วนี่ตงฟางกำลังจะเดินทางกลับอย่างนั้นเหรอจ๊ะ ให้พี่สาวไปส่งไหม” ซิงเยียนเปลี่ยนมาเป็นเกาะแขนตงฟาง เขาทำเพียงแค่พยายามอุดจมูกต่อไปไม่ให้เลือดไหลออกมา
“ไม่ครับไม่ ผมเกรงใจ”
“งั้น พี่สาวมีของจะมอบให้ จำที่เราคุยกันในป่าสัตว์อสูรคลั่งได้ไหม ในแหวนวงนี้มีของที่ตงฟางอยากได้แน่นอน ไว้กลับถึงห้องค่อยเปิดดูนะ รับลองเลยว่าต้องตกใจแน่”
“ผมเปิดตอนนี้ไม่ได้เหรอ”
“ไม่จ้ะ ถ้าตงฟางเปิดดูตอนนี้พี่สาวจะเสียใจมากๆ เอาล่ะ นี่เป็นชุดที่น้องตงฟางต้องสวมนะ ต่อจากนี้ไปน้องตงฟางจะกลายเป็นผู้หลอมยาลึกลับที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเชิญมา รับรองเลยว่าจะไม่มีใครกล้าแตะน้องตงฟางแน่นอน ส่วนขากลับพี่สาวจะส่งคนพากลับถึงสถาบันเลยนะ”
“มีอะไรเหรอครับ” ซิงเยียนยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆทำเอาตงฟางพยักหน้าเข้าใจแล้วยอมรับข้อเสนอ
“จำคุณชายชุดเหลืองได้ไหม ไอ้คนที่บอกว่าเป็นนายน้อยตระกูลกู่ พี่สาวฉีกหน้ามันไป มันคงไม่ยอมแน่ เป้าหมายน่าจะเป็นน้องตงฟาง เพราะงั้นให้พี่สาวส่งคนไปส่งจะดีกว่า รับรองว่ามันไม่กล้าปะทะแน่นอน”
“ครับ รบกวนด้วยนะครับ”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ทันใดนั้นเขากลับตกใจตื่นเมื่อเดินไปถึงหลังร้าน เพราะตอนนี้กลุ่มคนสวมชุดเกราะจำนวนมากกว่า 100 กำลังยืนรอต้อนรับเพื่อพาเขากลับสถาบันเฟยเทียน
“ขอให้เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ”
“เออ~ ผมคิดว่าคงไม่มีใครกล้าลงมือกับผมหรอกนะครับ ไว้พบกันใหม่”
“จ้า แหวนที่ให้จำเอาไว้ว่าต้องเปิดตอนที่กลับถึงห้องเท่านั้นนะ”
“ครับพี่สาวซิงเยียน” ตงฟางโบกมือลาแล้วเดินมุ่งหน้ากลับสถาบัน