ย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ

    ตอนที่ 41 แรงกดดันในใจของเหล่าทหาร & ลูกเมียน้อย

    ตอนที่ 41 แรงกดดันในใจของเหล่าทหาร & ลูกเมียน้อย

    ณ ห้องสักห้องในโรงอาหารมหาลัยหลินฮวา

    ภายในห้องขนาดไม่ใหญ่มาก หลินฟาน เจียงเป่าและจางหยาน ทั้งสามคนกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน ด้านหน้าของทั้งสามคนมีแผนที่ของมหาลัยหลินฮวากลางเอาไว้อยู่

    หลังจากการกวาดล้างพวกซอมบี้รอบๆ โรงอาหาร หลินฟานก็ไม่ได้หยุดพัก ตอนนี้เขาต้องทำงานแข่งกับเวลา เขาไม่มีเวลามาพัก

    เมื่อกวาดล้างเสร็จหลินฟานก็เตรียมตัวเริ่มแผนต่อไปทันที

    “ รายงานการเก็บเกี่ยวของเรา และกำลังรบตอนนี้ “

    หลินฟานพูดขึ้นขณะมองไปทางเจียงเป่า

    เจียงเป่าตอบว่า

    “ พวกเราได้รับผลึกระดับ 1 จำนวน 2,800 ชิ้น จากการกวาดล้างล่าสุด เราเสียทหารไปในการต่อสู้ครั้งนี้ 10 คน ทหารทั้ง 10 คน โดนซอมบี้กัดและเพราะพวกเขายังไม่ได้รับน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัส พวกเขาจึงต้องโดนฆ่า

    “ ส่วนเรื่องกำลังรบตอนนี้

    “ พวกเรามีดาบวิญญาณจำนวน 873 เล่ม โล่วิญญาณจำนวน 467 ชิ้น เรากำลังเอาผลึกจำนวน 2,800 ชิ้น ไปหมุนอีก คาดว่าหากหมุนเสร็จจำนวนอาวุธวิญญาณของเราน่าจะมีจำนวนรวมๆ กัน 1,500 ชิ้นครับ!! “

    นี่เป็นผลสรุปที่เจียงเป่าได้รับการสรุปมา

    หลินฟานพยักหน้า ถึงยังไม่มีอาวุธวิญญาณตามที่เขาหวังเอาไว้ แต่จำนวนขนาดนี้ก็น่าจะเพียงพอในการฟาร์มเลเวล ยังไงพวกทหารก็ต้องมีพักบ้าง ให้พวกทหารผลัดกันเข้าจัดการซอมบี้ก็ได้ ใครพลัง HP หมดก็ส่งต่ออาวุธวิญญาณให้คนอื่น

    จางหยานเสนอความคิดขึ้นว่า

    “ คุณหลิน ข้ารับใช้คนนี้คิดว่าพวกเราควรรอก่อนครับ พวกเราควรรอให้ทหารพวกเราได้อาวุธวิญญาณครบทุกคน แล้วก็ได้รับน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัสให้ครบทุกคนก่อน

    “ ทหารที่ตายไปในการต่อสู้ล้วนตายเพราะไม่ได้รับน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัสทั้งนั้น ตอนนี้ขวัญกำลังใจของพวกทหารกำลังตก สู้ตอนนี้อาจเป็นปัญหาได้ “

    “ คุณพูดแบบนี้ก็แปลว่า กองทัพพวกเราไม่เจอรูเล็ตเครื่องอื่นในมหาลัยใช่ไหม? “

    หลินฟานถาม

    จางหยานพยักหน้า แล้วตอบว่า

    “ ครับ… “

    “ ถ้างั้นคุณกำลังจะเสนอเรื่องประมาณว่า ให้พวกเราเอาเฮลิคอปเตอร์โจมตีเอาผลึกที่ได้รับมาไปหมุนที่รูเล็ตที่คฤหาสน์ตระกูลหลิน เพราะถ้าทำแบบนั้นทหารจะได้รับน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัสกันทุกคน

    “ แล้วก็จะบอกประมาณว่า เมื่อพวกทหารได้น้ำยาป้องกันเชื้อไวรัส พวกทหารก็จะมีกำลังใจในการต่อสู้มากขึ้น แบบนี้ใช่ไหม? “

    “ ครับ!! “

    จางหยานพยักหน้าตอบอีกครั้ง

    สิ่งที่เขาต้องการจะบอกเป็นแบบนั้นจริงๆ เมื่อทหารมีกำลังใจและไม่มีความกลัวที่จะติดเชื้อไวรัสซอมบี้ พวกทหารก็จะกล้ากันมาก เมื่อทหารกล้ากันมากขึ้นพวกทหารก็จะทำผลงานได้ดีขึ้น จางหยานมั่นใจว่าทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

    หลินฟานส่ายหน้า จากนั้นก็พูดว่า

    “ งั้นผมขอถามคุณหน่อยว่าทำไมผมต้องเอาเฮลิคอปเตอร์โจมตีขึ้นรถบรรทุกมา และพอเข้าใกล้มหาลัยหลินฮวาผมถึงให้ขึ้นบิน “

    จางหยาน “ ?…? “

    หลินฟานเห็นจางหยานไม่ตอบ เขาก็พูดต่ออีกว่า

    “ บนฟ้ามันก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน คุณคิดว่า มันมีเพียงสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนบกและในน้ำงั้นเหรอที่แข็งแกร่งขึ้น ในสมัยก่อน หากมนุษย์สู้กับนกมนุษย์ก็คงเอาชนะได้ไม่ยาก แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว นกตัวใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ถึงสัตว์กลายพันธุ์ส่วนมากจะเป็นเพียงระดับ  1 ในตอนนี้

    “ แต่นกกลายพันธุ์หลายๆ ชนิด ก็ทำให้เฮลิคอปเตอร์โจมตีร่วงได้

    “ หากเราให้บินบ่อยๆ ก็คงไม่พ้นเป็นเหยื่อของพวกนกกลายพันธุ์

    “ อีกอย่าง คุณลืมเรื่องการพัฒนาของซอมบี้ไปแล้วงั้นเหรอ ผมว่าผมก็ย้ำเตือนไปหลายครั้งแล้วนะว่าพวกซอมบี้จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อพวกมันพัฒนา “

    หลินฟานมองจางหยานด้วยสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่

    หลินฟานยอมรับว่าจางหยานฉลาด แต่เขายังมีประสบการณ์ในวันโลกาวินาศน้อยเกินไป ให้เฮลิคอปเตอร์โจมตีบินกลับไปงั้นเหรอ? มันก็คงไม่รอดไปถึงคฤหาสน์ตระกูลหลินหรอก มันคงตกแถวๆ มหาลัยหลินฮวานี่แหละ!

    จางหยานถามขึ้นว่า

    “ แต่คุณหลินบอกว่า ตามความฝันของคุณพวกซอมบี้ระดับ 2 จะปรากฏออกมาหลังจากวันโลกาวินาศผ่านไป 1 เดือน ไม่ใช่เหรอครับ? “

    หลินฟานพยักหน้า เขาพูดไปแบบนั้นออกไปจริงๆ แต่ดูเหมือนจางหยานจะเข้าใจอะไรผิดไปนิดหน่อย

    ส่วนเรื่องความฝัน หลินฟานไม่อยากใช้คำว่าย้อนเวลาเพราะมันดูเหนือธรรมชาติเกินไป ใช้คำว่าความฝันที่เปรียบเหมือนการทำนายมันดูเข้าถ้ามากกว่า เพราะงั้นหลินฟานจึงบอกว่า เขารู้เรื่องทั้งหมดจากความฝัน รู้เพราะสายเลือดตระกูลหลินทำนายอนาคตของโลกได้ พูดแบบนี้มันน่าเชื่อถือกว่าเยอะ

    หลินฟานเริ่มอธิบายว่า

    “ ถูก! แต่คุณกำลังเข้าใจความหมายผิด ผมบอกไปว่าพวกมันปรากฏตัวครั้งแรกก็คือ 1 เดือน หลังวันโลกาวินาศ คำว่าปรากฏตัวครั้งแรกก็คือมีมนุษย์เห็นแล้วมนุษย์คนนั้นรอดกลับมาบอกคนอื่นๆ

    “ แต่นั่นก็คือในกรณีคนรอดกลับมา แล้วก่อนหน้านั้นละ ไม่มีใครรู้ว่าก่อนหน้านั้นมีพวกมันหรือเปล่า ก็อย่างสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเคน ก่อนรัสเซียบุกยูเคน สื่อทุกสำนัก นักวิเคราะห์ทุกสำนัก ทุกคนต่างคิดว่ารัสเซียไม่กล้าบุก แต่แล้วเป็นยังไง?

    “ สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ คุณจะเชื่อแต่ข้อมูลเดิมๆ ไม่ได้ อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอนทั้งนั้น ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน

    “ ซอมบี้ระดับ 2 ก็เหมือนกัน คุณจะเชื่อแต่ข้อมูลเดิมๆ ไม่ได้ พวกเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง พวกมันปรากฏตัวออกมาหลังวันโลกาวินาศ 1 เดือน ก็จริง แต่นั่นคือมีคนเห็น มันอาจจะพัฒนาตั้งแต่เกิดวันโลกาวินาศ 1 วันหรือ 1 ชั่วโมง เพียงแต่ไม่มีคนเห็นพวกมันเท่านั้น “

    หลินฟานพยายามอธิบายจากประสบการณ์ตรงของเขา

    ในวันโลกาวินาศ ความรู้ที่รู้เมื่อวานอาจจะกลายเป็นความรู้เก่าก็ได้ เพราะงั้น สิ่งที่ผู้คนในวันโลกาวินาศต้องจำจึงไม่ใช่ความรู้ แต่มันคือการคาดการณ์ต่างหาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องคาดการณ์เอาไว้ก่อน

    อย่างเช่นตอนนี้ ถึงหลินฟานอาจจะมีข้อมูลมาจากชาติที่แล้ว แต่เขาก็คาดการณ์เอาไว้ก่อนว่าซอมบี้ระดับ 2 อาจปรากฏตัวในการต่อสู้ครั้งนี้

    หากมันเป็นซอมบี้ตระกูล A ตระกูล S ตระกูล M สามตระกูลนี่ หลินฟานมั่นใจว่าเขาสามารถรับมือพวกมันได้ แต่ถ้าหากเป็นตระกูล Z หลินฟานก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ต่อให้มีรถถังและรถหุ้มเกราะ หลินฟานก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะ

    เพราะแบบนั้น เพื่อความปลอดภัยของทหารในกองทัพตระกูลหลิน หลินฟานเลยอยากรีบๆ กำจัดซอมบี้ในโดมคอนเสิร์ตให้เร็วที่สุด เพราะถ้าซอมบี้ตระกูล Z ปรากฏตัวในจุดที่มีซอมบี้หลักหลายแสนตัวแบบนี้ มันคงจะกลายเป็นการทำทุกอย่างให้มีชีวิตรอด แทนการฟาร์มเพิ่มเลเวลแน่ๆ

    “ เข้าใจแล้วครับ “

    จางหยานพยักหน้ารับ

    หลินฟานเริ่มพูดต่อ

    “ ถ้างั้นพวกเราก็มาคุยเรื่องแผนกันดีกว่า ตอนนี้อาวุธวิญญาณจำนวน 1,500 ชิ้น ก็น่าจะเพียงพอแล้วในการเริ่มต้นภารกิจกวาดล้าง ส่วนทหารที่ไม่อยากสู้ผมก็ไม่บังคับ ทหารทุกคนที่ไม่ได้รับน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัส พวกเขาทุกคนสามารถเลือกได้

    “ แต่! ทหารเหล่านั้นจะโดนบันทึกชื่อเอาไว้ ทหารพวกนั้นจะเลื่อนขั้นยากกว่าปกติและจะไม่ได้รับหน้าที่สำคัญอีกต่อไป แต่จะไม่มีการไล่ออกจากกองทัพ และผมก็ไม่อนุญาตให้ลาออกด้วย

    “ ชีวิตในวันโลกาวินาศไม่มีคำว่าปลอดภัย ตัวผมเองจะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ และผมก็ยอมรับมันได้ แต่ถ้าทหารพวกนั้นยอมรับว่าตัวเองจะตายไม่ได้ก็ไม่ต้องมาสู้ หาหน้าที่ปลอดภัยๆ ให้พวกมันทำ แล้วลดระดับในการเป็นผู้อยู่อาศัยเป็น ระดับ 0 ให้หมด

    “ ผมไม่สนใจว่าทหารคนนั้นจะเคยอยู่ระดับไหน แต่หากเลือกไม่สู้ครั้งนี้ทหารทุกคนก็จะเหลือตำแหน่งเพียงระดับ 0 เท่านั้น ถ้ากลัวตายก็ไม่ต้องให้พวกมันมาสู้ ถ้ากลัวตายจากการต่อสู้ ก็เชิญพาครอบครัวอยู่แบบอดๆ อยากๆ ในค่ายไปสะ!!

    “  ช่วยไปย้ำเตือนพวกทหารแบบที่ผมพูดด้วย “

    “ ครับ!! “

    “ ครับ!! “

    เจียงเป่าและจางหยานตอบรับพร้อมกัน

    พวกเขาทั้งสองรู้ดีว่าหลินฟานไม่ได้จะให้ทางเลือกแบบที่ตัวเองพูดมา ไม่ได้รับหน้าที่สำคัญ! เลื่อนขั้นยากกว่าปกติ! เพียงสองคำนี้ก็เข้าใจได้แล้วว่านี้คือการเตือนพวกทหาร ส่วนเรื่องการตาย เจียงเป่า และจางหยาน ทั้งสองคนก็คิดว่าหลินฟานพูดถูก

    นี่มันวันโลกาวินาศ ใครก็ตายได้ทั้งนั้น ถ้ากลัวตายและต้องการทำงานปลอดภัยๆ ก็เชิญพาครอบครัวอยู่แบบอดๆ อยากๆ ในค่ายไปสะ!!

    คำพูดของหลินฟานกินใจทั้งสองคนจริงๆ

    ทั้งเจียงเป่าและจางหยาน ทั้งสองก็คิดว่า พวกทหารที่กลัวตายคงจะเข้าใจคำเตือนนี้ หากมีทหารเลือกไม่เข้าต่อสู้ในศึกนี่จริงๆ ทหารคนนั้นคงจะโดนหลินฟานปฏิบัติเหมือนลูกเมียน้อยแน่ๆ ถึงจะไม่มีการไล่ออกจากกองทัพเพราะทหารเป็นสิ่งจำเป็นในวันโลกาวินาศ แต่ชีวิตก็คงมีแต่ความลำบาก

    หลังจากนั้น ทั้งสามก็เริ่มวางแผนเพื่อจัดการกับซอมบี้จำนวน 500,000 ตัว ที่อยู่ในโดมจัดคอนเสิร์ต และหลังจากการวางแผนเสร็จเรียบร้อย เจียงเป่า จางหยาง ทั้งสองก็เริ่มถ่ายทอดสิ่งที่หลินฟานพูด

    [ ไม่บังคับ! ทุกคนสามารถเลือกได้ แต่! คนที่ไม่ยอมสู้จะโดนบันทึกชื่อเอาไว้ และจะไม่ได้รับภารกิจสำคัญพร้อมทั้งเลื่อนขึ้นยากกว่าทหารที่สู้ในศึกครั้งนี้ ]

    เจียงเป่า และจางหยาน ทั้งสองคนพูดแค่นี้ไม่ได้เอาเรื่องครอบครัวมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะหากพูดแบบหลินฟานพูดหมดจริงๆ มันก็เหมือนตระกูลหลินกำลังเอาครอบครัวของทหารมาเป็นตัวประกัน หากพูดแบบหลินฟานพูดทั้งหมด พวกทหารคงคิดว่าตัวเองโดนบังคับให้ทำงานให้ และความภักดีในใจของพวกทหารก็จะค่อยๆ หายไป

    ทหารได้ยินดังนั้น ทุกคนก็เข้าใจได้ทันทีว่าข้อความนี่มันคือการเตือนเป็นนัยๆ จากหลินฟาน

    ได้ไม่รับภารกิจสำคัญ! แค่นี้ก็เลื่อนขั้นยากฉิบหายแล้ว และนี่ยังมีแถมเรื่องเลื่อนขั้นยากมากมาดักเอาไว้อีก นี่มันเหมือนกับหลินฟานจะพูดว่า [ ถ้าแกไม่เข้าร่วมก็จงเป็นทหารยศต่ำไปชั่วชีวิตซะเถอะ ] เขากำลังพูดแบบนี้ออกมาชัดๆ

    ทหารหลายคนลังเล หากพวกเขาเป็นทหารที่ได้รับน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัส พวกเขาจะเข้าร่วมแบบไม่มีปัญหาอะไร

    แต่ทหารส่วนมากในกองทัพยังไม่ได้รับน้ำยาป้องกันเชื้อไวรัส แล้วภาพของทหาร 10 คน ที่ต้องโดนฆ่าตายเพราะแค่โดนกันนิดๆ หน่อยๆ ก็ยังตราตรึงอยู่ในหัวของพวกเขา ไม่ว่าใครก็รักชีวิตตัวเองกันทั้งนั้น ทหารเองก็เช่นกัน

     “ รวมตัว!!! รวมตัว!!! “

    ในระหว่างที่ทหารทั่วโรงอาหารกำลังเต็มไปด้วยใบหน้าหนักใจ เสียงทหารคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้น

    จากนั้นเสียงก็ตะโกนต่อๆ กัน

    “ รวมตัว!!! รวมตัว!!! “

    “ รวมตัว!!! รวมตัว!!! “

    “ รวมตัว!!! รวมตัว!!! “

    ทหารวิ่งมารวมตัวกันที่โรงอาหารอย่างรวดเร็ว พื้นที่โรงอาหารแห่งนี้มันมีพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่แล้ว เมื่อเอาโต๊ะเก้าอี้ออกไป ภายในโรงอาหารก็จุทหารสองพันกว่าคนได้สบายๆ

    ทหารที่มารวมตัวต่างก็หันมองกันด้วยความสงสัย

    พวกเขายังคิดหนักอยู่เลยว่าจะเข้าร่วมในศึกกวาดล้างซอมบี้ 500,000 ตัว ดีไหม แต่ทำไมอยู่ๆ กองทัพถึงได้เรียกรวมตัว

    ระหว่างที่พวกทหารกำลังสงสัย หลินฟานก็เดินไปที่ด้านหน้าของแถวทหาร ด้านหลังของหลินฟานมีเจียงเป่า และจางหยาน เดินตามมาติดๆ

    เห็นภาพที่เกิดขึ้น พวกทหารก็พากันคิดเหมือนๆ กันว่า เอาจริงดิ! คำเตือนพึ่งออกมาถึงหูทหารภายในค่ายได้ไม่ถึง 5 นาที นี่คุณจะให้พวกเราเลือกแล้วงั้นเหรอ?!?!?!

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน