“เป็นนายนี่เอง…”
การปรากฏตัวขึ้นของภานุนั้นแน่นอนว่าย่อมสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งสองคนอย่างมาก โดยเฉพาะเรกัส ต้องบอกก่อนว่าในเวลานี้นั้นการทดสอบภาคปฏิบัติพึ่งจะเริ่มขึ้นไม่นานและคนส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ยังไม่สามารถหาทางมายังเกาะแห่งนี้ได้ เว้นแต่ว่าเหล่าผู้มากความสามารถเท่านั้น ดังนั้นจากข้อสันนิษฐานของเรกัสมันจึงคาดว่าคนที่จะมาถึงบนเกาะในช่วงเวลานี้นั้นมีเพียงแต่นักเรียนจากโรงเรียนหัวกะทิ
แต่ความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้ามันนั้นล้วนแล้วแต่ตรงกันข้าม มันจึงสงสัยอย่างมากว่าเพราะเหตุใดนักเรียนจากโรงเรียนทหารธรรมดาๆ ที่สำหรับมันแล้วเป็นศูนย์รวมตัวของพวกขยะที่ไม่มีอนาคตที่ดีกลับมาปรากฏเบื้องหน้ามัน แถมยังฉกใบภารกิจที่มันพยายามแย่งชิงกับคริสติน่าอย่างเอาเป็นเอาตายไปอย่างหน้าตาเฉย
“ส่งใบภารกิจใบนั้นมาให้ฉันซะ! อย่างแกไม่คู่ควรกับมัน…”
เรกัสนั้นต้องการใบภารกิจอย่างมาก จากข้อมูลการสอบในปีนี้นั้นไม่มีการบอกรายละเอียดของใบภารกิจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญในการผ่านการทดสอบว่ามีทั้งหมดกี่ใบกันแน่บนเกาะแห่งนี้ และการจะหามันเจอสักใบแน่นอนว่ายากมากหากช้ากว่านี้จะต้องถูกผู้อื่นแย่งไป และสุดท้ายจะเหลือเพียงแค่วิธีใช้กำลังแย่งชิงมันมาจากผู้อื่นเท่านั้น
“อยากได้ทำไมไม่ลองเข้ามาเอาดูล่ะ? ”
ภานุกล่าวท้าทายออกไป ชายหนุ่มต้องการจะทดสอบพลังที่แท้จริงของนักเรียนหัวกะทิเบื้องหน้าตน เขาอยากรู้ว่าตอนนี้ตนนั้นอยู่ในระดับไหนแล้วกันแน่ และจะเทียบได้กับพวกนักเรียนหัวกะทิหรือเปล่า
“ฟุบ! ”
ภานุกระโดดลงมาจากต้นไม้อย่างนิ่มนวล ก่อนที่จะจ้องมองไปที่อีกฝ่ายที่กำลังตกตะลึงและทำอะไรไม่ถูกอยู่
“นี่ฉันไม่ได้ยินอะไรผิดไปใช่ไหม? แกนี่ไม่เจียมกะลาหัวตัวเองเลยนะที่มาท้าฉันสู้แบบนี้…”
เรกัสไม่ได้มีท่าทีเดือดดาลแต่อย่างใด กลับตรงกันข้ามมันยิ้มออกมาอย่างร่าเริง มันชอบความกล้าหาญของภานุอย่างมาก หากอีกฝ่ายสามารถทำให้มันพึงพอใจได้แน่นอนว่าทั้งสองอาจจะพอเป็นเพื่อนกันได้ แต่ยิ่งคิดมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งหมดหวัง เพราะความสามารถของนักเรียนโรงเรียนทหารธรรมดานั้นนับว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก แม้จะเป็นนักเรียนอันดับหนึ่งในโรงเรียนก็ตาม
“สัญญาแล้วใช่ไหม? ว่าถ้าฉันเอาชนะนายได้นายจะส่งใบภารกิจใบนั้นมาให้ฉัน…”
“ฉันสัญญา! ”
ภานุกล่าวพร้อมกับนำใบภารกิจเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อของตนเอง พร้อมกับเก็บมีดในมือและตั้งท่าสู้ด้วยมือเปล่า ซึ่งความประหลาดใจให้กับทั้งคริสติน่าและเรกัสไม่น้อย
“ฉันบอกเอาไว้ก่อนนะ ถ้าแกมีอาวุธก็นำมันออกมาซะ ฉันไม่บ้าจะสู้กับแกด้วยมือเปล่าแน่นอน สิ่งที่ฉันถนัดก็คือการใช้กระบองอันนี้! ”
เรกัสกล่าวออกมาเพื่อหวังว่าภานุจะเปลี่ยนใจ และเอาอาวุธของตนออกมาสู้กับมันอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่มันคาดคิดเอาไว้ เพราะภานุนั้นเพียงส่ายหน้าพร้อมกับกล่าววาจาออกมาเสียงดังฟังชัดว่า
“บางทีหมัดของฉันมันอาจจะอันตรายกว่าอาวุธใดๆ ก็ได้…”
“เอาเถอะ”
เรกัสหยักไหล่หนึ่งทีก่อนที่จะยกกระบองของมันขึ้นเฉียงตั้งท่าพร้อมจะต่อสู้ตลอดเวลา บางทีเวลานี้มันอาจจะเลือกเป็นฝ่ายตั้งรับแทนเพราะมันไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถทนรับได้หากมันเป็นฝ่ายเข้าไปโจมตีด้วยตัวเอง
“ภานุนายระวังด้วย…เรกัสถึงอย่างไรก็เป็นคนที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆ ในโรงเรียนหัวกะทิ อย่าประมาทเด็ดขาด! ”
คริสติน่าที่เงียบมาตลอดได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เธอกำลังคิดว่าภานุนั้นพยายามเข้ามาช่วยเธอเอาไว้ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะได้ยินคำบอกเล่ามาจากปากของชาร์ลอตต์ว่า ภานุนั้นแข็งแกร่งและสามารถปราบโจรที่ใช้อาวุธปืนได้หลายคนพร้อมกัน แต่คำบอกเล่ากับการเห็นของจริงนั้นมันคนละอย่างกัน และการเผชิญหน้ากับเรกัสนั้นแน่นอนว่ายากอย่างมาก
“เริ่มละนะ”
ภานุฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับพุ่งตัวไปหาทางเรกัสอย่างรวดเร็ว เพื่อหวังว่าจะแย่งชิงความได้เปรียบตอนที่เรกัสยังไม่พร้อม อย่างไรก็ตามเรกัสกลับขมวดคิ้วและมองท่าทางของภานุอย่างดูถูกในใจของมันนั้นวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างละเอียดพร้อมๆ กับประเมินฝีมือที่แท้จริงของภานุไปเรียบร้อยแล้ว
‘การพุ่งตัวไม่ได้เร็วมาก…แถมยังมีแต่ช่องว่างเต็มไปหมด น่าผิดหวัง…’
“ฟับ! ”
กระบองยาวถูกหวดไปด้านข้างเมื่อภานุได้รุกล้ำเข้ามาในเขตและระยะโจมตีของเรกัส การฟาดกระบองครั้งนี้ของเรกัสนั้นแน่นอนว่ามันย่อมต้องถูกเป้าหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายนั้นกลับสามารถหลบเลี่ยงมันได้ด้วยการก้มต่ำทำให้กระบองนั้นข้ามหัวของภานุไป การหลบของภานุนั้นทำโดยไม่ได้มองด้วยซ้ำ
“เป็นไปได้ยังไง…”
สีหน้าของเรกัสนั้นเปลี่ยนมาจริงจังอีกครั้ง ตอนนี้มันกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ปล่อยให้ภานุที่ถนัดเรื่องหมัดมวยเข้ามาประชิดตัวของมัน มันต้องการจะถอยและรักษาระยะห่างอย่างไรก็ตามภานุนั้นกลับกลายเป็นเหมือนวิญญาณวิ่งตามติดร่างกายของมัน
ภานุยิ้มขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางของมือแปลกๆ ซึ่งมันดูพลิ้วไหวและรวดเร็วอย่างมาก
“หมัดอสรพิษ! ”
ในฉับพลันหมัดที่ดูราวกับอสรพิษนั้นตอนนี้ได้เปรียบดั่งกับเป็นอสรพิษจริงๆ มันได้อ้อมและคดเคี้ยวเข้าสู่ใบหน้าของเรกัส และแขนข้างซ้ายของมันด้วยความเร็วสูงอย่างมาก
“ตุบๆๆๆๆ”
เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่เรกัสเสียจังหวะมันกลับต้องถูกหมัดของภานุเล่นงานไปถึงห้าหมัดติด หนึ่งหมัดที่ใบหน้าอีกสี่หมัดที่แขนซ้าย
เรกัสพึ่งถอยออกมาอย่างรวดเร็ว ภานุที่ต้องการตามไปต่อนั้นต้องหยุดลงเพราะอีกฝ่ายได้สะบัดกระบองโจมตีอย่างรวดเร็วจนชายหนุ่มนั้นเกือบจะพลาดท่า
“ฉันดูถูกแกเกินไป…”
เรกัสกล่าวขึ้นพร้อมกับส่ายหัวโทษความเบาปัญญาของตนเองที่ดูถูกคู่ต่อสู้ ตอนนี้แขนซ้ายของมันห้อยราวกับไร้ชีวิตไม่มีท่าทีเคลื่อนไหวใดๆ แขนซ้ายของมันนั้นถูกหมัดอสรพิษของภานุไปและตอนนี้รู้สึกชาทั้งแขนต้องใช้เวลาสักพักจึงจะสามารถขยับได้อีกครั้ง
หมัดอสรพิษของภานุนั้นแน่นอนว่าได้เรียนมาจากหนึ่งในหนังสือของบอสหลงที่เขาเคยอ่าน หมัดนี้นั้นจะว่าฝึกง่ายก็ง่ายจะว่าฝึกยากก็ยาก เนื่องจากมันต้องพึ่งความยืดหยุ่นของร่างกายใช้ออกมา ดังนั้นมันจึงเป็นกระบวนท่าหมัดที่ไม่เหมาะกับคนตัวใหญ่และร่างกายเต็มไปด้วยไข่มันหรือกล้ามเนื้อส่วนเกินมากเกินไป
พลังของหมัดนั้นเน้นไปที่ความรวดเร็วและพลิกแพลงอย่างขีดสุด แต่ต้องแลกมากับพลังทำลายที่ลดลงอย่างมาก แต่ผลวิเศษของมันที่ทำให้ภานุชอบก็คือหากใช้ร่วมกับการสกัดจุดบนร่างกายของมนุษย์นั้นมันจะทำให้หมัดนี้เป็นเหมือนกับอสรพิษฉกจริงๆ เพราะมันจะสามารถสกัดการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ เหมือนกับทำให้ศัตรูติดพิษ
ซึ่งตอนนี้มันก็ได้เกิดกับแขนซ้ายของเรกัสเสียแล้ว ทำให้แขนไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตามเรกัสนั้นกลับมีท่าทีราวกับว่าไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด มันถือควงกระบองด้วยมือขวาข้างเดียวพร้อมกับมองมาที่ภานุด้วยรอยยิ้มที่ตื่นเต้น
“ฉันยอมรับแล้วว่าแกคือคู่ต่อสู้ที่คู่ควรกับฉัน เตรียมรับมือซะ! ”
เมื่อเรกัสกล่าวจบมันก็พุ่งเข้ามาหาภานุด้วยความเร็วสูงทันที ภานุไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงเลือกที่จะเข้ามาจู่โจมภานุก่อน แทนที่เขาจะรอให้แขนซ้ายกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามภานุนั้นรีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว มันเกือบลืมไปว่าในขณะนี้มันกำลังต่อสู้กับนักเรียนหัวกะทิ ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าอยู่เหนือสามัญสำนึกของผู้คนปกติทั่วไปมาก
“ฟับ! ”
ภานุต้องตกตะลึงเมื่อเรกัสได้ใช้กระบองของมันโจมตีมาที่ภานุอย่างเร็วซึ่งความเร็วนั่นแทบจะไม่ต่างกับตอนที่มันใช้สองแขนจู่โจมใส่ภานุเลยแม้แต่นิดเดียว ด้วยความรวดเร็วของกระบองที่ผิดปกติทำให้ภานุจำใจต้องถูกการโจมตีในครั้งนี้แน่นอน อย่างไรก็ตามร่างกายของชายหนุ่มที่เคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณนั้นกลับสามารถหลบเลี่ยงกระบองของอีกฝ่ายด้วย ด้วยการบิดร่างกายราวกับไร้ข้อต่อกระดูก ซึ่งมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทำได้
‘ลืมไปเลยว่าเราได้ทักษะใหม่มา…’
ทักษะร่างกายยืดหยุ่นนั้นกลับแสดงผลลัพธ์ที่เหนือจินตนาการออกมาให้กับภานุเห็น จึงทำให้ชายหนุ่มนั้นสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างไม่คาดคิด
“หืม? ร่างกายยืดหยุ่นไม่ธรรมดา แต่มันก็ยังไม่มีความหมายอยู่ดี! ”
เมื่อสิ้นเสียงของเรกัสกระบองที่หวดไม่โดนและเลยไปเมื่อครู่กลับย้อนกลับมาอย่างหน้าตาเฉย ส่งผลให้ภานุถูกกระบองฟาดเข้าไปที่ข้างเอวเต็มๆ
“อั๊ก! ”
ภานุถึงกลับส่งเสียงร้องออกมา พร้อมกับรีบใช้กระบวนท่าหลบหนีออกมา
“ก้าวมายา! ”
ฉับพลันร่างของภานุพลันเปลี่ยนเป็นเลือนรางราวกับภาพลวงตา เรกัสที่กำลังจะจู่โจมเผด็จศึกภานุด้วยการโจมตีที่ต่อเนื่องกันมันต้องชะงักเพราะอยู่ๆ กระบองของมันก็กวาดผ่านร่างของภานุไปราวกับร่างกายของอีกฝ่ายนั้นเป็นร่างวิญญาณ
ก้าวมายานั้นเป็นการเคลื่อนไหวทำให้เกิดภาพลวงตา ซึ่งกระบวนท่านี้ภานุได้ลอบเรียนมาจาก Mad dog คู่ต่อสู้คนแรกในโลกใต้ดินของเขา แต่ก้าวมายาของภานุนั้นแตกต่างออกไปจากอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิงเพราะมันยังไม่อยู่ในระดับที่สมบูรณ์ แต่ก็นับว่าใกล้เคียงแล้วและสามารถสร้างภาพติดตาได้
“ภาพติดตา! ”
เรกัสอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ มันไม่คิดเลยว่าคู่ต่อสู้ที่ดูเหมือนจะธรรมดาเบื้องหน้ามันนั้นกลับสร้างแต่ความประหลาดใจให้กับมันไม่หยุดหย่อนในขณะที่เริ่มการต่อสู้กัน
การที่คนธรรมดาจะสามารถสร้างภาพติดตาได้นั้นแน่นอนว่าต้องฝึกฝนอย่างหนักจะเท้าแทบจะฉีกขาด ซึ่งภานุเองก็ไม่มีข้อยกเว้น แม้เขาจะมีพรสวรรค์ที่เรียนรู้ได้เร็วกว่าคนปกติมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากว่าภานุจะฝึกมาถึงขั้นนี้นั้นเท้าของเขาต้องได้รับบาดเจ็บมาแล้วหลายครั้ง
เรกัสที่ถูกคนอื่นหลบการโจมตีที่มันแสนจะมั่นใจได้ถึงสองครั้งซ้อนทำให้มันรู้สึกว่าตนเองนั้นยังอ่อนแอเกินไป ในตอนแรกที่มันเผชิญหน้ากับภานุนั้นมันแสนจะมั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายเพราะตัวมันนั้นได้ฝึกฝนมาอย่างหนัก มันฝึกฝนการเหวี่ยงกระบองมากกว่าหลายพันครั้งในหนึ่งวันจนทำให้กำลังแขนของมันนั้นมีมหาศาลจนสามารถฟาดกระบองด้วยมือข้างเดียวในระดับความเร็วที่เหนือสามัญสำนึกได้แต่เท่านั้นยังไม่พอเพราะอีกฝ่ายเองก็ได้ฝึกฝนมาหนักเช่นเดียวกัน มันจึงสัญญาในใจตนเองว่าหากจบการทดสอบในครั้งนี้มันจะต้องฝึกฝนให้หนักขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน