ตอนที่ 46ค่าเสียหายคือแลกเปลี่ยนตึก!
ครู่ใหญ่ ๆหญิงสาววัยสามสิบปีกว่า ๆ กับผู้เฒ่าคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องทั้งคู่กล่าวสวัสดีครูบาอาจารย์ที่อยู่โดยรอบ “เริ่มจากขอโทษขอโพย…”
ส่วนเสือน้อยกะพริบตาใส่ทั้งสองโดยเฉพาะครูเฒ่าเจ้าเล่ห์ ที่เขาไปเจอเมื่อหลายวันก่อน
ที่มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นพลางลอบตะโกนกู่ก้องในใจ “สวรรค์ช่างเข้าข้างคนดี!” ตัวเขาอยากจะตบเข่าดังฉาดเสียเหลือเกิน ทำให้ดังไปทั่วทั้งห้องแต่ทว่าจำต้องฝืนทนอดกลั้นไว้!
ครูเฒ่าก็ออกอาการมึนงงอยู่เหมือนกันเพราะว่าวันก่อนที่ได้เจรจากับไอ้หนูนี่ ตัวเขาก็ได้ขูดรีดอีกฝ่ายเสียเต็มประดาทั้งราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้น ทั้งราคาค่าซื้อต่อกิจการก็เพิ่มขึ้น ไปอีกหลายเท่าตัว
วันต่อมาเจ้าตัวก็มาพร้อมกับทนายความเข้ามาคุยอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ต่อรองกันอยู่นานก็ไม่ยอมลดราวาศอกแม้แต่บาทเดียวทีแรกเขานึกว่าไอ้หนูนี่พูดเล่น ๆ ที่ไหนได้มันเอาจริง
พอเจรจากันถึงจุดหนึ่งทั้งคู่ก็รับกับราคานี้ไม่ไหว ครูเฒ่าก็เลิกวางมาด แถมด่าสาดเสียเทเสียยกใหญ่แถมไล่พวกเขาเยี่ยงหมูเยี่ยงหมาก็ไม่ปาน และการมาในวันนี้ของเขาเองดูท่าจะช่วยหลานชายได้แต่ทว่า…
แม่ของพีขอเจรจาเป็นการส่วนตัวกับเสือน้อยแน่นอนต้องเป็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อยู่แล้วครูในห้องปกครองจึงไม่ขัดขวางการพูดคุยส่วนทางเสือน้อยก็พยักหน้า ตัวเขาอยากคุยกับฝ่ายนั้นใจจะขาด!
“สวัสดีครับคุณน้าคุณครู!” เสือน้อยไม่ขาดมารยาทแม้นจะเป็นคู่กรณีก็ตาม
“สวัสดีจ้ะเสือน้อยแหมชื่อน่ารักเชียว…” เธอไม่ลืมหยอดคำหวาน ไม่มีใครไม่ชอบฟังคำหวานหรอก
“น้าชื่อสมรส่วนนี้คุณปู่แสมเป็นปู่แท้ ๆ ของเจ้าพีน่ะ”
เสือน้อยฉีกยิ้มกว้าง“โลกกลมจังเลยนะครับคุณครู! เจอกันเร็วทีเดียวเชียววันก่อนผมเข้าไปหาคุณครูก็ได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดีเลย จำได้ไม่ลืมเลยครับ”เสือน้อยเปิดคำทักทายที่คาดไม่ถึงออกมา
ทำเอาแม่สมรตะลึงก่อนลอบดีใจ“คนรู้จักเหรอ แบบนี้ก็คุยกันง่ายน่ะสิ!”
แม่สมรหารู้ไม่ว่าปู่แสมเส้นประสาทบนขมับเต้นตึกตัก
เสือน้อยจึงพูดต่อ“วันนี้จะมาเจรจากับผมใช่มั้ยครับคุณปู่แสม” เขาเปลี่ยนคำเรียกแถมถามด้วยเสียงปกติ แต่ดวงตาฉายแววคล้ายหมาป่าจ้องตะครุบเหยื่อ
“แน่นอนว่ามาเจรจา…ก็อยากให้ทุกฝ่ายจบกันด้วยดีนะไม่อยากให้อาฆาตพยาบาท มีอะไรอภัยได้ก็จงอภัยกัน อย่าไปถือสากันเลยเมตตาธรรมค้ำจุนโลกนะพ่อหนุ่ม” ปู่แสมพูดร่ายยาวเหยียด
เสือน้อยก็ยิ้มรับคำเขารู้ว่าตาเฒ่าจิ้งจอกคนนี้กำลังสื่อความหมายอะไรอยู่
เขาผายมือก่อนพูดว่า“แต่ผมไม่ได้ไปหาเรื่องอะไรลูกคุณน้า หลานคุณปู่ เลยนะครับมีแต่โดนอีกฝ่ายหาเรื่องก่อนตลอด ยังจำครั้งนั้นได้มั้ยที่มีเรื่องชกต่อยก็เป็นผมนี่แหละครับที่โดนลูกชายคุณน้าพาพวกมารุมกระทืบ”
เขาได้ปลุกความจำของแม่สมรขึ้นมาอีกครั้ง
สมรเองก็ประหลาดใจเป็นอย่างมากไม่ใช่ว่าเธอจำเสือน้อยไม่ได้ แต่เพราะว่าคราวก่อนเจรจาผ่านพ่อของอีกฝ่าย
“โอ้โฮ...บังเอิญจริงเชียว!”เธอไม่รู้จะพูดแก้ตัวยังไงดี
“ไม่บังเอิญหรอกครับดูท่าคำที่คุณปู่แสมพูดมา ผมว่าควรย้อนไปบอก ‘เพื่อนพี’ เสียหน่อยดีกว่านะครับ ผมก็อยู่ของผมเฉย ๆ ตั้งใจขายของอยู่ทุกวันกลับเป็นลูกชายคุณน้านั่นแหละที่ชอบมาหาเรื่องผมก่อนตลอด!”
เสือน้อยพูดจาไม่เกรงใจทั้งสองคนแม้แต่น้อยและที่เขาพูดก็เป็นความจริงเสียด้วย ทำเอาทั้งสองคนได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ
……
เสือน้อยพูดจายาวเหยียดก่อนที่จะจิบน้ำนิดหน่อยและก็ได้พูดต่อไปอย่างใจเย็นว่า
“แต่ลูกชายคุณน้ามันทำผมไว้แสบจริง ๆ ขยันก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ผมแอบสืบมาว่าเรื่องใหญ่คราวก่อนที่โดนข้อหาขายบุหรี่เพื่อนพีก็โดนทัณฑ์บน ถ้าคราวนี้โดนผมอีกก็มีสิทธิ์ยื่นเรื่องถึงทางโรงเรียนโดยให้ทำเรื่องไล่ออกได้เลยนะครับก่อนที่ผมจะเข้าห้องมา ครูก็ได้ยืนยันกับผมเรื่องนี้แล้ว”
เสือน้อยหยุดพูดให้ทั้งสองย่อยข้อมูลสักครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดต่อว่า“แน่นอนว่าตอนนี้คุณน้ากับคุณปู่แสมอยู่ที่นี่แล้วคงพยายามที่จะเจรจาให้ตัวผมหยุดเอาเรื่องทั้งการแจ้งความ และก็ทางฝ่ายปกครองกับพีผมเข้าใจถูกต้องมั้ยครับ?”
“ใช่จ้ะ…เรานี่เข้าใจอะไรง่ายจังน้าชอบจัง!” แม่สมรพูดชมเชย พร้อมยิ้มหวานให้เด็กหนุ่ม
“ผมน่ะเจรจาง่ายอยู่แล้วไม่เชื่อถามคุณปู่แสมได้เลย…แต่ว่าการเจรจา มันก็ต้องแสดงความจริงใจออกมาเสียหน่อยตอนนี้ก็เป็นโอกาสสุดท้ายของเพื่อนพีเขาแล้ว คุณปู่แสมต้องคิดให้หนักถึงอนาคตหลานชายนะครับ...” เสือน้อยยังไม่ลืมพูดแฝงนัยยะไว้
“ตั้งแต่เริ่มมาเขาพูดกับเธอน้อยมากๆ ส่วนใหญ่พูดกับพ่อแสมเสียมากกว่า…” ตัวสมรเหมือนจะสัมผัสได้ถึงเลศนัยบางอย่าง
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย…เดี๋ยวน้าให้เงินทำขวัญสัก ‘ห้าหมื่นบาท’ เป็นอย่างไง?” สมรพูดขึ้น
พอปู่แสมได้ยินลูกสะใภ้พูดขึ้นเส้นเลือดบนขมับปูดโปนออกมาทันที เขากัดฟันบ่นในใจ“เศษตังค์แค่นี้มันเอาก็แปลกแล้วยัยสมรเอ๊ย!”
เสือน้อยส่ายหน้า“ผมรู้ข่าวมาว่าตึกด้านหลัง ทางท่าน สจ.กับครอบครัวช่วยกันบริจาคสร้างไปตั้งหลายล้านบาท เพื่อแลกกับอนาคตลูกชายเรื่องวงในพวกนี้ผมสืบมาก่อนจะเอาเรื่องเพื่อนพีแล้วครับคุณน้าทำไมด้อยค่าผมถึงขนาดนั้น...” เสือน้อยตีหน้าเศร้าเล่าความจริง
“แล้วเราพอใจที่เท่าไหร่ละลูก?”สมรขมวดคิ้วถาม
เสือน้อยหันไปมองเธอก่อนพูดว่า“คือช่วงนี้ผมอยากลงทุน ทำธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาน่ะครับ…” เขาหันตาไปมองปู่แสมในประโยคหลัง
สมรก็ถึงบางอ้อ เธอพอเข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงพูดอะไรแฝงนัยยะไว้ตลอด และดูเหมือนมีอะไรจะบอกกับพ่อสามีเธอ
“ถ้าผมมีธุรกิจเป็นของตัวเองก็จะได้การันตีอนาคตว่าจะมีงานมีการทำ” เสือน้อยพูดอ้อมจนอ้อมไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ก่อนพูดถึงพี“เพื่อนพีเขามีโอกาสสุดท้าย ในโรงเรียนนี้อยู่มันก็ขึ้นอยู่กับความจริงใจของทางคุณน้ากับคุณปู่ว่าจะใจถึงมั้ย?”
สมรหันไปมองพ่อสามีเธอเอาจริงๆ “งั้นประเดี๋ยวน้ากับปู่มานะ รอแป๊บเดียว ขอไปคุยกันเพิ่มเติมก่อน” เธอยิ้มอ่อนยังไม่ลืมว่าอนาคตลูกชายตกอยู่ในกำมือของเขา
หลังออกจากห้องมา “พ่อสรุปแล้วมีเรื่องอะไรกันแน่!?” ทั้งสองก็ยืนคุยกันอยู่นานสองนาน
ทางด้านเสือน้อยก็โทรให้‘ทนายรัก’ ที่ได้ไปหาปู่แสมวันก่อนเป็นเพื่อนเขา ให้เข้ามาที่โรงเรียนพร้อมเอกสาร
ทนายรักที่เตรียมพร้อมอยู่นานแล้วเขานั่งรออยู่ในร้านทองสุข ด้านข้างโรงเรียนจึงเดินเข้ามาในโรงเรียนพร้อมแฟ้มเอกสาร ก่อนแลกบัตรตรงเข้าห้องฝ่ายปกครองไปตอนเข้าไปยังไม่ลืมแนะนำตัวให้ครูฝ่ายปกครองได้รู้
แน่นอนว่าแม่สมรกับปู่แสมได้ยินเช่นกันโดยเฉพาะฝ่ายหลังที่หางคิ้วกระตุกเบา ๆ
หลังปู่แสมกับลูกสะใภ้เห็นว่า“มีทนายความส่วนตัวของเสือน้อยเข้ามาก็เห็นว่าท่าไม่ดีเธอจึงบอกพ่อสามีไปว่าฟาดเคราะห์” ชายชราถอนหายใจ
ก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องพร้อมสายตาที่เด็ดเดี่ยวแน่นอนว่าเขาตัดสินใจได้แล้ว
“นี่อา…เอาเอกสารมาพร้อมนะดูท่าวันนี้อาจจะได้จับเสือมือเปล่า!”เสือน้อยหันไปจ้องมองทนายความด้วยความเคารพ
“เสือน้อย…ไอ้คนข้างหน้านั่นใช่ครูเฒ่าที่ด่าเราสองคนเหมือนหมูเหมือนหมา วันก่อนใช่หรือเปล่า?” ทนายรักถามขึ้นเสือน้อยจึงพยักหน้าพร้อมยิ้มจาง ๆ
รอไม่นานทั้งสองคนก็เข้ามาทนายรักก็แนะนำตัวก่อนหันไปทักทายกับปู่แสมเหมือนกับเสือน้อยไม่มีผิด
เสือน้อยพูดขึ้นมาว่า“ก่อนจะเจรจากันต่อ…ผมขออนุญาตให้ดูหลักฐานที่ทางทนายผมรวบรวมเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ” เด็กหนุ่มหยิบแฟ้มส่งให้สมรดูเขาต้องการเปิดไพ่ให้อีกฝ่ายดูก่อน ไม่ใช่ขู่เล่น ๆ
ส่วนสมรเมื่อเห็นพยานหลักฐานอย่างละเอียดยิบเธอก็คิดว่า “พวกเขาตัดสินใจ ถูกต้องแล้ว และปู่แสมด้วยก็เช่นกันเพราะอีกฝ่ายหาหลักฐานมาได้ละเอียดมาก ตอนนี้มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียวเท่านั้น!”
“เอาล่ะฉันยอมยกทั้งที่ดินและตัวอาคารให้นายแต่ถ้าจะใช้ชื่อกิจการต่อก็ต้องจ่ายเงินต่างหาก เซ็นสัญญาวันนี้เลยเป็นไง!”ปู่แสมพูดเสียงหนักแน่น เขาอยากจบเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะยิ่งยื้อเขายิ่งเจ็บ!
ตอนปรึกษากับลูกสะใภ้เธอได้บอกให้พ่อตัดใจปล่อยธุรกิจโรงเรียนกวดวิชานี้ไป ก็เพื่อแลกกับอนาคตหลานชาย
เพราะว่าคราวก่อนก็เป็นเธอที่บริจาคเงินเป็นล้านสามีเธอไม่ได้ออกเงินสักบาท ตอนนี้ถึงฝั่งสามีเธอบ้างแล้ว!
อีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้พิศวาสกิจการโรงเรียนกวดวิชาอะไรนั่นเลยทำไปก็มีแต่ขาดทุน!
เป็นเธอเสียอีกต้องเอาเงินไปอุดหนุนธุรกิจที่กำลังล่มสลายสามีของเธอก็ไม่ได้มาช่วยตรงส่วนนี้เลย นับวันยิ่งเข้าเนื้อไปเรื่อย ๆเธอกลับโล่งใจเสียด้วยซ้ำที่พ่อสามียอมตัดใจปล่อย
แม่สมรยิ้ม“ความจริงใจแค่นี้พอมั้ยจ๊ะ?”
เสือน้อยยิ้มกระตือรือร้น“พอครับพอมากเลย ถ้าคุณน้ากับคุณปู่มีความจริงใจแบบนี้ผมยินดีจบเรื่องนี้แต่โดยดี!”
“ส่วนของใช้ชื่อกิจการต่อมั้ยราคาถ้าไม่แพงผมก็ยอมแต่ถ้าแพงผมไม่เอายังดีเสียกว่า เอ่อ…สักห้าหมื่นบาท เป็นอย่างไงครับคุณปู่?”เสือน้อยนึกตัวเลขนี้ขึ้นมาได้พอดิบพอดีอีกทั้งยังฉวยโอกาสเอาคืนผู้เฒ่ารายนี้สักเล็กน้อย
หางคิ้วของปู่แสมกระตุกตัวเลขมันคุ้นๆ อยู่นะ ‘ห้าหมื่นบาท’ แต่ก็กัดฟันด้วยความจำยอม“ตกลงตามนี้!”
“รายละเอียดต่อไปทางทนายความผมจะดำเนินการให้เองครับทั้งค่าธรรมเนียมฝั่งผมจะเป็นคนออกทั้งหมด” เสือน้อยยิ้มรับ
“มีอีกอย่างที่อยากขอจริงๆ จากใจเลยครับ... เป็นไปได้มั้ยที่จะให้นายพีหยุดก่อเรื่อง ไม่แค้นผมไม่ตามมาเอาเรื่องเอาราว?” เสือน้อยพูดกระแทกเข้ากลางใจคนเป็นแม่อย่างเธอ!
เธอผงะไปเล็กน้อยก่อนพูดว่า “น้าสัญญาว่าจะให้พีเลิกมาก่อกวนเธอ”ถึงเสือน้อยไม่พูดเธอก็เตรียมที่จะทำอย่างนี้อยู่แล้ว
……
ที่ร้านทองสุขเสือน้อยสั่งลูกน้องให้พิมพ์สัญญากันตรงนั้นเลย หลังจากเซ็นสัญญาต่าง ๆ เสร็จสรรพก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งสองฝ่ายก็จากลากันไปด้วยดี
เสือน้อยยอมขาดเรียนไปหนึ่งวันแต่เขากลับดีใจยิ่งกว่า ก็คือได้ทั้งที่ดินตกเป็นของเขาพร้อมกับทั้งกิจการราคาห้าหมื่นบาท จะมีการส่งมอบกิจการต่อภายในสองวัน
เสือน้อยย่อมต้องให้แม่ช่วยตรวจบัญชีหนี้สินและรายได้ของทางโรงเรียนส่วนการโอนที่ดินก็ภายในสามวัน และเมื่อส่งมอบเสร็จเสือน้อยก็จะไม่แจ้งความ
ส่วนสำหรับฝ่ายปกครองแล้วนั้นยิ่งมีเรื่องน้อยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีสำหรับบรรดาครูที่อยู่ในห้องนี้!
พอกลับถึงบ้านนายพีก็พบกับความเงียบสงบจากพ่อและแม่เขาสำนึกผิดจริง ๆ เดินเข้าไปบริเวณโต๊ะกินข้าว แม่สมรก็เอ่ยปากบอกว่า“กินข้าวสิลูก…”
จากนั้นเธอก็บอกว่าไม่ควรก่อเรื่องใดๆ อีกทั้งอยู่โรงเรียนควรทำตัวดี ๆ
“ส่วนนายเสือน้อยขอให้อย่าไปยุ่มย่ามกับเขาอีกพีพอจะทำให้แม่ได้มั้ยลูก? เธอพูดเสียงอ่อน ใบหน้าอันงดงามดูอ่อนเยาว์ของแม่ดูสวยแพงและมีระดับเป็นที่เชิดหน้าชูตาสำหรับครอบครัว กลับมีน้ำตาคลอออกมา
“ได้ครับแม่!พีจะพยายามเลิกหาเรื่องมัน” พีกัดฟันพูด ทว่าในใจกลับไม่ยินยอมเขาไม่รู้ว่าครอบครัวเขาต้องจ่ายไปเท่าไหร่ในครั้งนี้แต่น่าจะหนักกว่าคราวก่อนมากอยู่พอสมควร
ตั้งแต่ต้นจนจบ‘พาที’ ไม่ได้พูดอะไรเลย…มีแต่ความผิดหวังฉายอยู่ในแววตาของเขา