บทที่ 33
เสียงเอฟเฟกต์ที่เด็กๆทำนั้นค่อยๆเบาลงๆ เพราะพวกเขาต้องรีบมุดออกจากฉากกั้นร้านไป แน่นอนว่าเสียงพวกนี้มันต้องทำให้เกิดข้อพิรุธหลายอย่าง ที่พวกบอดี้การ์ดซึ่งฟังเสียงอยู่ตลอดเวลานั้นต้องให้ความสนใจ และกรเองก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีเขาจึงเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว‘ตอนนี้ฉันก็ส่งข้อความไปให้คุณเดวิดแล้ว หวังว่าเขาจะจัดการทุกอย่างได้ราบรื่นนะ’ กรคาดหวังกับแผนการของเขาว่ามันจะต้องสำเร็จให้ได้ แต่สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือต้องถ่วงเวลาพวกหน้าโหดเอาไว้ตรงนี้เท่านั้น ในที่สุดสิ่งที่กามเทพหนุ่มกังวลก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อบอดี้การ์ดขี้สงสัยคนหนึ่งหันมาเพื่อดูว่าเหตุใดเสียงของกิจกรรมสุขสันต์ของเจ้านายจึงเงียบไป“หืม? เอ่อ...ลูกพี่ครับเจ้านายหายไปไหนแล้ว?” บอดี้การ์ดหน้าใหม่ในทีมกล่าวถามกับหัวหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะที่จริงการแอบดูเจ้านายนั้นถือเป็นความผิด“นี่แกกล้าขัดคำสั่งเจ้านายได้ยังไง หันกลับมานี่!” หัวหน้าบอดี้การ์ดรีบต่อว่าลูกน้องทันที เพื่อไม่เขาต้องถูกเจ้านายลงโทษหากถูกจับได้“ผมพูดจริงนะลูกพี่ เจ้านายไม่อยู่แล้วแถมยัยพริตตี้นั่นก็หายไปด้วย!” คราวนี้บอดี้การ์ดหน้าใหม่ไม่รีรออะไรอีกเพราะเรื่องนี้มันร้ายแรงเกินไป หลังจากตะโกนออกมาเสร็จเขาก็วิ่งเข้าไปทันทีโดยไม่ฟังคำค้านของหัวหน้า“เฮ้ย! เดี๋ยว” สุดท้ายหัวหน้าบอดี้การ์ดก็ห้ามตัวหนุ่มไฟแรงไว้ไม่อยู่ เขาจึงต้องหันตามไปเพื่อรั้งความห้าวของลูกน้องไว้ก่อนที่จะถูกชายชราผู้เป็นนายเล่นงาน และนั่นก็ทำให้เขาต้องตกใจจนอ้าปากค้าง เพราะตอนนี้เจ้านายจอมหื่นของเขา และพริตตี้สาวที่ถูกฉุดมาได้หายไปแล้ว“เจ้านาย! หายไปไหนแล้ว?”“เจ้านายสลบอยู่นี่ครับลูกพี่!” บอดี้การ์ดหนุ่มที่วิ่งเข้ามาดูก่อนหน้าเมื่อได้เห็นสภาพเจ้านายที่นอนสลบอยู่หลังโต๊ะพร้อมกับโชว์ท่อนล่างอันเหี่ยวเฉาออกมารับลมก็ตะโกนเรียกหัวหน้าของตนอย่างรีบร้อน“ว่าไงนะ!” ไม่รอช้าหัวหน้าบอดี้การ์ดตามเข้าไปดูทันที ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ต้องตกใจตาค้างไปกับสิ่งที่เห็น แต่สิ่งที่พวกเขาเหล่าบอดี้การ์ดสมองกล้ามยังไม่รู้ก็คือด้านหลังโต๊ะอีกตัวซึ่งอยู่ใกล้ๆกันนั้น ยังมีชายหนุ่มสวมหมวกฟางนั่งมุดหลบอยู่ และหากถ้าไม่จำเป็นจริงๆเขาจะไม่โผล่ออกไปแน่นอน ซึ่งเขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากกามเทพฝึกหัดผู้ตกสวรรค์ นายกรคนเดิมไงจะใครล่ะ‘ไอ้หน้าโหดพวกนี้มันรู้ตัวเร็วเกินไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็ยังขยับตัวไม่ได้ คุณเดวิดก็ยังไม่มา จะทำไงดีถ้าพวกมันไล่ค้นบูธไปเรื่อยๆต้องเจอแน่ นี่ฉันต้องออกไปถ่วงเวลาเรียกทีนจริงเหรอเนี่ย’ กรรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าตัวเองนั้นมีร่างครึ่งเทพ แต่ถ้าต้องเจอกับคนมากมายหลายสิบคนแบบนี้ก็อาจจะหนีไม่รอดก็เป็นไปได้ แน่นอนว่าบอดี้การ์ดของพวกคนใหญ่คนโตนั้นต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะมาทำงานคุ้มกันแบบนี้ ถึงพวกเขาจะบ้ากล้าม และชอบใช้กำลังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ใช่มืออาชีพ“พวกแก! แบ่งคนออกไปหาให้ทั่วทุกบูธมันน่าจะยังไม่ออกไปจากฮอลล์นี้ เดี๋ยวฉันจะวิทยุแจ้งรปภ.ให้ปิดประตูไว้ก่อน ส่วนแกไอ้เด็กใหม่วิทยุเรียกหน่วยปฐมพยาบาลมาที่นี่ด่วนเร็วเข้า!” หัวหน้าหน่วยสั่งการอย่างรัดกุม เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องใหญ่ และอยู่ในความรับผิดชอบของพวกเขา ความผิดพลาดครั้งนี้ยากที่จะไม่รับผิดชอบ แต่หากแก้ไขไม่ทันจุดจบของเขานั้นคงไม่ต้องพูดถึงว่ามันน่ากลัวขนาดไหน“รับทราบครับ!” เหล่าบอดี้การ์ดหน้าโหดตอบรับเสียงเข้มอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นก็วิ่งออกไปทำหน้าที่ของตนทันที ทางด้านบูธมูลนิธิชาวไทยภูเขาที่ตอนนี้เด็กๆเอาผ้าใบปิดด้านหน้าบูธเอาไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาเห็นว่าพวกเขากำลังทำอะไร แน่นอนทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้ใครมาสนใจการช่วยเหลือหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นนี่นั่นเอง“ประคองพี่สาวลุกขึ้นมาหน่อย เราต้องเอาน้ำให้เธอดื่ม” เด็กชายตัวเล็กผู้เป็นหัวหน้าแก๊งค์บอกเพื่อนอีกคนให้ทำตาม ก่อนที่เขาจะค่อยๆป้อนน้ำเข้าปากของเมล่อนที่พอจะกลืนน้ำได้บ้าง แต่เพื่อนๆก็ไม่วายที่จะกังวลกับพวกบอดี้การ์ดที่เริ่มกระจายกำลังกันออกตามหาหญิงสาวแล้ว“จาเกอ พวกมันกำลังหาตัวพี่สาวแล้ว พวกเราจะทำไงดี ต้องโดนฆ่าแน่ๆเลย” เด็กชายตัวอ้วนกล่าวถามเพื่อนที่เป็นคนออกความคิดทั้งหมด“ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวพี่ชายก็จัดการได้” จาเกอเช็ดปากให้เมล่อนก่อนที่จะตอบกลับเพื่อนอย่างใจเย็น“พี่เขาเป็นบาทหลวงนะ แถมมีคนเดียวด้วยจะไหวเหรอ?” เด็กอ้วนยังคงไม่มั่นใจกับคำตอบของเพื่อน“เชื่อใจฉันสิ แกก็รู้ว่าฉันไม่เคยมองคนผิด” เด็กชายยังคงมีความมั่นใจในตัวเอง“เออๆ แต่ยังไงพวกเราน่าจะเตรียมทางหนีไว้ด้วยจะดีกว่า”“พี่ชายส่งข้อความไปหาหมอแล้ว เดี๋ยวเขาจะมาช่วยเราเองไม่ต้องห่วง” จาเกอตอบกลับด้วยความมั่นใจ เหมือนกับว่าเด็กชายวัยสิบขวบผู้นี้จะฉลาดเกินวัยของเขาไปมาก ในขณะเดียวกันกับที่เหล่าเด็กๆกำลังคุยกันอยู่ และพวกบอดี้การ์ดส่วนใหญ่ก็ออกไปจากจุดเกิดเหตุแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนการของกรกับจาเกอที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าการที่ปล่อยให้คนจำนวนมากออกตามหาหญิงสาวที่หายไป แต่นั่นก็แค่แผนถ่วงเวลาเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับกรอีกชั้นหนึ่งเท่านั้น‘เหลือตั้งสิบคนเลยเหรอ? ไม่เป็นไร ฉันต้องทำได้สิ’ กามเทพในร่างครึ่งเทพให้กำลังตัวเอง ก่อนที่เขาจะออกแรงถีบโต๊ะที่บังตัวเขาอยู่ เพื่อกระแทกหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนหันหลังให้นั่นเอง“ปัง! ปึก!” เสียงกระแทก และล้มลงของชายร่างใหญ่ล้มหงายหลังอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเป็นไปตามที่กรได้คาดการณ์เอาไว้พอดิบพอดีเหมือนจับวาง เมื่อท้ายทอยของหัวหน้าบอดี้การ์ดกระแทกกับพื้นปูนแข็งๆถึงเขาจะไม่ได้สลบไป แต่จะต้องเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนลุกไม่ขึ้นไปสักพักอย่างแน่นอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าเหล่าบอดี้การ์ดนับสิบ เรียกร้องความสนใจได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าชายหนุ่มผู้สวมหมวกฟางไม่สามารถซ่อนตัวได้อีกต่อไป กรลุกขึ้นมายืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยมาดเท่ ต่อหน้ากลุ่มคนหน้าโหดอย่างไม่เกรงกลัว(แค่ภายนอก) โดยที่ปีกหมวกกว้างยังคงปิดบังใบหน้าของเขาอยู่“เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้!” บอดี้การ์ดหนุ่มชักปืนพกออกมาจากเสื้อสูทด้วยความเร็วสูง พร้อมกับชี้ไปที่กรอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นว่าเขานั้นผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี“ฉันหยุดแล้ว แกนั่นแหละที่ยังไม่หยุด” กรตอบกลับอย่างกวนประสาท ซึ่งมันเป็นความตั้งใจของเขาเพื่อถ่วงเวลานั่นเอง“กวนตีนนะมึงอ่ะ! ยกมือขึ้นช้าๆ ถ้าไม่อยากถูกยิง” บอดี้การ์ดหน้าใหม่ด่ากลับไป พร้อมกับขู่ให้คนประหลาดตรงหน้ายอมจำนน“หึๆ สำหรับพวกสมองมีแต่กล้ามอย่างพวกแกคงไม่รู้สินะ ว่าหากยิงคนที่ไม่มีอาวุธจะต้องโดนข้อหาหนักแค่ไหน อ้อ! แล้วอย่าบอกนะว่าพวกแกมีเจ้านายคุ้มกะลาหัวอยู่จะไม่โดนตำรวจจับแน่นอนน่ะ แต่แกอย่าลืมสิว่าตอนนี้ไอ้แก่หื่นกามนี่นอนเจ็บตัวอยู่นี่แล้ว ยังไงพวกแกทั้งหมดก็ต้องถูกลงโทษ อย่าหวังเลยว่าจะรอดคุกถ้ายิงคนน่ะ” กรกล่าวคำข่มขู่กลับไปอย่างยืดยาวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ(ถึงแม้ว่าในใจจะโคตรสั่นเลยก็ตาม) มันไม่ได้เป็นเพียงแค่การถ่วงเวลา แต่ยังทำให้พวกบอดี้การ์ดเริ่มลังเลที่จะลงมืออย่างเด็ดขาดกับกรด้วย“ปากดีนะมึง! มึงต้องการอะไรกันแน่?” บอดี้การ์ดหนุ่มลดปืนลง ก่อนที่จะกล่าวถามกลับไปถึงจุดประสงค์ของชายน่าสงสัยที่ไม่กลัวตายตรงหน้า“ต้องการอะไรเหรอ? ฮ่าๆๆ นี่พวกแกยังไม่รู้อีกเหรอ?” กรตอบกลับกวนๆไปอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นหัวหน้าบอดี้การ์ดก็รีบลุกขึ้นมาก่อนที่ลูกน้องของเขาจะพูดอะไรมากไปกว่านี้“ไอ้เด็กใหม่หุบปากซะ! ฉันจะคุยกับมันเอง เฮ้ย! ไอ้หนุ่มใครส่งแกมา!” หัวหน้าผู้มากประสบการณ์พูดเข้าเรื่องกับกรทันที เพราะเขาคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน“แก๊งค์หมวกฟาง รู้จักปะ!”