ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 96 แย่งชิงสมบัติ
ตูม!
แท่งโลหะสีเงินหลังจากที่ไร้ซึ่งอักขระกำกับพวกมันก็เปราะบางลงมาก แรงระเบิดเพียงนิดเดียวก็ทำลายมันจนแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ เปิดช่องทางให้สามารถเข้าออกได้อีกครั้ง
“ส่งกล่องทองคำในมือของเจ้ามาเสีย!” เสียงเหี้ยมเกรียมดังมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากที่ค่อยๆ เดินเข้ามาภายใน
ควันขาวคลุ้งจากแรงระเบิดกระจายออกด้านข้าง เผยให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดหนังดำขลับนับสิบคนเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
ชายคนที่เดินนำหน้ามา มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าฝั่งซ้าย ถืออุปกรณ์บางอย่างที่มีลักษณะเป็นวงกลม ซึ่งคาลอสเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่ามันคืออะไร แต่น่าจะเป็นสิ่งที่ใช้ระเบิดแท่งโลหะซึ่งกันทางเอาไว้เมื่อครู่
“แม่นางหานฮวา ไม่เจอกันเสียนานเลยนะ ข้ารู้เจ้าคงไม่อยากจะเสวนากับข้าเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นรีบส่งของในมือเจ้ามาให้ข้าเถอะ พวกข้าทั้งหมดจะได้รีบๆ ออกไปจากที่นี่เสียที” ชายหน้าบากในชุดหนัง จ้องมองตรงไปที่หญิงสาวในชุดสีฟ้า
สีหน้าของมันช่างเย่อหยิ่ง ไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มสองคนที่ยืนหัวโด่อยู่ภายในห้อง ราวกับคนทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในสายตาของมัน
“ไร้ปัญญาจะหาด้วยตนเอง ถึงกับต้องมาแย่งชิงจากผู้อื่น ต่อให้เจ้าใช้คนทั้งหมดมากลุ้มรุม หรือใช้วิธีสกปรกใดๆ ข้าก็ไม่ยอมมอบมันให้เจ้าเด็ดขาด!” แม่นางหานฮวาประกาศกร้าวเสียงดัง สายตาของนางจ้องมองพวกมันอย่างเชือดเฉือน เก็บกล่องสมบัติไว้กับตัวทันที
“หึหึ ถูกต้อง ข้าไม่มีปัญญาหาด้วยตนเองหรอก แต่แล้วอย่างไรเล่า? สุดท้ายข้าก็จะได้รับมันไปครองอยู่ดี” ชายหน้าบากแสยะยิ้ม พาดอุปกรณ์ทรงกลมกลับไปที่ด้านหลังของมัน ก่อนจะดึงกระบองออกมาจากข้างลำตัว
กึก ก๊อง!
อีกฝ่ายบิดกระบองโลหะ ก่อนจะสะบัดออกอย่างแรง เพียงพริบตากระบองด้ามสั้นๆ ก็ยืดยาวออกมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งเมตร
กึก ก๊องๆๆๆๆๆๆๆๆ
หลังจากผู้นำชักอาวุธออกมา กลุ่มคนในชุดหนังสีดำก็ดึงกระบองที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมาเช่นเดียวกัน แท่งโลหะเล็กๆ ขยายความยาวออกทั้งสองด้านพร้อมๆ กันทุกด้าม
เปรี๊ยะๆๆ
กระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินแล่นปลาบไปทั่วกระบองโลหะ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นอาวุธชนิดพิเศษที่ได้รับการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยียุคก่อนโลกาวินาศ และอาวุธยุคปัจจุบัน
ชายในชุดหนังทั้งสิบคนยกอาวุธขึ้นมาด้านหน้าด้วยท่าทีคุกคาม
เมื่อเห็นดังนั้นหานฮวาหญิงสาวหนึ่งเดียวภายในที่แห่งนี้ก็ชักกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ออกมาจากฝักอีกครั้ง แม้ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ครั้งก่อนหน้าจะยังไม่หายดี แต่เธอก็เรียกร้องอะไรไม่ได้ ในชีวิตจริงไม่มีใครมารอให้เธอพักผ่อนจนเต็มอิ่มก่อนแล้วจึงค่อยเริ่มการต่อสู้เหมือนตอนอยู่ที่สำนักหรอก
คาลอสที่เห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียดก็เอื้อมมือไปที่ด้านหลังของตน ค่อยๆ ดึงขวานสีแดงเพลิงมาถือไว้ในมือ ตอนนี้เขาเหมือนอยู่ฝั่งเดียวกับหญิงสาวไปแล้ว หากฝ่ายตรงข้ามลงมือเมื่อไหร่เขาก็พร้อมจะสับไม่ยั้ง
ฮิคาริสตั้งท่าเตรียมตัวเช่นเดียวกัน คิ้วของเจ้าอ้วนขมวดเป็นปม สายตาจับจ้องกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ก่อนจะหันมามองที่คาลอส
“ระวังตัวด้วย คนพวกนี้ไม่ธรรมดา พวกมันคือกลุ่มกองกำลังรอสบ้า ว่ากันว่าผู้ก่อตั้งกองกำลังคนแรกเป็นนักวิทยาศาสตร์จากยุคก่อน แม้ปัจจุบันผู้ก่อตั้งคนแรกจะตายไปแล้ว แต่ความรู้ที่มันบัญญัติเอาไว้ยังคงมีอยู่”
“แม้กลุ่มรอสบ้าจะไม่เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้มากนัก แต่นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ต่อกรด้วยยากที่สุดกลุ่มหนึ่ง พวกมันมีอุปกรณ์แปลกๆ มากมาย บางทีเจ้าอาจจะอ่านการต่อสู้ของพวกมันไม่ออก เพราะมักจะมีเรื่องที่เกินความคาดหมายอยู่เสมอ” ชายร่างอ้วนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง กับคนจากสมาพันธ์ข่าวกรองออสแตรงเช่นเขาที่รู้ข้อมูลหลากหลาย ก็ยังไม่รู้วิธีการต่อสู้ของกองกำลังรอสบ้ามากนัก เมื่อไม่รู้ข้อมูลของอีกฝ่ายอย่างกระจ่างชัด จึงนับว่าอันตรายอย่างยิ่งที่จะประมือ
ทั้งสองฝ่ายต่างก็ดูท่าทีกันและกัน
“ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย มอบกล่องทองคำมาเสีย” ชายหน้าบากดูเหมือนจะเริ่มหมดความอดทน พร้อมที่จะฟาดอาวุธออกไปได้ทุกเมื่อ
“เจ้าไม่กลัวว่าสำนักของข้าจะเล่นงานพวกเจ้าจนยับเยินหรอกหรือหากรู้เรื่องนี้เข้า?” ใบหน้าของหานฮวาเย็นชายิ่ง ถือกระบี่ในมือคุมเชิง พร้อมตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“แน่นอนว่าไม่อาจให้สำนักของเจ้ารู้เรื่องราวนี้ได้ เจ้าจำเป็นต้องทิ้งร่างอยู่ที่นี่......ถ้าส่งมอบมาแต่โดยดี ข้าสัญญาว่าจะให้เจ้าได้ตายอย่างเจ็บปวดทรมานน้อยที่สุด” ชายหน้าบากพูดด้วยเสียงราบเรียบ ราวกับว่าการตายของอีกฝ่ายเป็นสิ่งชอบธรรมอย่างไรอย่างนั้น
“หึ พวกเจ้าไม่คิดจะเหลือทางรอดไว้ให้ข้าอยู่แล้วนี่ ฉะนั้นช้าอยู่ไย ข้าไม่มีทางมอบมันให้กับเจ้าอย่างเด็ดขาด หากต้องการจะได้มันไป ก็รอข้าตายก่อนก็แล้วกัน!” หญิงสาวกระแทกเสียงใส่กลุ่มคนตรงหน้า สีหน้าและสายตาของนางดูเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น คำพูดเต็มไปด้วยความอาจหาญ
พลังงานของอเวกระดับที่แปดพวยพุ่งออกมาจากร่าง กดดันทุกคนที่อยู่ที่นี่จนหมด หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าพลังของนางนั้นแข็งแกร่งกว่าอเวกระดับแปดทั่วไป บางทีอาจจะไปถึงระดับแปดขั้นสูงสุดแล้วก็เป็นได้ สมแล้วจริงๆ ที่เป็นดั่งความหวังของสำนักจันทรานิรันดร์ในรุ่นปัจจุบัน
“ในเมื่อเจ้าต้องการ...ข้าก็จัดให้” ชายหน้าบากตอบรับกลับไป พลังงานของอเวกระดับแปดถูกปลดปล่อยออกมาต้านรับ แต่ดูเหมือนว่าไอพลังจะอ่อนแอกว่าของหญิงสาวอยู่ช่วงใหญ่
เปรี๊ยะๆ
กระบองโลหะส่งกระแสไฟฟ้าออกมารุนแรงขึ้นตามพลังงานที่ส่งเข้าไป กลุ่มคนด้านหลังอีกเก้าคนต่างก็ปลดปล่อยพลังงานตามมาติดๆ กระแสไฟฟ้าสว่างวาบไปทั่ว ดูเหมือนพวกมันพร้อมจะลงมืออย่างเต็มที่
ฝับ!
หญิงสาวกวาดกระบี่เป็นแนวยาว ตวัดเข้าใส่อีกฝ่ายโดยตรง ไม่รีรอลังเลอีกต่อไป
ชายหน้าบากเองก็ใช้กระบองโลหะเข้ารับการโจมตี กระแทกเบี่ยงกระบี่ให้เฉียงลงไปด้านล่าง ชายฉกรรจ์ในชุดหนังอีกหลายคนก็ใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าใส่หญิงสาวทันที แต่หญิงสาวก็กระชากกระบี่กลับเข้ามาปกป้องตนเอง ไม่มีสักคนที่ฝ่าการป้องกันของหานฮวามาได้
ทางด้านคาลอสและชายอ้วนเองก็ต้องรับศึก แต่ดูเหมือนจะเบาบางกว่าที่หญิงสาวต้องเจอมาก มีศัตรูเพียงสองสามคนเท่านั้นที่แยกตัวออกมาหาชายหนุ่มทั้งสอง
เจ้าอ้วนยกดาบสั้นขึ้นมาป้องกันกระบองของอีกฝ่ายเอาไว้ การปะทะกันทำให้ฮิคาริสรู้ได้ทันทีว่ากระบองโลหะนั้นทำจากวัสดุที่ทนทานยิ่ง ดูเหมือนจะน้ำหนักเบาแต่ความแข็งแรงของมันนั้นไม่เบาเลย แถมพลังงานไฟฟ้าที่ไหลเวียนไปทั่วกระบองก็ไหลผ่านอาวุธ พุ่งเข้ามาใส่ชายร่างอ้วนอีกต่างหาก
แม้ชายร่างอ้วนจะมีทักษะพิเศษในการยืมแรงปะทะเพื่อหลบหนี แต่พลังของสายฟ้ายังช็อตร่างของฮิคาริสให้ชาวาบ ทำให้ร่างกายติดขัด ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ไหลลื่นตามที่ตั้งใจ
ฝั่งคาลอสหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายด้วยความไวที่เหนือกว่า แม้ฝั่งตรงข้ามจะเป็นอเวกระดับเจ็ดสองคน ก็ไม่ได้น่าหวาดกลัวเลยหากอีกฝ่ายโจมตีเขาไม่ได้ ทั้งยังต้องสับสนกับความสามารถในการหลอกล่อประสาทสัมผัสจากท่าร่างเคลื่อนคล้อยเงา
เมื่อสบโอกาส ขวานสีแดงก็เคลื่อนผ่าน ตัดแขนของหนึ่งในทั้งสองคนจนแขนข้างที่ถือกระบองตกลงไปบนพื้น
“อ๊ากกก” เสียงกรีดร้องดังขึ้นดึงความสนใจจากทุกคน
ควันร้อนฉ่าพุ่งขึ้นจากช่วงไหล่ที่ถูกตัด ไม่มีหยดเลือดไหลซึม มีเพียงบาดแผลไหม้เกรียมที่ราบเรียบ
กลุ่มจากกองกำลังรอสบ้าต่างก็ตกใจ หญิงสาวที่พวกมันกังวลที่สุดยังคงดิ้นรนตั้งรับอย่างเต็มกลืน ไม่แม้แต่จะตีโต้กลับมาได้ แต่คนที่พวกมันไม่สนใจไยดี กลับตัดแขนหนึ่งในพวกมันได้เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะน่ากลัวกว่าที่คิด
ชายหน้าบากแอบหันไปมองด้วยสีหน้ากังวล คิ้วของมันขมวดมุ่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคลายออก
“แบ่งกำลังไปฆ่ามัน! ฆ่ามันให้ได้แล้วกลับมาช่วยกันจัดการนังนี่” ชายหน้าบากตวาดเสียงดัง ก่อนจะดึงชิ้นส่วนออกจากอุปกรณ์ทรงกลมด้านหลัง โยนเข้าใส่หญิงสาวที่พัวพันอยู่กับการต่อสู้
กลุ่มชายในชุดหนังกระจายตัวอีกทันที บางส่วนพุ่งตัวเข้าหาคาลอส บางส่วนเพียงถอยออกมาเพื่อรอจังหวะโจมตีหญิงสาวซ้ำอีกครั้ง
กริ๊ง ฟิ่วว
อุปกรณ์ประหลาดปลดส่วนประกอบของตัวเองกลางอากาศ และกระจายตัวออกเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ หลายชิ้น
บึ้มๆๆๆ
ชิ้นส่วนเล็กๆ ระเบิดออกทันทีเมื่อเข้าใกล้หญิงสาวชุดฟ้า แม้ความคล่องแคล่วของเธอจะดีเยี่ยม แต่ชิ้นส่วนระเบิดบางอันเข้ามาอย่างกระชั้นชิดเกินไป ทำให้เธอต้องกระโดดหลบพร้อมใช้พลังงานในร่างเข้าต้านรับ
“อั่ก!” หญิงสาวกระอักเลือดออกมาคำโต ถอยร่างกลับไปด้านหลัง
กลุ่มชายในชุดหนังสีดำที่เตรียมพร้อมรออยู่ก็พุ่งตามเข้าใส่ทันที รวมถึงชายหน้าบากเองด้วย
คาลอสที่กำลังจะตามไปจัดการเป้าหมายที่เหลือเพียงแค่แขนเดียวกลับถูกขัดขวางด้วยกลุ่มชายชุดหนังที่เข้ามาเพิ่มอีกสามคน ทำให้หาโอกาสปลิดชีพเป้าหมายที่อ่อนแอที่สุดไม่ได้
สถานการณ์กลับมาสมดุลอีกครั้ง ชายร่างอ้วนยังคงต่อสู้ไปพลาง หลบหนีไปพลางได้เหมือนเดิม แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนล้าทำให้เผลอโดนโจมตีไปหลายครั้ง ผิวหนังหลายส่วนไหม้เกรียม ความเร็วในการเคลื่อนไหวตกลงไปมาก
หญิงสาวเองก็ไม่ได้อยู่ในสภาพเต็มที่ โชคดีที่การมีอยู่ของคาลอสได้ช่วยให้จำนวนคนที่เธอต้องรับมือนั้นน้อยลง หัวหน้ากลุ่มชายชุดหนังพร้อมพรรคพวกใช้วิธีการแปลกประหลาดมากมายแต่ก็ยังสะกดเธอเอาไว้ได้ไม่เต็มที่ แม้จะโจมตีได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถสร้างอาการบาดเจ็บร้ายแรงให้หญิงสาวได้เลย นับว่าผิดแผนพวกมันเป็นอย่างมาก
ทางด้านคาลอส แม้เขาจะไม่กล้าใช้เคล็ดเผาโลหิตในตอนนี้เพราะร่างกายอาจจะรับไม่ไหว ยิ่งกับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อเช่นนี้ การใช้มันออกไปรังแต่จะเป็นผลเสีย หากไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้อย่างเด็ดขาด อาจเป็นเขาเองที่ต้องเพลี่ยงพล้ำในตอนท้าย แต่กระนั้นสถานการณ์ในฝั่งนี้กลับดีที่สุดในทั้งสามคน
เหตุผลเพราะคาลอสยังมีเรี่ยวแรงเหลืออยู่มาก และศัตรูที่เขาต้องเจอก็เป็นอเวกระดับเจ็ดธรรมดาๆ เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ถึงพวกมันจะมีกันหลายคน แต่ไม่มีใครมองการเคลื่อนไหวของคาลอสออก ทั้งยังโจมตีไม่ได้ไวเท่าความเร็วที่คาลอสใช้หลบหลีก หลายครั้งมันจึงเป็นฝ่ายของคาลอสที่หาจังหวะโจมตีพวกมันจนบาดเจ็บหนักได้สำเร็จ
แม้จะงุนงงกับความแปลกประหลาดของอุปกรณ์ที่พวกมันใช้ แต่ยิ่งสู้ก็ยิ่งคุ้นเคยและจับทางได้มากขึ้น ยิ่งคุ้นเคยก็กลายเป็นเหมือนกับมัจฉาที่ได้กลับลงไปแหวกว่ายในผืนน้ำ การโต้ตอบกลับไปสามารถทำได้อย่างไหลลื่นไม่มีติดขัด