สายลมไม่สิ้นชื่อข้า(名隨風在)

    ตอนที่ 35 (ภาค 2): เงาเหล็กแห่งแคว้นซือหยู

    ตอนที่ 35 (ภาค 2): เงาเหล็กแห่งแคว้นซือหยู



    พายุฤดูปลายเหมันต์เริ่มพัดกรรโชกผ่านทุ่งหญ้าตะวันออกของแคว้นเฟิง ขนนกในหมวกของทหารยามสะบัดแรงราวเตือนว่าความเงียบก่อนพายุกำลังจะสิ้นสุดลง

    เฟิงหมิงยืนอยู่บนหอคอยค่ายหลวงของอวิ๋นซ่าน ใบหน้าเคร่งขรึมมองออกไปยังขอบฟ้าด้านตะวันออกเฉียงใต้ — ดินแดนซึ่งติดกับแคว้นซือหยู แคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องกองทัพเกราะหนักและยุทธวิธีบุกทะลวง

    “ข้าได้รับข่าวแน่นอนแล้ว”
    เสียงของกุนซือหรงซูเหยาดังขึ้นเบื้องหลังเขา
    “แคว้นซือหยูเตรียมเคลื่อนกองทัพจริง มิใช่เพียงยั่วศึก”

    เฟิงหมิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยเสียงหนัก

    “ขุนศึกของพวกเขา…ใช่ผู้นำกอง ‘เหล็กกล้าเหนือคลื่น’ หรือไม่”

    หรงซูเหยาพยักหน้าช้า ๆ “แม่ทัพ จื่อหานเหลียง ผู้ได้รับฉายา ‘หอกกลางเงา’ เคลื่อนทัพด้วยตนเอง ทัพหน้าเคลื่อนจากเมืองชายแดนซีหลานมุ่งตรงมาทางนี้โดยไม่ประกาศสงคราม”

    “ไม่ประกาศ…แต่มาทั้งทัพ?” เฟิงหมิงกล่าวเสียงต่ำ “การเมืองของแคว้นนี้ ช่างน่าขบขันเสียจริง”

    ⸻



    เมืองชายแดน ตงเจียง ของแคว้นซือหยู
    เสียงเกือกม้ากระแทกผืนดินดังเป็นระยะ บนยอดเขาต่ำ ชายผู้หนึ่งในชุดเกราะสีดำทั้งร่างยืนประสานมือหลังคอราวครุ่นคิด

    เขาคือ จื่อหานเหลียง — แม่ทัพสูงสุดแห่งกอง “เหล็กกล้าเหนือคลื่น”
    ดวงตาสีน้ำตาลหม่นทอประกายเย็นชา ทว่าไม่ใช่เย็นยะเยือกแบบไร้หัวใจ หากแต่คล้ายมีบางสิ่งซุกซ่อนอยู่ลึก ๆ ในใจ

    “เด็กหนุ่มผู้นั้น…เฟิงหมิง แห่งแคว้นเฟิง”

    เขาอ่านจดหมายจากสายลับที่เพิ่งกลับมาด้วยความแปลกใจในรายงาน

    “การฝึกทหารแบบใหม่…การปกครองแบบ ‘เวทีเงาเสียง’…ให้ชาวบ้านร่วมเสนอความเห็น?”
    “นี่คืออุดมคติของนักปราชญ์หรือแม่ทัพกันแน่…”

    แต่แล้ว ชายวัยกลางคนในชุดคลุมขลิบแดงตรงหน้าก็โค้งคำนับและกล่าว

    “ท่านแม่ทัพ โปรดให้คำสั่ง ทัพที่สามของเราพร้อมบุกเข้าอวิ๋นซ่านได้ภายในเจ็ดวัน!”

    จื่อหานเหลียงเงยหน้าขึ้น

    “ไม่…ข้าไม่สังหารคนที่ยังไม่ยกดาบใส่ข้า”
    “แต่จงส่งจดหมายฉบับหนึ่งถึงเฟิงหมิง…เชิญเขามาพบข้าในเขตกลางระหว่างสองแคว้น”

    “หากเขาคือผู้นำที่แท้จริง เขาจะมา…ด้วยตนเอง”


    เจ็ดวันต่อมา — ที่ราบร้างกลางเขตแดนระหว่างแคว้นเฟิงกับแคว้นซือหยู
    ที่นี่เคยเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ทว่าในวันนี้กลับถูกเตรียมพร้อมเหมือนสนามศึก

    กระโจมกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่บนจุดกึ่งกลาง
    ไม่มีธง ไม่มีโล่ ไม่มีเครื่องหมายบ่งแคว้น

    เฟิงหมิงเดินเท้าเข้ามาโดยมีเพียงองครักษ์ประจำตัว 3 นาย
    ตามคำเชิญของ จื่อหานเหลียง
    เขาสวมเสื้อคลุมพลางปกปิดยศศักดิ์ ทว่ารังสีความแน่วแน่กลับกลบหมอกทั้งผืนที่ราบ

    ประตูกระโจมถูกเปิดออกอย่างสงบ
    แม่ทัพแห่งแคว้นซือหยูยืนอยู่ภายในแต่เพียงลำพัง
    หอกคู่ที่มีชื่อเสียงไปทั่วสิบห้าแคว้น — หอกวิญญาณทมิฬ — ถูกวางสงบนิ่งอยู่ด้านหลัง

    เมื่อทั้งสองสบตากัน
    โลกทั้งใบกลับเงียบงันราวหยุดหมุน

    “ข้ามาแล้ว” เฟิงหมิงเอ่ย
    “แล้วเจ้าเรียกข้ามาเพื่ออะไร — สันติ หรือลวง”

    จื่อหานเหลียงผายมือเชิญนั่งอย่างสุภาพ
    ก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบว่า

    “เจ้าไม่เหมือนใครในรุ่นเดียวกัน”
    “แคว้นของข้าไม่เกรงกลัวสงคราม…แต่เกรงว่าศึกครั้งนี้จะเปลี่ยนทิศของประวัติศาสตร์”

    เฟิงหมิงหัวเราะเบา ๆ

    “เจ้ากลัวข้าจนต้องเชิญมาดื่มชาหรือ”

    “ไม่ใช่กลัว” จื่อหานเหลียงตอบ “แต่เคารพในสิ่งที่เจ้าสร้างมาโดยไม่ต้องนองเลือด”

    ⸻



    เมื่อชาในถ้วยลดลงครึ่งหนึ่ง
    แม่ทัพเงาของซือหยูก็เปิดคำเสนอที่ทำให้เฟิงหมิงต้องนิ่งงัน

    “หากเจ้ายอมเปิดประตูทางตะวันออก ให้แคว้นข้าส่งพ่อค้าเข้าสามตำบลใหญ่ — ข้าจะถอนทัพทั้งหมดในห้าชั่วยาม”

    “ข้ารู้ว่าเจ้าคุมพื้นที่เหล่านั้นไว้เพราะเชิงยุทธศาสตร์…แต่ข้าเสนอสิ่งหนึ่งแทน”

    เขาเปิดผ้าห่อผืนหนึ่ง ข้างในคือแผนที่การค้าระหว่างสามแคว้น พร้อมตราประทับของ อ๋องซือหยู
    และลายมือเขียนว่า:

    “ผู้ใดมิเคารพข้อตกลงนี้ ถือว่าประกาศศึกกับซือหยู”

    เฟิงหมิงลอบถอนใจ
    การเปิดทางการค้าแลกกับสันติคือแนวคิดใหม่ แต่เบื้องหลังคือการเจาะเศรษฐกิจ
    แต่เขาก็รู้ — หากปฏิเสธวันนี้ ต้องเตรียมรบพรุ่งนี้

    “ข้าไม่รับ — แต่ข้าจะเสนอสิ่งใหม่”
    “เปิดให้แคว้นเจ้าค้าได้…แต่ในเงื่อนไขที่เราตั้งร่วมกัน”
    “เราสร้างเขตกลางการค้า ‘ไป่เยวี่ย’ ที่ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์เท่ากัน
    และไม่อนุญาตทหารใดเข้าใกล้ในรัศมีสิบลี้”

    จื่อหานเหลียงหัวเราะในลำคอ ก่อนพยักหน้าช้า ๆ

    “ดี…เจ้ามิใช่แค่แม่ทัพ แต่เป็นผู้วางรากใหม่ให้แผ่นดิน”

    ⸻



    ข่าวการเจรจาระหว่างเฟิงหมิงกับแม่ทัพซือหยูแพร่กระจายราวพายุ
    ที่เมืองหลวงของแคว้นเยียนหลง ขุนนางเอกประชุมฉุกเฉิน
    กุนซือหลวงกล่าวเพียงประโยคเดียว

    “นี่ไม่ใช่การเจรจา แต่เป็นการท้าทายระเบียบเดิมของโลก”

    ที่แคว้นฉินอัน พ่อค้าระดับสูงรีบส่งคนสอดแนม
    เพราะเขตการค้าไป่เยวี่ยอาจทำให้รายได้ของพวกเขาลดลงครึ่งหนึ่ง

    แต่ที่อวิ๋นซ่าน กลับมีเสียงเชียร์ดังจากชาวบ้านเมื่อเฟิงหมิงกลับมา
    เขาไม่ได้ถือหอกหรือดาบกลับมา — แต่ถือคำมั่นที่นำมาซึ่ง ฤดูเก็บเกี่ยวโดยไม่ต้องรบ


    หลังการเจรจาเสร็จสิ้น เฟิงหมิงมิได้กลับค่ายหลวงทันที แต่ขอให้หยุดพักในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากชายแดนทางใต้ หมู่บ้านนั้นชื่อว่า “หลัวซาน” — หมู่บ้านเกษตรกรที่ติดแม่น้ำซือหาน

    แม้การเจรจาจะสำเร็จอย่างน่าประหลาดใจ
    แต่เฟิงหมิงรู้ดีว่าโลกแห่งความจริงย่อมไม่เปลี่ยนไปเพียงเพราะกระดาษหนึ่งแผ่น

    “จื่อหานเหลียงอาจยอมถอยจริง แต่แคว้นอื่นจะยินยอมตามหรือไม่?”
    “เพียงพริบตาเดียว ข้ากลายเป็นเป้าทั้งทางการเมืองและทหาร”

    ภายในศาลาว่างของหมู่บ้าน กุนซือทั้งสามของเขาถูกเรียกมาพร้อมหน้า
    หรงซูเหยา — วางกลยุทธ์
    ลี่เสวียน — ผู้คุมข่าวกรอง
    และอวี้เหวินฮุย — ผู้เชี่ยวชาญด้านกำลังพลและระบบเศรษฐกิจ

    เฟิงหมิงใช้มือแตะลงบนแผนที่แคว้นทั้งสิบห้า
    เขาวาดวงกลมรอบสามแคว้นใหญ่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และตัดเส้นโยงเชื่อมเข้าสู่แคว้นเฟิงผ่านเขต “ไป่เยวี่ย” ที่เพิ่งสร้างขึ้น

    “นี่คือ ‘แนววงแหวนการค้า’ ที่เราจะผลักดันในอีก 3 ปี”
    “หากเราทำได้จริง…แม้แคว้นจะเล็ก แต่อำนาจจะไม่ด้อยกว่าใคร”

    อวี้เหวินฮุยตาเป็นประกายทันที

    “หากเส้นทางนี้สำเร็จ เมืองรองของเราจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าภายในห้าแคว้น”

    หรงซูเหยาแทรกขึ้น

    “แต่เส้นทางนี้ก็จะเป็นที่หมายตาของเหล่าขุนนางอนุรักษ์นิยม…โดยเฉพาะในแคว้นฉินอันและฮวาเหลียง”

    ลี่เสวียนเพียงกล่าวสั้น ๆ ด้วยเสียงราบเรียบ

    “ข้าเพิ่งได้รับข่าว…มีการเคลื่อนไหวลับจากแคว้นฉินอัน”
    “สายของเราถูกสังหาร 2 คนในเมืองหลวงฉิน…อีก 1 หายตัวไปในแคว้นเยียนหลง”

    เฟิงหมิงหลับตา…หายใจลึก
    มือซ้ายของเขากำแน่น

    “ข้าคงมีเวลาไม่มากแล้ว…”

    ⸻



    คืนเดียวกัน ลี่เสวียนได้นัดพบกับผู้ลอบเร้นประจำกอง
    หนึ่งในเครือข่ายข่าวกรองชื่อว่า “หน่วยเงาสะบั้น”
    หัวหน้าหน่วยคือหญิงสาวนาม หานจิงอวิ๋น — ผู้เงียบงันแต่แม่นยำราวมือแห่งรัตติกาล

    นางส่งสารลับถึงลี่เสวียนพร้อมแผนผังภายในราชสำนักฉินอัน
    ที่มีเครื่องหมายรูป เสี้ยวจันทร์ — สัญลักษณ์ของกลุ่มลับในเงารัฐบาลแคว้นนั้น

    “จันทร์เสี้ยวกำลังเคลื่อนไหว”
    “พวกเขาไม่พอใจในแนวคิดการค้าเสรี เพราะมันลดอำนาจของชนชั้นสูง”

    ลี่เสวียนตอบเพียงสั้น ๆ

    “พวกเขาจะขยับแน่…ก่อนฤดูใบไม้ผลิหน้า”

    ⸻



    ที่เมืองชายแดนซีหลานของแคว้นซือหยู
    จื่อหานเหลียงกลับมาพร้อมข่าวของข้อตกลง
    เสียงต่อต้านเริ่มดังจากกลุ่มขุนศึกสายเก่า โดยเฉพาะ ขุนพลป๋ายหลงเฉิง
    ผู้เป็นที่รู้จักดีในความหัวแข็งและเชื่อในนโยบาย ‘รบก่อนเจรจาทีหลัง’

    “แม่ทัพ…ท่านพลาดแล้ว”
    “พวกมันจะใช้เส้นทางค้าเจาะเข้าเส้นเลือดของเรา!”

    จื่อหานเหลียงยืนนิ่งก่อนกล่าวอย่างเฉียบขาด

    “ถ้าเส้นเลือดของเราถูกเจาะได้ง่ายเพียงนั้น เราก็ไม่สมควรมีเลือดนั้นเสียตั้งแต่ต้น”

    ประโยคเดียวทำให้ทหารเงียบทั้งลานฝึก
    แต่สายตาของป๋ายหลงเฉิงยังไม่เปลี่ยนไป — ศึกภายในแคว้นซือหยูเริ่มปะทุ


    รุ่งสางของวันใหม่
    เฟิงหมิงเดินออกจากศาลาโดยไร้ชุดเกราะ มีเพียงผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มที่ปลิวไสวไปตามแรงลม
    ท่ามกลางหมอกเบาบางของหมู่บ้านหลัวซาน
    เขาหยุดยืนที่ทุ่งนาโล่งทอดตัวยาว — มองเห็นแสงอรุณแรกส่องผ่านทิวเขา

    “ข้ารู้ว่าศึกใหญ่กำลังมา”
    “แต่ข้าก็เริ่มเชื่อว่า…บางครั้ง ลมหายใจของคนธรรมดา ก็สามารถเปลี่ยนทิศทางของศึกได้”

    เขาหยิบแผ่นไม้แผ่นหนึ่งขึ้นมาวางบนหิน — เป็นตราของ “เมืองไป่เยวี่ย” ที่เพิ่งก่อตั้ง
    แม้เป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ แต่ในสายตาเขา — มันคือรากฐานแห่งสิ่งใหม่

    ⸻

    ณ เมืองหลวงอวิ๋นซ่าน — สามวันต่อมา

    ในห้องประชุมใต้ดินของค่ายหลัก
    เหล่าขุนพลทั้งห้าและกุนซือทั้งสามมารวมตัวอย่างพร้อมเพรียง
    • ขุนพลเฉินหลงจื่อ: หน่วยรบม้าเร็ว
    • ขุนพลเหยียนจื่ออู๋: ผู้ใช้กลยุทธ์กองรบประจัญหน้า
    • ขุนพลหม่าซื่ออิง: หญิงนักรบหัวใจเด็ดเดี่ยว
    • ขุนพลซูจื่อเหวิน: ผู้เชี่ยวชาญการรบภูเขาและโจมตีจากเงา
    • ขุนพลเวินหลงเทียน: มือปืนกลและปืนไฟแนวหน้า

    พร้อมกับ
    • หรงซูเหยา: กุนซือกลศึก
    • ลี่เสวียน: กุนซือข่าวกรอง
    • อวี้เหวินฮุย: กุนซือเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ภายใน

    เฟิงหมิงก้าวเข้ามาท่ามกลางสายตาทุกคู่
    และประกาศเพียงสั้น ๆ

    “ตั้งแต่วันนี้ กองกำลังของเรา…จะเปลี่ยนจาก ‘กองรบ’ เป็น ‘โครงสร้างของอนาคต’”
    “เราจะเตรียมรบกับทุกแคว้นที่ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง”
    “แต่เราจะไม่เริ่มศึก — จนกว่าจะจำเป็น”

    คำพูดที่ไม่ใช่แค่ของแม่ทัพ แต่คือเสียงของผู้วางรากฐานโลกใหม่
    เงาเหล็กจากแคว้นซือหยูอาจผ่านพ้นไปแล้ว
    แต่เสียงกรีดของศัสตราอื่น ๆ เริ่มสั่นสะเทือนในที่ลับทั่วแผ่นดิน

    ⸻

    ท้ายบท — บันทึกแห่งแคว้นเฟิง

    “เมื่อแคว้นหนึ่งเริ่มกล้าเปลี่ยน แคว้นอื่นย่อมหวาดหวั่น
    เมื่อผู้หนึ่งเริ่มกล้าพูด โลกย่อมเริ่มฟัง
    และเมื่อเงาแห่งเหล็กไม่ได้ถือดาบ…นั่นแหละคือวันที่โลกเริ่มสั่น”
    — จากบันทึกลับของหรงซูเหยา ปีที่ 12 หลังศึกอวิ๋นซ่าน


    คล้ายกับเรื่องสายลมไม่สิ้นชื่อข้า(名隨風在) ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258