วันนี้หลังจากที่เธอทานข้าวเช้ากับลูกๆเสร็จเธอก็พาลูกๆทั้งสองเดินมาหลังบ้าน วันนี้เธอตั้งใจว่าจะทำสวนหลังบ้าน เตรียมแปลงผักเพิ่ม หลังจากที่แผนการเมื่อวานเธอคิดไว้ว่าจะทำสวนเธอกับลืมทำซะงั้น วันนี้เลยรีบลุยถางหญ้า ขุดดินขึ้นแปลงผักไว้หกแปลง ่เช้าวันนี้ทำให้จางเล่อเหลียนยุ่งอยู่กับการเตรียมแปลงผักหลังบ้าน เมื่อขุดขึ้นแปลงผักเสร็จ เธอก็ชวนลูกๆไปบ้านใหญ่ เพื่อไปขอซื้อมูลไก่มาผสมดินปลูกผัก เธอจำได้ว่าบ้านใหญ่กู่เลี้ยงไก่ไข่ไว้หลายตัว แถมมีมูลไก่เยอะมาก เพราะเลี้ยงมาหลายปีแล้ว เธอจึงเอา จอบ และกระสอบใส่รถเข็น แล้วเดินเข้าไปหยิบซาลาเปาที่เธอทำไว้เมื่อเช้าไปให้บ้านใหญ่ด้วย
หลังจากนั้นเธอก็พาลูกๆเดินเข็นรถเข็นไปบ้านใหญ่ทันที เมื่อไปถึงบ้านใหญ่เธอก็เจอกับพ่อเฒ่ากู่นั่งสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่หน้าบ้าน และแม่เฒ่ากู่ก็นั่งจักตอกไม้ไผ่อยู่ข้างๆพ่อเฒ่า เนื่องจาก่นี้เป็่ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วทำให้งานในทุ่งนาไม่มีอะไรให้ทำมากจึงทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองอยู่บ้านในวันนี้
"อ่าวสะใภ้รอง เข็นรถจะไปไหนเหรอ" พ่อเฒ่ากู่เอ่ยทักสะใภ้รองขึ้น เพราะเขาไม่ค่อยได้เจอสะใภ้คนนี้สักเท่าไหร่
"สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณแม่ พอดีฉันจะมาขอซื้อมูลไก่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่หน่อยนะคะ ว่าจะเอาไปผสมดินปลูกผักไว้กินเพิ่มนะคะ"
"สวัสดีค่ะ /สวัสดีครับ คุณปู่คุณย่า"
"สวัสดีลูก " พ่อเฒ่ากู่พูดรับคำทักทายของสะใภ้รองและหลานๆ
"อือ แล้วเธอจะเอาเยอะแค่ไหนละสะใภ้รอง ฉันคิดกระสอบละ 3 เหมา แล้วกันนะ" แม่เฒ่ากู่เห็นลู่ทางจะได้เงินก็รีบพูดขึ้นมาทันที
"อะไร ! จะมาเสียเงินทำไม คนกันเองจะเอาเท่าไหร่ก็ไปตักเอาเถอะลูก พ่อไม่คิดเงินหรอกนะ" พ่อเฒ่ากู่พูดขัดแม่เฒ่ากู่ทันที
"ได้ไงคะคุณ ไก่เราก็เลี้ยงให้กินข้าวกินผักทุกวัน อะไรที่พอจะขายได้เราก็ควรจะขายนะคะ อีกอย่างสะใภ้รองเธอก็ขอซื้อเองนะคะ"
แม่เฒ่ากู่นางไม่ยอมเสียละ เธอจะได้เงินอยู่แล้วตาเฒ่าจะมาขัดขวางนางทำไม
"เธอ! จะอะไรหนักหนา มูลไก่แค่นี้ " พ่อเฒ่ากู่พูดขึ้นเสียงใส่แม่เฒ่ากู่
"ก็สะใภ้รองขอซื้อก็ขายๆไปเถอะคุณ"
แม่เฒ่ากู่พอได้ยินสามีขึ้นเสียใส่ แถมยังหันมาจ้องหน้านางด้วยสีหน้าไม่พอใจ เธอก็หน้าเสีย เธอไม่กล้าพูดอะไรอีกได้แต่หันหน้าหนีไปทางอื่น
"สะใภ้รองจะเอาเท่าไหร่ก็เอาเลยลูก เอาไปให้พอใช้ล่ะ ไม่ต้องเกรงใจ เราคนบ้านเดียวกันอย่าไปคิดเล็กคิดน้อย" พ่อเฒ่ากู่พูดขึ้นและยังหันไปพูดสอนภรรยาตัวเองด้วย
"ขอบคุณค่ะคุณพ่อ วันนี้ฉันทำซาลาเปาไว้เมื่อเช้าเลยแบ่งมาฝากด้วยนะคะ"
"โอ้ ขอบใจสะใภ้รองมาก ทีหลังไม่ต้องเอามาให้ก็ได้ลูกเก็บไว้ให้หลานๆกินกันเองด้วย เมื่อวานก็พึ่งจะให้ไข่พะโล้มาเอง ต้องขอบใจสะใภ้รองมากนะที่แบ่งให้มาทานอร่อยมากๆเลย เด็กๆชอบกันใหญ่เลยแม้แต่น้ำพวกเขาก็ไม่ให้เหลือเลยนะ"
"คุณปู่ครับซาลาเปาแม่อร่อยมากครับผมทานไปสี่ลูกเลย" ิเฉินทำเป็ยกมือขึ้นมาเหมือนจับซาลาเปามากัดกินประกอบคำพูดของเขาให้คุณปู่เชื่อมามันอร่อยจริงๆ
ฮ่าๆๆ ทุกคนหันมาหัวเราะกู่ิเฉิน เพราะท่าทางที่เขาทำประกอบกับการพูด คงจะอร่อยจริงๆสินะถึงแก้มกลมป่องขนาดนี้
เว้นเสียแต่แม่เฒ่ากู่ที่คิดในใจว่าจางเล่อเหลียนสอนหลานชายของนางให้เป็ตัวล้างผลาญจริงๆ วันๆหนึ่งถึงคิดได้แต่เื่กิน
จากนั้นจางเล่อเหลียนก็เดินไปที่เล้าไก่ที่ทำด้วยไม้ไผ่ โดยมีพ่อเฒ่ากู่มาช่วยตักมูลไก่ใส่กระสอบให้เองด้วย ลูกๆทั้งสองก็มาช่วยคุณปู่จับกระสอบถึงพวกเขาจะบ่นว่าเหม็นมูลไก่แต่ก็ยังคงช่วยทำต่อจนเสร็จ วันนี้เธอได้มูลไก่มา 2 กระสอบ พ่อเฒ่ากู่จะตักให้อีกแต่เธอบอกว่าแค่นี้ก็พอแล้ว พ่อเฒ่าจึงหยุดตัก
"ทำไมเอาไปเยอะจังเลยล่ะ ไม่ต้องเอาไปเยอะขนาดนั้นก็ได้มั้ง เก็บไว้ใส่แปลงผักเราด้วยสิตาเฒ่า"
แม่เฒ่ากู่ก็มายืนดูอยู่หน้าเล้าไก่ไม่ยอมไปไหน นางไม่อยากจะให้สะใภ้รองเอามูลไก่เธอไปเยอะขนาดนี้ ก็ไม่ได้ซื้อแล้วก็ควรจะเอาไปนิดเดียวก็พอ แต่สามีนางกับตักใส่กระสอบให้สะใภ้รองเองกับมือขัดใจนางจริงๆ แต่นางก็อดพูดไม่ได้ จนได้รับสายตากดดันจากพ่อเฒ่ากู่ นางจึงหุบปากลง
"หยุดพูดเถอะ" พ่อเฒ่ากู่พูดเสียงเรียบพร้อมส่งสายตากดดันมาทางภรรยาของตน
จางเล่อเหลียนรู้สึกขอบคุณพ่อเฒ่ากู่มากท่านเป็คนที่ใจดีมากคนหนึ่ง มีความอ่อนโยนโดยเฉพาะกับหลานๆ พ่อของลูกๆเธอจะเป็เหมือนพ่อเฒ่ากู่หรือเปล่านะ อ่ะเธอคิดถึงเขาอีกแล้ว พอๆ แล้วเธอก็หันไปเห็นพ่อเฒ่ากู่เดินไปเรียกหลานๆมาเอาซาลาเปาไปกินกัน พ่อเฒ่ากู่แบ่งซาลาเปาให้หลานๆเท่าๆกันโดยไม่หันมาฟัง คำพูดของแม่เฒ่ากู่เลยว่าจะรีบแบ่งให้กินทำไมกันตอนนี้ อีกหน่อยก็กินข้าวเที่ยงอยู่ดี สิ้นเปลืองเปล่าๆ แม่เฒ่ากู่มองตามด้วยสายตาเสียดาย เธออุตส่าห์จะเก็บไว้กินตอนเที่ยงจะได้ไม่ต้องให้สะใภ้สามทำอาหารเที่ยงประหยัดไปได้หนึ่งมื้อเลยนะ
จางเล่อเหลียนพูดขอบคุณ และพาลูกๆเอ่ยลาผู้เฒ่าทั้งสอง แล้วพาลูกเข็นรถมูลไก่กลับไปบ้าน จากนั้นเธอก็เอามูลไก่ไปผสมดินไว้ เมื่อผสมดินเสร็จแล้วก็ต้องทิ้งไว้สัก 2-3 วัน ถึงจะมาลงเมล็ดผักได้ แล้วเธอก็เข้าครัวอุ่นอาหารให้ลูกๆกินก่อนจะให้พวกลูกๆไปนอนกลางวัน
่บ่ายจางเล่อเหลียนก็เตรียมทำสบู่เพิ่ม วันนี้เธอจะทำสบู่ออร์แกนิค เธอเอาอุปกรณ์และส่วนผสมที่ใช้ทำสบู่ออกมาจากมิติ มีทั้งกลีเซอรีนแบบแข็งชนิดใส ขมิ้นผง น้ำผึ้ง หัวน้ำหอม ถาดใส่สบู่ แม่พิมพ์ ฟ๊อกกี้ใส่แอลกอฮอล์ เครื่องชั่ง ดีนะที่เธอมีของพวกนี้อยู่จำนวนมาก ถ้าทำไว้ขายก็คงจะได้หลายพันก้อนเลยล่ะ อีกอย่างสบู่ที่เธอทำไว้ในมิติก็ยังมีอีกเป็พันก้อน ถ้าหากในอนาคตส่วนผสมบางอย่างหมดไปเธอก็อาจจะหาได้แล้ว เพราะว่าสถานะการก็น่าจะดีขึ้นภายในปีหน้า ถ้าจำไม่ผิดปีหน้า 1978 จะมีการปฏิรูประบบต่างๆ อย่างระบบการศึกษา ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศก็เริ่มดีขึ้น ประชาชนเริ่มทำการค้าขายมากขึ้น ถือเป็การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านที่ทำการเกษตรก็เริ่มจะมีสิทธิ์ในการทำงานในที่ไร่ที่นาของตัวเอง คือครอบครัวไหนทำได้เท่าไหร่ก็ได้เท่านั้นโดยไม่ต้องแบ่งให้กับรัฐหรือส่วนกลางแล้ว ซึ่งจะทำให้ความเป็อยู่ของชาวบ้านดีขึ้นไม่ต้องอดอยากเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้นเธอจึงต้องรีบหาเงินให้ได้มากที่สุด เธออยากได้ที่นาหรือที่ไร่ ถึงไม่ทำเองก็ปล่อยเช่าได้ หรืออาจจะซื้อตึกเปิดร้านอาหารเหมือนเมื่อครั้งก่อนหาคนที่ไว้ใจได้สอนทำเมนูเฉพาะร้านของเธอ แล้วคอยบริหารอยู่ข้างหลังก็ยังได้ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว
"อ่าว!ฉันต้องรีบทำสบู่นี่ ตายจริง! คิดเยอะไปหน่อย "
จากนั้นจางเล่อเหลียนก็เริ่มทำสบู่เธอนำหม้อขึ้นตั้งที่เตาเติมน้ำเล็กน้อยอุ่นด้วยไฟกลาง จากนั้นก็เอากลีเซลรีนมาหันชั่งปริมาณตามที่้าใส่ลงในหม้อ พอกลีเซอรีนละลายดีแล้วเธอก็เติมน้ำผึ้ง ผงขมิ้น และหัวน้ำหอมลงไปคนให้เข้ากัน เตรียมแม่พิมพ์มาวางและถาดใส่สบู่ เธอนำฟ๊อกกี้มาฉีดแอลกอฮอล์ให้ทั่วแม่พิมพ์เพื่อเวลาเทสบู่ลงไปจะได้ไม่เกิดฟองขณะที่สบู่เย็นตัว เธอจัดการเทสบู่ที่ยังอุ่นๆอยู่ลงในแม่พิมพ์จนเสร็จแล้วค่อยฉีดแอลกอฮอล์อีกครั้งเพื่อให้หน้าสบู่เรียบและไม่เป็ฟองอากาศ จากนั้นก็รอให้สบู่เย็นตัวค่อยแกะออกจากแม่พิมพ์ เก็บไว้ในมิติจะได้ไม่โดนลม วันนี้เธอทำได้ประมาณ 800 ก้อน ถึงการทำสบู่จะดูไม่ยาก แต่ก็ทำให้เธอใช้พลังงานไปมากเลยทีเดียว ตอนนี้สบู่ยังเป็สินค้าหายากเธอก็ต้องรีบกอบโกยก่อนแล้วกันนะ
โรงพยาบาลค่ายทหารเขตเหนือ
"กู่ิหลง ฉันคิดว่านายควรพักก่อนนะยังมีเวลาอีกเยอะ" ซ่งหานตงพยายามพูดให้กู่ิหลงพักจากการหัดเดิน เขาเห็นเพื่อนพยายามหัดเดินเป็เวลาเกือบๆจะชั่วโมงแล้วทั้งๆที่ขาข้างซ้ายนั้นแทบจะก้าวไม่ออกแล้ว หากไม่มีไม้เท้าและเขาคอยช่วยจับก็ไม่อยากจะคิดเลยว่ากู่ิหลงจะล้มเจ็บแค่ไหน
"อือ พักก่อนก็ได้" เขาเองก็เริ่มจะทรงตัวไม่ไหวแล้ว
ซ่งหานตงพากู่ิหลงมานอนพักที่เตียงคนไข้ หลังจากช่วยเพื่อนขึ้นนอนแล้วเขาก็รีบพูดเตือนเพื่อนของเขาทันที
"ฉันว่านายใจร้อนเกินไปนะ มันจะเป็อันตรายกับนายเสียเปล่า นี้ก็ผ่านมาแค่หนึ่งอาทิตย์เองหลังจากที่นายฟื้น หมอก็บอกว่านายควรพักผ่อนก่อนอย่าพึ่งรีบ อย่างน้อยก็ควรพักจนกว่าแผลจะหายนะ ถ้านายยังทำแบบนี้ต่อไปอาการนายอาจจะแย่ลงได้นะ หากนายยังรั้นจะทำแบบนี้"
"ขอบใจนายมากที่เตือนฉัน ฉันก็แค่เบื่อ นอนนานๆมันทำให้ฉันคิดว่าตัวเองเป็คนพิการ แค่อยากจะเดินให้ได้เร็วๆ แต่ก็ขอบใจนายมากที่เตือนฉัน"
เขาเข้าใจที่เพื่อนพูดแต่จะให้เขาทำยังไงเขาเคยเดินได้ อยู่ๆต้องมานอนนิ่งๆบนเตียง ต้องคอยใช้มือยกขาข้างซ้ายที่มันมีความรู้สึกเจ็บ แต่ไม่สามารถก้าวเดินได้ มันทำให้เขาเครียดจนอยู่นิ่งๆไม่ได้
"เฮ้อ!...." เขายังจะเดินได้อยู่ไหมนะ
#ตรวจคำผิดแค่ครั้งเดียวนะคะ หากเจอคำผิดอยู่ต้องขอโทษด้วย สภาพร่างกายไม่ไหวจริงๆค่ะวันนี้